รหัส MUC-TG006 Grand Southern Germany 10 วัน 7 คืน การบินไทย (TG)
วันเดินทาง
ราคาทัวร์
6-15, 22 ก.พ. - 3 มี.ค 2019 66,900 บาท/ท่าน
1-10, 15-24, 22-31 มี.ค. 2019 66,900 บาท/ท่าน
5-14 เมษายน 2019 83,900 บาท/ท่าน
7-16 เมษายน 2019 85,900 บาท/ท่าน
9-18 เมษายน 2019 88,900 บาท/ท่าน

ทัวร์เยอรมันนี 2562 แกรนด์เยอรมัน 10 วัน ทัวร์เยอรมันนี กุมภาพันธ์ – เมษายน 2019 การบินไทย

ทัวร์เยอรมันนี 2562 แกรนด์เยอรมัน 10 วัน ทัวร์เยอรมันนี การบินไทย ทัวร์เยอรมัน ประเทศเดียว เยอรมัน มิวนิก ปราสาทนอยชวานสไตน์ เมืองมิวนิค พิชิตยอดเขาซุกสปิตเซ่ (ZUGSPITZE)  ปราสาทไฮเดลเบิร์ก (Heidelberg Castle) ปราสาทสร้างด้วยหินทรายสีแดงซึ่งมีอายุกว่า 900 ปี  ปราสาทโฮเฮนชวานเกา (Hohenschwangau) และ ปราสาทนอยชวานสไตน์ (Neuschwanstein Castle) ต้นแบบของปราสาทเจ้าหญิงนิทรา  เมืองทิทิเซ่ (Titise) เมืองริมทะเลสาปที่ตั้งอยู่ในเขตป่าดำ (Black Forest)  เข้าชม พระราชวังแฮเรนเคียมเซ่ พระราชวังที่ได้รับการขนานนามเป็น “แวร์ซายน์แห่งบาวาเรียน”

วันที่ 1: กรุงเทพฯ วันที่ 1: กรุงเทพฯ
21.50 น. คณะพร้อมกัน ณ สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ เคาน์เตอร์สายการบินไทย ประตู 2 เคาน์เตอร์ D  สายการบินไทย  พบเจ้าหน้าที่คอยอำนวยความสะดวก

วันที่ 2: กรุงเทพฯ – มิวนิค – เอาก์สบูร์ก – ศาลาว่าการเมืองเก่าแห่งเอาก์สบูร์ก – นูเรมเบิร์ก
00.50 น. ออกเดินทางสู่เมืองมิวนิคด้วยเที่ยวบิน TG 924
***คณะเดินทางตั้งแต่วันที่ 7 เม.ย. 62 เป็นต้นไป ออกเดินทาง เวลา 00.50 น. และถึงมิวนิค เวลา 07.05 น.***
06.45 น. ถึงสนามบินมิวนิค ประเทศเยอรมนี (เวลาท้องถิ่นช้ากว่าประเทศไทย 6 ชั่วโมง และจะเปลี่ยนเป็น 5 ชั่วโมงในวันที่ 31 มีนาคม 2562) ผ่านขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมือง นำท่านเดินทางสู่เมืองเอาก์สบูร์ก (AUGSBURG) เป็นเมืองใหญ่อันดับ 3 ของแคว้นบาวาเรียรองจากมิวนิกและนูเรมเบิร์ก โดยชื่อเมืองได้มาจากชื่อของจักรพรรดิ ออกุสตุส (Augustus) แห่งโรมัน ถือเป็นเมืองโบราณบนเส้นทางสาย โรแมนติกของอาณาจักรบาวาเรีย ให้ท่านได้เข้าชม ศาลาว่าการเมืองเก่าแห่งเอาก์สบูร์ก (Augsburger Rathaus and GoldeneSaal) สร้างขึ้นในคริสตวรรษที่ 14 โดยถูกออกแบบจนแล้วเสร็จในราวคริสตวรรษที่ 17 โดยนาย อีไลส์ ฮอลล์ สถาปนิกผู้โด่งดังในการออกแบบสถาปัตยกรรมรูปแบบเรอเนสซองส์แห่งเยอรมัน ให้ท่านได้เช้าชมห้องโถงทองคำ (Golden Hall) เป็นห้องที่สำคัญที่สุดในอาคารแห่งนี้ เพราะถือยังคงรักษารูปแบบการตกแต่งแบบเรอเนสซองส์เยอรมันได้อย่างสมบูรณ์

กลางวัน         รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร อาหารจีน เดินทางสู่เมืองนูเรมเบิร์ก (Nuremberg) เมืองที่มีอาคารบ้านเรือนแบบโบราณที่สวยงามเป็นเอกลักษณ์ มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 900 ปี และเมื่อสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ฮิตเลอร์ได้ใช้สถานที่แห่งนี้เป็นกองบัญชาการทางการทหารเพื่อต่อสู่ในสงครามโลกครั้งที่ 2 และตัวเมืองโดนกลุ่มสัมพันธ์มิตรถล่มเสียหายเกือบทั่วทั้งเมือง แต่ชาวเมืองก็ได้ร่วมมือกันบูรณะให้กลับมาอยู่ในสภาพใกล้เคียงของเดิมมากที่สุด นำท่านถ่ายรูปกับวิหารเซนต์ลอเรนซ์ (St. Lorenz) วิหารสวยประจำเมือง

ค่ำ      รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร อาหารจีน  ที่พัก      เดินทางเข้าสู่ที่พัก MERCURE CONGRESS หรือเทียบเท่า

วันที่ 3: นูเรมเบิร์ก – แบมเบิร์ก – OUTLET – วูซ์บวร์ก
เช้า       รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม นำท่านเดินทางสู่เมืองแบมเบิร์ก (Bamberg) นำท่านชมเมืองแบมเบิร์ก ส่วนที่เป็นเขตเมืองเก่าของเมืองแบมแบร์กได้รับการขึ้นทะเบียนจาก UNESCO ให้เป็นเมืองมรดกโลก เนื่องจากเป็นหนึ่งในไม่กี่เมืองในเยอรมนี ที่รอดพ้นจากการที่ถูกบอมบ์ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ตึกรามบ้านช่องในเขต 2 เมืองเก่าจึง “เก่าจริง” มิได้สร้างหรือซ่อมแซมใหม่ให้ดู “เหมือนเก่า” นำท่านชมมหาวิหารแบมเบิร์ก หรือชื่อเป็นทางการว่า มหาวิหารเซนต์ปีเตอร์และเซนต์จอร์จ (The Imperial Cathedral of St. Peter’s and St. George’s) มีความสาคัญเป็นที่ตั้งของสังฆมณฑลของอัครบาทหลวงแห่ง แบมแบร์ก สร้างด้วยสถาปัตยกรรมแบบโรมานเนสก์ สร้างครั้งแรกในปี ค.ศ.1004  โดยจักรพรรดิเฮนรีที่สอง  จากนั้นชมศาลากลางหลังเก่าของเมืองที่สร้างคล่อมทับแม่น้ำเรกนิตซ์

กลางวัน       รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร อาหารพื้นเมือง (ไส้กรอกเยอรมัน) บ่าย นำท่านเดินทางสู่ Wertheim Village Outlet ให้ท่านเพลิดเพลินกับการ ชอปปิ้งเอาท์เลท ที่รวบรวมร้านค้าชั้นนำไว้อย่างมากมาย อาทิเช่น COACH, FRED PERRY, POLO RALPH RAUREN, SUPERDRY, TOMMY HILFIGER, TIMBERLAND, VERSACE, TAG HEUER, SWAROVSKI เป็นต้น จากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมืองวูซ์บวร์ก (Würzburg) เป็นเมืองที่ตั้งอยู่ในบริเวณฟรังโคเนียที่ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของรัฐบาวาเรียในประเทศเยอรมนี
ค่ำ       อิสระอาหารค่ำตามอัธยาศัย  ที่พัก      เดินทางเข้าสู่ที่พัก NOVOTEL หรือเทียบเท่า

วันที่ 4: วูซ์บวร์ก – โรเธนเบิร์ก – ไฮเดลเบิร์ก – ปราสาทไฮเดลเบิร์ก – สตุทการ์ท
เช้า       รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม นำท่านเดินทางสู่เมืองโรเธนเบิร์ก (Rothengurg) หรือชื่อเต็มคือ โรเธนเบิร์ก ออบ แดร์ เทาเบอร์ ROTHENBURG OB DER TAUBER อดีตเมืองโบราณจากยุคกลางแห่งแคว้นบาวาเรีย ที่ยังคงเอกลักษณ์ของกลุ่มอาคารสถาปัตยกรรมแบบโกธิค และเรอเนสซองส์ในรูปแบบเยอรมันขนานแท้ ทำให้ที่นี่กลายเป็นเมืองประวัติศาสตร์อันแสนโรแมนติกและสมบูรณ์มากที่สุด เนื่องจากรอดพ้นจากสงครามโลกมาได้ นำท่านชมย่านเมืองเก่าของโรเธนเบิร์ก (Marktplazt) ถ่ายรูปกับศาลาว่าการ Ratstrinkstube สไตล์โกธิคเรอเนสซองค์  ให้เวลาลัดเลาะแนวกำแพงเมืองที่โอบล้อมบ้านเรือนที่ก่อด้วยอิฐสีสันต่างๆและมุงด้วยหลังคาสีส้มซึ่งถือเป็นเอกลักษณ์แห่งการสร้างบ้านในยุคกลางของเยอรมัน หลังจากนั้นนำท่านเดินทางต่อสู่เมืองไฮเดลเบิร์ก (Heidelberg) เป็นเมืองที่สุดแสนโรแมนติก ตั้งอยู่บริเวณฝั่งแม่น้ำเน็กคาร์ (Neckar River) อดีตเมืองศูนย์กลางการศึกษาที่สำคัญของเยอรมัน เป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยไฮเดลเบิร์ก ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกของเยอรมัน ด้วยความสวยงามของเมืองนี้ทำให้มีนักท่องเที่ยวนับล้านคนในแต่ละปีต้องมาเยือนเมืองแห่งนี้ แล้วนำท่านผ่านชมย่านการค้าและแหล่งรวมของนักศึกษานานาชาติ
กลางวัน       รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร อาหารจีน  บ่าย นำท่านเข้าชมปราสาทไฮเดลเบิร์ก (Heidelberg Castle) ที่สร้างขึ้นอยู่บนเชิงเขาเหนือแม่น้ำเน็กคาร์ ซึ่งสามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ของเมืองได้โดยรอบ โดยตัวปราสาทสร้างด้วยหินทรายสีแดงซึ่งมีอายุกว่า 900 ปี ชมประตูคืนเดียว (Elisabeth’s Gate) ที่สร้างขึ้นโดยคำสั่งของพระเจ้าเฟเดอริก ที่สร้างเพื่อเป็นของขวัญวันเกิดแด่ พระมเหสี อลิซาเบธ ซึ่งสร้างเสร็จภายในคืนเดียว จากนั้นชมถังไวน์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกมีความจุถึง 220,000 ลิตร นำท่านเดินทางสู่เมืองสตุทการ์ท (Stuttgart) เมืองศูนย์กลางทางเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมที่สำคัญแห่งหนึ่งของเยอรมนี โดยเฉพาะอุตสาหกรรมยานยนต์ โดยที่นี่ได้ชื่อว่าเป็น “ดีทรอยท์แห่งเยอรมนี” เลยทีเดียว นำท่านเข้าสู่ จตุรัสลอสส์พลาทซ์ (Schlossplatz) จัตุรัสใจกลางเมืองที่ใหญ่ที่สุดในเมือง ที่ถูกสร้างขึ้นในช่วงระหว่างปี 1746 – 1807 และมีการปรับปรุงใหม่อีกครั้งในปี 1977 เป็นที่ตั้งของสถานที่สำคัญๆมากมายไม่ว่าจะเป็น, พิพิธภัณฑ์ศิลปะ , ลานน้ำพุ, สถานีรถไฟหลัก และอื่นๆ
ค่ำ      อิสระอาหารค่ำตามอัธยาศัย ที่พัก       เดินทางเข้าสู่ที่พัก MERCURE AN DER MESSE หรือเทียบเท่า

วันที่ 5: สตุทการ์ท – ทิทิเซ่ – ลินเดา – ฟุสเซ่น

เช้า       รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม นำท่านเดินทางสู่เมืองทิทิเซ่ เมืองริมทะเลสาปที่ตั้งอยู่ในเขตป่าดำ (Black Forest) ให้ท่านได้อิสระชมความงามของบ้านเรือน ชมทัศนียภาพของทะเลสาบที่มีฉากหลังเป็นป่าสนอยู่บนภูเขา ที่เรียกว่า แบล็กฟอเรสต์ สถานที่อันเป็นต้นกำเนิดนาฬิกากุ๊กกู ให้ท่านได้มีโอกาสชิมเค้กแบล็กฟอเรสอันขึ้นชื่อ ณ เมืองต้นตำรับตามอัธยาศัย และเพลิดเพลินกับการเลือกซื้อสินค้าที่ระลึก
กลางวัน       รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร อาหารพื้นเมือง บ่าย นำท่านเดินทางสู่เมืองลินเดาว (Lindau) เมืองที่ถูกโอบล้อมด้วยทะเลสาปโบเดนซี (Bodensee) เมืองแห่งนี้มีอายุเก่าแก่ตั้งแต่ปี ค.ศ. 882 และมีพื้นที่ติดชายแดนถึงสองประเทศ คือ ออสเตรีย และ สวิตเซอร์แลนด์ จากนั้นเดินทางสู่เมืองฟุสเซ่น (Fussen) เป็นเมืองเก่ามาตั้งแต่ครั้งจักรวรรดิโรมัน เป็นที่ตั้งปราสาทของกษัตริย์บาวาเรีย ล้อมรอบไปด้วยทะเลสาบน้อยใหญ่ที่มีความงดงามทางด้านทัศนียภาพ เป็นเมืองสุดท้ายบนถนนสายโรแมนติกที่เคยมีความรุ่งเรืองในอดีตตั้งแต่ยุคโรมัน และได้ใช้เมืองนี้เป็นจุดแวะพักขนถ่ายสินค้า และซื้อขายเกลือมาแต่โบราณ
ค่ำ        รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร อาหารจีน ที่พัก        เข้าสู่ที่พัก โรงแรม LUITPOLD PARK  หรือเทียบเท่า

วันที่ 6: ฟุสเซ่น – ปราสาทนอยชวานสไตน์ – ปราสาทโฮเฮนชวานเกา – ฟุสเซ่น
เช้า      รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม นำท่านสู่เมืองโฮเฮนชวานเกา (Hohenschwangau) เมืองเล็กๆที่สวยงามบริเวณเขตชายแดนของประเทศเยอรมนีและออสเตรีย จากนั้นเดินทางขึ้นปราสาทเพื่อเข้าชมความสวยงามของปราสาทนอยชวานสไตน์ (Neuschwanstein Castle) นำชมต้นแบบของปราสาทเจ้าหญิงนิทราในดิสนีย์แลนด์ ซึ่งปราสาทนอยชวานสไตน์ ตั้งตระหง่านอยู่บนยอดเขาดุจปราสาทในเทพนิยาย ซึ่งเป็นปราสาทของพระเจ้าลุดวิคที่ 2 หรือ เจ้าชายหงส์ขาว ชมความวิจิตรพิสดารของห้องต่างๆ ที่ได้รับการตกแต่งอย่างงดงามด้วยการออกแบบของริชาร์ด ว้ากเนอร์  ซึ่งเป็นนักประพันธ์เพลงที่ทรงโปรดปรานยิ่ง
กลางวัน       รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร อาหารพื้นเมือง (ขาหมูเยอรมัน) บ่าย นำท่านเข้าชมปราสาทโฮเฮนชวานเกา (Hohenschwangau Castle) ปราสาทพระราชวังฤดูร้อนแห่งบาวาเรียเยอรมัน ปราสาทโฮเฮนชวานเกาตั้งอยู่ใกล้กับทางขึ้นปราสาท Neuschwanstein ใกล้ๆ ทะเลสาบ Alpsee เป็นปราสาทที่พระเจ้าลุดวิกที่ 2 แห่งบาวาเรียประทับเมื่อยังทรงพระเยาว์ จากนั้นเดินทางกลับสู่เมืองฟุสเซ่น (Fussen) อิสระให้ท่านได้เดินเล่นชมเมืองตามอัธยาศัย
ค่ำ       รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร อาหารพื้นเมือง  ที่พัก        เดินทางเข้าสู่ที่พัก LUITPOLD PARK  หรือเทียบเท่า

วันที่ 7: ฟุสเซ่น – การ์มิช พาร์เท่น เคียร์เช่น – ยอดเขา ซุกสปิตเซ่ – แฮเรนเคียมเซ่ – พระราชวังแฮเรนเคียมเซ่ – โรเซนไฮม์
เช้า       รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม นำท่านต่อไปยังเมืองการ์มิช พาร์เท่น เคียร์เช่น (Garmisch Partenkirchen) ประเทศเยอรมนี เพื่อนำท่านสู่ สถานีรถไฟซุกสปิตเซ่ เพื่อโดยสารรถไฟไต่เขาเดินทางขึ้นสู่ ยอดเขาซุกสปิตเซ่ ภูเขาที่สูงที่สุดในเยอรมัน ให้ท่านชื่นชมทัศนียภาพที่สวยงามตลอด2ข้างทาง จนถึงลานหิมะบนความสูงระดับ 2,000เมตร นำท่านเปลี่ยนเป็นกระเช้าเคเบิลคาร์เพื่อไต่ระดับความสูงสู่ระดับความสูง 3,000 เมตร ให้เวลาท่านเดินเล่นถ่ายรูปและชื่นชมความสวยงามของเทือกเขาแอลป์ และบนยอดเขาซุกสปิตเซ่ นั้นเป็นอีกหนึ่งพรมแดนทางธรรมชาติของเยอรมันและออสเตรีย
กลางวัน       รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารบนยอดเขา อาหารพื้นเมือง บ่าย นำท่านเดินทางนั่งเรือข้ามสู่เกาะเคียมเซ (Chiemsee Island) อันเป็นที่ตั้งของพระราชวังแฮเรนเคียมเซ่พระราชวังที่ได้รับการขนานนามให้เป็น “พระราชวังแวร์ซายน์ แห่ง บาวาเรียน”  โดยพระราชวังนี้ถูกสร้างโดยพระเจ้าลุควิคที่ 2 แห่งบาวาเรีย หรือเจ้าชายหงส์ขาว โดยมีต้นแบบมาจากพระราชวังแวร์ซายน์ในประเทศฝรั่งเศส ตัวพระราชวังโอบล้อมด้วยความร่มรื่น ของป่าไม้นานาพันธ์และเชื่อมด้วยคลองขนาดใหญ่ ขนาบข้างด้วยสนามหญ้า, สวยสวยและน้ำพุ นำท่านเข้าชม พระราชวังแฮเรนเคียมเซ่ (Herrenchiemsee Palace) ภายในตกแต่งด้วยศิลปะอลังการจากช่างฝีมือในยุคนั้นที่ท่านจะได้เห็นจากห้องว่าราชการ, ห้องบรรทม, ห้องฉลองพระองค์ และที่ โดดเด่นที่สุดคือห้องกระจก (The Hall of Mirrors) ออกแบบในสไตล์เฟรนช์โรโคโค ได้เวลาอันสมควรนำท่านเดินทางต่อไปยังเมือง    โรเซนไฮม์ (Rosenheim) เมืองเล็กๆในแคว้นบาวาเรีย อิสระให้ท่านเดินเล่นถ่ายรูปตามอัธยาศัย
ค่ำ      รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร อาหารพื้นเมือง ที่พัก       เข้าสู่ที่พัก โรงแรม TRYP BY WYNDHAM หรือเทียบเท่า

วันที่ 8: โรเซนไฮม์ – มิวนิค – BMW Welt – จัตุรัสมาเรียนพลาสท์ – ช้อปปิ้ง
เช้า      รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม เดินทางสู่เมืองมิวนิค (Munich) อยู่ทางใต้ของประเทศเยอรมนี และเป็นเมืองหลวงของรัฐบาวาเรีย ยังเป็นเมืองที่ใหญ่เป็นอันดับสามของประเทศ (รองจากเบอร์ลินและฮัมบูร์ก) และเป็นหนึ่งในเมืองมั่งคั่งที่สุดของยุโรป ซึ่งมีพรมแดนติดเทือกเขาแอลป์  โดยรัฐบาวาเรียเคยเป็นรัฐอิสระปกครองด้วยกษัตริย์มาก่อน ก่อนที่จะผนวกเข้าเป็นส่วนหนึ่งของประเทศเยอรมนี จึงมีเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมเป็นของตัวเอง ทั้งด้านศิลปวัฒนธรรม และอาหารอันเลื่องชื่อ ซึ่งได้แก่ ไส้กรอกเยอรมัน ขาหมูทอด เพรทเซล และเบียร์  นำท่านเข้าสู่โลกแห่งยนตรกรรมของ BMW Welt ที่จัดแสดงอยู่ภายในอาคารขนาดใหญ่กว่า 25,000 ตรม. ตั้งอยู่ติดกับอาคารสำนักงานใหญ่ของ BMW ท่านจะได้ชมรถยนต์ในเครือของ BMW ไม่ว่าจะเป็น BMW, MINI รวมทั้ง Rolls-Royce จะมีรถยนต์แทบทุกรุ่นจัดแสดงอยู่ โดยพื้นที่ใน BMW Welt จะถูกแบ่งออกเป็นพื้นที่ต่างๆ  ในการจัดแสดงรถยนต์ BMW โมเดลปัจจุบันทุกซีรีย์, โซนมอเตอร์ไซค์ BMW, โซน MINI Exhibition, โซน Rolls-Royce Exhibition และท่านยังสามารถเลือกซื้อของที่ระลึกจากร้านค้าในโชว์รูม
กลางวัน       รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร อาหารจีน บ่าย นำชมจัตุรัสมาเรียนพลาสท์ (Marienplatz) ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นของประวัติศาสตร์และธุรกิจของนครมิวนิค บริเวณนี้เป็นที่ตั้งของศาลาว่าการเมืองที่มีรูปแบบสถาปัตยกรรมแบบโกธิคที่งดงามซึ่งสร้างขึ้นในช่วงปลายคริสต์ศตวรรษที่ 19 ใช้เวลาสร้างถึง 42 ปี มีหอระฆังสูง 85 เมตร ซึ่งจะมีนักท่องเที่ยวรอคอยเฝ้าชมตุ๊กตาไขลานที่จะออกมาเต้นรำ เมื่อนาฬิกาตีบอกเวลา 11.00 น. และ 17.00 น. อิสระท่านเลือกซื้อสินค้าแบรนด์เนม และของฝากตามอัธยาศัย
ค่ำ       อิสระอาหารค่ำตามอัธยาศัย ที่พัก       เข้าสู่ที่พัก โรงแรม MERCURE FREISING หรือเทียบเท่า

วันที่ 9: มิวนิค – กรุงเทพฯ
เช้า      รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม ได้เวลาอันสมควร นำเดินทางสู่สนามบินมิวนิค เพื่อให้ท่านมีเวลาในการทำคืนภาษี (Tax Refund) และมีเวลาในการเลือกซื้อสินค้าในร้านค้าปลอดภาษีภายในสนามบิน13.35 น. ออกเดินทางกลับสู่กรุงเทพ เที่ยวบินที่ TG 925
***คณะเดินทางตั้งแต่วันที่ 7 เม.ย. 62 เป็นต้นไป ออกเดินทาง เวลา 14.25 น. และถึงกรุงเทพฯ เวลา 06.05 น.***

วันที่ 10: กรุงเทพฯ
06.10 น. ถึง สนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพมหานคร ด้วยความสวัสดิภาพ

รหัส FRA-TG002 เยอรมนี ลักเซมเบิร์ก เนเธอร์แลนด์ เบลเยี่ยม 8 วัน 5 คืน การบินไทย
วันเดินทาง
ราคาทัวร์
9-13, 10-17, 12-19 เมษายน 2019 69,900 บาท/ท่าน
28 เม.ย. - 5 พ.ค. 2019 66,900 บาท/ท่าน
11-18 พ.ค. / 25 พ.ค. - 1 มิ.ย. 2019 59,900 บาท/ท่าน
8-15 มิ.ย / 26 มิ.ย - 3 ก.ค 2019 59,900 บาท/ท่าน

ทัวร์ยุโรปสงกรานต์ 2562 ทัวร์ยุโรปเมษายน – ทัวร์ยุโรปพฤษภาคม 2019 เที่ยวยุโรป ทัวร์เยอรมนี ลักเซมเบิร์ก เนเธอร์แลนด์ เบลเยี่ยม

ทัวร์ยุโรป สงกรานต์ 2562/2019 ทัวร์ยุโรป เยอรมนี ลักเซมเบิร์ก เนเธอร์แลนด์ เบลเยี่ยม ชมปราสาท อันโดดเด่นเป็นสง่าที่ไฮเดลเบิร์ก ชมความยิ่งใหญ่ของ มหาวิหารโคโลญ (Cologne Cathedral)  ล่องเรือเที่ยวอัมสเตอร์ดัม (Amsterdam) ปราสาทท่านเคานต์ (Castle of the Counts) ที่เมืองเกนต์ (Ghent) เที่ยวเมืองเวนิสแห่งยุโรปเหนือ ที่เมืองบรูกก์ (Brugge)  เยือนจัตุรัสกรองด์ปราซ (Grand Place) ใจกลางกรุงบรัสเซลส์ (Brussels) เมนูพิเศษ,, ขาหมูเยอรมัน ซุปกุลาซ และ เป็ดสไตล์โบฮีเมียน

วันที่ 1: กรุงเทพฯ – แฟรงก์เฟิร์ต

20.30 น. คณะพร้อมกัน ณ สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ สายการบินไทย ประตู 2 แถว D โดยมีเจ้าหน้าที่คอยต้อนรับและอำนวยความสะดวก23.40 น. ออกเดินทางสู่แฟรงค์เฟิร์ต โดยสายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG 920
***คณะเดินทางตั้งแต่วันที่ 5 เม.ย. 62 เป็นต้นไป ออกเดินทาง เวลา 23.45 น. และถึงแฟรงค์เฟิร์ต เวลา 06.00 น.***

วันที่ 2: แฟรงก์เฟิร์ต – จัตุรัสโรเมอร์ – ไฮเดลเบิร์ก

05.50 น. ถึงสนามบินแฟรงค์เฟิร์ต ประเทศเยอรมนี (เวลาท้องถิ่นช้ากว่าประเทศไทย 6 ชั๋วโมง และจะเปลี่ยนเป็น 5 ชั๋วโมงในวันที่ 31 มีนาคม 2562) นำท่านผ่านพิธีตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร นำท่านเดินทางเข้าสู่ตัวเมืองแฟรงก์เฟิร์ต (Frankfurt) ศูนย์กลางทางเศรษฐกิจและพาณิชย์ที่สำคัญของเยอรมนี รวมทั้งเป็นศูนย์กลางการธนาคารการเงินและการค้าหุ้นที่สำคัญของประเทศ ผ่านชมสถานีรถไฟแฟรงค์เฟิร์ต ซึ่งถือได้ว่าเป็นสถานีรถไฟต้นแบบของหัวลำโพงประเทศไทย ครั้งเมื่อคราวเสด็จประพาสยุโรปของรัชกาลที่ 5 นำเที่ยวชมจัตุรัสโรเมอร์ (Romerberg) ซึ่งเป็นจัตุรัสที่เก่าแก่ที่สุดในเมือง ด้านข้างก็คือ THE ROMER หรือ Frankfurt City Hall หรือศาลาว่าการเมือง ซึ่งอยู่ทางด้านตะวันตกเฉียงเหนือของจัตุรัสโรเมอร์กลางวัน       รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร อาหารจีน
บ่าย นำท่านออกเดินทางโดยรถโค้ชสู่ เมืองไฮเดลเบิร์ก (Heidelberg) เป็นเมืองที่สุดแสนโรแมนติก ตั้งอยู่บริเวณฝั่งแม่น้ำเน็กคาร์ (Neckar River) อดีตเมืองศูนย์กลางการศึกษาที่สำคัญของเยอรมัน เป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยไฮเดลเบิร์ก ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกของเยอรมัน ด้วยความสวยงามของเมืองนี้ทำให้มีนักท่องเที่ยวนับล้านคนในแต่ละปีต้องมาเยือนเมืองแห่งนี้ แล้วนำท่านผ่านชมย่านการค้าและแหล่งรวมของนักศึกษานานาชาติ จากนั้นนำเข้าชมปราสาท           ไฮเดลเบิร์ก (Heidelberg Castle) ที่สร้างขึ้นอยู่บนเชิงเขาเหนือแม่น้ำเน็กคาร์ ซึ่งสามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ของเมืองได้โดยรอบ โดยตัวปราสาทสร้างด้วยหินทรายสีแดงซึ่งมีอายุกว่า 900 ปี ชมประตูคืนเดียว (Elisabeth’s Gate)ที่สร้างขึ้นโดยคำสั่งของพระเจ้าเฟเดอริก ที่สร้างเพื่อเป็นของขวัญวันเกิดแด่ พระมเหสี อลิซาเบธ ซึ่งสร้างเสร็จภายในคืนเดียว จากนั้นชมถังไวน์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกมีความจุถึง 220,000 ลิตรค่ำ      รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร อาหารไทย
ที่พัก      เดินทางเข้าสู่ที่พัก LEONARDO HEIDELBERG หรือเทียบเท่า

วันที่ 3: ไฮเดลเบิร์ก – ลักเซมเบิร์ก – โคโลญ

เช้า       รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมนำเดินทางสู่กรุงลักเซมเบิร์ก (Luxembourg) ประเทศ ลักเซมเบิร์ก นครรัฐที่มีพื้นที่ขนาดเล็กที่สุดแห่งหนึ่งของยุโรป (2,586 ตร.กม.) ผ่านชมย่านเมืองเก่าแห่งลักเซมเบิร์ก เมืองแห่งแกรนด์ดยุค ผ่านชมสะพานสมัยโรมัน โบสถ์โนเตรอะดาม ประติมากรรมสำริดของแกรนด์ดัชเชส ชาร์ล็อตต์  ศาลาว่าการเมือง  พระราชวังที่ประทับของแกรนด์ดยุค  อาคารรัฐสภา โบสถ์เซนต์ไมเคิล และป้อมปราการสมัยโรมัน ชมวิวทิวทัศน์ของเมืองที่บ้านเรือนตั้งเรียงรายอยู่ในแนวหุบเขาดูสวยงามยิ่งกลางวัน       รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร อาหารจีน
บ่าย จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองโคโลญ (Cologne) เมืองสำคัญริมแม่น้ำไรน์ และเป็นเมืองใหญ่อันดับ 4 ของประเทศเยอรมนี ศูนย์กลางทางการค้า งานศิลปะ และอุตสาหกรรม ทั้งยังเป็นแหล่งผลิตน้ำหอมออดิโคโลญ 4711 อันลือชื่อ นำเที่ยวชมตัวเมืองโคโลญ เมืองเก่าสมัยโรมันเรืองอำนาจ นำท่านถ่ายรูปคู่กับมหาวิหารโคโลญ (Cologne Cathedral) ซึ่งเริ่มก่อสร้างมาตั้งแต่ปี 1248 แต่มีเหตุทำให้ต้องหยุดพักการก่อสร้างไปบ้างส่งผลให้ต้องใช้เวลาสร้างกว่าหกร้อยปีจึงเสร็จสมบูรณ์ ทั้งนี้จึงแล้วเสร็จในปี 1880 มหาวิหารโคโลญเป็นศาสนสถานของคริสต์ศาสนาโรมันคาทอลิก นับเป็นวิหารที่ใหญ่และสูงที่สุดในโลกในสมัยนั้น ลักษณะสถาปัตยกรรมแบบโกธิค เป็นหอคอยแฝดสูงถึง 157 เมตร กว้าง 86 เมตร ยาว 144 เมตร จุดประสงค์เพื่ออุทิศให้นักบุญปีเตอร์และพระแม่มารีค่ำ       รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร อาหารพื้นเมือง (ขาหมูเยอรมัน)
ที่พัก      เดินทางเข้าสู่ที่พัก MERCURE SEVERINSHOF KOELN CITY หรือเทียบเท่า

