ทัวร์อินเดีย

อินเดียดินแดนสามเหลี่ยมแห่งอารยธรรม   สัมผัสความงดงามของทัชมาฮาล 1 ใน 7  สิ่งมหัศจรรย์ของโลก – ประตูเมืองแห่งชัยชนะ – กูตุปมินาร์  ผ่านชมจามามัสยิด – คารวะอนุสรณ์สถานท่านมหาตมะคานธี อักราฟอร์ด พระราชวังแอมเบอร์ พระราชวังสายลม
และเพลิดเพลินกับแหล่งช้อปปิ้งตลาดจานพัท   พิเศษ!!! ให้น้ำหนักกระเป๋า 20 กิโลกรัม รับศักราชใหม่

วันแรกของการเดินทาง  ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ – เดลี

18.00 น.    คณะพร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ ชั้น 4 เคาน์เตอร์สายการบินแอร์เอเชีย ประตู 3 แถว Eโดยมีเจ้าหน้าที่  
ที่บริษัทฯ   คอยให้การต้อนรับและอำนวยความสะดวกก่อนขึ้นเครื่อง
19.50 น.    ออกเดินทางสู่เมืองเดลี โดยสายการบินแอร์เอเชีย เที่ยวบินที่ FD 3796
22.40 น.    ถึงสนามบินนานาชาติ เมืองเดลี ประเทศอินเดีย ผ่านขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร นำท่านเดินทางเข้าสู่โรงแรม
พักที่  โรงแรม  TULIP INN HOTEL IN DELHI หรือเทียบเท่า (ระดับ 4 ดาว)

วันที่สองของการเดินทาง เดลี – หอคอยกูตุปมินาร์ – ผ่านชม จามามัสยิด – อนุสรณ์สถานท่านมหาตมะคานธี-อักรา

เช้า    บริการอาหารเช้า  ณ โรงแรม 
นำเที่ยวชมกรุงเดลี ท่านจะได้ชมบริเวณเมืองเดลีเก่า และเดลลีใหม่ เปรียบเทียบถึงศิลปะการก่อสร้างของเมืองเดลีเก่า ซึ่งงดงามแบบแขกแตกต่างไปจากเดลลีใหม่ ซึ่งรับวัฒนธรรมของพวกอังกฤษไว้มาก   ผ่านชมย่านธุรกิจการค้า ย่านที่อยู่อาศัยของเศรษฐีอินเดียบนถนนสายสำคัญที่สุดของอินเดีย ตึกรัฐบาลอันยิ่งใหญ่ ชมประตูเมืองแห่งชัยชนะ จากนั้นนำชมกุตุปมินาร์ หอคอยที่สร้างขึ้นโดยพระเจ้าปฤกวิราช เพื่อให้พระธิดาขึ้นไปดูแม่น้ำยมุนาอันศักดิ์สิทธิ์  ชมมัสยิดสร้างด้วยหินสีแดงแกะสลักเป็นลวดลายพันธุ์พฤกษาและคำสวดจากคัมภีร์โกหร่าน ผ่านชม จามามัสยิดสร้างขึ้นโดยกษัตริย์ นักสร้างองค์ที่ 5 ของราชวงศ์โมกุล พระเจ้าชาร์จาฮาน เมื่อปี 1650 ใช้เวลาสร้าง 6 ปี ที่มีสร้างโดยใช้คนงาน 5000 คน วัสดุใช้หินทรายสีแดง หินอ่อนสีขาวและสีแดง จุคนได้ 20000 คน ขนาดใหญ่โตเป็นที่สองของโลกและใหญ่ที่สุดในเอเชีย นำท่านเยี่ยมคารวะ อนุสรณ์สถานท่านมหาตมะคานธี ที่ราชฆาต บุคคลผู้ซึ่งเปรียบเป็นบิดาแห่งประเทศอินเดีย ผู้นำการเรียกร้องเอกราชแบบอหิงสา ซึ่งเสียชีวิตในวันที่ 30 มกราคม 1948 รวมอายุได้ 78 ปี ผ่านชมวงแหวนสถานที่ราชการต่างๆ ทั้งอาคารทำเนียบรัฐบาล
เที่ยง    บริการอาหารกลางวัน  ณ ภัตตาคาร
บ่าย    นำเดินทางโดยรถโค้ชออกจากเขตปกครองพิเศษเดลี  ผ่านเข้าสู่แคว้นอุตรประเทศที่อุดมสมบูรณ์ด้วยแหล่งเกษตรกรรมนานาชนิดที่ผลิตเพื่อเลี้ยงดูชาวอินเดียทั้งประเทศ ไปตามถนนไฮเวย์สายใหม่ผ่านเมืองใหญ่ มธุรา สู่ เมืองอักรา
ค่ำ    บริการอาหารค่ำ  ณ ภัตตาคาร   
พักที่   โรงแรม HOTEL MARINA AGRA หรือเทียบเท่า (ระดับ 4 ดาว)

