รหัส MXP-W5001 อิตาลี สวิตเซอร์แลนด์ ฝรั่งเศส 7 วัน 4 คืน สายการบินมาฮาน (W5)
วันเดินทาง
ราคาทัวร์
12-18 มกราคม 2019 45,888 บาท/ท่าน
26 ม.ค. - 1 ก.พ. 2019 45,888 บาท/ท่าน

ทัวร์ยุโรป มกราคม 2562/2019 ทัวร์อิตาลี สวิตเซอร์แลนด์ ฝรั่งเศส 7 วัน 4 คืน

ทัวร์ยุโรป มกราคม 2562/2019 ทัวร์ยุโรป อิตาลี สวิตเซอร์แลนด์ ฝรั่งเศส 7 วัน 4 คืน ทัวร์อิตาลี มิลาน (Milan) เมืองหลวงแห่งแฟชั่นโลก เที่ยวลูเซิร์น (Lucerne) เมืองยอดนิยมของสวิตเซอร์แลนด์  ขึ้นกระเช้าลอยฟ้าทันสมัยระบบใหม่ล่าสุดหมุน 360 องศา พิชิตยอดเขาทิตลิส (Titlis)  เข้าชมความงดงามของพระราชวังแวร์ซายส์ (Versaille Palace) อันยิ่งใหญ่ ถ่ายรูปเป็นที่ระลึกกับหอไอเฟล (Tour Eiffel) สัญลักษณ์ที่โดดเด่นสูงตระหง่านคู่นครปารีส

วันที่ 1: กรุงเทพฯ วันที่ 1: กรุงเทพฯ 17.30 น. คณะพร้อมกัน ณ สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ ประตู 8 เคาน์เตอร์ S สายการบินมาฮาน แอร์ โดยมีเจ้าหน้าที่ คอยต้อนรับและอำนวยความสะดวก23.35 น. ออกเดินทางสู่ดูไบ โดยสายการบินมาฮาน แอร์ W5 050

วันที่ 2: เตหะราน – มิลาน – หมู่บ้านแองเกิ้ลเบิร์ก03.50 น. เดินทางถึง สนามบินเตหะราน แวะรอเปลี่ยนเครื่อง07.00 น. ออกเดินทาง โดยสายการบินมาฮาน แอร์ เที่ยวบินที่ W5 110             09.55 น. ถึง สนามบินมิลาโนมัลเปนซา เมืองมิลาน ประเทศอิตาลี (เวลาท้องถิ่นช้ากว่าประเทศไทย 6 ชั่วโมง) นำท่านผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร นำท่านผ่านพิธีตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร จากนั้นเดินทางสู่ตัวเมืองมิลาน (Milan) เมืองที่เรียกได้ว่าเป็นเมืองหลวงแห่งแฟชั่นของโลก ชมแกลเลอรี วิคเตอร์ เอ็มมานูเอล (Galleria Vittorio Emanuele II) ที่นับว่าเป็นชอปปิ้งมอลล์ที่สวยงาม หรูหราและเก่าแก่ที่สุดในเมืองมิลาน อนุสาวรีย์ ของกษัตริย์วิคเตอร์ เอ็มมานูเอลที่ 2 ผู้ริเริ่มการรวมชาติหัวเมืองต่างๆในอิตาลี และอนุสาวรีย์ของศิลปินชื่อดังในยุคเรเนซองส์อีก 1 ท่าน คือ ลิโอนาร์โด ดาร์วินซี่ ที่อยู่ในบริเวณด้านหน้าของโรงละครสกาล่ากลางวัน         รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร อาหารจีน
บ่าย นำท่านถ่ายรูปด้านนอกกับมหาวิหารแห่งเมืองมิลาน (Duomo di Milano) ที่สร้างด้วยศิลปะแบบนีโอโกธิค ที่ผสมผสานกัน เป็นสถาปัตยกรรมแบบตะวันตก สมัยฟื้นฟูศิลปวิทยาการ จากนั้นเดินทางเข้าสู่หมู่บ้านแองเกิ้ลเบิร์ก (Engelberg) ซึ่งตั้งอยู่เชิงขุนเขาที่สวยงามมีระดับอีกแห่งหนึ่งของเทือกเขาแอลป์  ผ่านเส้นทางไฮไลท์ของสวิตเซอร์แลนด์ และวิวทิวทัศน์สวยงามของทุ่งหญ้าตัดกับหิมะอันขาวโพลนปกคลุมยอดเขาค่ำ      รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร อาหารพื้นเมือง
ที่พัก      นำเข้าสู่ที่พัก โรงแรม TERRACE หรือเทียบเท่า

วันที่ 3: หมู่บ้านแองเกิ้ลเบิร์ก – ยอดเขาทิตลิส – ลูเซิร์น – ดิจอง   เช้า       รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านขึ้นกระเช้าลอยฟ้าทันสมัยระบบใหม่ล่าสุดหมุน 360 องศา รอบตัวเอง ชมทัศนียภาพอันตระการตาได้รอบทิศทางตามเส้นทางขึ้นสู่ยอดเขาทิตลิส (Titlis) เข้าชมถ้ำน้ำแข็ง (Ice Grotto) ที่ไม่เคยละลาย  เชิญเพลิดเพลินสนุกสนานกับการเล่นหิมะบนลานสกี สุดแสนประทับใจเป็นอย่างยิ่ง ชมทิวทัศน์ของยอดเขาต่างๆ ที่ปกคลุมไปด้วยหิมะอันขาวโพลนสร้างความงดงามให้กับขุนเขาเป็นอันมาก ให้เวลาท่านเดินข้าม” The TITLIS Cliff Walk ” สะพานแขวนที่ตั้งอยู่สูงที่สุดของทวีปยุโรป ที่ความสูง 3,041 เมตรจากระดับน้ำทะเล สะพานมีความยาว 100 เมตร ท่านจะได้ชมทัศนียภาพที่สวยงามของเทือกเขาแอลป์ อันสวยงามแบบกว้างไกลสุดสายตา (สะพานแขวนอาจจะปิด ในกรณีถ้าสภาพอากาศไม่เอื้ออำนวย) จากนั้นเดินทางสู่เมืองลูเซิร์น (Lucerne) เมืองท่องเที่ยวยอดนิยมอันดับหนึ่งของสวิตเซอร์แลนด์ ที่ถูกห้อมล้อมไปด้วยทะเลสาบและขุนเขา ให้ท่านได้อิสระเลือกซื้อสินค้าของสวิส เช่น ช็อคโกแลต, เครื่องหนัง, มีดพับ, นาฬิกายี่ห้อดัง อาทิเช่น Rolex, Omega, Tag Heuer เป็นต้น กลางวัน      อิสระอาหารกลางวันตามอัธยาศัย
บ่าย จากนั้นพาท่านชมสิงโตหินแกะสลัก (Dying Lion of Lucerne) ที่แกะสลักบนผาหินธรรมชาติ เพื่อเป็นอนุสรณ์รำลึกถึงการสละชีพอย่างกล้าหาญของทหารสวิสที่เกิดจากการปฏิวัติในฝรั่งเศสเมื่อปี ค.ศ.1792 ชมสะพานไม้ชาเปล (Chapel Bridge) ซึ่งมีความยาวถึง 204 เมตร ทอดข้ามผ่านแม่น้ำรอยส์ (Reuss River) อันงดงามซึ่งเป็นเหมือนสัญลักษณ์ของเมืองลูเซิร์น เป็นสะพานไม้ที่มีหลังคาที่เก่าแก่ที่สุดในยุโรป สร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ.1333 โดยใต้หลังคาคลุมสะพานมีภาพวาดประวัติศาสตร์ของชาวสวิส ตลอดแนวสะพาน จากนั้นเดินทางสู่เมืองดิจอง (Dijon) ประเทศฝรั่งเศส อดีตเมืองหลวงแห่งแคว้นเบอร์กันดี ผ่านทุ่งราบอันกว้างใหญ่แหล่งผลิตมัสตาร์ดชื่อดัง อีกทั้งยังมีชื่อเสียงในการผลิตไวน์ชั้นเลิศอีกด้วย ผ่านชมอาคารบ้านเรือนสมัยเรเนสซองส์ โบสถ์และวิหารเก่าแก่ในสมัยยุคกลาง ซึ่งมีจุดเด่นคือ การมุงหลังคาด้วยกระเบื้องสีแดงสดจัดเรียงเป็นลวดลายงดงามค่ำ       รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร อาหารพื้นเมือง
ที่พัก      นำเข้าสู่ที่พัก โรงแรม HOLIDAY INN หรือเทียบเท่า

วันที่ 4: ดิจอง – ปารีส – พระราชวังแวร์ซายส์ – ล่องเรือบาโตมุช เช้า       รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
เดินทางสู่ มหานครปารีส (Paris) เมืองหลวงของประเทศฝรั่งเศส เมืองที่มีมนต์เสน่ห์อันเหลือล้น ที่นักท่องเที่ยวอยากมาเยือนมากที่สุด กรุงปารีสเป็นหนึ่งในศูนย์กลางทางเศรษฐกิจและวัฒนธรรมที่ล้ำสมัยแห่งหนึ่งของโลก ที่ทรงด้วยอิทธิพลของการเมือง การศึกษา บันเทิง สื่อ แฟชั่น วิทยาศาสตร์และศิลปะ ทำให้กรุงปารีสเป็นหนึ่งในเมืองที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลก จนเข้าสู่เมืองแวร์ซายส์กลางวัน       รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร อาหารจีน
บ่าย นำเข้าชมความงดงามของพระราชวังแวร์ซายส์ (Versaille Palace) อันยิ่งใหญ่ (มีไกด์ท้องถิ่นบรรยายในพระราชวัง) ที่สร้างขึ้นตามพระราชประสงค์ของพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ภายในตกแต่งอย่างวิจิตรอลังการ ทั้งจิตรกรรมฝาผนัง รูปปั้น รูปแกะสลักและเครื่องเรือน ซึ่งเป็นการใช้เงินอย่างมหาศาล พาท่านชมห้องต่างๆของพระราชวัง เช่น โบสถ์หลวงประจำพระราชวัง,ท้องพระโรงที่ตกแต่งอย่างวิจิตรบรรจง, ห้องอพอลโล, ห้องเมอคิวรี่, ห้องกระจก (Hall of Mirror) ที่มีความยาวถึง 73 เมตร ซึ่งเป็นห้องที่พระยาโกษาธิบดี (ปาน) ราชทูตไทยสมัยพระนารายณ์มหาราชเคยเข้าถวายสาส์นต่อพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 แห่งฝรั่งเศส อีกทั้งยังเป็นห้องที่ใช้สำหรับจัดงานเลี้ยงและเต้นรำของพระนางมารี อังตัวแนตต์ มเหสีของพระเจ้าหลุยส์ที่ 16, ชมห้องบรรทมพระราชินีที่ตกแต่งอย่างงดงาม, ภาพเขียนปราบดาภิเษกของจักรพรรดินโปเลียนที่ยิ่งใหญ่ จากนั้นนำท่านล่องเรือบาโตมุช (Bateaux Mouches Cruise) ไปตามแม่น้ำแซนที่ไหลผ่านใจกลางกรุงปารีส ชมความสวยงามของสถาปัตยกรรมอันคลาสสิคของอาคารต่างๆตลอดสองฝากฝั่งแม่น้ำ เป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ที่น่าประทับใจ
***คณะเดินทางวันที่ 22-28 ธ.ค. จะเป็นวันคริสต์มาส จะสลับเที่ยวพระราชวังในวันรุ่งขึ้นแทน แต่ถ้ากรณีรอบเข้าพระราชวังเต็ม ทางบริษัทขอชดเชยเป็นเงิน 1,000 บาท และพาเที่ยวที่ย่านมงต์มาตร์ (Montmartre) เป็นย่านสำคัญอีกแห่งของเมืองปารีส อยู่สุดเขตทางเหนือของปารีส มีลักษณะเป็นเนินเขาสูง 130 เมตร เป็นที่พำนักของชุมชนชาวปารีเซียมายาวนาน รวมถึงยังเป็นจุดกำเนิดผลงานด้านศิลปะของศิลปินมากมายแห่งของเมืองปารีส ชมมหาวิหารพระหฤทัยแห่งมงมาทร์ (Basilique du Sacré-Cœur de Montmartre) โดยสร้างขึ้นเพื่ออุทิศแก่พระหฤทัยของพระเยซู เริ่มก่อสร้างในปี ค.ศ.1875 ตัวโบสต์สร้างจากหินปูนสีขาว มูลค่าการก่อสร้างทั้งหมดคิดเป็นเงินประมาณ 7 ล้านฟรังก์ โดยได้มาจากเงินบริจาคทั้งสิ้น***
ค่ำ      รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร อาหารพื้นเมือง (หอยเอสคาโก้)
ที่พัก       เข้าสู่ที่พัก โรงแรม HUATIAN CHINAGORA หรือเทียบเท่า

วันที่ 5: ปารีส – ประตูชัยนโปเลียน – หอไอเฟล – ช้อปปิ้งเช้า       รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำเที่ยวชมความงดงามของมหานครปารีส ผ่านลานประวัติศาสตร์จัตุรัสคองคอร์ด (Place de la Concorde) ที่พระเจ้าหลุยส์ที่ 16 และพระนางมารีอองตัวแนต ถูกตัดสินประหารชีวิตโดยกิโยตินในสมัยปฏิวัติฝรั่งเศส จากนั้นเข้าสู่ถนนสายโรแมนติกชองป์เอลิเซ่ (Champs Elysees) ซึ่งทอดยาวจากจัตุรัสคองคอร์ดตรงสู่ประตูชัยนโปเลียน, นำชมและถ่ายรูปคู่กับประตูชัยนโปเลียน (Arc de Triomphe) สัญลักษณ์แห่งชัยชนะของจักรพรรดินโปเลียนในศึก เอาส์เตอร์ลิทซ์ในปี1805 โดยเริ่มสร้างขึ้นในปี ค.ศ.1806 แต่มาแล้วเสร็จในปี ค.ศ.1836 ให้เวลาท่านได้เลือกซื้อสินค้าชั้นนำบนถนนชองป์เอลิเซ่ ที่เต็มไปด้วยร้านค้าสุดหรูหรา สินค้าแฟชั่นมากมาย แล้วนำถ่ายรูปเป็นที่ระลึกกับหอไอเฟล (Tour Eiffel) สัญลักษณ์ที่โดดเด่นสูงตระหง่านคู่นครปารีสด้วยความสูงถึง 1,051 ฟุต ซึ่งสร้างขึ้นในปี ค.ศ.1889 ที่บริเวณจัตุรัสทรอคคาเดโร่ กลางวัน       รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร อาหารจีน
บ่าย จากนั้นนำท่านเข้าชม พิพิธภัณฑ์น้ำหอม Fragonard พิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงประวัติความเป็นมาและจัดแสดงวิธีการผลิตน้ำหอมในปัจจุบัน ของโรงงานผลิตน้ำหอมยี่ห้อ Fragonard ยี่ห้อน้ำหอมอันโด่งดัง ที่มีแหล่งผลิตต้นกำเนิดมาจากเมือง Grasse เมืองที่ได้ชื่อว่าเป็นเมืองหลวงของโลกน้ำหอม โดยพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ก่อตั้งขึ้นมาในปี 1983 ตัวอาคารเป็นที่อยู่เดิมของ นโปเลียน โบนาปาร์ตที่ 3 Louis-Napoléon Bonaparte III ซึ่งแต่ละห้องจัดแสดงเรื่องราวเกี่ยวกับบรรจุภัณฑ์บรรจุน้ำหอมตั้งแต่สมัยอดีตจนถึงปัจจุบัน และบอกเล่าเรื่องราวการผสมผสานกลิ่นน้ำหอมให้มีเอกลักษณ์อันรัญจวนใจ และหากท่านมองหาของฝากจากปารีสที่ไม่เหมือนใคร ท่านสามารถเลือกซื้อน้ำหอมจากโรงงานของ Fragonard ได้โดยตรงตามอัธยาศัย จากนั้นเชิญเลือกซื้อสินค้าแฟชั่นราคาถูกในร้านค้าปลอดภาษี (Duty Free Shop) อาทิ เช่น เครื่องสำอาง น้ำหอม นาฬิกาหรือกระเป๋า จากนั้นพาท่านสัมผัสกับบรรยากาศที่เต็มไปด้วยนักช้อปปิ้งจากทั่วทุกมุมโลกในห้างสรรพสินค้าใหญ่ใจกลางกรุงปารีสที่แกลเลอรี่ ลาฟาแยตต์ (Galleries Lafayette) ค่ำ        อิสระอาหารค่ำตามอัธยาศัย
ที่พัก       เข้าสู่ที่พัก โรงแรม HUATIAN CHINAGORA หรือเทียบเท่า

วันที่ 6: ปารีส – สนามบิน – เตหะรานเช้า       รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
08.00 น. นำคณะเดินทางสู่ เพื่อให้ท่านมีเวลาในการทำคืนภาษี (Tax Refund) และ มีเวลาในการเลือกซื้อสินค้าในร้านค้าปลอดภาษีภายในสนามบิน11.55 น. ออกเดินทางกลับสู่ประเทศไทย โดยเที่ยวบินที่ W5 10719.40 น. เดินทางถึง สนามบินเตหะราน นำท่านเปลี่ยนเครื่อง เพื่อเดินทางต่อ21.45 น. ออกเดินทางสู่กรุงเทพฯ โดยเที่ยวบินที่ W5 051
วันที่ 7 : เตหะราน – กรุงเทพฯ07.45 น. คณะเดินทางกลับถึงสนามบินสุวรรณภูมิโดยสวัสดิภาพ

รหัส VIE-TG022 10 วัน 7 คืน ออสเตรีย ฮังการี สโลวัก เชก เยอรมนี
วันเดินทาง
ราคาทัวร์
19-28 มกราคม 2019 59,888 บาท/ท่าน
6-15, 22-03 มีนาคม 2019 59,888 บาท/ท่าน
1-10, 15-24, 22-31 มีนาคม 2019 59,888 บาท/ท่าน

ทัวร์ยุโรปตะวันออก มกราคม – กุมภาพันธ์ 2019/2562 ทัวร์ออสเตรีย ฮังการี สโลวัก เชก เยอรมนี 10 วัน 7 คืน

ทัวร์ยุโรปตะวันออก มกราคม - กุมภาพันธ์ 2019/2562 ทัวร์ออสเตรีย ฮังการี สโลวัก เชก เยอรมนี 10 วัน พระราชวังเชินบรุนน์ (Schoenbrunn Palace) ล่องเรือแม่น้ำดานูบอันเลื่องชื่อเพื่อชมความงามของทิวทัศน์และอารยะธรรมฮังการี สัมผัสมนต์เสน่ห์ของกรุงปราก (Prague) พักเมืองมรดกโลกที่เชสกี้ ครุมลอฟ (Cesky Krumlov) เพชรน้ำงามแห่งโบฮีเมีย เข้าชมความงามของปราสาทนอยชวานสไตน์ (Neuschwanstein Castle) ต้นแบบของปราสาทเจ้าหญิงนิทรา เต็มอิ่มกับธรรมชาติที่สุดแสนงดงามของฮัลสตัท (Hallstatt) หมู่บ้านมรดกโลก เมนูพิเศษ,, ซุปกุลาซ ,เป็ดอบโบฮีเมียน และ ขาหมูเยอรมัน

วันที่ 1กรุงเทพฯ
22.30 น.คณะพร้อมกัน ณ สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ เคาน์เตอร์สายการบินไทย ประตู 4 แถว H พบเจ้าหน้าที่คอยอำนวยความสะดวก

