รหัส FCO-TG004 อิตาลี สวิตเซอร์แลนด์ (จุงเฟรา) ฝรั่งเศส 10 วัน 7 คืน การบินไทย (TG)
วันเดินทาง
ราคาทัวร์
6-12, 9-18 เมษายน 2019 89,900 บาท/ท่าน
23 เม.ย. - 2 พ.ค. 2019 79,900 บาท/ท่าน
4-13, 14-23, 18-27 พ.ค. 2019 77,900 บาท/ท่าน
1-10 มิ.ย. / 22 มิ.ย. - 01 ก.ค. 2019 77,900 บาท/ท่าน

ทัวร์ยุโรปเมษายน – ทัวร์ยุโรปพฤษภาคม 2562/2019 ทัวร์ อิตาลี สวิตเซอร์แลนด์ (จุงเฟรา) ฝรั่งเศส 10 วัน

ทัวร์ยุโรปเมษายน - ทัวร์ยุโรปพฤษภาคม 2562/2019 ทัวร์ อิตาลี สวิตเซอร์แลนด์ (จุงเฟรา) ฝรั่งเศส 10 วัน ทัวร์ อิตาลี สวิตเซอร์แลนด์ (จุงเฟรา) ฝรั่งเศส 10 วัน ทัวร์อิตาลี นครวาติกัน  โคลอสเซี่ยม หอเอนปิซ่า และหอไอเฟล  เยือนดินแดนสุดแสนโรแมนติก บนเกาะเวนิส (Venice) สวิสเซอร์แลนด์ ขึ้นรถไฟพิชิตยอดเขาจุงเฟรา (Jungfrau) มรดกโลกทางธรรมชาติแห่งแรกของยุโรป   ตื่นตาตื่นใจกับพระราชวังแวร์ซายส์ (Versailles Palace)  พักปารีส 2 คืน   นั่งรถไฟด่วน TGV เข้าสู่ปารีส   เมนูพิเศษ.. สปาเกตตี้หมึกดำ และหอยเอสคาโก้

วันที่ 1: กรุงเทพฯ วันที่ 1: กรุงเทพฯ
21.30 น. คณะพร้อมกันณ สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศประตู 2 เคาน์เตอร์ D สายการบินไทย พบเจ้าหน้าที่คอยอำนวยความสะดวก

วันที่ 2: กรุงเทพฯ– โรม – มหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ – โคลอสเซี่ยม
00.01 น. ออกเดินทางสู่กรุงโรม โดยสายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG 944  ***คณะเดินทางตั้งแต่วันที่ 6 เม.ย. 62 เป็นต้นไป ออกเดินทาง เวลา 00.20 น. และถึงกรุงโรม เวลา 06.50 น.***

05.55 น. ถึงสนามบินฟูมิชิโนกรุงโรม ประเทศอิตาลี (เวลาท้องถิ่นช้ากว่าประเทศไทย 6 ชั๋วโมง และจะเปลี่ยนเป็น 5 ชั๋วโมงในวันที่ 31 มีนาคม 2562) นำท่านผ่านพิธีตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร จากนั้นผ่านชมกลุ่มโรมันฟอรัม (Roman Forum) อดีตศูนย์กลางทางด้านการเมือง ศาสนา และเศรษฐกิจของอาณาจักรโรมัน ที่สะท้อนให้เห็นความเจริญรุ่งเรืองของอารยะธรรมโรมันในช่วง 2,000 ปีที่ผ่านมา  นำท่านเดินทางพาท่านเข้าสู่นครรัฐวาติกัน (Vatican) ประเทศที่เล็กที่สุดในโลกตั้งอยู่ใจกลางกรุงโรม เป็นประเทศเดียวในโลกที่มีกำแพงล้อมรอบเมืองเอาไว้ได้ทั้งหมด ยกเว้นด้านหน้าทางเข้า และเป็นศูนย์กลางของศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิกโดยมีพระสันตะปาปา มีอำนาจปกครองสูงสุด นำท่านชมมหาวิหารที่ใหญ่ที่สุดในโลกมหาวิหารเซนต์ปีเตอร์(St.Peter’s Basilica) ชมประติมากรรมอันลือชื่อปิเอต้า (Pieta) ของมิเคลันเจโลและชมแท่นบูชาบัลแดคคิโน (St. Peter’s Baldachin) เป็นซุ้มสำริดที่สร้างโดยจานโลเรนโซ แบร์นินี ซึ่งสร้างตรงบริเวณที่เชื่อกันว่าเป็นที่ฝังพระศพของนักบุญปีเตอร์

กลางวัน         รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร อาหารจีน นำชมความยิ่งใหญ่ในอดีต และเก็บภาพสวยบริเวณรอบนอกของสนามกีฬาโคลอสเซี่ยม (Colosseum) 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคโบราณ อดีตสนามประลองการต่อสู้ที่ยิ่งใหญ่ของชาวโรมันที่สามารถจุผู้ชมได้ถึง 50,000 คนนำชมงานประติมากรรมของเทพนิยายกรีกและโยนเหรียญอธิษฐานบริเวณ น้ำพุเทรวี่ (Trevi Fountain) สัญลักษณ์ของกรุงโรมที่โด่งดัง นำท่านเดินสู่บริเวณย่านบันไดสเปน (The Spainsh Step) แหล่งแฟชั่นชั้นนำและแหล่งนัดพบของคนรักการช้อปปิ้ง
ค่ำ      รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง ที่พัก      เดินทางเข้าสู่ที่พัก MIDAS หรือเทียบเท่า

วันที่ 3: โรม – ฟลอเรนซ์ – ปิซ่า
เช้า       รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม นำท่านเดินทางต่อสู่แคว้นทัสคานี (Tuscany) โดยเมืองหลวงของแคว้น คือ   ฟลอเรนซ์ (Florence)ที่ได้รับขนานนามว่าเป็นเมืองศูนย์กลางแห่งศิลปะในยุคเรอเนสซองส์ ซึ่งล้วนแล้วแต่มีโบราณสถานสำคัญ และมีทิวทัศน์ตามธรรมชาติที่สวยงาม จนได้รับการแต่งตั้งให้เป็นมรดกโลกจากองค์กรยูเนสโก้เมื่อ ปี ค.ศ.1982 ทำให้ทัสคานีมีชื่อเสียงในฐานะดินแดนท่องเที่ยวยอดนิยมระดับโลก นักท่องเที่ยวทั่วโลก ชมความยิ่งใหญ่ และอลังการของมหาวิหารซานตา มาเรีย เดล ฟิโอเร (Santa Maria Dell Fiore) วิหารของเมืองฟลอเรนซ์ ที่ใหญ่เป็นอันดับ 4 ของทวีปยุโรป ซึ่งโดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมที่ใช้หินอ่อนหลายสีตกแต่งผสมผสานกันได้อย่างงดงาม นำชมจัตุรัสเดลลาซิญญอเรีย (Piazza Della Signoria) ซึ่งรายล้อมไปด้วยรูปปั้น อาทิ เช่น รูปปั้นเทพเจ้าเนปจูน (Fountain of Neptune),วีรบุรุษเปอร์ซิอุสถือหัวเมดูซ่า (Perseus with the Head of Medusa), รูปปั้นเดวิด ผลงานที่มีชื่อเสียงของ ไมเคิล แองเจโล่ จากนั้นนำท่าน มาริมฝั่งแม่น้ำอาร์โน จะพบกับสะพานเวคคิโอ (Vecchio) สะพานเก่าแก่ที่มีมีร้านขายทอง และอัญมณีอยู่ทั้งสองข้าง

กลางวัน      รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร อาหารจีน บ่าย นำท่านเดินทางสู่เมืองปิซ่า (Pisa) เมืองแห่งศิลปะที่สำคัญของอิตาลี เป็นเมืองเล็กๆอยู่ทางตะวันตกของ Florence ด้านตะวันตกของเมืองติดกับทะเลเมดิเตอร์เรเนียน แม้ว่าจะเป็นเมืองเล็กๆ แต่ Pisa ก็เป็นเมืองที่มีชื่อเสียงและเป็นที่รู้จักของ นำท่านเข้าสู่บริเวณจัตุรัสกัมโป เดย์ มีราโกลี (Compo Dei Miracoli) ที่ประกอบด้วยกลุ่มอาคารสถาปัตยกรรมแบบโรมาเนสก์ โดยเริ่มจากหอพิธีเจิมน้ำมนต์ (Baptistry of St. John) ที่ใหญ่ที่สุดในอิตาลี, มหาวิหารดูโอโม (Duomo) ที่งดงามและหอเอนแห่งเมืองปิซ่าอันเลื่อง ชมหอเอนปิซ่า(Leaning Towerof Pisa) สัญลักษณ์แห่งเมืองปิซ่า 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคกลาง เริ่มสร้างเมื่อปี ค.ศ.1173 ใช้เวลาสร้างประมาณ 175 ปี แต่ระหว่างการก่อสร้างต้องหยุดชะงักลงไปเมื่อสร้างไปได้ถึงชั้น 3 ก็เกิดการยุบตัวของฐานขึ้นมา และต่อมาก็มีการสร้างหอต่อเติมขึ้นอีกจนแล้วเสร็จ โดยใช้เวลาสร้างทั้งหมดถึง 177 ปี โดยที่หอเอนปิซ่านี้ กาลิเลโอ  บิดาแห่งวิทยาศาสตร์ ซึ่งเป็นชาวอิตาเลี่ยนได้ใช้เป็นสถานที่ทดลองทฤษฎีแรงโน้มถ่วงของโลกที่ว่า สิ่งของสองชิ้น น้ำหนักไม่เท่ากัน ถ้าปล่อยสิ่งของทั้งสองชิ้นจากที่สูงพร้อมกัน ก็จะตกถึงพื้นพร้อมกัน จากนั้นให้ท่านอิสระให้ท่านได้เลือกซื้อสินค้าที่ระลึกราคาถูก ที่มีร้านค้าเรียงรายอยู่มากมาย

ค่ำ       รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร อาหารพื้นเมือง ที่พัก      เดินทางเข้าสู่ที่พัก GALILEI หรือเทียบเท่า  (ในกรณีที่โรงแรมในเมืองปิซ่าเต็มจะย้ายไปนอนเมืองลุคค่า แทน)

วันที่ 4: ปิซ่า – เกาะเวนิส – เวนิส เมสเตร้

เช้า       รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม นำท่านเดินทางสู่เมืองเวนิส (Venice Mestre) ฝั่งแผ่นดินใหญ่ เมืองหลวงของแคว้นเวเนโต เวนิสถูกสร้างขึ้นจากการเชื่อมเกาะเล็ก ๆ จำนวนมากเข้าด้วยกันในบริเวณทะเลสาบเวนิเทีย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของทะเลอาเดรียตริก เป็นเมืองท่าโบราณ และเป็นเมืองที่ใช้คลองในการคมนาคม มากที่สุด

กลางวัน       รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร อาหารจีน บ่าย นำท่านเดินทาง สู่ท่าเรือตรอนเคตโต้ (Tronchetto) นำท่านล่องเรือผ่านชมบ้านเรือนของชาวเวนิส สู่เกาะเวนิส หรือ เวเนเซีย (Venezia) ดินแดนแสนโรแมนติก เป็นเมืองที่ไม่เหมือนใคร โดยใช้เรือแทนรถ ใช้คลองแทนถนนมีสมญานามว่าเป็น “ราชินีแห่งทะเลเอเดรียติก” มีเกาะน้อยใหญ่กว่า 118 เกาะ และมีสะพานเชื่อมถึงกันกว่า 400 แห่ง ขึ้นฝั่งที่บริเวณซานมาร์โค ศูนย์กลางของเกาะเวนิส จากนั้นนำท่านเดินชมความงามของเกาะเวนิส ชมสะพานถอนหายใจ ( Bridge of Sighs) ที่มีเรื่องราวน่าสนใจในอดีต เมื่อนักโทษที่เดินออกจากห้องพิพากษาไปสู่คุกจะได้มีโอกาสเห็นแสงสว่างและโลกภายนอกเป็นครั้งสุดท้ายระหว่างเดินผ่านช่องหน้าต่างที่สะพานนี้  ซึ่งเชื่อมต่อกับวังดอดจ์(Doge’s Palace) อันเป็นสถานที่พำนักของเจ้าผู้ครองนครเวนิสในอดีต ซึ่งนักโทษชื่อดังที่เคยเดินผ่านสะพานนี้มาเเล้วคือ คาสโนว่านั่นเอง นำท่านถ่ายรูปบริเวณจัตุรัสซานมาร์โค (St.Mark’s Square) ที่นโปเลียนเคยกล่าวไว้ว่า “เป็นห้องนั่งเล่นที่สวยที่สุดในยุโรป” จัตุรัสถูกล้อมรอบด้วยอาเขตอันงดงาม รวมทั้งโบสถ์ซานมาร์โค (St.Mark’sBacilica) ที่มีโดมใหญ่ 5 โดม ตามแบบศิลปะไบแซนไทน์ จากนั้นอิสระให้ท่านได้มีเวลาเที่ยวชมเกาะอันแสนโรแมนติก เช่นเพื่อชมมนต์เสน่ห์แห่ง   นครเวนิส, เข้าชมโบสถ์ซานมาร์โค, ช๊อปปิ้งสินค้าของที่ระลึก อาทิเช่น เครื่องแก้วมูราโน่,หน้ากากเวนิส หรือนั่งจิบกาแฟในร้าน Café Florian ที่เปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี ค.ศ.1720 สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางกลับสู่ฝั่งแผ่นดินใหญ่ Venice Mestre

ค่ำ      รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร อาหารพื้นเมือง (สปาเกตตี้หมึกดำ) ที่พัก       เดินทางเข้าสู่ที่พัก RUSSOTT หรือเทียบเท่า

วันที่ 5: เมสเตร้ – มิลาน – อินเทอร์ลาเคน

เช้า       รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม จากนั้นเดินทางสู่ตัวเมืองมิลาน (Milan) เมืองที่เรียกได้ว่า เป็นเมืองหลวงแห่งแฟชั่นของโลก นำท่านชมมหาวิหารแห่งเมืองมิลาน (Duomo di Milano)ที่สร้างด้วยศิลปะแบบนีโอโกธิค ที่ผสมผสานกัน เป็นสถาปัตยกรรมแบบตะวันตก สมัยฟื้นฟูศิลปวิทยาการ ชมแกลเลอรี วิคเตอร์ เอ็มมานูเอล (Galleria Vittorio Emanuele II) ที่นับว่าเป็นชอปปิงมอลล์ที่สวยงาม หรูหราและเก่าแก่ที่สุดในเมืองมิลาน อนุสาวรีย์ ของกษัตริย์วิคเตอร์ เอ็มมานูเอลที่ 2 ผู้ริเริ่มการรวมชาติหัวเมืองต่างๆในอิตาลี และอนุสาวรีย์ของศิลปินชื่อดังในยุคเรเนซองส์อีก 1 ท่าน คือ ลิโอนาร์โด ดาร์วินซี่ ที่อยู่ในบริเวณด้านหน้าของโรงละครสกาล่า

กลางวัน       รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร อาหารจีน บ่าย นำท่านเดินข้ามพรหมแดนอิตาลี – สวิตเซอร์แลนด์ เพื่อเดินทางสู่จากนั้นนำท่านเดินทางต่อสู่เมืองอินเทอร์ลาเคน (Interlaken) เมืองระหว่างทะเลสาบ     เป็นเมืองที่ตั้งอยู่ระหว่าง ทะเลสาบทูน (Lake Thun) และทะเลสาบเบรียนซ์ (Lake Brienz)อิสระให้ท่านได้สัมผัสบรรยากาศและธรรมชาติแบบสวิตเซอร์แลนด์ในเมืองเล็กๆ

ค่ำ        รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร อาหารพื้นเมือง (ฟองดูร์ชีส) ที่พัก       เดินทางเข้าสู่ที่พัก CITY OBERLAND หรือเทียบเท่า

วันที่ 6: ยอดเขาจุงเฟรา– สตราสบูร์ก

เช้า      รับประทานอาหาร เช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม ออกเดินทางสู่ เมืองกรินเดอวาลด์ (Grindelwald) เมืองตากอากาศที่สวยงามและยังเป็นที่ตั้งสถานีรถไฟขึ้นสู่ ยอดเขาจุงเฟรา (Jungfrau) เเละเมื่อปี คศ.2001 องค์การยูเนสโกประกาศให้ยอดเขาจูงเฟรา เป็นพื้นที่มรดกโลกทางธรรมชาติแห่งแรกของยุโรป นำคณะนั่งรถไฟท่องเที่ยวธรรมชาติ ขึ้นพิชิตยอดเขาจูงเฟราที่มีความสูงกว่าระดับน้ำทะเลถึง 11,333 ฟุตหรือ 3,454 เมตร ระหว่างเส้นทางขึ้นสู่ยอดเขาท่านจะได้ผ่านชมธารน้ำแข็งที่มีขนาดใหญ่จนถึง สถานีรถไฟจุงเฟรายอร์ค (Jungfraujoch) สถานีรถไฟที่อยู่สูงที่สุดในยุโรป (Top of Europe) เข้าชมถ้ำน้ำแข็ง (Ice Palace) ที่แกะสลักให้สวยงาม อยู่ใต้ธารน้ำแข็งลึกถึง 30 เมตร