วันที่สามของการเดินทาง  อักรา – ทัชมาฮาล – ฟาแตร์ปูร์ สิคริ – ชัยปูร์

เช้า    บริการอาหารเช้า  ณ โรงแรม 
จากนั้นนำเข้าชม ทัชมาฮาล แหล่งมรดกโลก อนุสรณ์สถานแห่งความรักอันยิ่งใหญ่และอมตะของพระเจ้าชาห์จาฮันที่มีต่อพระนางมุมตัซ สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1631 นำเดินสู่ประตูสุสานที่สลักตัวหนังสือภาษาอาระบิค เป็นถ้อยคำอุทิศและอาลัยต่อสิ่งรักที่จากไป นำท่านถ่ายรูปกับลานน้ำพุที่มีอาคารตัชมาฮาลอยู่เบื้องหลัง แล้วนำเข้าสู่ตัวอาคารที่สร้างจากหินอ่อนสีขาวบริสุทธิ์จากเมืองมกรานะ ประดับลวดลายด้วยเทคนิคฝังหินสีต่างๆ ลงไปในเนื้อหิน เป็นสถาปัตยกรรมชิ้นเอกของโลกที่ออกแบบโดยช่างจากเปอร์เซีย อาคารตรงกลางเป็นรูปโดม มีหอคอยสี่เสาล้อมรอบ  ตรงกลางด้านในเป็นที่ฝังพระศพของพระนางมุมตัซ มาฮาล และ พระเจ้าชาห์จาฮัน ได้อยู่คู่เคียงกันตลอดชั่วนิรันดร์  ตัชมาฮาลนี้ใช้เวลาก่อสร้างทั้งหมด 12 ปี สิ้นเงินไป 41 ล้านรูปี ใช้ทองคำประดับส่วนต่าง ๆ ของอาคารหนัก 500 กิโลกรัม ใช้คนงานกว่า 20,000 คน  แล้วนำท่านเดินอ้อมไปด้านหลังที่ติดกับแม่น้ำยมุนา ที่ฝั่งตรงกันข้ามมีพื้นที่ขนาดใหญ่ถูกปรับดินแล้ว เล่ากันว่า พระเจ้าชาห์จาฮันเตรียมที่จะสร้างสุสานของตัวเองเป็นหินอ่อนสีดำ ด้วยรูปอาคารแบบเดียวกันกับตัชมาฮาล เพื่ออยู่เคียงข้างกัน แต่ถูกออรังเซบ ยึดอำนาจและนำตัวไปคุมขังไว้ในป้อมอักราเสียก่อน