วันที่ 4: โคโลญ – Outlet – หมู่บ้านกังหันลมซานสคันส์ – อัมสเตอร์ดัม

เช้า       รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านสู่ McArthurGlen Designer Outlet Roermond ประเทศเนเธอร์แลนด์ เอาท์เลทขนาดใหญ่ที่เป็นแหล่งช๊อปปิ้งของคนเนเธอร์แลนด์, เยอรมัน และ เบลเยี่ยม ที่นิยมมาเลือกซื้อสินค้าราคาย่อมเยานานาชนิด อิสระให้ ท่านได้เลือกซื้อสินค้าแบรนด์เนมต่างๆ อาทิเช่น GUCCI, PRADA, BALLY, HUGO BOSS ,BENETTON, BURBERRY, CALVIN KLEIN, VICTORIANOX, GEOX, GUESS, LACOSTE , NIKE, OAKLEY, DIESEL และอื่นๆอีกมากมายกลางวัน       อิสระอาหารกลางวันตามอัธยาศัย
บ่าย นำเดินทางโดยรถโค้ชสู่ หมู่บ้านกังหันลมซานสคันส์ (Zaanse Schans)   ให้ท่านได้ถ่ายรูปเป็นที่ระลึกกับกังหันลม สัญลักษณ์ที่สำคัญอย่างหนึ่งของชาวดัตช์ และชมการสาธิตวิธีการผลิตรองเท้าไม้ของชาวดัตช์ที่ใช้ใส่ในชีวิตประจำวันในงานอาชีพต่างๆพร้อมเชิญเลือกซื้อสินค้าของที่ระลึก จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่กรุงอัมสเตอดัม (Amsterdam) เมืองแห่งแสงสี และอิสรเสรีภาพ ของนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก นำท่านผ่านชมเมืองที่มากมายไปด้วยพิพิธภัณฑ์ระดับโลกต่างๆ มากมายค่ำ      รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร อาหารจีนที่พัก       เดินทางเข้าสู่ที่พัก RAMADA APOLLO AMSTERDAM CENTER หรือเทียบเท่า

วันที่ 5: อัมสเตอร์ดัม – ล่องเรือหลังคากระจก – แอนท์เวิร์ป

เช้า       รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
ชมเมืองอัมสเตอร์ดัมโดยการล่องเรือหลังคากระจก ลัดเลี้ยวเข้าตามลำคลอง สัมผัสชีวิตความเป็นอยู่ รวมทั้งสภาพบ้านเรือนเก่าแก่อันงดงามสืบทอดมาตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 17 และทัศนียภาพของบ้านเรือนอันสวยงามอย่างมีเอกลักษณ์ นำเข้าชมสถาบันสอนการเจียระไนเพชรที่มีชื่อเสียงท่านจะได้สัมผัสและเรียนรู้พื้นฐานในการดูและการเจียระไนเพชรในรูปแบบต่างๆ พร้อมกันนั้นยังได้มีโอกาสเลือกซื้อเพชรเม็ดงามในราคาโรงงาน และท่านสามารถเลือกชมสินค้าอื่น อย่างนาฬิกายี่ห้อดังมากมาย อาทิ เช่น ROLEX, PANERAI, TAG HEUER, IWC, PIAGET, LONGINES, OMEGA, TISSOT, CARTIER, BREITLING, CHOPARD รวมไปถึงนาฬิกาแฟชั่นอย่าง GUCCI, DIESEL, DKNY, CHANEL, ICE, EMPORIO ARMANI, SWATCH, MICHEAL KORS, TOMMY HILFIGER ฯลฯกลางวัน       รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร อาหารจีน
บ่าย นำท่านเดินทางสุ่เมืองแอนต์เวิร์ป (Antwerp) เมืองที่มีชื่อเสียงในเรื่องของตำนานยักษ์ ดรูโอน อันติโกน (Druoon Antigoon) ที่อาศัยบริเวณแม่น้ำสเกลท์ (Scheldt River) ที่เชื่อมกับทะเลเหนือที่ปากน้ำเวสเทิร์นสเกลต์ (Western Scheldt) นำท่านถ่ายรูปกับ Cathedral of Our Lady เป็นโบสถ์สไตล์โกธิคขนาดใหญ่ที่สูงที่สุดในประเทศเบลเยียม เป็นที่เลื่องลือถึงถึงความงดงามที่ถูกประดับตกแต่งอย่างวิจิตรตระการตา ไม่ว่าจะเป็นตัวโบสถ์ ซุ้มประตู รูปปั้น ทางเดิน เรียกได้ว่าทุกอย่างงดงามไร้ที่ติ และอิสระให้ท่านได้เดินเล่นที่ตลาด Grote Marktค่ำ        รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร อาหารจีน
ที่พัก       เข้าสู่ที่พัก โรงแรม VAN DER VALK ANTWERP หรือเทียบเท่า

วันที่ 6: แอนท์เวิร์ป – เกนต์ – บรูกก์ – บรัสเซลส์

เช้า      รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านเดินทางสู่ เมืองเกนต์ (Ghent) เมืองที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 4 ของเบลเยี่ยม ถนนหนทางผังเมืองปูหินแบบโบราณ ในยุคกลางเมืองเกนต์ ได้ชื่อว่าเป็นรองนครปารีสเพียงแห่งเดียว นำท่านชมเมืองเกนต์ซึ่งแปลว่าการรวมกันของแม่น้ำสองสาย เพราะที่ตั้งของเมืองอยู่บริเวณที่แม่น้ำสเกลต์ Scheldt River มาบรรจบกับแม่น้ำไลส์ Lys River แม่น้ำสองสายนี้เป็นเส้นเลือดล่อเลี้ยงเมืองอันรุ่งเรืองในอดีตนานนับศตวรรษและยังคงต่อเนื่องจวบจนปัจจุบัน นำท่านถ่ายรูปกับปราสาทท่านเคานต์ (Castle of the Counts) ป้อมปราสาทในยุคกลาง ที่ถูกสร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ.1180 เพื่อแสดงถึงความรุ่งเรืองในยุคสมัยของ Philip of Alsace เมืองท่าในตอนเหนือของเบลเยี่ยมอันแสนเงียบสงบและสวยงามด้วยสถาปัตยกรรมอันเก่าแก่ ชมหอระฆังประจำเมืองที่สูงตระหง่านถึง 91 เมตร เป็นจุดเด่นของเส้นขอบฟ้า ที่ด้านล่างนั้น เป็น Cloth Hall ที่มีมาตั้งแต่ทศวรรษที่ 15 และได้รับเกียรติเป็น UNESCO World Heritage Site  จากนั้นนำเดินทางสู่เมืองบรูกก์ (Brugge) ซึ่งเป็นเมืองริมชายฝั่งทะเลที่มีชื่อเสียงของประเทศเบลเยียม และได้รับเลือกเป็นเมืองมรดกโลกจากองค์การยูเนสโก้ โดยมีสมญานามว่า เวนิสแห่งยุโรปเหนือ เพราะเป็นเมืองที่มีการใช้ลำคลองในการสัญจรรอบๆเมืองได้  ลักษณะของเมืองนี้ล้อมรอบด้วยคูเมืองสองชั้น และมี อาคาร โบสถ์ บ้านเรือน ถนนที่สะอาดสวยงาม ซึ่งส่วนใหญ่ล้วนเป็นสถาปัตยกรรมแบบ เฟลมมิช และแบบเรเนซองค์ และมีสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญกลางวัน       รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร อาหารจีน
บ่าย นำท่านเดินทางสู่กรุง บรัสเซลส์ (Brussels) เมืองหลวงของประเทศเบลเยี่ยม สถานที่ตั้งสำนักงานใหญ่องค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ หรือนาโต้ จากนั้นนำท่านชมและถ่ายรูปเป็นที่ระลึกกับ อนุสรณ์อะโตเมี่ยม(Atomium) ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ในการจัดงานแสดงสินค้าโลก“เอ็กซ์โป” เมื่อปี ค.ศ.1958 ถูกสร้างขึ้นโดยจำลองโลหะในลักษณะใสเหมือนคริสตัล โดยขนาดใหญ่กว่าโมเลกุลของจริงถึง 165 พันล้านเท่า จากนั้นเข้าสู่จัตุรัสกลางเมืองจัตุรัสกรองด์ปลาสต์ (Grand Place) ที่มีชื่อเสียงกล่าวขานกันว่าสวยที่สุดแห่งหนึ่งในยุโรป   ชมศาลาว่าการเมืองและอาคารที่สวยงามโดยรอบจัตุรัส นำชมและถ่ายรูปกับเมเนเก้นพีส (Manneken pis) ซึ่งเป็นประติมากรรมเด็กชายตัวเล็กๆกำลังยืนแอ่นตัวปัสสาวะอย่างน่ารัก ผู้สร้างประวัติศาสตร์และตำนานพื้นเมืองของชาวเบลเยี่ยมซึ่งมีการเล่าขานกันมาหลากหลายตำนาน เช่น มีเด็กชายชื่อจูเลียนสกี มาพบสายชนวนระเบิดกำลังติดไฟ จึงปัสสาวะรดเพื่อดับชนวนและป้องกันเมืองไว้ได้ ชาวเมืองจึงทำรูปแกะสลักนี้ เพื่อระลึกถึงความกล้าหาญค่ำ       รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร อาหารพื้นเมือง (หอยแมลงภู่อบไวน์ขาว)
ที่พัก        เดินทางเข้าสู่ที่พัก GRESHAM BELSON หรือเทียบเท่า

วันที่ 7: บรัสเซลส์ – สนามบิน

เช้า       รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำเดินทางสู่สนามบินบรัสเซลส์ เพื่อให้ท่านมีเวลาในการทำคืนภาษี (Tax Refund) และมีเวลาในการเลือกซื้อสินค้าในร้านค้าปลอดภาษีภายในสนามบิน13.10 น. ออกเดินทางกลับสู่กรุงเทพฯ โดยสายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG 935***คณะเดินทางตั้งแต่วันที่ 5 เม.ย. 62 เป็นต้นไป ออกเดินทาง เวลา 13.30 น. และถึงกรุงเทพฯ เวลา 05.35 น.***

วันที่ 8: กรุงเทพฯ  06.10 น. คณะเดินทางกลับถึง สนามบินสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิภาพ

รหัส VIE-TG007 10 วัน 7 คืน การบินไทย (TG)
วันเดินทาง
ราคาทัวร์
7-11 กุมภาพันธ์ 2019 69.800 บาท/ท่าน
7-16 มีนาคม 2019 69,800 บาท/ท่าน

ทัวร์ยุโรป กุมภาพันธ์ – มีนาคม 2019/2562 ทัวร์ยุโรป 2562 ทัวร์ออสเตรีย เยอรมนี สวิตเซอร์แลนด์ อิตาลี 10 วัน

ทัวร์ยุโรป กุมภาพันธ์ 2019/2562 ทัวร์ยุโรป 2562 ทัวร์ ออสเตรีย เยอรมนี สวิตเซอร์แลนด์ อิตาลี ทัวร์ยุโรป 10 วัน บินการบินไทย พระราชวังเชินบรุนน์ (Schoenbrunn Palace) ฮัลสตัท (Hallstatt) หมู่บ้านมรดกโลก ปราสาทนอยชวานสไตน์ (Neuschwanstein Castle) จัตุรัสซานมาร์โค (St.Mark’s Square) ที่เวนิส เอนปิซ่า (Leaning Tower of Pisa) ตื่นตากับมหาวิหารที่ใหญ่ที่สุดในโลกมหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ (St.Peter’s Basilica) พิชิตยอดเขาจุงเฟรา (Jungfrau) สถานีรถไฟที่สูงที่สุดในยุโรป เมนูพิเศษ, ขาหมูเยอรมัน และสปาร์เก็ตตี้หมึกดำ

วันที่ 1กรุงเทพฯ
22.30 น.คณะพร้อมกัน ณ สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ เคาน์เตอร์สายการบินไทย ประตู 4 แถว H พบเจ้าหน้าที่คอยอำนวยความสะดวก

วันที่ 2กรุงเทพฯ – เวียนนา – พระราชวังเชินบรุนน์ – ซาลส์บวร์ก
01.30 น.ออกเดินทางสู่กรุงเวียนนา โดยเที่ยวบินที่ TG 936
07.00 น.ถึงสนามบินเวทชาท กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย ((เวลาท้องถิ่นช้ากว่าประเทศไทย 6 ชั๋วโมง และจะเปลี่ยนเป็น 5 ชั๋วโมงในวันที่ 31 มีนาคม 2562) ผ่านขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมือง จากนั้นนำเข้าชมความงดงามของพระราชวังเชินบรุนน์ (Schoenbrunn Palace) แห่งราชวงศ์ฮัปสเบิร์ก ซึ่งมีประวัติการสร้างมาตั้งแต่กลางคริสต์ศตวรรษที่ 16 และต่อมาพระนางมาเรีย เทเรซ่า ให้สร้างขึ้นใหม่อย่างสง่างามด้วยจำนวนห้องถึง 1,441 ห้องในระหว่างปีค.ศ.1744-1749 เพื่อใช้เป็นพระราชวังฤดูร้อน ชมความโอ่อ่าของท้องพระโรงและพลับพลาที่ประทับ ซึ่งได้รับการตกแต่งอย่างวิจิตรบรรจง ซึ่งสวยงามไม่แพ้พระราชวังแวร์ซายส์ของฝรั่งเศส

กลางวันรับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร อาหารจีน
เดินทางสู่เมืองซาลส์บวร์ก (Salzburg) ประเทศออสเตรีย เมืองอันเป็นบ้านเกิดของนักดนตรีเอก “วูล์ฟกัง อมาดิอุส โมสาร์ท” ที่มีชื่อเสียงก้องโลก นำเที่ยวชมความงามของเมืองซาลส์บวร์กที่มีความหมายว่า “ปราสาทเกลือ” เขตเมืองเก่าศิลปะบารอคที่ตั้งอยู่บนฝั่งแม่น้ำซัลซาค เมืองซาลส์บวร์กเคยเป็นที่ประทับถาวรของอาร์คบิชอป และ เป็นศูนย์กลางทางศาสนาคริสต์นิกายคาทอลิกที่สำคัญยิ่งของบรรดาประเทศที่ใช้ภาษาเยอรมัน ชมสวนดอกไม้มิราเบล(Mirabell Garden) ซึ่งเป็นฉากหนึ่งในการถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง “มนต์รักเพลงสวรรค์” (The Sound of Music) ที่โด่งดังไปทั่วโลก

ค่ำรับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร อาหารจีนที่พักเดินทางเข้าสู่ที่พัก HOLIDAY INN SALZBURG CITY หรือเทียบเท่า

วันที่ 3ซาลส์บวร์ก – ฮัลสตัท – ฟุสเซ่น
เช้ารับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมออกเดินทางสู่ฮัลสตัท (Hallstatt) หมู่บ้านมรดกโลกแสนสวย ที่มีอายุกว่า 4,500 ปี เมืองที่ตั้งอยู่ริมทะเลสาบ โอบล้อมด้วยขุนเขาและป่าสีเขียวขจีสวย งามราวกับภาพวาด กล่าวกันว่าเป็นเมืองที่โรแมนติกที่สุดใน Salzkammergut เขตที่อยู่บนอัพเพอร์ออสเตรีย และมีทะเลสาบสวยถึง 76 แห่ง ออสเตรียให้ฉายาเมืองนี้ว่าเป็นไข่มุกแห่งออสเตรีย และเป็นพื้นที่มรดกโลกของ UNESCO Cultural-Historical Heritage เพียงเดินเที่ยวชมเมืองเสมือนหนึ่งท่านอยู่ในภวังค์แห่งความฝัน อิสระให้ท่านเดินชมหมู่บ้านมรดกโลกอย่างเต็มอิ่ม

กลางวันรับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร อาหารพื้นเมือง
บ่ายจากนั้นเดินทางสู่เมืองฟุสเซ่น (Fussen) เป็นเมืองเก่ามาตั้งแต่ครั้งจักรวรรดิโรมัน เป็นที่ตั้งปราสาทของกษัตริย์บาวาเรีย ล้อมรอบไปด้วยทะเลสาบน้อยใหญ่ที่มีความงดงามทางด้านทัศนียภาพ เป็นเมืองสุดท้ายบนถนนสายโรแมนติกที่เคยมีความรุ่งเรืองในอดีตตั้งแต่ยุคโรมัน และได้ใช้เมืองนี้เป็นจุดแวะพักขนถ่ายสินค้า และซื้อขายเกลือมาแต่โบราณ

ค่ำรับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร อาหารจีน
ที่พักเดินทางเข้าสู่ที่พัก EURO PARK หรือเทียบเท่า

วันที่ 4ฟุสเซ่น – ปราสาทนอยชวานสไตน์ – ลูเซิร์น
เช้ารับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม นำท่านเดินทางขึ้นปราสาทเพื่อเข้าชมความสวยงามของปราสาทนอย ชวานสไตน์ (Neuschwanstein Castle) นำชมต้นแบบของปราสาทเจ้าหญิงนิทราในดิสนีย์แลนด์ ซึ่งปราสาทนอยชวานสไตน์ ตั้งตระหง่านอยู่บนยอดเขาดุจปราสาทในเทพนิยาย ซึ่งเป็นปราสาทของพระเจ้าลุดวิคที่ 2 หรือ เจ้าชายหงส์ขาว ชมความวิจิตรพิสดารของห้องต่างๆ ที่ได้รับการตกแต่งอย่างงดงามด้วยการออกแบบของริชาร์ด ว้ากเนอร์ ซึ่งเป็นนักประพันธ์เพลงที่ทรงโปรดปรานยิ่ง

กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร อาหารพื้นเมือง (ขาหมูเยอรมัน)
บ่ายนำท่านข้ามพรหมแดน สวิตเซอร์แลนด์ – เยอรมนี สู่เมืองลูเซิร์น (Lucerne) เมืองท่องเที่ยวยอดนิยมอันดับหนึ่งของสวิตเซอร์แลนด์ ที่ถูกห้อมล้อมไปด้วยทะเลสาบและขุนเขา จากนั้นพาท่านชมสิงโตหินแกะสลัก (Dying Lion of Lucerne) ที่แกะสลักบนผาหินธรรมชาติ เพื่อเป็นอนุสรณ์รำลึกถึงการสละชีพอย่างกล้าหาญของทหารสวิสที่เกิดจากการปฏิวัติในฝรั่งเศสเมื่อปี ค.ศ.1792 ชมสะพานไม้ชาเปล (Chapel Bridge) ซึ่งมีความยาวถึง 204 เมตร ทอดข้ามผ่านแม่น้ำรอยส์ (Reuss River) อันงดงามซึ่งเป็นเหมือนสัญลักษณ์ของเมืองลูเซิร์น เป็นสะพานไม้ที่มีหลังคาที่เก่าแก่ที่สุดในยุโรป สร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ.1333 โดยใต้หลังคาคลุมสะพานมีภาพวาดประวัติศาสตร์ของชาวสวิส ตลอดแนวสะพาน จากนั้นให้ท่านได้อิสระเลือกซื้อสินค้าของสวิส เช่น ช็อคโกแลต, เครื่องหนัง, มีดพับ, นาฬิกายี่ห้อดัง อาทิเช่น Rolex, Omega, Tag Heuer เป็นต้น

อิสระอาหารค่ำตามอัธยาศัยที่พักเดินทางเข้าสู่ที่พัก GRAND EUROPE หรือเทียบเท่า

วันที่ 5ลูเซิร์น – ยอดเขาจุงฟราวด์ – มิลาน
เช้ารับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมออกเดินทางสู่ เมืองกรินเดอวาลด์ (Grindelwald) เมืองตากอากาศที่สวยงามและยังเป็นที่ตั้งสถานีรถไฟขึ้นสู่ ยอดเขาจุงเฟรา (Jungfrau) เเละเมื่อปี คศ.2001 องค์การยูเนสโกประกาศให้ยอดเขาจุงเฟรา เป็นพื้นที่มรดกโลกทางธรรมชาติแห่งแรกของยุโรป นำคณะนั่งรถไฟท่องเที่ยวธรรมชาติ ขึ้นพิชิตยอดเขาจุงเฟราที่มีความสูงกว่าระดับน้ำทะเลถึง 11,333 ฟุตหรือ 3,454 เมตร ระหว่างเส้นทางขึ้นสู่ยอดเขาท่านจะได้ผ่านชมธารน้ำแข็งที่มีขนาดใหญ่จนถึง สถานีรถไฟจุงเฟรายอร์ค (Jungfraujoch) สถานีรถไฟที่อยู่สูงที่สุดในยุโรป (Top of Europe) เข้าชมถ้ำน้ำแข็ง (Ice Palace) ที่แกะสลักให้สวยงาม อยู่ใต้ธารน้ำแข็งลึกถึง 30 เมตร พาท่านชมวิวที่ลานสฟิงซ์ (Sphinx Terrace) จุดชมวิวที่สูงที่สุดในยุโรป ที่ระดับความสูงถึง 3,571 เมตร สามารถมองเห็นได้กว้างไกลที่ถึงชายแดนสวิส สัมผัสกับภาพของธารน้ำแข็ง Aletsch Glacier ที่ยาวที่สุดในเทือกเขาแอลป์ ยาวถึง 22 ก.ม.และหนาถึง 700 เมตร โดยไม่เคยละลาย อิสระให้ท่านได้สนุกสนานกับการถ่ายรูป เล่นหิมะบนยอดเขาและเพลิดเพลินกับกิจกรรมบนยอดเขาและที่ไม่ควรพลาดกับการส่งโปสการ์ดโดยที่ทำการไปรษณีย์ที่สูงที่สุดในยุโรป

กลางวันรับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารบนยอดเขา อาหารพื้นเมืองบ่ายนำคณะเดินทางลงจากยอดเขาโดยไม่ซ้ำเส้นทางเดิม ให้ท่านได้ชมวิวทิวทัศน์ที่สวยงามและแตกต่างกันจนถึง สถานีรถไฟเมืองลาวท์เทอบรุนเนิน(Lauterbrunnen) หลังจากนั้นนำท่านเดินทางสู่ตัวเมืองมิลาน (Milan) เมืองที่เรียกได้ว่า เป็นเมืองหลวงแห่งแฟชั่นของโลก
อิสระอาหารค่ำตามอัธยาศัย ที่พัก เดินทางเข้าสู่ที่พัก KLIMA MILANO FIERE หรือเทียบเท่า

วันที่ 6มิลาน – เวนิส – เมสเตร้
เช้ารับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมนำท่านเดินทางสู่เมืองเวนิส (Venice Mestre)ฝั่งแผ่นดินใหญ่ เมืองหลวงของแคว้นเวเนโต เวนิสถูกสร้างขึ้นจากการเชื่อมเกาะเล็ก ๆ จำนวนมากเข้าด้วยกันในบริเวณทะเลสาบเวนิเทีย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของทะเลอาเดรียตริก เป็นเมืองท่าโบราณ และเป็นเมืองที่ใช้คลองในการคมนาคม มากที่สุด

กลางวันรับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคา อาหารจีน
บ่ายนำท่านเดินทาง สู่ท่าเรือตรอนเคตโต้ (Tronchetto) นำท่านล่องเรือผ่านชมบ้านเรือนของชาวเวนิส สู่เกาะเวนิส หรือ เวเนเซีย (Venezia) ดินแดนแสนโรแมนติก เป็นเมืองที่ไม่เหมือนใคร โดยใช้เรือแทนรถ ใช้คลองแทนถนน มีสมญานามว่าเป็น “ราชินีแห่งทะเลเอเดรียติก” มีเกาะน้อยใหญ่กว่า 118 เกาะ และมีสะพานเชื่อมถึงกันกว่า 400 แห่ง ขึ้นฝั่งที่บริเวณซานมาร์โค ศูนย์กลางของเกาะเวนิส จากนั้นนำท่านเดินชมความงามของเกาะเวนิส ชมสะพานถอนหายใจ ( Bridge of Sighs) ที่มีเรื่องราวน่าสนใจในอดีต เมื่อนักโทษที่เดินออกจากห้องพิพากษาไปสู่คุกจะได้มีโอกาสเห็นแสงสว่างและโลกภายนอกเป็นครั้งสุดท้ายระหว่างเดินผ่านช่องหน้าต่างที่สะพานนี้ ซึ่งเชื่อมต่อกับวังดอดจ์ (Doge’s Palace) อันเป็นสถานที่พำนักของเจ้าผู้ครองนครเวนิสในอดีต ซึ่งนักโทษชื่อดังที่เคยเดินผ่านสะพานนี้มาเเล้วคือ คาสโนว่านั่นเอง นำท่านถ่ายรูปบริเวณจัตุรัสซานมาร์โค (St.Mark’s Square) ที่นโปเลียนเคยกล่าวไว้ว่า “เป็นห้องนั่งเล่นที่สวยที่สุดในยุโรป” จัตุรัสถูกล้อมรอบด้วยอาเขตอันงดงาม รวมทั้งโบสถ์ซานมาร์โค (St.Mark’s Bacilica) ที่มีโดมใหญ่ 5 โดม ตามแบบศิลปะไบแซนไทน์ จากนั้นอิสระให้ท่านได้มีเวลาเที่ยวชมเกาะอันแสนโรแมนติก เช่น เพื่อชมมนต์เสน่ห์แห่งนครเวนิส, เข้าชมโบสถ์ซานมาร์โค, ช๊อปปิ้งสินค้าของที่ระลึก อาทิเช่น เครื่องแก้วมูราโน่,หน้ากากเวนิส หรือนั่งจิบกาแฟในร้าน Café Florian ที่เปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี ค.ศ.1720 สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางกลับสู่ฝั่งแผ่นดินใหญ่ Venice Mestre

ค่ำรับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร อาหารพื้นเมือง(สปาร์เก็ตตี้หมึกดำ)
ที่พัก เดินทางเข้าสู่ที่พัก RUSSOTT หรือเทียบเท่า

วันที่ 7 เมสเตร้ – ฟลอเรนซ์ – ปิซ่า – หอเอนปิซ่า
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม นำท่านเดินทางต่อสู่แคว้นทัสคานี (Tuscany) โดยเมืองหลวงของแคว้น คือ ฟลอเรนซ์ (Florence) ที่ได้รับขนานนามว่าเป็นเมืองศูนย์กลางแห่งศิลปะในยุคเรอเนสซองส์ ซึ่งล้วนแล้วแต่มีโบราณสถานสำคัญ และมีทิวทัศน์ตามธรรมชาติที่สวยงาม จนได้รับการแต่งตั้งให้เป็นมรดกโลกจากองค์กรยูเนสโก้เมื่อ ปี ค.ศ.1982 ทำให้ทัสคานีมีชื่อเสียงในฐานะดินแดนท่องเที่ยวยอดนิยมระดับโลก นักท่องเที่ยวทั่วโลก ชมความยิ่งใหญ่ และอลังการของมหาวิหารซานตา มาเรีย เดล ฟิโอเร (Santa Maria Dell Fiore)วิหารของเมืองฟลอเรนซ์ ที่ใหญ่เป็นอันดับ 4 ของทวีปยุโรป ซึ่งโดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมที่ใช้หินอ่อนหลายสีตกแต่งผสมผสานกันได้อย่างงดงาม นำชมจัตุรัสเดลลาซิญญอเรีย (Piazza Della Signoria)ซึ่งรายล้อมไปด้วยรูปปั้น อาทิ เช่น รูปปั้นเทพเจ้าเนปจูน (Fountain of Neptune),วีรบุรุษเปอร์ซิอุสถือหัวเมดูซ่า (Perseus with the Head of Medusa), รูปปั้นเดวิด ผลงานที่มีชื่อเสียงของ ไมเคิล แองเจโล่ จากนั้นนำท่าน มาริมฝั่งแม่น้ำอาร์โน จะพบกับสะพานเวคคิโอ (Vecchio) สะพานเก่าแก่ที่มีมีร้านขายทอง และอัญมณีอยู่ทั้งสองข้าง

กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร อาหารจีน
บ่ายนำท่านเดินทางสู่เมืองปิซ่า (Pisa) เมืองแห่งศิลปะที่สำคัญของอิตาลี เป็นเมืองเล็กๆอยู่ทางตะวันตกของ Florence ด้านตะวันตกของเมืองติดกับทะเลเมดิเตอร์ เรเนียน แม้ว่าจะเป็นเมืองเล็กๆ แต่ Pisa ก็เป็นเมืองที่มีชื่อเสียงและเป็นที่รู้จักของ นำท่านเข้าสู่บริเวณจัตุรัสกัมโป เดย์ มีราโกลี (Compo Dei Miracoli) ที่ประกอบด้วยกลุ่มอาคารสถาปัตยกรรมแบบโรมาเนสก์ โดยเริ่มจากหอพิธีเจิมน้ำมนต์ (Baptistry of St. John) ที่ใหญ่ที่สุดในอิตาลี, มหาวิหารดูโอโม (Duomo) ที่งดงามและหอเอนแห่งเมืองปิซ่าอันเลื่อง ชมหอเอนปิซ่า (Leaning Tower of Pisa) สัญลักษณ์แห่งเมืองปิซ่า 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคกลาง เริ่มสร้างเมื่อปี ค.ศ.1173 ใช้เวลาสร้างประมาณ 175 ปี แต่ระหว่างการก่อสร้างต้องหยุดชะงักลงไปเมื่อสร้างไปได้ถึงชั้น 3 ก็เกิดการยุบตัวของฐานขึ้นมา และต่อมาก็มีการสร้างหอต่อเติมขึ้นอีกจนแล้วเสร็จ โดยใช้เวลาสร้างทั้งหมดถึง 177 ปี โดยที่หอเอนปิซ่านี้ กาลิเลโอ บิดาแห่งวิทยาศาสตร์ ซึ่งเป็นชาวอิตาเลี่ยนได้ใช้เป็นสถานที่ทดลองทฤษฎีแรงโน้มถ่วงของโลกที่ว่า สิ่งของสองชิ้น น้ำหนักไม่เท่ากัน ถ้าปล่อยสิ่งของทั้งสองชิ้นจากที่สูงพร้อมกัน ก็จะตกถึงพื้นพร้อมกัน จากนั้นให้ท่านอิสระให้ท่านได้เลือกซื้อสินค้าที่ระลึกราคาถูก ที่มีร้านค้าเรียงรายอยู่มากมาย

ค่ำรับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร อาหารพื้นเมือง
ที่พักเดินทางเข้าสู่ที่พัก GALILEI หรือเทียบเท่า

วันที่ 8ปิซ่า – โรม – วาติกัน
เช้ารับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมจากนั้นนำท่านเดินทางสู่กรุงโรม (Rome) เมืองหลวงและเมืองท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของประเทศอิตาลี ผ่านชมกลุ่มโรมันฟอรัม (Roman Forum) อดีตศูนย์กลางทางด้านการเมือง ศาสนา และเศรษฐกิจของอาณาจักรโรมัน ที่สะท้อนให้เห็นความเจริญรุ่งเรืองของอารยะธรรมโรมันในช่วง 2,000 ปีที่ผ่านมา นำชมความยิ่งใหญ่ในอดีต และเก็บภาพสวยบริเวณรอบนอกของสนามกีฬาโคลอสเซี่ยม (Colosseum) 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคโบราณ อดีตสนามประลองการต่อสู้ที่ยิ่งใหญ่ของชาวโรมันที่สามารถจุผู้ชมได้ถึง 50,000 คน นำชมงานประติมากรรมของเทพนิยายกรีกและโยนเหรียญอธิษฐานบริเวณน้ำพุเทรวี่ (Trevi Fountain) สัญลักษณ์ของกรุงโรมที่โด่งดัง นำท่านเดินสู่บริเวณย่านบันไดสเปน (The Spainsh Step) แหล่งนัดพบของนักท่องเที่ยวทั่วโลก

กลางวันรับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร อาหารจีน บ่ายนำท่านเดินทางพาท่านเข้าสู่นครรัฐวาติกัน (Vatican) ประเทศที่เล็กที่สุดในโลกตั้งอยู่ใจกลางกรุงโรม เป็นประเทศเดียวในโลกที่มีกำแพงล้อมรอบเมืองเอาไว้ได้ทั้งหมด ยกเว้นด้านหน้าทางเข้า และเป็นศูนย์กลางของศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิกโดยมีพระสันตะปาปา มีอำนาจปกครองสูงสุด นำท่านชมมหาวิหารที่ใหญ่ที่สุดในโลกมหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ (St.Peter’s Basilica) ชมประติมากรรมอันลือชื่อปิเอต้า (Pieta) ของมิเคลันเจโลและชมแท่นบูชาบัลแดคคิโน (St. Peter’s Baldachin) เป็นซุ้มสำริดที่สร้างโดยจานโลเรนโซ แบร์นินี ซึ่งสร้างตรงบริเวณที่เชื่อกันว่าเป็นที่ฝังพระศพของนักบุญปีเตอร์

ค่ำรับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร อาหารจีน ที่พักเดินทางเข้าสู่ที่พัก MIDAS หรือเทียบเท่า

วันที่ 9 โรม – สนามบิน
เช้ารับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม นำเดินทางสู่สนามบินฟิอูมิชิโน กรุงโรม เพื่อให้ท่านมีเวลาในการทำคืนภาษี (Tax Refund)และมีเวลาในการเลือกซื้อสินค้าในร้านค้าปลอดภาษีภายในสนามบิน
13.30 น.ออกเดินทางกลับสู่กรุงเทพ เที่ยวบินที่ TG 945

วันที่ 10กรุงเทพฯ
06.05 น. ถึง สนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพมหานคร ด้วยความสวัสดีภาพ