กลางวัน       รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารบนยอดเขา อาหารพื้นเมือง บ่าย พาท่านชมวิวที่ ลานสฟิงซ์ (Sphinx Terrace) จุดชมวิวที่สูงที่สุดในยุโรป ที่ระดับความสูงถึง 3,571 เมตร สามารถมองเห็นได้กว้างไกลที่ถึงชายแดนสวิส สัมผัสกับภาพของธารน้ำแข็ง Aletsch Glacier ที่ยาวที่สุดในเทือกเขาแอลป์ ยาวถึง 22 ก.ม.และหนาถึง 700 เมตร โดยไม่เคยละลาย อิสระให้ท่านได้สนุกสนานกับการถ่ายรูป เล่นหิมะบนยอดเขาและเพลิดเพลินกับกิจกรรมบนยอดเขา และที่ไม่ควรพลาดกับการส่งโปสการ์ดโดยที่ทำการไปรษณีย์ที่สูงที่สุดในยุโรปนำคณะเดินทางลงจากยอดเขาโดยไม่ซ้ำเส้นทางเดิม ให้ท่านได้ชมวิวทิวทัศน์ที่สวยงามและแตกต่างกันจนถึง สถานีรถไฟเมืองลาวท์เทอ บรุนเนิน (Lauterbrunnen)จากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมืองสตราสบูร์ก (Strasbourg)ประเทศฝรั่งเศส เมืองหลวงแห่งแคว้นอัลซาส (Alsace) ที่มี 2 วัฒนธรรม คือฝรั่งเศสและเยอรมนี เนื่องจากผลัดกันอยู่ภายใต้การปกครองของ 2 ประเทศนี้สลับกันไปมา สตราสบูร์ก เป็นเมืองใหญ่มีสถาปัตยกรรมสมัยโบราณเป็นร่องรอยประวัติศาสตร์ให้ชาวเมืองปัจจุบันได้ชื่นชม

ค่ำ       รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร อาหารพื้นเมือง ที่พัก        เดินทางเข้าสู่ที่พัก MERCURE STRASBOURG GARE CENTRALE หรือเทียบเท่า

วันที่ 7: สตราสบูร์ก – รถไฟความเร็วสูง TGV – ปารีส – ล่องเรือแม่น้ำแซน – ประตูชัย – หอไอเฟล

เช้า       รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม นำคณะนั่งรถไฟความเร็วสูง TGV สู่มหานครปารีส วิ่งด้วยความเร็ว 300 กิโลเมตร ต่อชั่วโมง จนถึงเดินทางมาถึงสถานีรถไฟ Gare Du East ในมหานครปารีส (Paris) เมืองหลวงของประเทศฝรั่งเศส เมืองที่มีมนต์เสน่ห์อันเหลือล้น ติดอันดับ 1 ใน 10 ของโลกที่นักท่องเที่ยวอยากมาเยือนมากที่สุด ปัจจุบันกรุงปารีสเป็นหนึ่งในศูนย์กลางทางเศรษฐกิจและวัฒนธรรมที่ล้ำสมัยแห่งหนึ่งของโลกที่ทรงด้วยอิทธิพลของการเมือง การศึกษา บันเทิง สื่อ แฟชั่น วิทยาศาสตร์และศิลปะ ทำให้กรุงปารีสเป็นหนึ่งในเมืองที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

กลางวัน       รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร อาหารจีน จากนั้นนำท่านล่องเรือบาโตมุช (Bateaux Mouches Cruise)ไปตามแม่น้ำแซนด์ ที่ไหลผ่านใจกลางกรุงปารีส ชมความสวยงามของสถาปัตยกรรมอันคลาสสิคของอาคารต่างๆตลอดสองฝากฝั่งแม่น้ำเป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ที่น่าประทับใจโดยเรือจะล่องผ่านมหาวิหารนอเตรอดามแห่งปารีส (Notre-dame de Paris)อายุกว่า 800 ปี เป็นมหาวิหารสถาปัตยกรรมสไตล์โกธิคที่งามเลิศ โดดเด่นด้วยหอคอยคู่หน้าทรงเหลี่ยมและยอดปลายแหลมบนหลังคาวิหารสูงจากระดับพื้นดินถึง 96 เมตรเป็นสถานที่ประกอบพิธีอภิเษกสมรสระหว่างพระเจ้าหลุยส์ที่ 16 กับพระนางมารี อังตัวแนตต์ และยังเป็นจุดกิโลเมตรที่ศูนย์ของประเทศฝรั่งเศสอีกด้วยนำเที่ยวชมความงดงามของมหานครปารีส ผ่านลานประวัติศาสตร์จัตุรัสคองคอร์ด (Place de la Concorde)ที่พระเจ้าหลุยส์ที่ 16 และพระนางมารีอองตัวแนต ถูกตัดสินประหารชีวิตโดยกิโยตินในสมัยปฏิวัติฝรั่งเศส จากนั้นเข้า สู่ถนนสายโรแมนติกชองป์เอลิเซ่ (Champs Elysees) ซึ่งทอดยาวจากจัตุรัสคองคอร์ดตรงสู่ประตูชัยนโปเลียน,       นำชมและถ่ายรูปคู่กับประตูชัยนโปเลียน (Arc de Triomphe) สัญลักษณ์แห่งชัยชนะของจักรพรรดินโปเลียนในศึก เอาส์เตอร์ลิทซ์ในปี1805 โดยเริ่มสร้างขึ้นในปี ค.ศ.1806 แต่มาแล้วเสร็จในปี ค.ศ.1836 แล้วนำถ่ายรูปเป็นที่ระลึกกับหอไอเฟล (Tour Eiffel)สัญลักษณ์ที่โดดเด่นสูงตระหง่านคู่นครปารีสด้วยความสูงถึง 1,051 ฟุต ซึ่งสร้างขึ้นในปีค.ศ.1889

ค่ำ        รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร อาหารไทย ที่พัก       เดินทางเข้าสู่ที่พัก MERCURE FONTENAY SOUS BOIS หรือเทียบเท่า

วันที่ 8: พระราชวังแวร์ซายน์ – พิพิธภัณฑ์น้ำหอม – ช้อปปิ้ง

เช้า       รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม เดินทางสู่ เมืองแวร์ซายส์นำเข้าชมความงดงามของพระราชวังแวร์ซายส์(Versailles Palace) อันยิ่งใหญ่ (มีไกด์ท้องถิ่นบรรยายในพระราชวัง) ที่สร้างขึ้นตามพระราชประสงค์ของพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ภายในตกแต่งอย่างวิจิตรอลังการ ทั้งจิตรกรรมฝาผนัง รูปปั้น รูปแกะสลักและเครื่องเรือน ซึ่งเป็นการใช้เงินอย่างมหาศาล พาท่านชมห้องต่างๆของพระราชวัง เช่น โบสถ์หลวงประจำพระราชวัง,ท้องพระโรงที่ตกแต่งอย่างวิจิตรบรรจง, ห้องอพอลโล, ห้องเมอคิวรี่, ห้องกระจก (Hall of Mirror) ที่มีความยาวถึง 73 เมตร ซึ่งเป็นห้องที่พระยาโกษาธิบดี (ปาน) ราชทูตไทยสมัยพระนารายณ์มหาราชเคยเข้าถวายสาส์นต่อพระเจ้าหลุยส์ที่14 แห่งฝรั่งเศส อีกทั้งยังเป็นห้องที่ใช้สำหรับจัดงานเลี้ยงและเต้นรำของพระนางมารี อังตัวแนตต์ มเหสีของพระเจ้าหลุยส์ที่ 16, ชมห้องบรรทมพระราชินีที่ตกแต่งอย่างงดงาม, ภาพเขียนปราบดาภิเษกของจักรพรรดินโปเลียนที่ยิ่งใหญ่

กลางวัน       รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร อาหารจีน บ่าย จากนั้นนำท่านกลับเข้าสู่มหานครปารีส(Paris)นำท่านเข้าชม พิพิธภัณฑ์น้ำหอม Fragonard พิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงประวัติความเป็นมาและจัดแสดงวิธีการผลิตน้ำหอมในปัจจุบัน ของโรงงานผลิตน้ำหอมยี่ห้อ Fragonard ยี่ห้อน้ำหอมอันโด่งดัง ที่มีแหล่งผลิตต้นกำเนิดมาจากเมือง Grasse เมืองที่ได้ชื่อว่าเป็นเมืองหลวงของโลกน้ำหอม โดยพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ก่อตั้งขึ้นมาในปี 1983 ตัวอาคารเป็นที่อยู่เดิมของ นโปเลียน โบนาปาร์ตที่ 3 Louis-Napoléon Bonaparte III ซึ่งแต่ละห้องจัดแสดงเรื่องราวเกี่ยวกับบรรจุภัณฑ์บรรจุน้ำหอมตั้งแต่สมัยอดีตจนถึงปัจจุบัน และบอกเล่าเรื่องราวการผสมผสานกลิ่นน้ำหอมให้มีเอกลักษณ์อันรัญจวนใจ และหากท่านมองหาของฝากจากปารีสที่ไม่เหมือนใคร ท่านสามารถเลือกซื้อน้ำหอมจากโรงงานของ Fragonard ได้โดยตรงตามอัธยาศัยจากนั้นเชิญเลือกซื้อสินค้าแฟชั่นราคาถูกในร้านค้าปลอดภาษี (Duty Free Shop) อาทิ เช่น เครื่องสำอาง น้ำหอม นาฬิกาหรือกระเป๋า จากนั้นพาท่านสัมผัสกับบรรยากาศที่เต็มไปด้วยนักช้อปปิ้งจากทั่วทุกมุมโลกในห้างสรรพสินค้าใหญ่ใจกลางกรุง ปารีสที่แกลเลอรี่ ลาฟาแยตต์ (Galleries Lafayette) หรือท่านสามารถเลือกซื้อสินค้าของสวิสจากร้าน Bucherer ร้านดังของสวิส ที่มีสาขาเปิดอยู่ใจกลางกรุงปารีส โดยมีสินค้ามากมาย อาทิเช่น ช็อคโกแลต, เครื่องหนัง, มีดพับ, นาฬิกายี่ห้อดัง อาทิเช่น Rolex, Omega, Tag Heuerเป็นต้น