นำเข้าชม อักราฟอร์ด แหล่งมรดกโลก ริมแม่น้ำยมุนาที่สร้างโดยพระเจ้าอัคบาร์ มหาราชแห่งราชวงศ์โมกุล  เมื่อปี ค.ศ. 1565 เป็นทั้งพระราชวังที่ประทับและเป็นป้อมปราการ ต่อมาพระโอรส คือ พระเจ้าชาฮันกีร์ และพระนัดดา (โอรสของพระเจ้าชาฮันกีร์) พระเจ้าชาห์ จาฮาน ได้สร้างสร้างขยายต่อเติมป้อมและพระราชวังแห่งนี้อย่างใหญ่โต นำท่านเข้าชมป้อมผ่านประตู อำมรรสิงห์ เข้าสู่ส่วนที่เป็นพระราชวัง ผ่านลานสวนประดับ  อ่างหินทรายสีแดงขนาดยักษ์สำหรับสรงน้ำ ท่านจะได้เห็นสถาปัตยกรรมสามยุคสมัยตามรสนิยมที่แตกต่างกันของสามกษัตริย์ นำท่านเข้าชมด้านในพระตำหนักต่าง ๆ ที่สลักลวดลายศิลปะแบบโมกุลที่มีอิทธิพลจากศิลปะอินเดีย ผสมผสานกับศิลปะเปอร์เซีย  แล้วนำขึ้นสู่ระเบียงชั้นที่สองที่มีเฉลียงมุข ซึ่งสามารถมองเห็นชมทิวทัศน์ลำน้ำยมุนาได้ นำชมห้องที่ประทับของกษัตริย์ พระโอรส พระธิดาองค์ต่างๆ  แล้วนำชมพระตำหนัก มาซัมมัน บูร์ช ที่มีเฉลียงมุขแปดเหลี่ยม มีหน้าต่างเปิดกว้าง สามารถมองเห็นตัชมาฮาลได้    ที่พระตำหนักนี้เองที่เล่ากันว่าชาห์จาฮัน ถูกพระโอรส ออรังเซบ จองจำขังไว้ 7 ปีในช่วงปลายรัชกาลจนสิ้นพระชนม์ แล้วนำชมลานสวนประดับ ดิวันอีอาอำ ที่ชั้นบนด้านหนึ่งเคยเป็นที่ประดิษฐานบัลลังก์นกยูงอันยิ่งใหญ่ (ปัจจุบันอยู่ในประเทศอิหร่าน) และที่ลานสวนประดับแห่งนี้เองที่พระเจ้าชาห์จาฮัน ได้พบรักครั้งแรกกับพระนางมุมตัซ  ที่นำสินค้าเป็นสร้อยไข่มุกเข้ามาขายให้นางในฮาเร็ม
เที่ยง    บริการอาหารกลางวัน  ณ ภัตตาคาร
บ่าย    แวะชมความงามของเมืองฟาแตห์ปูร์ สิครี อยู่ห่างจากอักราประมาณ 40 กิโลเมตร  สร้างโดยพระเจ้าอัครามหาราชแห่งราชวงศ์โมกุล แต่เดิมเรียกว่า ฟาติฮาบัท แปลว่า “เมืองแห่งชัยชนะ”  ด้วยในตอนนั้นกษัตริย์อัคบาร์ได้ชัยชนะในสงครามอินเดียตอนใต้ ต่อมาภายหลังจึงเพี้ยนมาเป็น ฟาติปูร์ ซึ่งเมืองฟาติปูร์ สิครี สร้างด้วยหินทรายสีแดง ตั้งอยู่บนภูเขาใกล้หมู่บ้านสิครี ใช้เวลาสร้างถึง 9 ปี จึงแล้วเสร็จ แต่หลังจากนั้นเพียง 15 ปี ก็กลายเป็นเมืองร้างเพราะว่าขาดน้ำในการดำรงชีวิต เมืองฟาติปูร์ สิครี เป็นที่เดียวในอินเดีย ที่ท่านจะสามารถชมศิลปกรรมของราชวงศ์โมกุลที่อยู่ในสภาพสมบูรณ์แบบที่สุด จนได้รับสมญานามว่า เมืองปีศาจ นำเดินทางต่อโดยรถโค้ชสู่ เมืองชัยปูร์หรือเมืองสีชมพู ซึ่งเป็นเมืองใหญ่ที่สร้างขึ้นระหว่างปี ค.ศ. 1728-1732 ตัวเมืองมีขนาดถึง 9 ตารางกิโลเมตร
ค่ำ    บริการอาหารค่ำ  ณ ภัตตาคาร   
พักที่  โรงแรม HOTEL RAMADA JAIPUR หรือเทียบเท่า (ระดับ 4 ดาว)
วันที่สี่ของการเดินทาง ชัยปูร์ – พระราชวังแอมเบอร์ – พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ – พระราชวังสายลม