วันที่ 2กรุงเทพฯ – เวียนนา – พระราชวังเชินบรุนน์ – บูดาเปสต์ – ล่องเรือแม่น้ำดานูบ
01.30 น.ออกเดินทางสู่กรุงเวียนนา โดยเที่ยวบินที่ TG 936
07.00 น.ถึงสนามบินเวทชาท กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย (เวลาท้องถิ่นช้ากว่าประเทศไทย 6 ชั๋วโมง และจะเปลี่ยนเป็น 5 ชั๋วโมงในวันที่ 31 มีนาคม 2562) ผ่านขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมือง จากนั้นนำเข้าชมความงดงามของพระราชวังเชินบรุนน์ (Schoenbrunn Palace) แห่งราชวงศ์ฮัปสเบิร์ก ซึ่งมีประวัติการสร้างมาตั้งแต่กลางคริสต์ศตวรรษที่ 16 และต่อมาพระนางมาเรีย เทเรซ่า ให้สร้างขึ้นใหม่อย่างสง่างามด้วยจำนวนห้องถึง 1,441 ห้องในระหว่างปีค.ศ.1744-1749 เพื่อใช้เป็นพระราชวังฤดูร้อน ชมความโอ่อ่าของท้องพระโรงและพลับพลาที่ประทับ ซึ่งได้รับการตกแต่งอย่างวิจิตรบรรจง ซึ่งสวยงามไม่แพ้พระราชวังแวร์ซายส์ของฝรั่งเศส จากนั้นนำชมบริเวณรอบนอกโบสถ์สเตเฟ่นส์ (St. Stephen’s Cathedral) สัญลักษณ์ของกรุงเวียนนา ซึ่งพระเจ้าคาร์ลที่ 6 โปรดให้สร้างขึ้นในปีค.ศ.1713 เพื่อเป็นการแก้บนต่อความทุกข์ยากของประชาชน จากนั้นเชิญช้อปปิ้งสินค้าเครื่องแก้วสวาร็อฟสกี้ หรือสินค้านานาชนิด อาทิเช่น Louis Vitton,Gucci, ร้านนาฬิกา Bucherer ,สินค้าเสื้อแฟชั่นวัยรุ่นทันสมัย เช่น Zara ,H&M ฯ9ฯ และสินค้าของฝาก เช่น ช๊อคโกแลตโมสาร์ท ในย่านถนนคาร์นท์เนอร์ (Karntnerstrabe) ใจกลางกรุงเวียนนา
กลางวันรับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร อาหารจีนนำท่านเดินทางโดยรถโค้ชผ่านย่านเกษตรกรรมข้ามพรมแดนสู่ กรุงบูดาเปสต์ (Budapest) เมืองหลวงของ ประเทศฮังการี (Hungary) ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นเมืองที่ทันสมัยและสวยงามด้วยศิลปวัฒนธรรมของชนหลายเชื้อชาติที่มี อารยธรรม รุ่งเรืองมานานกว่าพันปี ถึงกับได้รับการขนานนามว่าเป็น “ไข่มุกแห่งแม่น้ำดานูบ” ชมเมืองที่ได้ชื่อว่างดงามติดอันดับโลกด้วยทัศนียภาพบนสองฝั่งแม่น้ำดานูบ นำท่านล่องเรือแม่น้ำดานูบอันเลื่องชื่อ ชมความงามของทิวทัศน์และอารยะธรรมฮังการีในช่วง 600-800 ปีมาแล้วที่ตั้งเรียงรายกันอยู่ 2 ฟากฝั่ง ชมความตระการตาของอาคารต่างๆ อาทิ อาคารรัฐสภา ซึ่งงดงามเป็นที่ร่ำลือ ด้วยสถาปัตยกรรมแบบโกธิค บนตัวอาคารประกอบด้วยยอดสูงถึง 365 ยอด นอกจากนี้ท่านจะได้ชม สะพานเชน สะพานถาวรแห่งแรกที่สร้างข้ามแม่น้ำดานูบ โดยนาย WILLIAM TIERNEY CLARK วิศวกรชาวอังกฤษ เหล็กทุกชิ้นที่ใช้ในการสร้างได้ถูกนำมาจากประเทศอังกฤษเช่นกัน (การล่องเรือขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ โดยเฉพาะในช่วงฤดุหนาว น้ำในแม่น้ำอาจกลายเป็นน้ำแข็ง จนไม่สามารถล่องเรือได้ ทางบริษัทขอคืนเงินจำนวน 10 ยูโรต่อท่าน)

ค่ำรับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร อาหารพื้นเมือง (ซุปกูลาซหมู) ที่พักเดินทางเข้าสู่ที่พัก MERCURE BUDA หรือเทียบเท่า

วันที่ 3บูดาเปสต์ – Outlet – บราติสลาวา – เบอร์โน
เช้ารับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมนำท่านชมบริเวณ CASTLE HILL ซึ่งเต็มไปด้วยสถาปัตยกรรมโบราณอันทรงคุณค่า ถ่ายรูปด้านนอกของอาคารพระราชวังโบราณ แล้วชมบริเวณรอบนอกโบสถ์แมทเธียส (Matthias Church) ซึ่งเคยใช้เป็นสถานที่จัดพิธีสวมมงกุฎให้กษัตริย์มาแล้วหลายพระองค์ ชื่อโบสถ์มาจากชื่อกษัตริย์แมทเธียส ซึ่งเป็นกษัตริย์ที่ทรงพระปรีชาสามารถมาก และยังเป็นกษัตริย์ผู้ทรงสร้างสิ่งก่อสร้างที่งดงามในเมืองหลวงต่างๆ อีกมากมาย ซึ่งสร้างในสไตล์นีโอ-โกธิก หลังคาสลับสีสวยงามอันเป็นจุดเด่นที่สุดในศตวรรษที่ 15 ถัดจากโบสถ์เป็นอนุสาวรีย์ของพระเจ้าสตีเฟ่นที่ 1 พระบรมรูปทรงม้า ผลงานประติมากรรมที่งดงามของศตวรรษที่ 11 อยู่หน้า ป้อมชาวประมง (Fisherman’s Bastion) จุดชมวิวเหนือเมืองบูดาที่ท่านสามารถชมความงามของแม่น้ำดานูบได้อย่างดีป้อมแห่งนี้สร้างขึ้นตั้งแต่ ค.ศ.1905 โดยกลุ่มชาวประมงฮังกาเรียน จากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมืองปาร์นดอร์ฟ เพื่อนำท่านสู่ McArthurGlen Designer Outlet in Parndorf

อิสระอาหารกลางวันตามอัธยาศัยบ่ายให้เวลาท่านได้อิสระช้อปปิ้งสินค้าแบรนด์เนมมากมาย อาทิ เช่น GUCCI, BALLY, HUGO BOSS, BENETTON, BURBERRY, CALVIN KLEIN, CROCS, GEOX, GUESS, LACOSTE, NIKE, OAKLEY, DIESEL และอื่นๆอีกมากมาย *** เนื่องจาก OUTLET จะปิดทำการในวันอาทิตย์ ถ้าหากคณะใดตรงกับวันอาทิตย์ในวันนั้น ทางบริษัทขอสลับโปรแกรมไปในวันอื่นไปแทน*** จากนั้นนำเดินทางสู่กรุงบราติสลาว่า (Bratislava) เมืองหลวงและเมืองที่ใหญ่ที่สุดของประเทศสโลวัค(Slovak) ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำดานูบที่บริเวณพรมแดนของ สโลวัค ออสเตรีย และฮังการี และใกล้กับพรมแดนสาธารณรัฐเช็ก นำท่านชมบรรยากาศของกรุงบราติสลาวา ซึ่งเป็นที่ตั้งของรัฐสภาแห่งสโลวัก นำท่านถ่ายรูปคู่กับปราสาทบราติสลาวา(Bratislava Castle) ซึ่งเป็นอาคารทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าตั้งอยู่บนเนินเขา ริมฝั่งแม่น้ำดานูบ ท่านสามารถชมทัศนียภาพอันงดงามของเมืองได้จากมุมของปราสาทแห่งนี้ จากนั้นเดินทางสู่เมืองเบอร์โน (Brno) เมืองใหญ่อันดับสองประเทศสาธารณรัฐเช็ก

ค่ำรับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร อาหารพื้นเมืองที่พักเดินทางเข้าสู่ที่พัก BEST WESTERN หรือเทียบเท่า

วันที่ 4เบอร์โน – ปราก – ปราสาทปราก
เช้ารับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมนำคณะเดินทางสู่กรุงปราก (Prague) เมืองหลวงของประเทศสาธารณรัฐเช็ก อดีตเมืองหลวงของสาธารณรัฐเชคโกสโลวาเกีย ซึงได้สมญานามมากมาย เช่น นครแห่งปราสาท และโรมแห่งอุดรทิศ

กลางวันรับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร อาหารจีนบ่ายนำเข้าชมปราสาทแห่งปราก (Prague Castle) ที่สร้างขึ้นอยู่บนเนินเขาตั้งแต่สมัยคริสต์ศตวรรษที่ 9 ในสมัยเจ้าชาย Borivoj แห่งราชวงศ์ Premyslids ซึ่งปัจจุบันเป็นทำเนียบประธานาธิบดีมาตั้งแต่ปี ค.ศ.1918 ชมมหาวิหาร เซนต์วิตุส (St.Vitus Cathedral) อันงามสง่าด้วยสถาปัตยกรรมแบบโกธิคในสมัยศตวรรษที่ 14 นับว่าเป็นมหาวิหารสไตล์โกธิคที่ใหญ่ที่สุดในกรุงปราก ซึ่งพระเจ้าชาร์ลที่ 4 โปรดให้สร้างขึ้นในปี ค.ศ.1344 ภายในเป็นที่เก็บพระศพของกษัตริย์สำคัญในอดีต เช่น พระเจ้าชาร์ลที่ 4, พระเจ้าเฟอร์ดินานด์ที่ 1 และ พระเจ้าแมกซิมิเลี่ยนที่ 2 เป็นต้น (กรณีมีพิธีภายในมหาวิหาร อาจไม่ได้รับอณุญาตให้เข้าชม) แล้วชมพระราชวังหลวง (Royal Palace) ที่เป็นหนึ่งในส่วนที่เก่าแก่ที่สุดของปราสาท ใช้เป็นที่ประทับของเจ้าชายโบฮีเมียนทั้งหลาย แล้วเดินชมย่านช่างทองโบราณ (Golden Lane) ซึ่งปัจจุบันมีร้านขายของที่ระลึก วางจำหน่ายอยู่มากมาย จากนั้นนำท่านเดินเล่นบนสะพานชาร์ล (Charles Bridge) สะพานเก่าแก่ข้ามแม่น้ำวัลตาวา สไตล์โกธิคที่สร้างขึ้นตั้งแต่กลางคริสต์ศตวรรษที่ 14 สมัยพระเจ้าชาร์ลที่ 4 ชมรูปปั้นโลหะของเหล่านักบุญที่ตั้งอยู่สองข้างราวสะพานกว่า 30 องค์ จากนั้นนำท่านเดินสู่ประตูเมืองเก่า “Powder Gate” ขอบเขตเมืองในสมัยโบราณ, ศาลาว่าการเมืองหลังเก่า (Old Town Hall) ที่สร้างมาตั้งแต่ปี ค.ศ.1338 มีจุดเด่นคือ นาฬิกาดาราศาสตร์ (Astronomical Clock) ที่สวยงามและยังตีบอกเวลาทุกๆชั่วโมง ให้เวลาท่านอิสระเดินเล่น และช้อปปิ้งสินค้าแบรนด์เนมย่านเมืองเก่า

ค่ำรับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร อาหารไทยที่พักเดินทางเข้าสู่ที่พัก NH PRAGUE หรือเทียบเท่า

วันที่ 5ปราก – คาร์โลวี วารี – เชสกี้ครุมลอฟ
เช้ารับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมนำเดินทางโดยรถโค้ชสู่ เมืองคาร์โลวี วารี (Karlovy vary) ที่ได้ชื่อว่าเป็นเมืองแห่งสปาที่ใหญ่ที่สุดของสาธารณรัฐเช็ค เป็นเมืองที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลกว่าเป็นศูนย์กลางบำบัดโรคภัยต่างๆ นำเดินชมเมืองคาร์โลวี วารี ซึ่งปัจจุบันเป็นที่นิยมของผู้คนทั่วโลกที่จะมาใช้บริการรักษาสุขภาพตามความเชื่อที่มีมาแต่สมัยโบราณ เชิญทดลองดื่มน้ำแร่ซึ่งต้องดื่มกับแก้วพิเศษโดยเฉพาะ เป็นแก้วพอร์ซเลนที่มีปากยื่นออกมาเหมือนกาน้ำ

กลางวันรับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร อาหารพื้นเมือง (เป็ดสไตล์โบฮีเมียน) บ่ายนำท่านเดินทางสู่เมืองมรดกโลกเชสกี้ ครุมลอฟ (Cesky Krumlov) นำชมเมืองที่ได้ชื่อว่าเป็นเพชรน้ำงามแห่งโบฮีเมีย เมืองที่ได้รับการยกย่องจากองค์การยูเนสโก้ให้เป็นเมืองมรดกโลกใน ค.ศ.1992 (World Heritage) เมืองนี้ตั้งอยู่ริมสองฝั่งของแม่น้ำวัลตาวา ความโดดเด่นของเมืองที่มีอาคารเก่าแก่ตั้งแต่ยุคกลางกว่า 300 ปี หลังได้รับการอนุรักษ์และขึ้นทะเบียนไว้ให้เป็นสถานที่สำคัญแห่งหนึ่งของโลก นำชมปราสาทครุมลอฟ (Krumlov) จากบริเวณรอบนอก ซึ่งสร้างขึ้นเมื่อปีค.ศ.1250 ถือเป็นปราสาทที่ใหญ่เป็นอันดับสองของประเทศรองลงมาจากปราสาทปร๊าก มีอายุเก่าแก่กว่า 700 ปี ซึ่งตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำวอลตาวา (Valtawa River) ตรงบริเวณคุ้งน้ำ ฝั่งตรงข้ามเป็นย่านเมืองเก่าคลาสสิค Senete Square และโบสถ์เก่ากลางเมือง

ค่ำรับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร อาหารจีนที่พักเข้าสู่ที่พัก โรงแรม HOTEL MLYN หรือเทียบเท่า

วันที่ 6เชสกี้ครุมลอฟ – มิวนิค – ฟุสเซ่น
เช้ารับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมนำท่านเดินทางสู่เมืองมิวนิค (Munich) อยู่ทางใต้ของประเทศเยอรมนี และเป็นเมืองหลวงของรัฐบาวาเรีย ยังเป็นเมืองที่ใหญ่เป็นอันดับสามของประเทศ (รองจากเบอร์ลินและฮัมบูร์ก) และเป็นหนึ่งในเมืองมั่งคั่งที่สุดของยุโรป ซึ่งมีพรมแดนติดเทือกเขาแอลป์ โดยรัฐบาวาเรียเคยเป็นรัฐอิสระปกครองด้วยกษัตริย์มาก่อน ก่อนที่จะผนวกเข้าเป็นส่วนหนึ่งของประเทศเยอรมนี จึงมีเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมเป็นของตัวเอง ทั้งด้านศิลปวัฒนธรรม และอาหารอันเลื่องชื่อ ซึ่งได้แก่ ไส้กรอกเยอรมัน ขาหมูทอด เพรทเซล และเบียร์

อิสระอาหารกลางวันตามอัธยาศัยบ่ายนำชมจัตุรัสมาเรียน พลาสท์ (Marienplatz) ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นของประวัติศาสตร์และธุรกิจของนครมิวนิค บริเวณนี้เป็นที่ตั้งของศาลาว่าการเมืองที่มีรูปแบบสถาปัตยกรรมแบบโกธิคที่งดงามซึ่งสร้างขึ้นในช่วงปลายคริสต์ศตวรรษที่ 19 ใช้เวลาสร้างถึง 42 ปี มีหอระฆังสูง 85 เมตร ซึ่งจะมีนักท่องเที่ยวรอคอยเฝ้าชมตุ๊กตาไขลานที่จะออกมาเต้นรำ เมื่อนาฬิกาตีบอกเวลา 11.00 น. และ 17.00 น. ในช่วงฤดูร้อน อิสระให้ท่านเลือกซื้อสินค้าแบรนด์เนมและของที่ระลึกตามอัธยาศัย จากนั้นเดินทางสู่เมืองฟุสเซ่น (Fussen) เป็นเมืองเก่ามาตั้งแต่ครั้งจักรวรรดิโรมัน เป็นที่ตั้งปราสาทของกษัตริย์บาวาเรีย ล้อมรอบไปด้วยทะเลสาบน้อยใหญ่ที่มีความงดงามทางด้านทัศนียภาพ เป็นเมืองสุดท้ายบนถนนสายโรแมนติกที่เคยมีความรุ่งเรืองในอดีตตั้งแต่ยุคโรมัน และได้ใช้เมืองนี้เป็นจุดแวะพักขนถ่ายสินค้า และซื้อขายเกลือมาแต่โบราณ

ค่ำรับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร อาหารจีนที่พักเดินทางเข้าสู่ที่พัก LUITPOLDPARK หรือเทียบเท่า

วันที่ 7ฟุสเซ่น – ปราสาทนอยชวานสไตน์ – อินส์บรูก
เช้ารับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมนำท่านสู่เมืองโฮเฮนชวานเกา (Hohenschwangau) เมืองเล็กๆที่สวยงามบริเวณเขตชายแดนของประเทศเยอรมนีและออสเตรีย เพื่อนำท่านเดินทางขึ้นปราสาทชมความสวยงามของปราสาทนอยชวานสไตน์ (Neuschwanstein Castle) นำชมต้นแบบของปราสาทเจ้าหญิงนิทราในดิสนีย์แลนด์ ซึ่งปราสาทนอยชวานสไตน์ ตั้งตระหง่านอยู่บนยอดเขาดุจปราสาทในเทพนิยาย ซึ่งเป็นปราสาทของพระเจ้าลุดวิคที่ 2 หรือ เจ้าชาย หงส์ขาว ชมความวิจิตรพิสดารของห้องต่างๆ ที่ได้รับการตกแต่งอย่างงดงามด้วยการออกแบบของริชาร์ด ว้ากเนอร์ ซึ่งเป็นนักประพันธ์เพลงที่ทรงโปรดปรานยิ่ง

กลางวันรับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร อาหารพื้นเมือง (ขาหมูเยอรมัน)บ่ายออกเดินทางต่อสู่เมืองอินส์บรูค (Innsbruck) เป็นเมืองหลวงของแคว้นทีโรล เป็นเมืองเอกด้านการท่องเที่ยวของประเทศออสเตรีย ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำอิน ซึ่งคำว่าอินส์บรูคนั้น แปลว่า สะพานแห่งแม่น้ำอิน มีลักษณะแคบๆแทรกตัวอยู่ระหว่างเทือกเขาแอลป์ ชมหลังคาทองคำ(Golden Roof) เป็นสัญลักษณ์สำคัญของเมืองอินส์บรูค ซึ่งตั้งอยู่ในเขตเมืองเก่า สร้างขึ้นโดยจักรพรรดิ Friedrich ที่ 4 ในช่วงต้นศตวรรษที่ 15 สำหรับเป็นที่ประทับของผู้ปกครองแคว้นทิโรล ต่อมาจักรพรรดิ Maximilian

ค่ำรับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร อาหารจีนที่พักเข้าสู่ที่พัก โรงแรม RAMADA INNSBRUCK TIVOLI หรือเทียบเท่า

วันที่ 8อินส์บรูค – ฮัลสตัท – เวียนนา
เช้ารับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมออกเดินทางสู่ฮัลสตัท (Hallstatt) หมู่บ้านมรดกโลกแสนสวย อายุกว่า 4,500 ปี เมืองที่ตั้งอยู่ริมทะเลสาบ โอบล้อมด้วยขุนเขาและป่าสีเขียวขจีสวย งามราวกับภาพวาด กล่าวกันว่าเป็นเมืองที่โรแมนติกที่สุดใน Salzkammergut เขตที่อยู่บนอัพเพอร์ออสเตรีย และมีทะเลสาบสวยถึง 76 แห่ง ออสเตรียให้ฉายาเมืองนี้ว่าเป็นไข่มุกแห่งออสเตรีย และเป็นพื้นที่มรดกโลกของ UNESCO Cultural-Historical Heritage เพียงเดินเที่ยวชมเมืองเสมือนหนึ่งท่านอยู่ในภวังค์แห่งความฝัน

กลางวันรับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร อาหารพื้นเมือง บ่ายได้เวลาอันสมควรนำท่านเดินทางต่อสู่ สู่กรุงเวียนนา (Vienna) เมืองหลวงของประเทศออสเตรีย ผ่านชมเส้นทางธรรมชาติของทิวเขาสูง และพื้นที่อันเขียวชอุ่มของป่าไม้แห่งออสเตรีย ชมถนนสายวงแหวน (Ringstrasse) ที่แวดล้อมไปด้วยอาคารอันงดงามสถาปัตยกรรมเก่าแก่ ผ่านชมโรงละครโอเปร่า ที่สร้างขึ้นในระหว่างปีค.ศ.1863-1869 แต่ตัวอาคารได้ถูกทำลายไปในระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 และเปิดใหม่อีกครั้งในปีค.ศ.1955, ผ่านพระราชวังฮอฟเบิร์ก (Hofburg Palace) ซึ่งเป็นกลุ่มอาคารที่เคยเป็นที่ประทับของราชสำนักฮัปสบูร์ก มาตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 13 จนถึงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 20

อิสระอาหารค่ำตามอัธยาศัยที่พักเดินทางเข้าสู่ที่พัก NH VIENNA AIRPORT หรือเทียบเท่า

วันที่ 9เวียนนา – กรุงเทพฯ
เช้ารับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมนำเดินทางสู่สนามบินชเวทชาท กรุงเวียนนา เพื่อให้ท่านมีเวลาในการทำคืนภาษี (Tax Refund) และมีเวลาในการเลือกซื้อสินค้าในร้านค้าปลอดภาษีภายในสนามบิน

13.30 น.ออกเดินทางกลับสู่กรุงเทพ เที่ยวบินที่ TG 937

วันที่ 10กรุงเทพฯ
05.20 น.ถึง สนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพมหานคร ด้วยความสวัสดิภาพ