ค่ำ       รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร อาหารพื้นเมือง (หอยเอสคาโก้ ) ที่พัก       เดินทางเข้าสู่ที่พัก MERCURE FONTENAY SOUS BOIS หรือเทียบเท่า

วันที่ 9: ปารีส – สนามบินเช้า      รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
08.00 น. นำเดินทางสู่สนามบินชาร์ล เดอ โกล เพื่อให้ท่านมีเวลาในการทำคืนภาษี (Tax Refund) และมีเวลาในการเลือกซื้อสินค้าในร้านค้าปลอดภาษีภายในสนามบิน

12.30 น. ออกเดินทางกลับสู่กรุงเทพฯ โดยเที่ยวบินที่ TG 931 ***คณะเดินทางตั้งแต่วันที่ 6 เม.ย. 62 เป็นต้นไป ออกเดินทาง เวลา 13.40 น. และถึงกรุงเทพฯ เวลา 05.55 น.***

วันที่ 10: กรุงเทพฯ06.00 น. ถึง สนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพมหานคร ด้วยความสวัสดีภาพ

รหัส VIE-TG022 ออสเตรีย ฮังการี สโลวัก เชก เยอรมนี 10 วัน 7 คืน การบินไทย (TG)
วันเดินทาง
ราคาทัวร์
10-19 เมษายน 2019 75,900 บาท/ท่าน
1-10, 12-21 พฤษภาคม 2019 62,900 บาท/ท่าน
29 พ.ค. - 7มิ.ย. 2019 62,900 บาท/ท่าน
6-15, 20-29 มิถุนายน 2019 62,900 บาท/ท่าน

ทัวร์ยุโรปเมษายน – ทัวร์ยุโรปพฤษภาคม 2562/2019 ทัวร์ออสเตรีย ทัวร์ ฮังการี สโลวัก เชก เยอรมนี 10 วัน การบินไทย

ทัวร์ยุโรปเมษายน - ทัวร์ยุโรปพฤษภาคม 2562/2019 ทัวร์ยุโรป สงกรานต์ 2562 ทัวร์ออสเตรีย ทัวร์ ฮังการี สโลวัก เชก เยอรมนี 10 วัน  ชมพระราชวังเชินบรุนน์ (Schoenbrunn Palace) ล่องเรือแม่น้ำดานูบอันเลื่องชื่อเพื่อชมความงามของทิวทัศน์และอารยะธรรมฮังการี สัมผัสมนต์เสน่ห์ของกรุงปราก (Prague) พักเมืองมรดกโลกที่เชสกี้ ครุมลอฟ (Cesky Krumlov) เพชรน้ำงามแห่งโบฮีเมีย  เข้าชมความงามของปราสาทนอยชวานสไตน์ (Neuschwanstein Castle) เต็มอิ่มกับธรรมชาติที่สุดแสนงดงามของฮัลสตัท (Hallstatt) หมู่บ้านมรดกโลก เมนูพิเศษ ซุปกุลาซ เป็ดอบโบฮีเมียน และ ขาหมูเยอรมัน

วันที่ 1: กรุงเทพฯ 22.30 น. คณะพร้อมกัน ณ สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ เคาน์เตอร์สายการบินไทย ประตู 4 แถว H พบเจ้าหน้าที่คอยอำนวยความสะดวก

วันที่ 2: กรุงเทพฯ – เวียนนา – พระราชวังเชินบรุนน์ – บูดาเปสต์ – ล่องเรือแม่น้ำดานูบ

01.30 น. ออกเดินทางสู่กรุงเวียนนา โดยเที่ยวบินที่ TG 936***คณะเดินทางตั้งแต่วันที่ 10 เม.ย. 62 เป็นต้นไป ออกเดินทาง เวลา 01.20 น. และถึงกรุงเวียนนา เวลา 07.15 น.***

07.00 น. ถึงสนามบินเวทชาท กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย (เวลาท้องถิ่นช้ากว่าประเทศไทย 6 ชั๋วโมง และจะเปลี่ยนเป็น 5 ชั๋วโมงในวันที่ 31 มีนาคม 2562) ผ่านขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมือง   จากนั้นนำเข้าชมความงดงามของพระราชวังเชินบรุนน์ (Schoenbrunn Palace) แห่งราชวงศ์ฮัปสเบิร์ก ซึ่งมีประวัติการสร้างมาตั้งแต่กลางคริสต์ศตวรรษที่ 16 และต่อมาพระนางมาเรีย เทเรซ่า ให้สร้างขึ้นใหม่อย่างสง่างามด้วยจำนวนห้องถึง 1,441 ห้องในระหว่างปีค.ศ.1744-1749 เพื่อใช้เป็นพระราชวังฤดูร้อน ชมความโอ่อ่าของท้องพระโรงและพลับพลาที่ประทับ ซึ่งได้รับการตกแต่งอย่างวิจิตรบรรจง ซึ่งสวยงามไม่แพ้พระราชวังแวร์ซายส์ของฝรั่งเศส จากนั้นนำชมบริเวณรอบนอกโบสถ์สเตเฟ่นส์ (St. Stephen’s Cathedral) สัญลักษณ์ของกรุงเวียนนา ซึ่งพระเจ้าคาร์ลที่ 6 โปรดให้สร้างขึ้นในปีค.ศ.1713 เพื่อเป็นการแก้บนต่อความทุกข์ยากของประชาชน จากนั้นเชิญช้อปปิ้งสินค้าเครื่องแก้วสวาร็อฟสกี้ หรือสินค้านานาชนิด อาทิเช่น Louis Vitton,Gucci, ร้านนาฬิกา Bucherer ,สินค้าเสื้อแฟชั่นวัยรุ่นทันสมัย เช่น Zara ,H&M ฯ9ฯ และสินค้าของฝาก เช่น ช๊อคโกแลตโมสาร์ท ในย่านถนนคาร์นท์เนอร์ (Karntnerstrabe) ใจกลางกรุงเวียนนา กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร อาหารจีน
นำท่านเดินทางโดยรถโค้ชผ่านย่านเกษตรกรรมข้ามพรมแดนสู่ กรุงบูดาเปสต์ (Budapest) เมืองหลวงของ ประเทศฮังการี (Hungary) ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นเมืองที่ทันสมัยและสวยงามด้วยศิลปวัฒนธรรมของชนหลายเชื้อชาติที่มี       อารยธรรม รุ่งเรืองมานานกว่าพันปี ถึงกับได้รับการขนานนามว่าเป็น “ไข่มุกแห่งแม่น้ำดานูบ” ชมเมืองที่ได้ชื่อว่างดงามติดอันดับโลกด้วยทัศนียภาพบนสองฝั่งแม่น้ำดานูบ นำท่านล่องเรือแม่น้ำดานูบอันเลื่องชื่อ ชมความงามของทิวทัศน์และอารยะธรรมฮังการีในช่วง 600-800 ปีมาแล้วที่ตั้งเรียงรายกันอยู่ 2 ฟากฝั่ง ชมความตระการตาของอาคารต่างๆ อาทิ อาคารรัฐสภา ซึ่งงดงามเป็นที่ร่ำลือ ด้วยสถาปัตยกรรมแบบโกธิค บนตัวอาคารประกอบด้วยยอดสูงถึง 365 ยอด นอกจากนี้ท่านจะได้ชม สะพานเชน สะพานถาวรแห่งแรกที่สร้างข้ามแม่น้ำดานูบ โดยนาย WILLIAM TIERNEY CLARK วิศวกรชาวอังกฤษ เหล็กทุกชิ้นที่ใช้ในการสร้างได้ถูกนำมาจากประเทศอังกฤษเช่นกัน   (การล่องเรือขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ โดยเฉพาะในช่วงฤดุหนาว น้ำในแม่น้ำอาจกลายเป็นน้ำแข็ง จนไม่สามารถล่องเรือได้ ทางบริษัทขอคืนเงินจำนวน 10 ยูโรต่อท่าน)   ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร อาหารพื้นเมือง (ซุปกูลาซหมู)
ที่พัก เดินทางเข้าสู่ที่พัก MERCURE BUDA หรือเทียบเท่า

วันที่ 3: บูดาเปสต์ – บราติสลาวา – Outlet – เบอร์โน เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมนำท่านชมบริเวณ CASTLE HILL ซึ่งเต็มไปด้วยสถาปัตยกรรมโบราณอันทรงคุณค่า ถ่ายรูปด้านนอกของอาคารพระราชวังโบราณ แล้วชมบริเวณรอบนอกโบสถ์แมทเธียส (Matthias Church) ซึ่งเคยใช้เป็นสถานที่จัดพิธีสวมมงกุฎให้กษัตริย์มาแล้วหลายพระองค์ ชื่อโบสถ์มาจากชื่อกษัตริย์แมทเธียส  ซึ่งเป็นกษัตริย์ที่ทรงพระปรีชาสามารถมาก  และยังเป็นกษัตริย์ผู้ทรงสร้างสิ่งก่อสร้างที่งดงามในเมืองหลวงต่างๆ อีกมากมาย ซึ่งสร้างในสไตล์นีโอ-โกธิก  หลังคาสลับสีสวยงามอันเป็นจุดเด่นที่สุดในศตวรรษที่ 15 ถัดจากโบสถ์เป็นอนุสาวรีย์ของพระเจ้าสตีเฟ่นที่ 1 พระบรมรูปทรงม้า ผลงานประติมากรรมที่งดงามของศตวรรษที่ 11 อยู่หน้า ป้อมชาวประมง (Fisherman’s Bastion) จุดชมวิวเหนือเมืองบูดาที่ท่านสามารถชมความงามของแม่น้ำดานูบได้อย่างดีป้อมแห่งนี้สร้างขึ้นตั้งแต่ ค.ศ.1905 โดยกลุ่มชาวประมงฮังกาเรียน จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ประเทศบราติสลาวา กรุงบราติสลาว่า (Bratislava) เมืองหลวงและเมืองที่ใหญ่ที่สุดของประเทศสโลวัก ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำดานูบที่บริเวณพรมแดนของ สโลวัก ออสเตรีย และฮังการี และใกล้กับพรมแดนสาธารณรัฐเช็ก จากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมืองปาร์นดอร์ฟ เพื่อนำท่านสู่ McArthurGlen Designer Outlet in Parndorfกลางวัน   อิสระอาหารกลางวันตามอัธยาศัย
บ่าย ให้เวลาท่านได้อิสระช้อปปิ้งสินค้าแบรนด์เนมมากมาย อาทิ เช่น GUCCI, BALLY, HUGO BOSS, BENETTON, BURBERRY, CALVIN KLEIN, CROCS, GEOX, GUESS, LACOSTE, NIKE, OAKLEY, DIESEL และอื่นๆอีกมากมาย
*** เนื่องจาก OUTLET จะปิดทำการในวันอาทิตย์ ถ้าหากคณะใดตรงกับวันอาทิตย์ในวันนั้น ทางบริษัทขอสลับโปรแกรมไปในวันอื่นไปแทน***จากนั้นนำเดินทางสู่กรุงบราติสลาว่า (Bratislava) เมืองหลวงและเมืองที่ใหญ่ที่สุดของประเทศสโลวัค(Slovak) ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำดานูบที่บริเวณพรมแดนของ  สโลวัค ออสเตรีย และฮังการี และใกล้กับพรมแดนสาธารณรัฐเช็ก นำท่านชมบรรยากาศของกรุงบราติสลาวา ซึ่งเป็นที่ตั้งของรัฐสภาแห่งสโลวัก นำท่านถ่ายรูปคู่กับปราสาทบราติสลาวา(Bratislava Castle) ซึ่งเป็นอาคารทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าตั้งอยู่บนเนินเขา ริมฝั่งแม่น้ำดานูบ ท่านสามารถชมทัศนียภาพอันงดงามของเมืองได้จากมุมของปราสาทแห่งนี้ จากนั้นเดินทางสู่เมืองเบอร์โน (Brno) เมืองใหญ่อันดับสองประเทศสาธารณรัฐเช็กค่ำ   รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร อาหารพื้นเมือง
ที่พัก   เดินทางเข้าสู่ที่พัก BEST WESTERN หรือเทียบเท่า

วันที่ 4: เบอร์โน – ปราก – ปราสาทปรากเช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำคณะเดินทางสู่กรุงปราก (Prague) เมืองหลวงของประเทศสาธารณรัฐเช็ก อดีตเมืองหลวงของสาธารณรัฐเชคโกสโลวาเกีย  ซึงได้สมญานามมากมาย เช่น นครแห่งปราสาท และโรมแห่งอุดรทิศ   กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร อาหารจีน
บ่าย นำเข้าชมปราสาทแห่งปราก (Prague Castle) ที่สร้างขึ้นอยู่บนเนินเขาตั้งแต่สมัยคริสต์ศตวรรษที่ 9 ในสมัยเจ้าชาย Borivoj แห่งราชวงศ์ Premyslids ซึ่งปัจจุบันเป็นทำเนียบประธานาธิบดีมาตั้งแต่ปี ค.ศ.1918 ชมมหาวิหาร เซนต์วิตุส (St.Vitus Cathedral) อันงามสง่าด้วยสถาปัตยกรรมแบบโกธิคในสมัยศตวรรษที่ 14  นับว่าเป็นมหาวิหารสไตล์โกธิคที่ใหญ่ที่สุดในกรุงปราก     ซึ่งพระเจ้าชาร์ลที่ 4 โปรดให้สร้างขึ้นในปี ค.ศ.1344 ภายในเป็นที่เก็บพระศพของกษัตริย์สำคัญในอดีต เช่น พระเจ้าชาร์ลที่ 4, พระเจ้าเฟอร์ดินานด์ที่ 1 และ  พระเจ้าแมกซิมิเลี่ยนที่ 2 เป็นต้น (กรณีมีพิธีภายในมหาวิหาร อาจไม่ได้รับอณุญาตให้เข้าชม) แล้วชมพระราชวังหลวง (Royal Palace) ที่เป็นหนึ่งในส่วนที่เก่าแก่ที่สุดของปราสาท ใช้เป็นที่ประทับของเจ้าชายโบฮีเมียนทั้งหลาย แล้วเดินชมย่านช่างทองโบราณ (Golden Lane) ซึ่งปัจจุบันมีร้านขายของที่ระลึก วางจำหน่ายอยู่มากมาย จากนั้นนำท่านเดินเล่นบนสะพานชาร์ล (Charles Bridge) สะพานเก่าแก่ข้ามแม่น้ำวัลตาวา สไตล์โกธิคที่สร้างขึ้นตั้งแต่กลางคริสต์ศตวรรษที่ 14 สมัยพระเจ้าชาร์ลที่ 4 ชมรูปปั้นโลหะของเหล่านักบุญที่ตั้งอยู่สองข้างราวสะพานกว่า 30 องค์ จากนั้นนำท่านเดินสู่ประตูเมืองเก่า “Powder Gate” ขอบเขตเมืองในสมัยโบราณ, ศาลาว่าการเมืองหลังเก่า (Old Town Hall) ที่สร้างมาตั้งแต่ปี ค.ศ.1338 มีจุดเด่นคือ นาฬิกาดาราศาสตร์ (Astronomical Clock) ที่สวยงามและยังตีบอกเวลาทุกๆชั่วโมง ให้เวลาท่านอิสระเดินเล่น และช้อปปิ้งสินค้าแบรนด์เนมย่านเมืองเก่าค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร อาหารไทย
ที่พัก เดินทางเข้าสู่ที่พัก NH PRAGUE หรือเทียบเท่า

วันที่ 5: ปราก – คาร์โลวี วารี – เชสกี้ครุมลอฟเช้า       รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำเดินทางโดยรถโค้ชสู่ เมืองคาร์โลวี วารี (Karlovy vary) ที่ได้ชื่อว่าเป็นเมืองแห่งสปาที่ใหญ่ที่สุดของสาธารณรัฐเช็ค เป็นเมืองที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลกว่าเป็นศูนย์กลางบำบัดโรคภัยต่างๆ นำเดินชมเมืองคาร์โลวี วารี ซึ่งปัจจุบันเป็นที่นิยมของผู้คนทั่วโลกที่จะมาใช้บริการรักษาสุขภาพตามความเชื่อที่มีมาแต่สมัยโบราณ เชิญทดลองดื่มน้ำแร่ซึ่งต้องดื่มกับแก้วพิเศษโดยเฉพาะ เป็นแก้วพอร์ซเลนที่มีปากยื่นออกมาเหมือนกาน้ำกลางวัน       รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร อาหารพื้นเมือง (เป็ดสไตล์โบฮีเมียน)
บ่าย นำท่านเดินทางสู่เมืองมรดกโลกเชสกี้ ครุมลอฟ (Cesky Krumlov) นำชมเมืองที่ได้ชื่อว่าเป็นเพชรน้ำงามแห่งโบฮีเมีย เมืองที่ได้รับการยกย่องจากองค์การยูเนสโก้ให้เป็นเมืองมรดกโลกใน ค.ศ.1992 (World Heritage)   เมืองนี้ตั้งอยู่ริมสองฝั่งของแม่น้ำวัลตาวา ความโดดเด่นของเมืองที่มีอาคารเก่าแก่ตั้งแต่ยุคกลางกว่า 300 ปี หลังได้รับการอนุรักษ์และขึ้นทะเบียนไว้ให้เป็นสถานที่สำคัญแห่งหนึ่งของโลก นำชมปราสาทครุมลอฟ (Krumlov) จากบริเวณรอบนอก ซึ่งสร้างขึ้นเมื่อปีค.ศ.1250 ถือเป็นปราสาทที่ใหญ่เป็นอันดับสองของประเทศรองลงมาจากปราสาทปร๊าก มีอายุเก่าแก่กว่า 700 ปี ซึ่งตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำวอลตาวา (Valtawa River) ตรงบริเวณคุ้งน้ำ ฝั่งตรงข้ามเป็นย่านเมืองเก่าคลาสสิค Senete Square และโบสถ์เก่ากลางเมืองค่ำ        รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร อาหารจีน
ที่พัก       เข้าสู่ที่พัก โรงแรม HOTEL MLYN หรือเทียบเท่า

วันที่ 6: เชสกี้ครุมลอฟ – มิวนิค – ฟุสเซ่นเช้า      รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านเดินทางสู่เมืองมิวนิค (Munich) อยู่ทางใต้ของประเทศเยอรมนี และเป็นเมืองหลวงของรัฐบาวาเรีย ยังเป็นเมืองที่ใหญ่เป็นอันดับสามของประเทศ (รองจากเบอร์ลินและฮัมบูร์ก) และเป็นหนึ่งในเมืองมั่งคั่งที่สุดของยุโรป ซึ่งมีพรมแดนติดเทือกเขาแอลป์  โดยรัฐบาวาเรียเคยเป็นรัฐอิสระปกครองด้วยกษัตริย์มาก่อน ก่อนที่จะผนวกเข้าเป็นส่วนหนึ่งของประเทศเยอรมนี จึงมีเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมเป็นของตัวเอง ทั้งด้านศิลปวัฒนธรรม และอาหารอันเลื่องชื่อ ซึ่งได้แก่ ไส้กรอกเยอรมัน ขาหมูทอด เพรทเซล และเบียร์กลางวัน       อิสระอาหารกลางวันตามอัธยาศัย
บ่าย นำชมจัตุรัสมาเรียน พลาสท์ (Marienplatz) ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นของประวัติศาสตร์และธุรกิจของนครมิวนิค บริเวณนี้เป็นที่ตั้งของศาลาว่าการเมืองที่มีรูปแบบสถาปัตยกรรมแบบโกธิคที่งดงามซึ่งสร้างขึ้นในช่วงปลายคริสต์ศตวรรษที่ 19 ใช้เวลาสร้างถึง 42 ปี มีหอระฆังสูง 85 เมตร ซึ่งจะมีนักท่องเที่ยวรอคอยเฝ้าชมตุ๊กตาไขลานที่จะออกมาเต้นรำ เมื่อนาฬิกาตีบอกเวลา 11.00 น. และ 17.00 น. ในช่วงฤดูร้อน อิสระให้ท่านเลือกซื้อสินค้าแบรนด์เนมและของที่ระลึกตามอัธยาศัย จากนั้นเดินทางสู่เมืองฟุสเซ่น (Fussen) เป็นเมืองเก่ามาตั้งแต่ครั้งจักรวรรดิโรมัน เป็นที่ตั้งปราสาทของกษัตริย์บาวาเรีย ล้อมรอบไปด้วยทะเลสาบน้อยใหญ่ที่มีความงดงามทางด้านทัศนียภาพ เป็นเมืองสุดท้ายบนถนนสายโรแมนติกที่เคยมีความรุ่งเรืองในอดีตตั้งแต่ยุคโรมัน และได้ใช้เมืองนี้เป็นจุดแวะพักขนถ่ายสินค้า และซื้อขายเกลือมาแต่โบราณค่ำ       รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร อาหารจีน
ที่พัก        เดินทางเข้าสู่ที่พัก LUITPOLDPARK หรือเทียบเท่า

วันที่ 7: ฟุสเซ่น – ปราสาทนอยชวานสไตน์ – อินส์บรูกเช้า       รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านสู่เมืองโฮเฮนชวานเกา (Hohenschwangau) เมืองเล็กๆที่สวยงามบริเวณเขตชายแดนของประเทศเยอรมนีและออสเตรีย เพื่อนำท่านเดินทางขึ้นปราสาทชมความสวยงามของปราสาทนอยชวานสไตน์ (Neuschwanstein Castle) นำชมต้นแบบของปราสาทเจ้าหญิงนิทราในดิสนีย์แลนด์ ซึ่งปราสาทนอยชวานสไตน์ ตั้งตระหง่านอยู่บนยอดเขาดุจปราสาทในเทพนิยาย ซึ่งเป็นปราสาทของพระเจ้าลุดวิคที่ 2 หรือ เจ้าชาย  หงส์ขาว  ชมความวิจิตรพิสดารของห้องต่างๆ ที่ได้รับการตกแต่งอย่างงดงามด้วยการออกแบบของริชาร์ด ว้ากเนอร์ ซึ่งเป็นนักประพันธ์เพลงที่ทรงโปรดปรานยิ่งกลางวัน       รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร อาหารพื้นเมือง (ขาหมูเยอรมัน)
บ่าย ออกเดินทางต่อสู่เมืองอินส์บรูค (Innsbruck) เป็นเมืองหลวงของแคว้นทีโรล เป็นเมืองเอกด้านการท่องเที่ยวของประเทศออสเตรีย ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำอิน ซึ่งคำว่าอินส์บรูคนั้น แปลว่า สะพานแห่งแม่น้ำอิน มีลักษณะแคบๆแทรกตัวอยู่ระหว่างเทือกเขาแอลป์ ชมหลังคาทองคำ(Golden Roof) เป็นสัญลักษณ์สำคัญของเมืองอินส์บรูค ซึ่งตั้งอยู่ในเขตเมืองเก่า สร้างขึ้นโดยจักรพรรดิ Friedrich ที่ 4 ในช่วงต้นศตวรรษที่ 15 สำหรับเป็นที่ประทับของผู้ปกครองแคว้นทิโรล ต่อมาจักรพรรดิ Maximilianค่ำ      รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร อาหารจีน
ที่พัก       เข้าสู่ที่พัก โรงแรม RAMADA INNSBRUCK TIVOLI หรือเทียบเท่า

วันที่ 8: อินส์บรูค – ฮัลสตัท – เวียนนาเช้า       รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
ออกเดินทางสู่ฮัลสตัท (Hallstatt) หมู่บ้านมรดกโลกแสนสวย อายุกว่า 4,500 ปี เมืองที่ตั้งอยู่ริมทะเลสาบ โอบล้อมด้วยขุนเขาและป่าสีเขียวขจีสวย งามราวกับภาพวาด กล่าวกันว่าเป็นเมืองที่โรแมนติกที่สุดใน Salzkammergut เขตที่อยู่บนอัพเพอร์ออสเตรีย และมีทะเลสาบสวยถึง 76 แห่ง ออสเตรียให้ฉายาเมืองนี้ว่าเป็นไข่มุกแห่งออสเตรีย และเป็นพื้นที่มรดกโลกของ UNESCO Cultural-Historical Heritage เพียงเดินเที่ยวชมเมืองเสมือนหนึ่งท่านอยู่ในภวังค์แห่งความฝันกลางวัน       รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร อาหารพื้นเมือง
บ่าย ได้เวลาอันสมควรนำท่านเดินทางต่อสู่ สู่กรุงเวียนนา (Vienna) เมืองหลวงของประเทศออสเตรีย ผ่านชมเส้นทางธรรมชาติของทิวเขาสูง และพื้นที่อันเขียวชอุ่มของป่าไม้แห่งออสเตรีย ชมถนนสายวงแหวน (Ringstrasse) ที่แวดล้อมไปด้วยอาคารอันงดงามสถาปัตยกรรมเก่าแก่ ผ่านชมโรงละครโอเปร่า ที่สร้างขึ้นในระหว่างปีค.ศ.1863-1869 แต่ตัวอาคารได้ถูกทำลายไปในระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 และเปิดใหม่อีกครั้งในปีค.ศ.1955, ผ่านพระราชวังฮอฟเบิร์ก (Hofburg Palace) ซึ่งเป็นกลุ่มอาคารที่เคยเป็นที่ประทับของราชสำนักฮัปสบูร์ก มาตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 13 จนถึงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 20 ค่ำ       อิสระอาหารค่ำตามอัธยาศัย
ที่พัก       เดินทางเข้าสู่ที่พัก NH VIENNA AIRPORT หรือเทียบเท่า

วันที่ 9: เวียนนา – กรุงเทพฯ  เช้า      รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำเดินทางสู่สนามบินชเวทชาท กรุงเวียนนา เพื่อให้ท่านมีเวลาในการทำคืนภาษี (Tax Refund) และมีเวลาในการเลือกซื้อสินค้าในร้านค้าปลอดภาษีภายในสนามบิน

13.30 น. ออกเดินทางกลับสู่กรุงเทพ เที่ยวบินที่ TG 937***คณะเดินทางตั้งแต่วันที่ 10 เม.ย. 62 เป็นต้นไป ออกเดินทาง เวลา 14.35 น. และถึงกรุงเทพฯ เวลา 05.35 น.***

วันที่ 10: กรุงเทพฯ

05.20 น. ถึง สนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพมหานคร ด้วยความสวัสดิภาพ

รหัส FRA-TG002 เยอรมนี ลักเซมเบิร์ก เนเธอร์แลนด์ เบลเยี่ยม 8 วัน 5 คืน การบินไทย
วันเดินทาง
ราคาทัวร์
9-13, 10-17, 12-19 เมษายน 2019 69,900 บาท/ท่าน
28 เม.ย. - 5 พ.ค. 2019 66,900 บาท/ท่าน
11-18 พ.ค. / 25 พ.ค. - 1 มิ.ย. 2019 59,900 บาท/ท่าน
8-15 มิ.ย / 26 มิ.ย - 3 ก.ค 2019 59,900 บาท/ท่าน