เช้า    บริการอาหารเช้า  ณ โรงแรม 
นำเดินทางโดยรถโค้ชสู่ เชิงเขาอราวารี เพื่อชมความงามของ พระราชวังแอมเบอร์ ซึ่งตั้งตระหง่านอยู่บนภูผา เพลิดเพลินไปกับทัศนียภาพสองข้างทางซึ่งสามารถมองเห็นภูมิประเทศเบื้องล่างสุดสายตา พระราชวังแห่งนี้เริ่มสร้างโดยพระเจ้ามั่นใจซิงค์ที่ 1 ในปี ค.ศ. 1592 จนสำเร็จในยุคของพระเจ้าชาไวใจซิงค์ที่ 2 ต่อมาพระองค์ได้ย้ายเมืองหลวงลงมายังเมืองชัยปูร์ในปัจจุบันภายในพระราชวังแอมเบอร์ ท่านจะได้ชมพระราชวังฤดูร้อนและพระราชวังฤดูหนาวที่ประดับด้วยพลอยหลากสี ท่านจะตื่นตะลึงกับห้องที่ประทับในพระราชวังฤดูร้อนที่งดงาม โดยจำลองความงามของท้องฟ้ายามราตรี    
เที่ยง    บริการอาหารกลางวัน  ณ ภัตตาคาร
บ่าย    แล้วนำเข้าชม พระราชวังหรือ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ซึ่งตั้งอยู่ใจกลางเมืองล้อมรอบด้วยกำแพงสูง นำชมงานศิลปวัฒนธรรมและงานหัตถกรรมต่างๆ จากนั้นนำท่าน ชมฮาวามาฮาล หรือพระราชวังสายลม     สร้างโดยพระเจ้าประทับซิงค์ ในปีค.ศ. 1799 ใช้เป็นที่ที่สตรีชาววังในสมัยนั้นสำหรับนั่งชมเทศกาลหรือขบวนแห่ต่างๆ ตลอดจนวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนนอกวังบานหน้าต่างที่ประดับประดาไว้ด้วยลวดลายอันวิจิตรตระการตา สร้างด้วยหินสีชมพูสูง 5 ชั้น กรุเป็นช่องตามหน้ามุขและหน้าต่างซึ่งรวมกันถึง 953 บาน ซึ่งในแต่ละช่องจะมีมุขระเบียงและหลังคาเพื่อระบายลม ซึ่งเป็นที่มาของชื่อ ฮาวามาฮาล (พระราชวังสายลม)
ค่ำ    บริการอาหารค่ำ  ณ ภัตตาคาร   
พักที่  โรงแรม HOTEL RAMADA JAIPUR หรือเทียบเท่า (ระดับ 4 ดาว)

วันที่ห้าของการเดินทาง  ชัยปูร์ – เดลี

เช้า    บริการอาหารเช้า  ณ โรงแรม 
นำเดินทางกลับสู่กรุงเดลี
เที่ยง    บริการอาหารกลางวัน  ณ ภัตตาคาร
บ่าย    อิสระให้ท่านช้อปปิ้งที่ ย่านถนนจานพัท ถนนช้อปปิ้งยอดนิยมสำหรับนักท่องเที่ยวมีสินค้าหัตถกรรม และงานฝีมือพื้นเมืองต่างๆ มากมาย ให้ท่านได้เลือกซื้อเช่นผ้าไหมอินเดีย, เครื่องประดับอัญมณี, ไม้จันหอมแกะสลักของตกแต่งประดับบ้าน ฯลฯ ตามอัธยาศัย        
ค่ำ    บริการอาหารค่ำ  ณ ภัตตาคาร   
ได้เวลาอันสมควร นำเดินทางสู่สนามบินกรุงเดลี
23.30 น.    เหิรฟ้า  กลับสู่กรุงเทพฯ โดยสายการบินแอร์เอเชีย เที่ยวบินที่  FD 3797
วันที่หกของการเดินทาง  เดลี – กรุงเทพฯ

05.15 น.    ถึงสนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพมหานคร ด้วยความสวัสดิภาพ

โปรแกรมการเดินทางอาจเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสม บริษัทฯ ขอสงวนสิทธ์ในการปรับเปลี่ยนราคา
หากมีการปรับขึ้นของภาษีน้ำมันของสายบิน และต้องมีผู้โดยสารจำนวน 15 ท่านขึ้นไปจึงออกเดินทาง

ใส่ความเห็น

อีเมล์ของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *