รหัส FRA-TG002 เยอรมนี ลักเซมเบิร์ก เนเธอร์แลนด์ เบลเยี่ยม 8 วัน 5 คืน การบินไทย
วันเดินทาง
ราคาทัวร์
9-13, 10-17, 12-19 เมษายน 2019 69,900 บาท/ท่าน
28 เม.ย. - 5 พ.ค. 2019 66,900 บาท/ท่าน
11-18 พ.ค. / 25 พ.ค. - 1 มิ.ย. 2019 59,900 บาท/ท่าน
8-15 มิ.ย / 26 มิ.ย - 3 ก.ค 2019 59,900 บาท/ท่าน

ทัวร์ยุโรปสงกรานต์ 2562 ทัวร์ยุโรปเมษายน – ทัวร์ยุโรปพฤษภาคม 2019 เที่ยวยุโรป ทัวร์เยอรมนี ลักเซมเบิร์ก เนเธอร์แลนด์ เบลเยี่ยม

ทัวร์ยุโรป สงกรานต์ 2562/2019 ทัวร์ยุโรป เยอรมนี ลักเซมเบิร์ก เนเธอร์แลนด์ เบลเยี่ยม ชมปราสาท อันโดดเด่นเป็นสง่าที่ไฮเดลเบิร์ก ชมความยิ่งใหญ่ของ มหาวิหารโคโลญ (Cologne Cathedral)  ล่องเรือเที่ยวอัมสเตอร์ดัม (Amsterdam) ปราสาทท่านเคานต์ (Castle of the Counts) ที่เมืองเกนต์ (Ghent) เที่ยวเมืองเวนิสแห่งยุโรปเหนือ ที่เมืองบรูกก์ (Brugge)  เยือนจัตุรัสกรองด์ปราซ (Grand Place) ใจกลางกรุงบรัสเซลส์ (Brussels) เมนูพิเศษ,, ขาหมูเยอรมัน ซุปกุลาซ และ เป็ดสไตล์โบฮีเมียน

วันที่ 1: กรุงเทพฯ – แฟรงก์เฟิร์ต

20.30 น. คณะพร้อมกัน ณ สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ สายการบินไทย ประตู 2 แถว D โดยมีเจ้าหน้าที่คอยต้อนรับและอำนวยความสะดวก23.40 น. ออกเดินทางสู่แฟรงค์เฟิร์ต โดยสายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG 920
***คณะเดินทางตั้งแต่วันที่ 5 เม.ย. 62 เป็นต้นไป ออกเดินทาง เวลา 23.45 น. และถึงแฟรงค์เฟิร์ต เวลา 06.00 น.***

วันที่ 2: แฟรงก์เฟิร์ต – จัตุรัสโรเมอร์ – ไฮเดลเบิร์ก

05.50 น. ถึงสนามบินแฟรงค์เฟิร์ต ประเทศเยอรมนี (เวลาท้องถิ่นช้ากว่าประเทศไทย 6 ชั๋วโมง และจะเปลี่ยนเป็น 5 ชั๋วโมงในวันที่ 31 มีนาคม 2562) นำท่านผ่านพิธีตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร นำท่านเดินทางเข้าสู่ตัวเมืองแฟรงก์เฟิร์ต (Frankfurt) ศูนย์กลางทางเศรษฐกิจและพาณิชย์ที่สำคัญของเยอรมนี รวมทั้งเป็นศูนย์กลางการธนาคารการเงินและการค้าหุ้นที่สำคัญของประเทศ ผ่านชมสถานีรถไฟแฟรงค์เฟิร์ต ซึ่งถือได้ว่าเป็นสถานีรถไฟต้นแบบของหัวลำโพงประเทศไทย ครั้งเมื่อคราวเสด็จประพาสยุโรปของรัชกาลที่ 5 นำเที่ยวชมจัตุรัสโรเมอร์ (Romerberg) ซึ่งเป็นจัตุรัสที่เก่าแก่ที่สุดในเมือง ด้านข้างก็คือ THE ROMER หรือ Frankfurt City Hall หรือศาลาว่าการเมือง ซึ่งอยู่ทางด้านตะวันตกเฉียงเหนือของจัตุรัสโรเมอร์กลางวัน       รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร อาหารจีน
บ่าย นำท่านออกเดินทางโดยรถโค้ชสู่ เมืองไฮเดลเบิร์ก (Heidelberg) เป็นเมืองที่สุดแสนโรแมนติก ตั้งอยู่บริเวณฝั่งแม่น้ำเน็กคาร์ (Neckar River) อดีตเมืองศูนย์กลางการศึกษาที่สำคัญของเยอรมัน เป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยไฮเดลเบิร์ก ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกของเยอรมัน ด้วยความสวยงามของเมืองนี้ทำให้มีนักท่องเที่ยวนับล้านคนในแต่ละปีต้องมาเยือนเมืองแห่งนี้ แล้วนำท่านผ่านชมย่านการค้าและแหล่งรวมของนักศึกษานานาชาติ จากนั้นนำเข้าชมปราสาท           ไฮเดลเบิร์ก (Heidelberg Castle) ที่สร้างขึ้นอยู่บนเชิงเขาเหนือแม่น้ำเน็กคาร์ ซึ่งสามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ของเมืองได้โดยรอบ โดยตัวปราสาทสร้างด้วยหินทรายสีแดงซึ่งมีอายุกว่า 900 ปี ชมประตูคืนเดียว (Elisabeth’s Gate)ที่สร้างขึ้นโดยคำสั่งของพระเจ้าเฟเดอริก ที่สร้างเพื่อเป็นของขวัญวันเกิดแด่ พระมเหสี อลิซาเบธ ซึ่งสร้างเสร็จภายในคืนเดียว จากนั้นชมถังไวน์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกมีความจุถึง 220,000 ลิตรค่ำ      รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร อาหารไทย
ที่พัก      เดินทางเข้าสู่ที่พัก LEONARDO HEIDELBERG หรือเทียบเท่า

วันที่ 3: ไฮเดลเบิร์ก – ลักเซมเบิร์ก – โคโลญ

เช้า       รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมนำเดินทางสู่กรุงลักเซมเบิร์ก (Luxembourg) ประเทศ ลักเซมเบิร์ก นครรัฐที่มีพื้นที่ขนาดเล็กที่สุดแห่งหนึ่งของยุโรป (2,586 ตร.กม.) ผ่านชมย่านเมืองเก่าแห่งลักเซมเบิร์ก เมืองแห่งแกรนด์ดยุค ผ่านชมสะพานสมัยโรมัน โบสถ์โนเตรอะดาม ประติมากรรมสำริดของแกรนด์ดัชเชส ชาร์ล็อตต์  ศาลาว่าการเมือง  พระราชวังที่ประทับของแกรนด์ดยุค  อาคารรัฐสภา โบสถ์เซนต์ไมเคิล และป้อมปราการสมัยโรมัน ชมวิวทิวทัศน์ของเมืองที่บ้านเรือนตั้งเรียงรายอยู่ในแนวหุบเขาดูสวยงามยิ่งกลางวัน       รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร อาหารจีน
บ่าย จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองโคโลญ (Cologne) เมืองสำคัญริมแม่น้ำไรน์ และเป็นเมืองใหญ่อันดับ 4 ของประเทศเยอรมนี ศูนย์กลางทางการค้า งานศิลปะ และอุตสาหกรรม ทั้งยังเป็นแหล่งผลิตน้ำหอมออดิโคโลญ 4711 อันลือชื่อ นำเที่ยวชมตัวเมืองโคโลญ เมืองเก่าสมัยโรมันเรืองอำนาจ นำท่านถ่ายรูปคู่กับมหาวิหารโคโลญ (Cologne Cathedral) ซึ่งเริ่มก่อสร้างมาตั้งแต่ปี 1248 แต่มีเหตุทำให้ต้องหยุดพักการก่อสร้างไปบ้างส่งผลให้ต้องใช้เวลาสร้างกว่าหกร้อยปีจึงเสร็จสมบูรณ์ ทั้งนี้จึงแล้วเสร็จในปี 1880 มหาวิหารโคโลญเป็นศาสนสถานของคริสต์ศาสนาโรมันคาทอลิก นับเป็นวิหารที่ใหญ่และสูงที่สุดในโลกในสมัยนั้น ลักษณะสถาปัตยกรรมแบบโกธิค เป็นหอคอยแฝดสูงถึง 157 เมตร กว้าง 86 เมตร ยาว 144 เมตร จุดประสงค์เพื่ออุทิศให้นักบุญปีเตอร์และพระแม่มารีค่ำ       รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร อาหารพื้นเมือง (ขาหมูเยอรมัน)
ที่พัก      เดินทางเข้าสู่ที่พัก MERCURE SEVERINSHOF KOELN CITY หรือเทียบเท่า

วันที่ 4: โคโลญ – Outlet – หมู่บ้านกังหันลมซานสคันส์ – อัมสเตอร์ดัม

เช้า       รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านสู่ McArthurGlen Designer Outlet Roermond ประเทศเนเธอร์แลนด์ เอาท์เลทขนาดใหญ่ที่เป็นแหล่งช๊อปปิ้งของคนเนเธอร์แลนด์, เยอรมัน และ เบลเยี่ยม ที่นิยมมาเลือกซื้อสินค้าราคาย่อมเยานานาชนิด อิสระให้ ท่านได้เลือกซื้อสินค้าแบรนด์เนมต่างๆ อาทิเช่น GUCCI, PRADA, BALLY, HUGO BOSS ,BENETTON, BURBERRY, CALVIN KLEIN, VICTORIANOX, GEOX, GUESS, LACOSTE , NIKE, OAKLEY, DIESEL และอื่นๆอีกมากมายกลางวัน       อิสระอาหารกลางวันตามอัธยาศัย
บ่าย นำเดินทางโดยรถโค้ชสู่ หมู่บ้านกังหันลมซานสคันส์ (Zaanse Schans)   ให้ท่านได้ถ่ายรูปเป็นที่ระลึกกับกังหันลม สัญลักษณ์ที่สำคัญอย่างหนึ่งของชาวดัตช์ และชมการสาธิตวิธีการผลิตรองเท้าไม้ของชาวดัตช์ที่ใช้ใส่ในชีวิตประจำวันในงานอาชีพต่างๆพร้อมเชิญเลือกซื้อสินค้าของที่ระลึก จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่กรุงอัมสเตอดัม (Amsterdam) เมืองแห่งแสงสี และอิสรเสรีภาพ ของนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก นำท่านผ่านชมเมืองที่มากมายไปด้วยพิพิธภัณฑ์ระดับโลกต่างๆ มากมายค่ำ      รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร อาหารจีนที่พัก       เดินทางเข้าสู่ที่พัก RAMADA APOLLO AMSTERDAM CENTER หรือเทียบเท่า

วันที่ 5: อัมสเตอร์ดัม – ล่องเรือหลังคากระจก – แอนท์เวิร์ป

เช้า       รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
ชมเมืองอัมสเตอร์ดัมโดยการล่องเรือหลังคากระจก ลัดเลี้ยวเข้าตามลำคลอง สัมผัสชีวิตความเป็นอยู่ รวมทั้งสภาพบ้านเรือนเก่าแก่อันงดงามสืบทอดมาตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 17 และทัศนียภาพของบ้านเรือนอันสวยงามอย่างมีเอกลักษณ์ นำเข้าชมสถาบันสอนการเจียระไนเพชรที่มีชื่อเสียงท่านจะได้สัมผัสและเรียนรู้พื้นฐานในการดูและการเจียระไนเพชรในรูปแบบต่างๆ พร้อมกันนั้นยังได้มีโอกาสเลือกซื้อเพชรเม็ดงามในราคาโรงงาน และท่านสามารถเลือกชมสินค้าอื่น อย่างนาฬิกายี่ห้อดังมากมาย อาทิ เช่น ROLEX, PANERAI, TAG HEUER, IWC, PIAGET, LONGINES, OMEGA, TISSOT, CARTIER, BREITLING, CHOPARD รวมไปถึงนาฬิกาแฟชั่นอย่าง GUCCI, DIESEL, DKNY, CHANEL, ICE, EMPORIO ARMANI, SWATCH, MICHEAL KORS, TOMMY HILFIGER ฯลฯกลางวัน       รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร อาหารจีน
บ่าย นำท่านเดินทางสุ่เมืองแอนต์เวิร์ป (Antwerp) เมืองที่มีชื่อเสียงในเรื่องของตำนานยักษ์ ดรูโอน อันติโกน (Druoon Antigoon) ที่อาศัยบริเวณแม่น้ำสเกลท์ (Scheldt River) ที่เชื่อมกับทะเลเหนือที่ปากน้ำเวสเทิร์นสเกลต์ (Western Scheldt) นำท่านถ่ายรูปกับ Cathedral of Our Lady เป็นโบสถ์สไตล์โกธิคขนาดใหญ่ที่สูงที่สุดในประเทศเบลเยียม เป็นที่เลื่องลือถึงถึงความงดงามที่ถูกประดับตกแต่งอย่างวิจิตรตระการตา ไม่ว่าจะเป็นตัวโบสถ์ ซุ้มประตู รูปปั้น ทางเดิน เรียกได้ว่าทุกอย่างงดงามไร้ที่ติ และอิสระให้ท่านได้เดินเล่นที่ตลาด Grote Marktค่ำ        รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร อาหารจีน
ที่พัก       เข้าสู่ที่พัก โรงแรม VAN DER VALK ANTWERP หรือเทียบเท่า