ทัวร์ยุโรปสงกรานต์ 2562 ทัวร์ยุโรปเมษายน – ทัวร์ยุโรปพฤษภาคม 2019 เที่ยวยุโรป ทัวร์เยอรมนี ลักเซมเบิร์ก เนเธอร์แลนด์ เบลเยี่ยม

ทัวร์ยุโรป สงกรานต์ 2562/2019 ทัวร์ยุโรป เยอรมนี ลักเซมเบิร์ก เนเธอร์แลนด์ เบลเยี่ยม ชมปราสาท อันโดดเด่นเป็นสง่าที่ไฮเดลเบิร์ก ชมความยิ่งใหญ่ของ มหาวิหารโคโลญ (Cologne Cathedral)  ล่องเรือเที่ยวอัมสเตอร์ดัม (Amsterdam) ปราสาทท่านเคานต์ (Castle of the Counts) ที่เมืองเกนต์ (Ghent) เที่ยวเมืองเวนิสแห่งยุโรปเหนือ ที่เมืองบรูกก์ (Brugge)  เยือนจัตุรัสกรองด์ปราซ (Grand Place) ใจกลางกรุงบรัสเซลส์ (Brussels) เมนูพิเศษ,, ขาหมูเยอรมัน ซุปกุลาซ และ เป็ดสไตล์โบฮีเมียน

วันที่ 1: กรุงเทพฯ – แฟรงก์เฟิร์ต

20.30 น. คณะพร้อมกัน ณ สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ สายการบินไทย ประตู 2 แถว D โดยมีเจ้าหน้าที่คอยต้อนรับและอำนวยความสะดวก23.40 น. ออกเดินทางสู่แฟรงค์เฟิร์ต โดยสายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG 920
***คณะเดินทางตั้งแต่วันที่ 5 เม.ย. 62 เป็นต้นไป ออกเดินทาง เวลา 23.45 น. และถึงแฟรงค์เฟิร์ต เวลา 06.00 น.***

วันที่ 2: แฟรงก์เฟิร์ต – จัตุรัสโรเมอร์ – ไฮเดลเบิร์ก

05.50 น. ถึงสนามบินแฟรงค์เฟิร์ต ประเทศเยอรมนี (เวลาท้องถิ่นช้ากว่าประเทศไทย 6 ชั๋วโมง และจะเปลี่ยนเป็น 5 ชั๋วโมงในวันที่ 31 มีนาคม 2562) นำท่านผ่านพิธีตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร นำท่านเดินทางเข้าสู่ตัวเมืองแฟรงก์เฟิร์ต (Frankfurt) ศูนย์กลางทางเศรษฐกิจและพาณิชย์ที่สำคัญของเยอรมนี รวมทั้งเป็นศูนย์กลางการธนาคารการเงินและการค้าหุ้นที่สำคัญของประเทศ ผ่านชมสถานีรถไฟแฟรงค์เฟิร์ต ซึ่งถือได้ว่าเป็นสถานีรถไฟต้นแบบของหัวลำโพงประเทศไทย ครั้งเมื่อคราวเสด็จประพาสยุโรปของรัชกาลที่ 5 นำเที่ยวชมจัตุรัสโรเมอร์ (Romerberg) ซึ่งเป็นจัตุรัสที่เก่าแก่ที่สุดในเมือง ด้านข้างก็คือ THE ROMER หรือ Frankfurt City Hall หรือศาลาว่าการเมือง ซึ่งอยู่ทางด้านตะวันตกเฉียงเหนือของจัตุรัสโรเมอร์กลางวัน       รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร อาหารจีน
บ่าย นำท่านออกเดินทางโดยรถโค้ชสู่ เมืองไฮเดลเบิร์ก (Heidelberg) เป็นเมืองที่สุดแสนโรแมนติก ตั้งอยู่บริเวณฝั่งแม่น้ำเน็กคาร์ (Neckar River) อดีตเมืองศูนย์กลางการศึกษาที่สำคัญของเยอรมัน เป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยไฮเดลเบิร์ก ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกของเยอรมัน ด้วยความสวยงามของเมืองนี้ทำให้มีนักท่องเที่ยวนับล้านคนในแต่ละปีต้องมาเยือนเมืองแห่งนี้ แล้วนำท่านผ่านชมย่านการค้าและแหล่งรวมของนักศึกษานานาชาติ จากนั้นนำเข้าชมปราสาท           ไฮเดลเบิร์ก (Heidelberg Castle) ที่สร้างขึ้นอยู่บนเชิงเขาเหนือแม่น้ำเน็กคาร์ ซึ่งสามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ของเมืองได้โดยรอบ โดยตัวปราสาทสร้างด้วยหินทรายสีแดงซึ่งมีอายุกว่า 900 ปี ชมประตูคืนเดียว (Elisabeth’s Gate)ที่สร้างขึ้นโดยคำสั่งของพระเจ้าเฟเดอริก ที่สร้างเพื่อเป็นของขวัญวันเกิดแด่ พระมเหสี อลิซาเบธ ซึ่งสร้างเสร็จภายในคืนเดียว จากนั้นชมถังไวน์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกมีความจุถึง 220,000 ลิตรค่ำ      รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร อาหารไทย
ที่พัก      เดินทางเข้าสู่ที่พัก LEONARDO HEIDELBERG หรือเทียบเท่า

วันที่ 3: ไฮเดลเบิร์ก – ลักเซมเบิร์ก – โคโลญ

เช้า       รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมนำเดินทางสู่กรุงลักเซมเบิร์ก (Luxembourg) ประเทศ ลักเซมเบิร์ก นครรัฐที่มีพื้นที่ขนาดเล็กที่สุดแห่งหนึ่งของยุโรป (2,586 ตร.กม.) ผ่านชมย่านเมืองเก่าแห่งลักเซมเบิร์ก เมืองแห่งแกรนด์ดยุค ผ่านชมสะพานสมัยโรมัน โบสถ์โนเตรอะดาม ประติมากรรมสำริดของแกรนด์ดัชเชส ชาร์ล็อตต์  ศาลาว่าการเมือง  พระราชวังที่ประทับของแกรนด์ดยุค  อาคารรัฐสภา โบสถ์เซนต์ไมเคิล และป้อมปราการสมัยโรมัน ชมวิวทิวทัศน์ของเมืองที่บ้านเรือนตั้งเรียงรายอยู่ในแนวหุบเขาดูสวยงามยิ่งกลางวัน       รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร อาหารจีน
บ่าย จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองโคโลญ (Cologne) เมืองสำคัญริมแม่น้ำไรน์ และเป็นเมืองใหญ่อันดับ 4 ของประเทศเยอรมนี ศูนย์กลางทางการค้า งานศิลปะ และอุตสาหกรรม ทั้งยังเป็นแหล่งผลิตน้ำหอมออดิโคโลญ 4711 อันลือชื่อ นำเที่ยวชมตัวเมืองโคโลญ เมืองเก่าสมัยโรมันเรืองอำนาจ นำท่านถ่ายรูปคู่กับมหาวิหารโคโลญ (Cologne Cathedral) ซึ่งเริ่มก่อสร้างมาตั้งแต่ปี 1248 แต่มีเหตุทำให้ต้องหยุดพักการก่อสร้างไปบ้างส่งผลให้ต้องใช้เวลาสร้างกว่าหกร้อยปีจึงเสร็จสมบูรณ์ ทั้งนี้จึงแล้วเสร็จในปี 1880 มหาวิหารโคโลญเป็นศาสนสถานของคริสต์ศาสนาโรมันคาทอลิก นับเป็นวิหารที่ใหญ่และสูงที่สุดในโลกในสมัยนั้น ลักษณะสถาปัตยกรรมแบบโกธิค เป็นหอคอยแฝดสูงถึง 157 เมตร กว้าง 86 เมตร ยาว 144 เมตร จุดประสงค์เพื่ออุทิศให้นักบุญปีเตอร์และพระแม่มารีค่ำ       รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร อาหารพื้นเมือง (ขาหมูเยอรมัน)
ที่พัก      เดินทางเข้าสู่ที่พัก MERCURE SEVERINSHOF KOELN CITY หรือเทียบเท่า

วันที่ 4: โคโลญ – Outlet – หมู่บ้านกังหันลมซานสคันส์ – อัมสเตอร์ดัม

เช้า       รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านสู่ McArthurGlen Designer Outlet Roermond ประเทศเนเธอร์แลนด์ เอาท์เลทขนาดใหญ่ที่เป็นแหล่งช๊อปปิ้งของคนเนเธอร์แลนด์, เยอรมัน และ เบลเยี่ยม ที่นิยมมาเลือกซื้อสินค้าราคาย่อมเยานานาชนิด อิสระให้ ท่านได้เลือกซื้อสินค้าแบรนด์เนมต่างๆ อาทิเช่น GUCCI, PRADA, BALLY, HUGO BOSS ,BENETTON, BURBERRY, CALVIN KLEIN, VICTORIANOX, GEOX, GUESS, LACOSTE , NIKE, OAKLEY, DIESEL และอื่นๆอีกมากมายกลางวัน       อิสระอาหารกลางวันตามอัธยาศัย
บ่าย นำเดินทางโดยรถโค้ชสู่ หมู่บ้านกังหันลมซานสคันส์ (Zaanse Schans)   ให้ท่านได้ถ่ายรูปเป็นที่ระลึกกับกังหันลม สัญลักษณ์ที่สำคัญอย่างหนึ่งของชาวดัตช์ และชมการสาธิตวิธีการผลิตรองเท้าไม้ของชาวดัตช์ที่ใช้ใส่ในชีวิตประจำวันในงานอาชีพต่างๆพร้อมเชิญเลือกซื้อสินค้าของที่ระลึก จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่กรุงอัมสเตอดัม (Amsterdam) เมืองแห่งแสงสี และอิสรเสรีภาพ ของนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก นำท่านผ่านชมเมืองที่มากมายไปด้วยพิพิธภัณฑ์ระดับโลกต่างๆ มากมายค่ำ      รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร อาหารจีนที่พัก       เดินทางเข้าสู่ที่พัก RAMADA APOLLO AMSTERDAM CENTER หรือเทียบเท่า