วันที่ 6: แอนท์เวิร์ป – เกนต์ – บรูกก์ – บรัสเซลส์

เช้า      รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านเดินทางสู่ เมืองเกนต์ (Ghent) เมืองที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 4 ของเบลเยี่ยม ถนนหนทางผังเมืองปูหินแบบโบราณ ในยุคกลางเมืองเกนต์ ได้ชื่อว่าเป็นรองนครปารีสเพียงแห่งเดียว นำท่านชมเมืองเกนต์ซึ่งแปลว่าการรวมกันของแม่น้ำสองสาย เพราะที่ตั้งของเมืองอยู่บริเวณที่แม่น้ำสเกลต์ Scheldt River มาบรรจบกับแม่น้ำไลส์ Lys River แม่น้ำสองสายนี้เป็นเส้นเลือดล่อเลี้ยงเมืองอันรุ่งเรืองในอดีตนานนับศตวรรษและยังคงต่อเนื่องจวบจนปัจจุบัน นำท่านถ่ายรูปกับปราสาทท่านเคานต์ (Castle of the Counts) ป้อมปราสาทในยุคกลาง ที่ถูกสร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ.1180 เพื่อแสดงถึงความรุ่งเรืองในยุคสมัยของ Philip of Alsace เมืองท่าในตอนเหนือของเบลเยี่ยมอันแสนเงียบสงบและสวยงามด้วยสถาปัตยกรรมอันเก่าแก่ ชมหอระฆังประจำเมืองที่สูงตระหง่านถึง 91 เมตร เป็นจุดเด่นของเส้นขอบฟ้า ที่ด้านล่างนั้น เป็น Cloth Hall ที่มีมาตั้งแต่ทศวรรษที่ 15 และได้รับเกียรติเป็น UNESCO World Heritage Site  จากนั้นนำเดินทางสู่เมืองบรูกก์ (Brugge) ซึ่งเป็นเมืองริมชายฝั่งทะเลที่มีชื่อเสียงของประเทศเบลเยียม และได้รับเลือกเป็นเมืองมรดกโลกจากองค์การยูเนสโก้ โดยมีสมญานามว่า เวนิสแห่งยุโรปเหนือ เพราะเป็นเมืองที่มีการใช้ลำคลองในการสัญจรรอบๆเมืองได้  ลักษณะของเมืองนี้ล้อมรอบด้วยคูเมืองสองชั้น และมี อาคาร โบสถ์ บ้านเรือน ถนนที่สะอาดสวยงาม ซึ่งส่วนใหญ่ล้วนเป็นสถาปัตยกรรมแบบ เฟลมมิช และแบบเรเนซองค์ และมีสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญกลางวัน       รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร อาหารจีน
บ่าย นำท่านเดินทางสู่กรุง บรัสเซลส์ (Brussels) เมืองหลวงของประเทศเบลเยี่ยม สถานที่ตั้งสำนักงานใหญ่องค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ หรือนาโต้ จากนั้นนำท่านชมและถ่ายรูปเป็นที่ระลึกกับ อนุสรณ์อะโตเมี่ยม(Atomium) ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ในการจัดงานแสดงสินค้าโลก“เอ็กซ์โป” เมื่อปี ค.ศ.1958 ถูกสร้างขึ้นโดยจำลองโลหะในลักษณะใสเหมือนคริสตัล โดยขนาดใหญ่กว่าโมเลกุลของจริงถึง 165 พันล้านเท่า จากนั้นเข้าสู่จัตุรัสกลางเมืองจัตุรัสกรองด์ปลาสต์ (Grand Place) ที่มีชื่อเสียงกล่าวขานกันว่าสวยที่สุดแห่งหนึ่งในยุโรป   ชมศาลาว่าการเมืองและอาคารที่สวยงามโดยรอบจัตุรัส นำชมและถ่ายรูปกับเมเนเก้นพีส (Manneken pis) ซึ่งเป็นประติมากรรมเด็กชายตัวเล็กๆกำลังยืนแอ่นตัวปัสสาวะอย่างน่ารัก ผู้สร้างประวัติศาสตร์และตำนานพื้นเมืองของชาวเบลเยี่ยมซึ่งมีการเล่าขานกันมาหลากหลายตำนาน เช่น มีเด็กชายชื่อจูเลียนสกี มาพบสายชนวนระเบิดกำลังติดไฟ จึงปัสสาวะรดเพื่อดับชนวนและป้องกันเมืองไว้ได้ ชาวเมืองจึงทำรูปแกะสลักนี้ เพื่อระลึกถึงความกล้าหาญค่ำ       รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร อาหารพื้นเมือง (หอยแมลงภู่อบไวน์ขาว)
ที่พัก        เดินทางเข้าสู่ที่พัก GRESHAM BELSON หรือเทียบเท่า

วันที่ 7: บรัสเซลส์ – สนามบิน

เช้า       รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำเดินทางสู่สนามบินบรัสเซลส์ เพื่อให้ท่านมีเวลาในการทำคืนภาษี (Tax Refund) และมีเวลาในการเลือกซื้อสินค้าในร้านค้าปลอดภาษีภายในสนามบิน13.10 น. ออกเดินทางกลับสู่กรุงเทพฯ โดยสายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG 935***คณะเดินทางตั้งแต่วันที่ 5 เม.ย. 62 เป็นต้นไป ออกเดินทาง เวลา 13.30 น. และถึงกรุงเทพฯ เวลา 05.35 น.***

วันที่ 8: กรุงเทพฯ  06.10 น. คณะเดินทางกลับถึง สนามบินสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิภาพ

รหัส VIE-BR002 Austria-Czech-Slovak-Hungary 8 วัน 5 คืน EVA AIR
วันเดินทาง
ราคาทัวร์
11-18 พฤษภาคม 2019 55,900 บาท/ท่าน
1-8, 8-15, 15-22 มิถุนายน 2019 55,900 บาท/ท่าน

ทัวร์ยุโรปพฤษภาคม- มิถุนายน 2562/2019 ทัวร์ยุโรป ออสเตรีย เชก สโลวัก ฮังการี 8 วัน 5 คืน

ทัวร์ยุโรปพฤษภาคม - มิถุนายน 2562/2019 ทัวร์ยุโรป 8 วัน เที่ยวยุโรป เดินเล่นเมืองซาลส์บวร์ก (Salzburg) บ้านเกิดของนักดนตรีเอก “โมสาร์ท” เดินเล่นเมืองน้ำแร่สุดแสน โรแมนติกที่คาร์โลวี่ วารี (Karlovy Vary) สัมผัสมนต์เสน่ห์ของกรุงปราก (Prague) อดีตเมืองหลวงของสาธารณรัฐเชกโกสโลวาเกีย เยือนกรุงบราติสลาว่า (Bratislava) เมืองหลวงและเมืองที่ใหญ่ที่สุดของประเทศสโลวัค ล่องเรือแม่น้ำดานูบอันเลื่องชื่อเพื่อชมความงามของทิวทัศน์และอารยะธรรมฮังการี ชื่นชมกับความงามของพระราชวังเชินบรุนน์ (Schoenbrunn Palace) ที่วิจิตรตระการตา

วันที่ 1กรุงเทพ
22.30 น.คณะพร้อมกัน ณ สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ เคาน์เตอร์สายการบิน อี.วี.เอ.แอร์ ประตู 8 แถว Q พบเจ้าหน้าที่คอยอำนวยความสะดวก

วันที่ 2กรุงเทพฯ – เวียนนา – พระราชวังเชินบรุนน์ – ซาลส์บวร์ก
02.45 น.ออกเดินทางสู่กรุงเวียนนา โดยเที่ยวบินที่ BR 061 ***คณะเดินทางตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย. 62 เป็นต้นไป ออกเดินทางเวลา 02.20 น. และถึงกรุงเวียนนา เวลา 08.35 น.***
08.25 น.ถึงสนามบินเวทชาท กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย (เวลาท้องถิ่นช้ากว่าประเทศไทย 6 ชั๋วโมง และจะเปลี่ยนเป็น 5 ชั๋วโมงในวันที่ 31 มีนาคม 2562) ผ่านขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมือง เดินทางสู่กรุงเวียนนา (Vienna) เมืองหลวงของประเทศออสเตรีย จากนั้นนำเข้าชมความงดงามของพระราชวังเชินบรุนน์ (Schoenbrunn Palace) แห่งราชวงศ์ฮัปสเบิร์ก ซึ่งมีประวัติการสร้างมาตั้งแต่กลางคริสต์ศตวรรษที่ 16 และต่อมาพระนางมาเรีย เทเรซ่า ให้สร้างขึ้นใหม่อย่างสง่างามด้วยจำนวนห้องถึง 1,441 ห้องในระหว่างปีค.ศ.1744-1749 เพื่อใช้เป็นพระราชวังฤดูร้อน ชมความโอ่อ่าของท้องพระโรงและพลับพลาที่ประทับ ซึ่งได้รับการตกแต่งอย่างวิจิตรบรรจง ซึ่งสวยงามไม่แพ้พระราชวังแวร์ซายส์ของฝรั่งเศส

กลางวันรับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร อาหารจีน บ่ายเดินทางสู่เมืองซาลส์บวร์ก (Salzburg) ประเทศออสเตรีย เมืองอันเป็นบ้านเกิดของนักดนตรีเอก “วูล์ฟกัง อมาดิอุส โมสาร์ท” ที่มีชื่อเสียงก้องโลก นำเที่ยวชมความงามของเมืองซาลส์บวร์กที่มีความหมายว่า “ปราสาทเกลือ” เขตเมืองเก่าศิลปะบารอคที่ตั้งอยู่บนฝั่งแม่น้ำซัลซาค เมืองซาลส์บวร์กเคยเป็นที่ประทับถาวรของอาร์คบิชอป และ เป็นศูนย์กลางทางศาสนาคริสต์นิกายคาทอลิกที่สำคัญยิ่งของบรรดาประเทศที่ใช้ภาษาเยอรมัน ชมสวนดอกไม้มิราเบล (Mirabell Garden) ซึ่งเป็นฉากหนึ่งในการถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง “มนต์รักเพลงสวรรค์” (The Sound of Music) ที่โด่งดังไปทั่วโลก

ค่ำรับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร อาหารพื้นเมืองที่พักเดินเข้าสู่ที่พัก โรงแรม MERCURE CENTRALE หรือเทียบเท่า

วันที่ 3ซาลส์บวร์ก – ฮัลสตัท – เชสกี้ ครุมลอฟ – เชสเก้ บูเดโจวิซ
เช้ารับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมออกเดินทางสู่ฮัลสตัท (Hallstatt) หมู่บ้านมรดกโลกแสนสวย อายุกว่า 4,500 ปี เมืองที่ตั้งอยู่ริมทะเลสาบ โอบล้อมด้วยขุนเขาและป่าสีเขียวขจีสวย งามราวกับภาพวาด กล่าวกันว่าเป็นเมืองที่โรแมนติกที่สุดใน Salzkammergut เขตที่อยู่บนอัพเพอร์ออสเตรีย และมีทะเลสาบสวยถึง 76 แห่ง ออสเตรียให้ฉายาเมืองนี้ว่าเป็นไข่มุกแห่งออสเตรีย และเป็นพื้นที่มรดกโลกของ UNESCO Cultural-Historical Heritage เพียงเดินเที่ยวชมเมืองเสมือนหนึ่งท่านอยู่ในภวังค์แห่งความฝัน

กลางวันรับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร อาหารพื้นเมืองบ่ายนำท่านเดินทางสู่เมืองมรดกโลกเชสกี้ ครุมลอฟ (Cesky Krumlov) นำชมเมืองที่ได้ชื่อว่าเป็นเพชรน้ำงามแห่งโบฮีเมีย เมืองที่ได้รับการยกย่องจากองค์การยูเนสโก้ให้เป็นเมืองมรดกโลกใน ค.ศ.1992 (World Heritage) เมืองนี้ตั้งอยู่ริมสองฝั่งของแม่น้ำวัลตาวา ความโดดเด่นของเมืองที่มีอาคารเก่าแก่ตั้งแต่ยุคกลางกว่า 300 ปี หลังได้รับการอนุรักษ์และขึ้นทะเบียนไว้ให้เป็นสถานที่สำคัญแห่งหนึ่งของโลก นำชมปราสาทครุมลอฟ (Krumlov) จากบริเวณรอบนอก ซึ่งสร้างขึ้นเมื่อปีค.ศ.1250 ถือเป็นปราสาทที่ใหญ่เป็นอันดับสองของประเทศรองลงมาจากปราสาทปร๊าก มีอายุเก่าแก่กว่า 700 ปี ซึ่งตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำวอลตาวา (Valtawa River) ตรงบริเวณคุ้งน้ำ ฝั่งตรงข้ามเป็นย่านเมืองเก่าคลาสสิค Senete Square และโบสถ์เก่ากลางเมือง นำท่านเดินทางสู่เมือง เชสเก้ บูเดโจวิซ (Ceske Budejovic)
ค่ำรับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร อาหารจีนที่พักเข้าสู่ที่พัก โรงแรม SPA HOTEL VITA หรือเทียบเท่า

วันที่ 4เชสเก้ บูเดโจวิช – คาร์โลวี วารี – ปราก
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมนำเดินทางโดยรถโค้ชสู่ เมืองคาร์โลวี วารี (Karlovy vary) ที่ได้ชื่อว่าเป็นเมืองแห่งสปาที่ใหญ่ที่สุดของสาธารณรัฐเช็ค เป็นเมืองที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลกว่าเป็นศูนย์กลางบำบัดโรคภัยต่างๆ

กลางวันรับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร อาหารพื้นเมือง (เป็ดสไตล์โบฮีเมียน)บ่ายนำเดินชมเมืองคาร์โลวี วารี ซึ่งปัจจุบันเป็นที่นิยมของผู้คนทั่วโลกที่จะมาใช้บริการรักษาสุขภาพตามความเชื่อที่มีมาแต่สมัยโบราณ เชิญทดลองดื่มน้ำแร่ซึ่งต้องดื่มกับแก้วพิเศษโดยเฉพาะเป็นแก้วพอร์ซเลนที่มีปากยื่นออกมาเหมือนกาน้ำ นำคณะเดินทางสู่กรุงปราก (Prague) เมืองหลวงของประเทศสาธารณรัฐเชก อดีตเมืองหลวงของสาธารณรัฐเชกโกสโลวาเกีย ซึงได้สมญานามมากมาย เช่น นครแห่งปราสาท และโรมแห่งอุดรทิศ จากนั้นนำท่านเดินเที่ยวชมประตูเมืองเก่า “Powder Gate” ขอบเขตเมืองในสมัยโบราณ, ศาลาว่าการเมืองหลังเก่า (Old Town Hall) ที่สร้างมาตั้งแต่ปี ค.ศ.1338 มีจุดเด่นคือ นาฬิกาดาราศาสตร์ (Astronomical Clock) ที่สวยงามและยังตีบอกเวลาทุกๆชั่วโมง ให้เวลาท่านเดินอิสระเดินเล่นย่านเมืองเก่า ให้ท่านได้เลือกซื้อสินค้าพื้นเมือง เช่น เครื่องแก้วโบฮีเมียน หรือเลือกซื้อสินค้าแบรนด์เนม อาทิเช่น Louis Vitton, Furla, Gucci, Lacoste เป็นต้น

ค่ำรับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร อาหารจีนที่พักเดินทางเข้าสู่ที่พัก DUO หรือเทียบเท่า

วันที่ 5ปราสาทแห่งปราก – บราติสลาว่า
เช้ารับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมนำเข้าชมปราสาทแห่งปราก (Prague Castle) ที่สร้างขึ้นอยู่บนเนินเขาตั้งแต่สมัยคริสต์ศตวรรษที่ 9 ในสมัยเจ้าชาย Borivoj แห่งราชวงศ์ Premyslids ซึ่งปัจจุบันเป็นทำเนียบประธานาธิบดีมาตั้งแต่ปี ค.ศ.1918 ชมมหาวิหารเซนต์ วิตุส (St.Vitus Cathedral) อันงามสง่าด้วยสถาปัตยกรรมแบบโกธิคในสมัยศตวรรษที่ 14 นับว่าเป็นมหาวิหารสไตล์โกธิคที่ใหญ่ที่สุดในกรุงปร๊าก ซึ่งพระเจ้าชาร์ลที่ 4 โปรดให้สร้างขึ้นในปี ค.ศ.1344 ภายในเป็นที่เก็บพระศพของกษัตริย์สำคัญในอดีต เช่น พระเจ้าชาร์ลที่ 4, พระเจ้าเฟอร์ดินานด์ที่ 1 และ พระเจ้าแมกซิมิเลี่ยนที่ 2 เป็นต้น (กรณีมีพิธีภายในมหาวิหาร อาจไม่ได้รับอณุญาตให้เข้าชม) แล้วชมพระราชวังหลวง (Royal Palace) ที่เป็นหนึ่งในส่วนที่เก่าแก่ที่สุดของปราสาท ใช้เป็นที่ประทับของเจ้าชายโบฮีเมียนทั้งหลาย แล้วเดินชมย่านช่างทองโบราณ (Golden Lane) ซึ่งปัจจุบันมีร้านขายของที่ระลึก วางจำหน่ายอยู่มากมาย จากนั้นนำท่านเดินเล่นบนสะพานชาร์ล (Charles Bridge) สะพานเก่าแก่ข้ามแม่น้ำวัลตาวา สไตล์โกธิคที่สร้างขึ้นตั้งแต่กลางคริสต์ศตวรรษที่ 14 สมัยพระเจ้าชาร์ลที่ 4 ชมรูปปั้นโลหะของเหล่านักบุญที่ตั้งอยู่สองข้างราวสะพานกว่า 30 องค์

กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร อาหารจีนบ่ายนำท่านเดินทางโดยรถโค้ชสู่ กรุงบราติสลาว่า (Bratislava) เมืองหลวงและเมืองที่ใหญ่ที่สุดของประเทศสโลวัก ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำดานูบที่บริเวณพรมแดนของ สโลวัก ออสเตรีย และฮังการี และใกล้กับพรมแดนสาธารณรัฐเช็ก

ค่ำรับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร อาหารพื้นเมืองที่พักเข้าสู่ที่พัก โรงแรม FALKENSTEINER หรือเทียบเท่า

วันที่ 6บราติสลาว่า – Outlet – กรุงบูดาเปสต์ – ล่องเรือแม่น้ำดานูบ
เช้ารับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมจากนั้นนำท่านเดินทางสู่ McArthurGlen Designer Outlet in Parndorf ให้เวลาท่านได้อิสระช้อปปิ้งสินค้าแบรนด์เนมมากมาย อาทิ เช่น GUCCI, BALLY, HUGO BOSS, BENETTON, BURBERRY, CALVIN KLEIN, CROCS, GEOX, GUESS, LACOSTE, NIKE, OAKLEY, DIESEL และอื่นๆอีกมากมาย*** เนื่องจาก OUTLET จะปิดทำการในวันอาทิตย์ ถ้าหากคณะใดตรงกับวันอาทิตย์ในวันนั้น ทางบริษัทขอสลับโปรแกรมไปในวันถัดไปแทน***

อิสระอาหารกลางวันตามอัธยาศัยบ่ายนำท่านเดินทางโดยรถโค้ชผ่านย่านเกษตรกรรมข้ามพรมแดนสู่ กรุงบูดาเปสต์ (Budapest) เมืองหลวงของ ประเทศฮังการี (Hungary) ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นเมืองที่ทันสมัยและสวยงามด้วยศิลปวัฒนธรรมของชนหลายเชื้อชาติที่มีอารยธรรม รุ่งเรืองมานานกว่าพันปี ถึงกับได้รับการขนานนามว่าเป็น “ไข่มุกแห่งแม่น้ำดานูบ” ชมเมืองที่ได้ชื่อว่างดงามติดอันดับโลกด้วยทัศนียภาพบนสองฝั่งแม่น้ำดานูบ นำท่านล่องเรือแม่น้ำดานูบอันเลื่องชื่อ ชมความงามของทิวทัศน์และอารยะธรรมฮังการีในช่วง 600-800 ปีมาแล้วที่ตั้งเรียงรายกันอยู่ 2 ฟากฝั่ง ชมความตระการตาของอาคารต่างๆ อาทิ อาคารรัฐสภา ซึ่งงดงามเป็นที่ร่ำลือ ด้วยสถาปัตยกรรมแบบโกธิค บนตัวอาคารประกอบด้วยยอดสูงถึง 365 ยอด นอกจากนี้ท่านจะได้ชม สะพานเชน สะพานถาวรแห่งแรกที่สร้างข้ามแม่น้ำดานูบ โดยนาย WILLIAM TIERNEY CLARK วิศวกรชาวอังกฤษ เหล็กทุกชิ้นที่ใช้ในการสร้างได้ถูกนำมาจากประเทศอังกฤษเช่นกัน

ค่ำรับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร อาหารพื้นเมือง (ซุปกูลาซหมู)ที่พักเข้าสู่ที่พัก โรงแรม EXPO CONGRESS หรือเทียบเท่า

วันที่ 7บูดาเปสต์ – ป้อมชาวประมง – เวียนนา – สนามบิน
เช้ารับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมนำท่านชมบริเวณ CASTLE HILL ซึ่งเต็มไปด้วยสถาปัตยกรรมโบราณอันทรงคุณค่า ถ่ายรูปด้านนอกของอาคารพระราชวังโบราณ แล้วชมบริเวณรอบนอกโบสถ์แมทเธียส (Matthias Church) ซึ่งเคยใช้เป็นสถานที่จัดพิธีสวมมงกุฎให้กษัตริย์มาแล้วหลายพระองค์ ชื่อโบสถ์มาจากชื่อกษัตริย์แมทเธียส ซึ่งเป็นกษัตริย์ที่ทรงพระปรีชาสามารถมาก และยังเป็นกษัตริย์ผู้ทรงสร้างสิ่งก่อสร้างที่งดงามในเมืองหลวงต่างๆ อีกมากมาย ซึ่งสร้างในสไตล์นีโอ-โกธิก หลังคาสลับสีสวยงามอันเป็นจุดเด่นที่สุดในศตวรรษที่ 15 ถัดจากโบสถ์เป็นอนุสาวรีย์ของพระเจ้าสตีเฟ่นที่ 1 พระบรมรูปทรงม้า ผลงานประติมากรรมที่งดงามของศตวรรษที่ 11 อยู่หน้า ป้อมชาวประมง (Fisherman’s Bastion) จุดชมวิวเหนือเมืองบูดาที่ท่านสามารถชมความงามของแม่น้ำดานูบได้อย่างดีป้อมแห่งนี้สร้างขึ้นตั้งแต่ ค.ศ.1905 โดยกลุ่มชาวประมงฮังกาเรียน นำเดินทางข้ามพรมแดน เช็ก-ออสเตรีย สู่กรุงเวียนนา (Vienna) เมืองหลวงของประเทศออสเตรีย ผ่านชมเส้นทางธรรมชาติของทิวเขาสูง และพื้นที่อันเขียวชอุ่มของป่าไม้แห่งออสเตรีย

กลางวันรับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร อาหารจีนนำท่านผ่านชม ถนนสายวงแหวน (Ringstrasse) ที่แวดล้อมไปด้วยอาคารอันงดงามสถาปัตยกรรมเก่าแก่ ผ่านชมโรงละครโอเปร่า ที่สร้างขึ้นในระหว่างปีค.ศ.1863-1869 แต่ตัวอาคารได้ถูกทำลายไปในระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 และเปิดใหม่อีกครั้งในปีค.ศ.1955 ผ่านชมพระราชวังฮอฟเบิร์ก (Hofburg Palace) ซึ่งเป็นกลุ่มอาคารที่เคยเป็นที่ประทับของราชสำนักฮัปสบูร์ก มาตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 13 จนถึงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 20

15.00 น.นำเดินทางสู่สนามบินชเวทชาท กรุงเวียนนา เพื่อให้ท่านมีเวลาในการทำ คืนภาษี (Tax Refund) และมีเวลาในการเลือกซื้อสินค้าในร้านค้าปลอดภาษีภายในสนามบิน

18.25 น.ออกเดินทางกลับสู่กรุงเทพฯ โดยเที่ยวบินที่ BR 062 ***คณะเดินทางตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย. 62 เป็นต้นไป ออกเดินทางเวลา 18.35 น. และถึงกรุงเทพฯ เวลา 10.00 น.***

วันที่ 8กรุงเทพฯ
10.30 น.ถึง สนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพมหานคร ด้วยความสวัสดิภาพ

รหัส 3OSL-TG002 นอเวย์ 8 วัน 5 คืน tg
วันเดินทาง
ราคาทัวร์
1-7 พฤศจิกายน 2561 65,900 บาท/ท่าน
8 -14 พฤศจิกายน 2561 65,900 บาท/ท่าน
20 - 26 พฤศจิกายน 2561 65,900 บาท/ท่าน
30 พฤศจิกายน - 6 ธันวาคม 2561 65,900 บาท/ท่าน

ทัวร์นอเวย์เดือนพฤศจิกายน 2561/2018 ทัวร์ยุโรป 2018/2561 รถไฟสายโรแมนติก ยอดเขาฟลอเยน 8 วัน 5 คืนโดยสายการบินไทย (TG)

ตื่นตาตื่นใจกับสวนประติมากรรมวิเกลันด์ (Vigeland Sculpture Park) •เดินทางด้วยรถไฟสายโรแมนติก Flamsbana (The World famous flam-banen) ได้รับการขนานนามว่าเป็น The Most Beautiful Train Journey in the World • สัมผัสบรรยากาศล่องเรือ ชมความงามของไกเรงเกอร์ฟยอร์ด (Geirangerfjord) •นั่งรถรางไฟฟ้า Floibanen เพื่อไปชมทิวทัศน์อันงดงามบนยอดเขาฟลอเยน (Mount Floyen) เพื่อชมวิวกรุงเบอร์เก้น

 


วันที่ 1 : กรุงเทพฯ
21.30 น. คณะพร้อมกัน ณ สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศประตู 2 เคาน์เตอร์ D สายการบินไทย พบเจ้าหน้าที่คอยอำนวยความสะดวก

วันที่ 2 : กรุงเทพฯ – ออสโล – อุทยานแห่งชาติฟรอกเนอร์ – เกียร์โล
00.55 น. ออกเดินทางสู่กรุงออสโล ประเทศนอร์เวย์ โดยสายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG 954
***คณะเดินทางตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย. 61 เป็นต้นไป ออกเดินทาง เวลา 00.20 น. และถึงกรุงออสโล เวลา 06.50 น.***
07.25 น. เดินทางถึงสนามบินการ์เดอร์มอน กรุงออสโล ประเทศนอร์เวย์ (เวลาท้องถิ่นช้ากว่าประเทศไทย 5 ชั่วโมง และจะเปลี่ยนเป็น 6 ชั่วโมงในวันที่ 28 ตุลาคม 2561) หลังผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมือง นำท่านชม กรุงออสโล (Oslo) เมืองหลวงของประเทศนอร์เวย์ ตั้งอยู่ขอบด้านเหนือของอ่าวฟยอร์ดที่ชื่อออสโลฟยอร์ด ซึ่งในปี 2006 ออสโลได้ชื่อว่าเป็นเมืองที่มีค่าครองชีพสูงที่สุดในโลกแทนที่โตเกียว (ข้อมูลจากนิตยสาร THE ECONOMIST) โดยออสโลตั้งอยู่ขอบด้านเหนือของอ่าวฟยอร์ดที่ชื่อ “ออสโลฟยอร์ด” ตัวเมืองประกอบด้วยเกาะ 40 เกาะ เกาะใหญ่ที่สุดชื่อ MALMOYA นอกจากนี้ ยังมีทะเลสาบกว่า 343 แห่งซึ่งเป็นแหล่งน้ำจืดสำคัญ นำท่านเข้าชม อุทยานฟรอกเนอร์ (Frognor Sculpture Park) ชมผลงานของปฏิมากรเอกชาวนอร์เวย์ชื่อกุสตาฟ วิกเกแลนด์ ที่ใช้เวลา 40 ปีในการแกะกลุ่มรูปสลักหินแกรนิต และทองแดงให้คนรุ่นหลังได้เห็นวัฎจักรในหนึ่งชีวิตของมนุษย์ ตรงใจกลางของอุทยานเป็นที่ตั้งของรูปแกะสลักชิ้นโบว์แดงของท่านชื่อ “โมโนลิท” (สูง 17 เมตร) แกะจากหินสลักแกรนิตเพียงแท่งเดียว
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร อาหารจีน
นำท่านเดินทางสู่เมืองเกียร์โล (GEILO) เมืองแห่งสกีรีสอร์ทและดินแดนแห่งกลาเซียร์ที่มีชื่อเสียงแห่งประเทศนอร์เวย์
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง
ที่พัก เข้าสู่ที่พัก โรงแรม BARDOLA หรือเทียบเท่า

วันที่ 3 : เกียร์โล – ฟลัม – รถไฟสายโรแมนติก – ไมร์ดรัล – ล่องเรือซองฟยอร์ด – กุดวานเก้น – เบอร์เก้น
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านเดินทางสู่เมืองฟลัม ให้ท่านสัมผัสประสบการณ์ นั่งรถไฟสายโรแมนติกฟลัม-ไมดรัล (The World famous flam-banen) Flamsbana – The Most Beautiful Train Journey in The World นับเป็นเส้นทางรถไฟสายที่โรแมนติกที่สุดในยุโรปเหนือ ลอดอุโมงค์ที่เจาะทะลุภูเขา ผ่านทะเลสาบ แม่น้ำ และน้ำตกเหนือคณานับที่เกิดจากการละลายของหิมะบนภูเขา มุ่งสู่สถานีไมดรัล (Myrdal) ศูนย์กลางของรถไฟสายโรแมนติก ตั้งอยู่บนความสูง 857 เมตร เหนือระดับน้ำทะเลใกล้กับฟยอร์ด Aurland ที่มีภูมิทัศน์งดงามสุดสายตา ที่ท่านจะได้ชมปรากฏการณ์ทางธรรมชาติฟยอร์ด อันเกิดจากการละลายของธารน้ำแข็งปกคลุมเหนือพื้นดิน
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร อาหารพื้นเมือง
บ่าย เปลี่ยนบรรยากาศให้ท่านล่องเรือชมความงามของซองฟยอร์ด (Sognefjord) มุ่งหน้าสู่เมืองกุดวานเก้น (Gudvangen) ซึ่งฟยอร์ดนี้นอกจากจะได้รับการจัดอันดับเป็นมรดกโลกแล้ว ยังได้รับการขนานนามว่าเป็นฟยอร์ดที่ยาวและลึกที่สุดในโลก (The longest and deepest fjord in the world) ช่วงที่ได้รับการยกย่องว่าสวยที่สุดคือ NARROW FJORD ระหว่างทางเพลิดเพลินกับภูผาสูงชันอันเขียวขจี ธารน้ำตกนับร้อยสาย สำหรับฟยอร์ดนั้นนับว่าเป็นความมหัศจรรย์ของธรรมชาติ ที่เกิดจากการกัดเซาะของแผ่นธารน้ำแข็งในยุคน้ำแข็งเมื่อหลายล้านปีก่อน ในโลกนี้มีไม่กี่ประเทศที่มีฟยอร์ด แต่ฟยอร์ดที่ได้ชื่อว่าสวยที่สุดในโลกคือฟยอร์ดในประเทศนอร์เวย์ ซึ่งช่องฟยอร์ดแห่งนี้ได้ชื่อว่าสวยติดอันดับโลกเช่นกัน จากนั้นนำท่านเดินทางโดยรถโค้ชปรับอากาศสู่เมืองเบอร์เก้น (Bergen)
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร อาหารจีน
ที่พัก เข้าสู่ที่พัก โรงแรม THON BERGEN AIRPORT หรือเทียบเท่า

วันที่ 4 : เบอร์เก้น – รถรางไฟฟ้า Floibanen – ยอดเขาฟลอเยน – เกียร์โล
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
พาท่านเที่ยวชมเมืองเบอร์เก้นเมืองในฝันที่แสนน่ารัก เป็นเมืองท่าที่สำคัญของนอร์เวย์มาตั้งแต่คริสศตวรรษที่ 13 เมืองนี้ล้อมรอบด้วยภูเขาถึงเจ็ดลูก มีท่าเรือที่ยาวถึง 10 กิโลเมตร ชมอาคารไม้หน้าอ่าว Bryggen ซึ่งได้รับการอนุรักษ์ จากองค์การยูเนสโกให้เป็นมรดกโลก และปัจจุบันได้รับการรักษาสภาพไว้ได้อย่างดียิ่ง แล้วนำท่านไปยังสถานี Floibanen เพื่อให้ท่านได้สัมผัส ประสบการณ์ใหม่ โดยนั่งรถรางไฟฟ้า Floibanen เพื่อไปชมทิวทัศน์อันงดงามบนยอดเขา ฟลอเยน (Mount Floyen) ซึ่งสูงถึง 320 เมตร จากระดับน้ำทะเล ท่านจะได้ชมความงามของกรุงเบอร์เก้น ที่ตั้งอยู่บนปากฟยอร์ดนอร์เวย์ ซึ่งเป็นปลายทางเส้นทางสายฟยอร์ดอันงดงามที่สุด แล้วนำท่านเดินทางกลับสู่ตัวเมืองเบอร์เก้น
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร อาหารจีน
บ่าย นำท่านเดินทางกลับเมืองเกียร์โล ระหว่างทางผ่านชมสะพานแขวนฮาร์ดเดนเจอร์ (Hardanger bridge) สะพานแขวนที่เชื่อมระหว่าง Ullensvang และ Ulvik. โดยเป็นสะพานแขวนที่ยาวที่สุดในนอร์เวย์
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร อาหารพื้นเมือง
ที่พัก เข้าสู่ที่พัก โรงแรม BARDOLA หรือเทียบเท่า

วันที่ 5 : เกียร์โล – ออสโล – พิพิธภัณฑ์เรือไวกิ้งโบราณ – ลานกระโดดสกีโฮเมนโคเล่น
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านเดินทางสู่กรุงออสโล (Oslo) เมืองหลวงของประเทศนอร์เวย์ ท่านสามารถชมทัศนียภาพอันงดงามของประเทศนอร์เวย์ตลอดสองข้างทาง
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร อาหารพื้นเมือง
บ่าย นำท่านชมลานกระโดดสกี โฮเมนโคเล่น (Holmenkollen ski jump arena) นี้ตั้งสูงตระหง่านอยู่บนยอดเขา เป็นสถานที่จัดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาวในปี 1952 จากนั้นนำท่านเข้าชมพิพิธภัณฑ์เรือไวกิ้งโบราณ จัดแสดงเกี่ยวกับเรือไวกิ้งที่สร้างจากไม้ ในยุคคริสต์ศตวรรษที่ 9 โดยขุดได้จากรอบๆ ออสโลฟยอร์ด นอกจากนี้ยังจัดแสดงเกี่ยวกับเครื่องมือในชีวิตประจำวันที่มีอายุเก่าแก่กว่า 1,000 ปี เป็นตำนานของชาวไวกิ้งเรือถือเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด เพราะชาวไวกิ้งใช้เรือทั้งในเรื่องของการรบทำการค้าและออกสำรวจหาดินแดนใหม่ๆ จนมีคำกล่าวว่าถ้าไม่มีเรือไวกิ้งก็จะไม่มียุคที่รุ่งเรืองที่สุด
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร อาหารจีน
ที่พัก เข้าสู่ที่พัก โรงแรม SCANDIC ASKER หรือเทียบเท่า

วันที่ 6 : Oslo Opera House – ถนนคาร์ล โยฮันส์ เกท – อิสระเดินเล่นออสโลตามอัธยาศัย
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านถ่ายรูป ศาลาว่าการเมืองออสโล ซึ่งสร้างด้วยสถาปัตยกรรมที่สวยงามด้วยลักษณะของอาคารหอคอยคู่ ตั้งอยู่บริเวณริมแม่น้ำ ซึ่งรายล้อมด้วยอาคารที่สวยงามริมออสโลฟยอร์ด อีกทั้งโรงละครแห่งชาติ (The Oslo Opera House) หนึ่งในโครงการปรับปรุงบริเวณชายฝั่งของออสโลให้เกิดเป็นพื้นที่ที่มีประโยชน์ และการปรับผังการจราจรของชายฝั่งด้านตัวเมืองออสโล พาท่านถ่ายรูป Royal Palace, Akerhus Castle สถานสำคัญประจำเมือง และมีสถาปัตยกรรมที่สวยงามโดดเด่นที่เหมาะแก่การแวะชมถ่ายรูปเป็นที่ระลึก
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร อาหารพื้นเมือง
บ่าย อิสระให้ท่านเลือกซื้อของฝาก และช้อปปิ้ง ณ บริเวณถนนคาร์ล โยฮันส์ เกท (Karl Johans Gate) ตามอัธยาศัย
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร อาหารจีน
ที่พัก เข้าสู่ที่พัก โรงแรม SCANDIC ASKER หรือเทียบเท่า

วันที่ 7 : ออสโล– สนามบิน
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำคณะเดินทางสู่ สนามบิน เพื่อให้ท่านมีเวลาในการทำ คืนภาษี (Tax Refund) และ มีเวลาในการเลือกซื้อสินค้าในร้านค้าปลอดภาษีภายในสนามบิน
14.15 น. ออกเดินทางกลับสู่กรุงเทพฯ โดยสายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG 955
***คณะเดินทางตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย. 61 เป็นต้นไป ออกเดินทาง เวลา 13.30 น. และถึงกรุงเทพฯ เวลา 06.20 น.***

วันที่ 8 : กรุงเทพฯ
06.15 น. ถึง สนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพมหานคร ด้วยความสวัสดิภาพ

 

อัตราค่าบริการนี้รวม
1.ค่าตั๋วเครื่องบิน ชั้นประหยัด ( Economy Class) ที่ระบุวันเดินทางไปกลับพร้อมคณะ (ในกรณีมีความประสงค์อยู่ต่อ จะต้องไม่เกินจำนวนวัน และอยู่ภายใต้เงื่อนไขของสายการบิน)
2.ค่าภาษีสนามบินทุกแห่งตามรายการ
3.ค่ารถโค้ชปรับอากาศนำเที่ยวตามรายการ
4.ค่าห้องพักในโรงแรมตามที่ระบุในรายการหรือเทียบเท่า (3 ดาว – 4 ดาว)
5.ค่าอาหารตามที่ระบุในรายการ
6.ค่าเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยวตามรายการ
7.ค่าประกันภัยการเดินทางรายบุคคล (หากต้องการเงื่อนไขกรมธรรม์สอบถามได้จากเจ้าหน้าที่)
8.ค่าประกันอุบัติเหตุคุ้มครองในระหว่างการเดินทางวงเงินไม่เกินท่านละ 1,000,000 บาท
9.ค่ารักษาพยาบาลในกรณีเกิดอุบัติเหตุวงเงินไม่เกินท่านละ 500,000 บาท (ตามเงื่นไขกรมธรรม์)
** ลูกค้าท่านใดสนใจ…ซื้อประกันการเดินทางสำหรับครอบคลุมเรื่องสุขภาพสามารถสอบถามข้อมูล เพิ่มเติมกับทางบริษัทได้ **
เบี้ยประกันเริ่มต้น 341 บาท [ระยะเวลา 4-6 วัน]
เบี้ยประกันเริ่มต้น 395 บาท [ระยะเวลา 7-10 วัน]
**ความครอบคลุมผู้เอาประกันที่มีอายุตั้งแต่แรกเกิด ถึง 85 ปี **
[รักษาพยาบาล 2 ล้าน, เสียชีวิตหรือเสียอวัยวะจากอุบัติเหตุ 1.5 ล้านบาท]
10.ค่ามัคคุเทศก์ของบริษัทดูแลตลอดการเดินทาง (ไม่รวมทิปมัคคุเทศก์)
11.ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%

อัตราค่าบริการนี้ไม่รวม
-ค่าธรรมเนียมการจัดทำหนังสือเดินทาง
-ค่าใช้จ่ายส่วนตัว อาทิเช่น ค่าเครื่องดื่มที่สั่งพิเศษ, ค่าโทรศัพท์, ค่าซักรีด, ค่าธรรมเนียมหนังสือเดินทาง, ค่าน้ำหนักเกินจากทางสายการบินกำหนดเกินกว่า 20 ก.ก.และมากกว่า 1 ชิ้น, ค่ารักษาพยาบาล กรณีเกิดการเจ็บป่วยจากโรคประจำตัว, ค่ากระเป๋าเดินทางหรือของมีค่าที่สูญหายในระหว่างการเดินทาง เป็นต้
-ค่าธรรมเนียมน้ำมันและภาษีสนามบิน ในกรณีที่สายการบินมีการปรับขึ้นราคา
-ค่าบริการยกกระเป๋าในโรงแรม ซึ่งท่านจะต้องดูแลกระเป๋าและทรัพย์สินด้วยตัวท่านเอง
-ค่าธรรมเนียมวีซ่าประเทศนอร์เวย์ (ผู้ยื่นวีซ่าต้องชำระเงินพร้อมเงินมัดจำค่าทัวร์ เป็นจำนวนเงินโดยประมาณ 3,500 บาท)
-ค่าทิปพนักงานขับรถ และไกด์ท้องถิ่น (13 ยูโร)
-ค่าทิปมัคคุเทศก์จากเมืองไทย (โดยมาตรฐาน 3 ยูโร ต่อคน ต่อวัน : 8 x 3 = 24 ยูโร)