วันที่ 5: อัมสเตอร์ดัม – ล่องเรือหลังคากระจก – แอนท์เวิร์ป

เช้า       รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
ชมเมืองอัมสเตอร์ดัมโดยการล่องเรือหลังคากระจก ลัดเลี้ยวเข้าตามลำคลอง สัมผัสชีวิตความเป็นอยู่ รวมทั้งสภาพบ้านเรือนเก่าแก่อันงดงามสืบทอดมาตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 17 และทัศนียภาพของบ้านเรือนอันสวยงามอย่างมีเอกลักษณ์ นำเข้าชมสถาบันสอนการเจียระไนเพชรที่มีชื่อเสียงท่านจะได้สัมผัสและเรียนรู้พื้นฐานในการดูและการเจียระไนเพชรในรูปแบบต่างๆ พร้อมกันนั้นยังได้มีโอกาสเลือกซื้อเพชรเม็ดงามในราคาโรงงาน และท่านสามารถเลือกชมสินค้าอื่น อย่างนาฬิกายี่ห้อดังมากมาย อาทิ เช่น ROLEX, PANERAI, TAG HEUER, IWC, PIAGET, LONGINES, OMEGA, TISSOT, CARTIER, BREITLING, CHOPARD รวมไปถึงนาฬิกาแฟชั่นอย่าง GUCCI, DIESEL, DKNY, CHANEL, ICE, EMPORIO ARMANI, SWATCH, MICHEAL KORS, TOMMY HILFIGER ฯลฯกลางวัน       รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร อาหารจีน
บ่าย นำท่านเดินทางสุ่เมืองแอนต์เวิร์ป (Antwerp) เมืองที่มีชื่อเสียงในเรื่องของตำนานยักษ์ ดรูโอน อันติโกน (Druoon Antigoon) ที่อาศัยบริเวณแม่น้ำสเกลท์ (Scheldt River) ที่เชื่อมกับทะเลเหนือที่ปากน้ำเวสเทิร์นสเกลต์ (Western Scheldt) นำท่านถ่ายรูปกับ Cathedral of Our Lady เป็นโบสถ์สไตล์โกธิคขนาดใหญ่ที่สูงที่สุดในประเทศเบลเยียม เป็นที่เลื่องลือถึงถึงความงดงามที่ถูกประดับตกแต่งอย่างวิจิตรตระการตา ไม่ว่าจะเป็นตัวโบสถ์ ซุ้มประตู รูปปั้น ทางเดิน เรียกได้ว่าทุกอย่างงดงามไร้ที่ติ และอิสระให้ท่านได้เดินเล่นที่ตลาด Grote Marktค่ำ        รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร อาหารจีน
ที่พัก       เข้าสู่ที่พัก โรงแรม VAN DER VALK ANTWERP หรือเทียบเท่า

วันที่ 6: แอนท์เวิร์ป – เกนต์ – บรูกก์ – บรัสเซลส์

เช้า      รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านเดินทางสู่ เมืองเกนต์ (Ghent) เมืองที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 4 ของเบลเยี่ยม ถนนหนทางผังเมืองปูหินแบบโบราณ ในยุคกลางเมืองเกนต์ ได้ชื่อว่าเป็นรองนครปารีสเพียงแห่งเดียว นำท่านชมเมืองเกนต์ซึ่งแปลว่าการรวมกันของแม่น้ำสองสาย เพราะที่ตั้งของเมืองอยู่บริเวณที่แม่น้ำสเกลต์ Scheldt River มาบรรจบกับแม่น้ำไลส์ Lys River แม่น้ำสองสายนี้เป็นเส้นเลือดล่อเลี้ยงเมืองอันรุ่งเรืองในอดีตนานนับศตวรรษและยังคงต่อเนื่องจวบจนปัจจุบัน นำท่านถ่ายรูปกับปราสาทท่านเคานต์ (Castle of the Counts) ป้อมปราสาทในยุคกลาง ที่ถูกสร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ.1180 เพื่อแสดงถึงความรุ่งเรืองในยุคสมัยของ Philip of Alsace เมืองท่าในตอนเหนือของเบลเยี่ยมอันแสนเงียบสงบและสวยงามด้วยสถาปัตยกรรมอันเก่าแก่ ชมหอระฆังประจำเมืองที่สูงตระหง่านถึง 91 เมตร เป็นจุดเด่นของเส้นขอบฟ้า ที่ด้านล่างนั้น เป็น Cloth Hall ที่มีมาตั้งแต่ทศวรรษที่ 15 และได้รับเกียรติเป็น UNESCO World Heritage Site  จากนั้นนำเดินทางสู่เมืองบรูกก์ (Brugge) ซึ่งเป็นเมืองริมชายฝั่งทะเลที่มีชื่อเสียงของประเทศเบลเยียม และได้รับเลือกเป็นเมืองมรดกโลกจากองค์การยูเนสโก้ โดยมีสมญานามว่า เวนิสแห่งยุโรปเหนือ เพราะเป็นเมืองที่มีการใช้ลำคลองในการสัญจรรอบๆเมืองได้  ลักษณะของเมืองนี้ล้อมรอบด้วยคูเมืองสองชั้น และมี อาคาร โบสถ์ บ้านเรือน ถนนที่สะอาดสวยงาม ซึ่งส่วนใหญ่ล้วนเป็นสถาปัตยกรรมแบบ เฟลมมิช และแบบเรเนซองค์ และมีสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญกลางวัน       รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร อาหารจีน
บ่าย นำท่านเดินทางสู่กรุง บรัสเซลส์ (Brussels) เมืองหลวงของประเทศเบลเยี่ยม สถานที่ตั้งสำนักงานใหญ่องค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ หรือนาโต้ จากนั้นนำท่านชมและถ่ายรูปเป็นที่ระลึกกับ อนุสรณ์อะโตเมี่ยม(Atomium) ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ในการจัดงานแสดงสินค้าโลก“เอ็กซ์โป” เมื่อปี ค.ศ.1958 ถูกสร้างขึ้นโดยจำลองโลหะในลักษณะใสเหมือนคริสตัล โดยขนาดใหญ่กว่าโมเลกุลของจริงถึง 165 พันล้านเท่า จากนั้นเข้าสู่จัตุรัสกลางเมืองจัตุรัสกรองด์ปลาสต์ (Grand Place) ที่มีชื่อเสียงกล่าวขานกันว่าสวยที่สุดแห่งหนึ่งในยุโรป   ชมศาลาว่าการเมืองและอาคารที่สวยงามโดยรอบจัตุรัส นำชมและถ่ายรูปกับเมเนเก้นพีส (Manneken pis) ซึ่งเป็นประติมากรรมเด็กชายตัวเล็กๆกำลังยืนแอ่นตัวปัสสาวะอย่างน่ารัก ผู้สร้างประวัติศาสตร์และตำนานพื้นเมืองของชาวเบลเยี่ยมซึ่งมีการเล่าขานกันมาหลากหลายตำนาน เช่น มีเด็กชายชื่อจูเลียนสกี มาพบสายชนวนระเบิดกำลังติดไฟ จึงปัสสาวะรดเพื่อดับชนวนและป้องกันเมืองไว้ได้ ชาวเมืองจึงทำรูปแกะสลักนี้ เพื่อระลึกถึงความกล้าหาญค่ำ       รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร อาหารพื้นเมือง (หอยแมลงภู่อบไวน์ขาว)
ที่พัก        เดินทางเข้าสู่ที่พัก GRESHAM BELSON หรือเทียบเท่า

วันที่ 7: บรัสเซลส์ – สนามบิน

เช้า       รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำเดินทางสู่สนามบินบรัสเซลส์ เพื่อให้ท่านมีเวลาในการทำคืนภาษี (Tax Refund) และมีเวลาในการเลือกซื้อสินค้าในร้านค้าปลอดภาษีภายในสนามบิน13.10 น. ออกเดินทางกลับสู่กรุงเทพฯ โดยสายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG 935***คณะเดินทางตั้งแต่วันที่ 5 เม.ย. 62 เป็นต้นไป ออกเดินทาง เวลา 13.30 น. และถึงกรุงเทพฯ เวลา 05.35 น.***

วันที่ 8: กรุงเทพฯ  06.10 น. คณะเดินทางกลับถึง สนามบินสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิภาพ