รหัส MXP-W5001 อิตาลี สวิตเซอร์แลนด์ ฝรั่งเศส 7 วัน 4 คืน สายการบินมาฮาน (W5)
วันเดินทาง
ราคาทัวร์
12-18 มกราคม 2019 45,888 บาท/ท่าน
26 ม.ค. - 1 ก.พ. 2019 45,888 บาท/ท่าน

ทัวร์ยุโรป มกราคม 2562/2019 ทัวร์อิตาลี สวิตเซอร์แลนด์ ฝรั่งเศส 7 วัน 4 คืน

ทัวร์ยุโรป มกราคม 2562/2019 ทัวร์ยุโรป อิตาลี สวิตเซอร์แลนด์ ฝรั่งเศส 7 วัน 4 คืน ทัวร์อิตาลี มิลาน (Milan) เมืองหลวงแห่งแฟชั่นโลก เที่ยวลูเซิร์น (Lucerne) เมืองยอดนิยมของสวิตเซอร์แลนด์  ขึ้นกระเช้าลอยฟ้าทันสมัยระบบใหม่ล่าสุดหมุน 360 องศา พิชิตยอดเขาทิตลิส (Titlis)  เข้าชมความงดงามของพระราชวังแวร์ซายส์ (Versaille Palace) อันยิ่งใหญ่ ถ่ายรูปเป็นที่ระลึกกับหอไอเฟล (Tour Eiffel) สัญลักษณ์ที่โดดเด่นสูงตระหง่านคู่นครปารีส

วันที่ 1: กรุงเทพฯ วันที่ 1: กรุงเทพฯ 17.30 น. คณะพร้อมกัน ณ สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ ประตู 8 เคาน์เตอร์ S สายการบินมาฮาน แอร์ โดยมีเจ้าหน้าที่ คอยต้อนรับและอำนวยความสะดวก23.35 น. ออกเดินทางสู่ดูไบ โดยสายการบินมาฮาน แอร์ W5 050

วันที่ 2: เตหะราน – มิลาน – หมู่บ้านแองเกิ้ลเบิร์ก03.50 น. เดินทางถึง สนามบินเตหะราน แวะรอเปลี่ยนเครื่อง07.00 น. ออกเดินทาง โดยสายการบินมาฮาน แอร์ เที่ยวบินที่ W5 110             09.55 น. ถึง สนามบินมิลาโนมัลเปนซา เมืองมิลาน ประเทศอิตาลี (เวลาท้องถิ่นช้ากว่าประเทศไทย 6 ชั่วโมง) นำท่านผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร นำท่านผ่านพิธีตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร จากนั้นเดินทางสู่ตัวเมืองมิลาน (Milan) เมืองที่เรียกได้ว่าเป็นเมืองหลวงแห่งแฟชั่นของโลก ชมแกลเลอรี วิคเตอร์ เอ็มมานูเอล (Galleria Vittorio Emanuele II) ที่นับว่าเป็นชอปปิ้งมอลล์ที่สวยงาม หรูหราและเก่าแก่ที่สุดในเมืองมิลาน อนุสาวรีย์ ของกษัตริย์วิคเตอร์ เอ็มมานูเอลที่ 2 ผู้ริเริ่มการรวมชาติหัวเมืองต่างๆในอิตาลี และอนุสาวรีย์ของศิลปินชื่อดังในยุคเรเนซองส์อีก 1 ท่าน คือ ลิโอนาร์โด ดาร์วินซี่ ที่อยู่ในบริเวณด้านหน้าของโรงละครสกาล่ากลางวัน         รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร อาหารจีน
บ่าย นำท่านถ่ายรูปด้านนอกกับมหาวิหารแห่งเมืองมิลาน (Duomo di Milano) ที่สร้างด้วยศิลปะแบบนีโอโกธิค ที่ผสมผสานกัน เป็นสถาปัตยกรรมแบบตะวันตก สมัยฟื้นฟูศิลปวิทยาการ จากนั้นเดินทางเข้าสู่หมู่บ้านแองเกิ้ลเบิร์ก (Engelberg) ซึ่งตั้งอยู่เชิงขุนเขาที่สวยงามมีระดับอีกแห่งหนึ่งของเทือกเขาแอลป์  ผ่านเส้นทางไฮไลท์ของสวิตเซอร์แลนด์ และวิวทิวทัศน์สวยงามของทุ่งหญ้าตัดกับหิมะอันขาวโพลนปกคลุมยอดเขาค่ำ      รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร อาหารพื้นเมือง
ที่พัก      นำเข้าสู่ที่พัก โรงแรม TERRACE หรือเทียบเท่า

วันที่ 3: หมู่บ้านแองเกิ้ลเบิร์ก – ยอดเขาทิตลิส – ลูเซิร์น – ดิจอง   เช้า       รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านขึ้นกระเช้าลอยฟ้าทันสมัยระบบใหม่ล่าสุดหมุน 360 องศา รอบตัวเอง ชมทัศนียภาพอันตระการตาได้รอบทิศทางตามเส้นทางขึ้นสู่ยอดเขาทิตลิส (Titlis) เข้าชมถ้ำน้ำแข็ง (Ice Grotto) ที่ไม่เคยละลาย  เชิญเพลิดเพลินสนุกสนานกับการเล่นหิมะบนลานสกี สุดแสนประทับใจเป็นอย่างยิ่ง ชมทิวทัศน์ของยอดเขาต่างๆ ที่ปกคลุมไปด้วยหิมะอันขาวโพลนสร้างความงดงามให้กับขุนเขาเป็นอันมาก ให้เวลาท่านเดินข้าม” The TITLIS Cliff Walk ” สะพานแขวนที่ตั้งอยู่สูงที่สุดของทวีปยุโรป ที่ความสูง 3,041 เมตรจากระดับน้ำทะเล สะพานมีความยาว 100 เมตร ท่านจะได้ชมทัศนียภาพที่สวยงามของเทือกเขาแอลป์ อันสวยงามแบบกว้างไกลสุดสายตา (สะพานแขวนอาจจะปิด ในกรณีถ้าสภาพอากาศไม่เอื้ออำนวย) จากนั้นเดินทางสู่เมืองลูเซิร์น (Lucerne) เมืองท่องเที่ยวยอดนิยมอันดับหนึ่งของสวิตเซอร์แลนด์ ที่ถูกห้อมล้อมไปด้วยทะเลสาบและขุนเขา ให้ท่านได้อิสระเลือกซื้อสินค้าของสวิส เช่น ช็อคโกแลต, เครื่องหนัง, มีดพับ, นาฬิกายี่ห้อดัง อาทิเช่น Rolex, Omega, Tag Heuer เป็นต้น กลางวัน      อิสระอาหารกลางวันตามอัธยาศัย
บ่าย จากนั้นพาท่านชมสิงโตหินแกะสลัก (Dying Lion of Lucerne) ที่แกะสลักบนผาหินธรรมชาติ เพื่อเป็นอนุสรณ์รำลึกถึงการสละชีพอย่างกล้าหาญของทหารสวิสที่เกิดจากการปฏิวัติในฝรั่งเศสเมื่อปี ค.ศ.1792 ชมสะพานไม้ชาเปล (Chapel Bridge) ซึ่งมีความยาวถึง 204 เมตร ทอดข้ามผ่านแม่น้ำรอยส์ (Reuss River) อันงดงามซึ่งเป็นเหมือนสัญลักษณ์ของเมืองลูเซิร์น เป็นสะพานไม้ที่มีหลังคาที่เก่าแก่ที่สุดในยุโรป สร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ.1333 โดยใต้หลังคาคลุมสะพานมีภาพวาดประวัติศาสตร์ของชาวสวิส ตลอดแนวสะพาน จากนั้นเดินทางสู่เมืองดิจอง (Dijon) ประเทศฝรั่งเศส อดีตเมืองหลวงแห่งแคว้นเบอร์กันดี ผ่านทุ่งราบอันกว้างใหญ่แหล่งผลิตมัสตาร์ดชื่อดัง อีกทั้งยังมีชื่อเสียงในการผลิตไวน์ชั้นเลิศอีกด้วย ผ่านชมอาคารบ้านเรือนสมัยเรเนสซองส์ โบสถ์และวิหารเก่าแก่ในสมัยยุคกลาง ซึ่งมีจุดเด่นคือ การมุงหลังคาด้วยกระเบื้องสีแดงสดจัดเรียงเป็นลวดลายงดงามค่ำ       รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร อาหารพื้นเมือง
ที่พัก      นำเข้าสู่ที่พัก โรงแรม HOLIDAY INN หรือเทียบเท่า

วันที่ 4: ดิจอง – ปารีส – พระราชวังแวร์ซายส์ – ล่องเรือบาโตมุช เช้า       รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
เดินทางสู่ มหานครปารีส (Paris) เมืองหลวงของประเทศฝรั่งเศส เมืองที่มีมนต์เสน่ห์อันเหลือล้น ที่นักท่องเที่ยวอยากมาเยือนมากที่สุด กรุงปารีสเป็นหนึ่งในศูนย์กลางทางเศรษฐกิจและวัฒนธรรมที่ล้ำสมัยแห่งหนึ่งของโลก ที่ทรงด้วยอิทธิพลของการเมือง การศึกษา บันเทิง สื่อ แฟชั่น วิทยาศาสตร์และศิลปะ ทำให้กรุงปารีสเป็นหนึ่งในเมืองที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลก จนเข้าสู่เมืองแวร์ซายส์กลางวัน       รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร อาหารจีน
บ่าย นำเข้าชมความงดงามของพระราชวังแวร์ซายส์ (Versaille Palace) อันยิ่งใหญ่ (มีไกด์ท้องถิ่นบรรยายในพระราชวัง) ที่สร้างขึ้นตามพระราชประสงค์ของพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ภายในตกแต่งอย่างวิจิตรอลังการ ทั้งจิตรกรรมฝาผนัง รูปปั้น รูปแกะสลักและเครื่องเรือน ซึ่งเป็นการใช้เงินอย่างมหาศาล พาท่านชมห้องต่างๆของพระราชวัง เช่น โบสถ์หลวงประจำพระราชวัง,ท้องพระโรงที่ตกแต่งอย่างวิจิตรบรรจง, ห้องอพอลโล, ห้องเมอคิวรี่, ห้องกระจก (Hall of Mirror) ที่มีความยาวถึง 73 เมตร ซึ่งเป็นห้องที่พระยาโกษาธิบดี (ปาน) ราชทูตไทยสมัยพระนารายณ์มหาราชเคยเข้าถวายสาส์นต่อพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 แห่งฝรั่งเศส อีกทั้งยังเป็นห้องที่ใช้สำหรับจัดงานเลี้ยงและเต้นรำของพระนางมารี อังตัวแนตต์ มเหสีของพระเจ้าหลุยส์ที่ 16, ชมห้องบรรทมพระราชินีที่ตกแต่งอย่างงดงาม, ภาพเขียนปราบดาภิเษกของจักรพรรดินโปเลียนที่ยิ่งใหญ่ จากนั้นนำท่านล่องเรือบาโตมุช (Bateaux Mouches Cruise) ไปตามแม่น้ำแซนที่ไหลผ่านใจกลางกรุงปารีส ชมความสวยงามของสถาปัตยกรรมอันคลาสสิคของอาคารต่างๆตลอดสองฝากฝั่งแม่น้ำ เป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ที่น่าประทับใจ
***คณะเดินทางวันที่ 22-28 ธ.ค. จะเป็นวันคริสต์มาส จะสลับเที่ยวพระราชวังในวันรุ่งขึ้นแทน แต่ถ้ากรณีรอบเข้าพระราชวังเต็ม ทางบริษัทขอชดเชยเป็นเงิน 1,000 บาท และพาเที่ยวที่ย่านมงต์มาตร์ (Montmartre) เป็นย่านสำคัญอีกแห่งของเมืองปารีส อยู่สุดเขตทางเหนือของปารีส มีลักษณะเป็นเนินเขาสูง 130 เมตร เป็นที่พำนักของชุมชนชาวปารีเซียมายาวนาน รวมถึงยังเป็นจุดกำเนิดผลงานด้านศิลปะของศิลปินมากมายแห่งของเมืองปารีส ชมมหาวิหารพระหฤทัยแห่งมงมาทร์ (Basilique du Sacré-Cœur de Montmartre) โดยสร้างขึ้นเพื่ออุทิศแก่พระหฤทัยของพระเยซู เริ่มก่อสร้างในปี ค.ศ.1875 ตัวโบสต์สร้างจากหินปูนสีขาว มูลค่าการก่อสร้างทั้งหมดคิดเป็นเงินประมาณ 7 ล้านฟรังก์ โดยได้มาจากเงินบริจาคทั้งสิ้น***
ค่ำ      รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร อาหารพื้นเมือง (หอยเอสคาโก้)
ที่พัก       เข้าสู่ที่พัก โรงแรม HUATIAN CHINAGORA หรือเทียบเท่า

วันที่ 5: ปารีส – ประตูชัยนโปเลียน – หอไอเฟล – ช้อปปิ้งเช้า       รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำเที่ยวชมความงดงามของมหานครปารีส ผ่านลานประวัติศาสตร์จัตุรัสคองคอร์ด (Place de la Concorde) ที่พระเจ้าหลุยส์ที่ 16 และพระนางมารีอองตัวแนต ถูกตัดสินประหารชีวิตโดยกิโยตินในสมัยปฏิวัติฝรั่งเศส จากนั้นเข้าสู่ถนนสายโรแมนติกชองป์เอลิเซ่ (Champs Elysees) ซึ่งทอดยาวจากจัตุรัสคองคอร์ดตรงสู่ประตูชัยนโปเลียน, นำชมและถ่ายรูปคู่กับประตูชัยนโปเลียน (Arc de Triomphe) สัญลักษณ์แห่งชัยชนะของจักรพรรดินโปเลียนในศึก เอาส์เตอร์ลิทซ์ในปี1805 โดยเริ่มสร้างขึ้นในปี ค.ศ.1806 แต่มาแล้วเสร็จในปี ค.ศ.1836 ให้เวลาท่านได้เลือกซื้อสินค้าชั้นนำบนถนนชองป์เอลิเซ่ ที่เต็มไปด้วยร้านค้าสุดหรูหรา สินค้าแฟชั่นมากมาย แล้วนำถ่ายรูปเป็นที่ระลึกกับหอไอเฟล (Tour Eiffel) สัญลักษณ์ที่โดดเด่นสูงตระหง่านคู่นครปารีสด้วยความสูงถึง 1,051 ฟุต ซึ่งสร้างขึ้นในปี ค.ศ.1889 ที่บริเวณจัตุรัสทรอคคาเดโร่ กลางวัน       รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร อาหารจีน
บ่าย จากนั้นนำท่านเข้าชม พิพิธภัณฑ์น้ำหอม Fragonard พิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงประวัติความเป็นมาและจัดแสดงวิธีการผลิตน้ำหอมในปัจจุบัน ของโรงงานผลิตน้ำหอมยี่ห้อ Fragonard ยี่ห้อน้ำหอมอันโด่งดัง ที่มีแหล่งผลิตต้นกำเนิดมาจากเมือง Grasse เมืองที่ได้ชื่อว่าเป็นเมืองหลวงของโลกน้ำหอม โดยพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ก่อตั้งขึ้นมาในปี 1983 ตัวอาคารเป็นที่อยู่เดิมของ นโปเลียน โบนาปาร์ตที่ 3 Louis-Napoléon Bonaparte III ซึ่งแต่ละห้องจัดแสดงเรื่องราวเกี่ยวกับบรรจุภัณฑ์บรรจุน้ำหอมตั้งแต่สมัยอดีตจนถึงปัจจุบัน และบอกเล่าเรื่องราวการผสมผสานกลิ่นน้ำหอมให้มีเอกลักษณ์อันรัญจวนใจ และหากท่านมองหาของฝากจากปารีสที่ไม่เหมือนใคร ท่านสามารถเลือกซื้อน้ำหอมจากโรงงานของ Fragonard ได้โดยตรงตามอัธยาศัย จากนั้นเชิญเลือกซื้อสินค้าแฟชั่นราคาถูกในร้านค้าปลอดภาษี (Duty Free Shop) อาทิ เช่น เครื่องสำอาง น้ำหอม นาฬิกาหรือกระเป๋า จากนั้นพาท่านสัมผัสกับบรรยากาศที่เต็มไปด้วยนักช้อปปิ้งจากทั่วทุกมุมโลกในห้างสรรพสินค้าใหญ่ใจกลางกรุงปารีสที่แกลเลอรี่ ลาฟาแยตต์ (Galleries Lafayette) ค่ำ        อิสระอาหารค่ำตามอัธยาศัย
ที่พัก       เข้าสู่ที่พัก โรงแรม HUATIAN CHINAGORA หรือเทียบเท่า

วันที่ 6: ปารีส – สนามบิน – เตหะรานเช้า       รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
08.00 น. นำคณะเดินทางสู่ เพื่อให้ท่านมีเวลาในการทำคืนภาษี (Tax Refund) และ มีเวลาในการเลือกซื้อสินค้าในร้านค้าปลอดภาษีภายในสนามบิน11.55 น. ออกเดินทางกลับสู่ประเทศไทย โดยเที่ยวบินที่ W5 10719.40 น. เดินทางถึง สนามบินเตหะราน นำท่านเปลี่ยนเครื่อง เพื่อเดินทางต่อ21.45 น. ออกเดินทางสู่กรุงเทพฯ โดยเที่ยวบินที่ W5 051
วันที่ 7 : เตหะราน – กรุงเทพฯ07.45 น. คณะเดินทางกลับถึงสนามบินสุวรรณภูมิโดยสวัสดิภาพ

รหัส VIE-TG012 ออสเตรีย ฮังการี สโลวัก เชก เยอรมนี สวิตเซอร์แลนด์ 10 วัน 7 คืน การบินไทย (TG)
วันเดินทาง
ราคาทัวร์
27 ธ.ค. - 5 ม.ค. / 29 ธ.ค - 7 ม.ค 2019 87,900 บาท/ท่าน
17- 26 มกราคม 2019 69,999 บาท/ท่าน
6- 15 กุมภาพันธ์ 2019 69,999 บาท/ท่าน
2 - 11, 22-31 มีนาคม 2019 69,999 บาท/ท่าน

ทัวร์ยุโรป 2019/2562 ทัวร์ออสเตรีย ฮังการี สโลวัก เชก เยอรมนี สวิตเซอร์แลนด์ 10 วัน 7 คืน บิน TG

ทัวร์ยุโรป ออสเตรีย ฮังการี สโลวัก เชก เยอรมนี สวิตเซอร์แลนด์ 10 วัน 7 คืน บิน TG ทัวร์ยุโรป 2562 บินตรงสู่กรุงเวียนนา ชมพระราชวังเชินบรุนน์ (Schoenbrunn Palace) ที่วิจิตรตระการตา ล่องเรือแม่น้ำดานูบอันเลื่องชื่อเพื่อชมความงามของทิวทัศน์และอารยะธรรมฮังการี สัมผัสมนต์เสน่ห์ของกรุงปราก (Prague) เที่ยวเมืองมรดกโลกที่เชสกี้ ครุมลอฟ (Cesky Krumlov) เพชรน้ำงามแห่งโบฮีเมีย เต็มอิ่มกับธรรมชาติ ที่สุดแสนงดงามของฮัลสตัท (Hallstatt) หมู่บ้านมรดกโลกอายุกว่า 4,500 ปี

วันที่ 1กรุงเทพฯ
22.30 น.คณะพร้อมกัน ณ สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ เคาน์เตอร์สายการบินไทย ประตู 3 เคาน์เตอร์ D สายการบินไทย พบเจ้าหน้าที่คอยอำนวยความสะดวก

วันที่ 2กรุงเทพฯ – เวียนนา – พระราชวังเชินบรุนน์ – บูดาเปสต์ – ล่องเรือแม่น้ำดานูบ
01.30 น.ออกเดินทางสู่กรุงเวียนนา โดยเที่ยวบินที่ TG 936
07.00 น.ถึงสนามบินเวทชาท กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย (เวลาท้องถิ่นช้ากว่าประเทศไทย 6 ชั๋วโมง และ จะเปลี่ยนเป็น 5 ชั๋วโมงในวันที่ 31 มีนาคม 2562) ผ่านขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมือง จากนั้นนำเข้าชม ความงดงามของพระราชวังเชินบรุนน์ (Schoenbrunn Palace) แห่งราชวงศ์ฮัปสเบิร์ก ซึ่งมี ประวัติการสร้างมาตั้งแต่กลางคริสต์ศตวรรษที่ 16 และต่อมาพระนางมาเรีย เทเรซ่า ให้สร้างขึ้นใหม่ อย่างสง่างามด้วยจำนวนห้องถึง 1,441 ห้องในระหว่างปีค.ศ.1744-1749 เพื่อใช้เป็นพระราชวังฤดูร้อน ชมความโอ่อ่าของท้องพระโรงและพลับพลาที่ประทับ ซึ่งได้รับการตกแต่งอย่างวิจิตรบรรจง ซึ่งสวยงาม ไม่แพ้พระราชวังแวร์ซายส์ของฝรั่งเศส

กลางวันรับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร อาหารจีน
บ่ายนำท่านเดินทางโดยรถโค้ชผ่านย่านเกษตรกรรมข้ามพรมแดนสู่ กรุงบูดาเปสต์ (Budapest) เมืองหลวงของ ประเทศฮังการี (Hungary) ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นเมืองที่ทันสมัยและสวยงามด้วยศิลปวัฒนธรรมของชนหลายเชื้อชาติที่มี อารยธรรม รุ่งเรืองมานานกว่าพันปี ถึงกับได้รับการขนานนามว่าเป็น “ไข่มุกแห่งแม่น้ำดานูบ” ชมเมืองที่ได้ชื่อว่างดงามติดอันดับโลกด้วยทัศนียภาพบนสองฝั่งแม่น้ำดานูบ นำท่านล่องเรือแม่น้ำดานูบอันเลื่องชื่อ ชมความงามของทิวทัศน์และอารยะธรรมฮังการีในช่วง 600-800 ปีมาแล้วที่ตั้งเรียงรายกันอยู่ 2 ฟากฝั่ง ชมความตระการตาของอาคารต่างๆ อาทิ อาคารรัฐสภา ซึ่งงดงามเป็นที่ร่ำลือ ด้วยสถาปัตยกรรมแบบโกธิค บนตัวอาคารประกอบด้วยยอดสูงถึง 365 ยอด นอกจากนี้ท่านจะได้ชม สะพานเชน สะพานถาวรแห่งแรกที่สร้างข้ามแม่น้ำดานูบ โดยนาย WILLIAM TIERNEY CLARK วิศวกรชาวอังกฤษ เหล็กทุกชิ้นที่ใช้ในการสร้างได้ถูกนำมาจากประเทศอังกฤษเช่นกัน

ค่ำรับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร อาหารพื้นเมือง (ซุปกุลาซหมู)ที่พัก เข้าสู่ที่พัก โรงแรม DANUBIUS ARENA หรือเทียบเท่า

วันที่ 3บูดาเปสต์ – Outlet – บราติสลาวา
เช้ารับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมนำท่านชมบริเวณ CASTLE HILL ซึ่งเต็มไปด้วยสถาปัตยกรรมโบราณอันทรงคุณค่า ถ่ายรูปด้านนอกของอาคารพระราชวังโบราณ แล้วชมบริเวณรอบนอกโบสถ์แมทเธียส (Matthias Church) ซึ่งเคยใช้เป็นสถานที่จัดพิธีสวมมงกุฎให้กษัตริย์มาแล้วหลายพระองค์ ชื่อโบสถ์มาจากชื่อกษัตริย์แมทเธียส ซึ่งเป็นกษัตริย์ที่ทรงพระปรีชาสามารถมาก และยังเป็นกษัตริย์ผู้ทรงสร้างสิ่งก่อสร้างที่งดงามในเมืองหลวงต่างๆ อีกมากมาย ซึ่งสร้างในสไตล์นีโอ-โกธิก หลังคาสลับสีสวยงามอันเป็นจุดเด่นที่สุดในศตวรรษที่ 15 ถัดจากโบสถ์เป็นอนุสาวรีย์ของพระเจ้าสตีเฟ่นที่ 1 พระบรมรูปทรงม้า ผลงานประติมากรรมที่งดงามของศตวรรษที่ 11 อยู่หน้า ป้อมชาวประมง (Fisherman’s Bastion) จุดชมวิวเหนือเมืองบูดาที่ท่านสามารถชมความงามของแม่น้ำดานูบได้อย่างดีป้อมแห่งนี้สร้างขึ้นตั้งแต่ ค.ศ.1905 โดยกลุ่มชาวประมงฮังกาเรียน จากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมืองปาร์นดอร์ฟ เพื่อนำท่านสู่ McArthurGlen Designer Outlet in Parndorf
อิสระอาหารกลางวันตามอัธยาศัย
บ่ายให้เวลาท่านได้อิสระช้อปปิ้งสินค้าแบรนด์เนมมากมาย อาทิ เช่น GUCCI, BALLY, HUGO BOSS, BENETTON, BURBERRY, CALVIN KLEIN, CROCS, GEOX, GUESS, LACOSTE, NIKE, OAKLEY, DIESEL และอื่นๆอีกมากมาย ***เนื่องจากOUTLETจะปิดทำการในวันอาทิตย์ถ้าหากคณะใดตรงกับวันอาทิตย์ในวันนั้น ทางบริษัทขอสลับโปรแกรมไปในวันถัดไปแทน*** ได้เวลาอันสมควรนำท่านเดินทางโดยรถโค้ชสู่ กรุงบราติสลาว่า (Bratislava) เมืองหลวงและเมืองที่ใหญ่ที่สุดของประเทศสโลวัก ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำดานูบที่บริเวณพรมแดนของ สโลวัก ออสเตรีย และฮังการี และใกล้กับพรมแดนสาธารณรัฐเช็ก

ค่ำรับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร อาหารจีนที่พักเข้าสู่ที่พัก โรงแรม BRATISLAVA หรือเทียบเท่า

วันที่ 4บราติสลาวา – ปราก – ปราสาทปราก
เช้ารับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมนำคณะเดินทางสู่กรุงปราก (Prague) เมืองหลวงของประเทศสาธารณรัฐเช็ก อดีตเมืองหลวงของสาธารณรัฐเชคโกสโลวาเกีย ซึงได้สมญานามมากมาย เช่น นครแห่งปราสาท และโรมแห่งอุดรทิศ
กลางวันรับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร อาหารจีน
บ่าย นำเข้าชมปราสาทแห่งปราก (Prague Castle) ที่สร้างขึ้นอยู่บนเนินเขาตั้งแต่สมัยคริสต์ศตวรรษที่ 9 ในสมัยเจ้าชาย Borivoj แห่งราชวงศ์ Premyslids ซึ่งปัจจุบันเป็นทำเนียบประธานาธิบดีมาตั้งแต่ปี ค.ศ.1918 ชมมหาวิหาร เซนต์วิตุส (St.Vitus Cathedral) อันงามสง่าด้วยสถาปัตยกรรมแบบโกธิคในสมัยศตวรรษที่ 14 นับว่าเป็นมหาวิหารสไตล์โกธิคที่ใหญ่ที่สุดในกรุงปรากซึ่งพระเจ้าชาร์ลที่ 4 โปรดให้สร้างขึ้นในปี ค.ศ.1344 ภายในเป็นที่เก็บพระศพของกษัตริย์สำคัญในอดีต เช่น พระเจ้าชาร์ลที่ 4, พระเจ้าเฟอร์ดินานด์ที่ 1 และ พระเจ้าแมกซิมิเลี่ยนที่ 2 เป็นต้น (กรณีมีพิธีภายในมหาวิหาร อาจไม่ได้รับอณุญาตให้เข้าชม) แล้วชมพระราชวังหลวง (Royal Palace) ที่เป็นหนึ่งในส่วนที่เก่าแก่ที่สุดของปราสาท ใช้เป็นที่ประทับของเจ้าชายโบฮีเมียนทั้งหลาย แล้วเดินชมย่านช่างทองโบราณ (Golden Lane) ซึ่งปัจจุบันมีร้านขายของที่ระลึกวางจำหน่ายอยู่มากมาย จากนั้นนำท่านเดินเล่นบนสะพานชาร์ล (Charles Bridge) สะพานเก่าแก่ข้ามแม่น้ำวัลตาวา สไตล์โกธิคที่สร้างขึ้นตั้งแต่กลางคริสต์ศตวรรษที่ 14 สมัยพระเจ้าชาร์ลที่ 4 ชมรูปปั้นโลหะของเหล่านักบุญที่ตั้งอยู่สองข้างราวสะพานกว่า 30 องค์ จากนั้นนำท่านเดินสู่ประตูเมืองเก่า Powder Gate ขอบเขตเมืองในสมัยโบราณ, ศาลาว่าการเมืองหลังเก่า (Old Town Hall) ที่สร้างมาตั้งแต่ปี ค.ศ.1338 มีจุดเด่นคือ นาฬิกาดาราศาสตร์ (Astronomical Clock) ที่สวยงามและยังตีบอกเวลาทุกๆชั่วโมง ให้เวลาท่านอิสระเดินเล่น และช้อปปิ้งสินค้าแบรนด์เนมย่านเมืองเก่า

ค่ำรับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร อาหารไทยที่พักเข้าสู่ที่พัก โรงแรม INTERNATIONAL หรือเทียบเท่า

วันที่ 5ปราก – เชสกี้ครุมลอฟ – ซาลส์บวร์ก
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมนำท่านเดินทางสู่เมืองมรดกโลกเชสกี้ ครุมลอฟ (Cesky Krumlov) นำชมเมืองที่ได้ชื่อว่าเป็นเพชรน้ำงามแห่งโบฮีเมีย เมืองที่ได้รับการยกย่องจากองค์การยูเนสโก้ให้เป็นเมืองมรดกโลกใน ค.ศ.1992 (World Heritage) เมืองนี้ตั้งอยู่ริมสองฝั่งของแม่น้ำวัลตาวา ความโดดเด่นของเมืองที่มีอาคารเก่าแก่ตั้งแต่ยุคกลางกว่า 300 ปี หลังได้รับการอนุรักษ์และขึ้นทะเบียนไว้ให้เป็นสถานที่สำคัญแห่งหนึ่งของโลก นำชมปราสาทครุมลอฟ (Krumlov) จากบริเวณรอบนอก ซึ่งสร้างขึ้นเมื่อปีค.ศ.1250 ถือเป็นปราสาทที่ใหญ่เป็นอันดับสองของประเทศรองลงมาจากปราสาทปร๊าก มีอายุเก่าแก่กว่า 700 ปี ซึ่งตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำวอลตาวา (Valtawa River) ตรงบริเวณคุ้งน้ำ ฝั่งตรงข้ามเป็นย่านเมืองเก่าคลาสสิค Senete Square และโบสถ์เก่ากลางเมือง

กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร อาหารพื้นเมือง
บ่ายจากนั้นเดินทางสู่เมืองซาลส์บวร์ก (Salzburg) ประเทศออสเตรีย เมืองอันเป็นบ้านเกิดของนักดนตรีเอก วูล์ฟกัง อมาดิอุส โมสาร์ท ที่มีชื่อเสียงก้องโลก นำเที่ยวชมความงามของเมืองซาลส์บวร์กที่มีความหมายว่า ปราสาทเกลือ เขตเมืองเก่าศิลปะบารอคที่ตั้งอยู่บนฝั่งแม่น้ำซัลซาค เมืองซาลส์บวร์กเคยเป็นที่ประทับถาวรของอาร์คบิชอป และ เป็นศูนย์กลางทางศาสนาคริสต์นิกายคาทอลิกที่สำคัญยิ่งของบรรดาประเทศที่ใช้ภาษาเยอรมัน ชมสวนมิราเบล (Mirabell Garden) ซึ่งเป็นฉากหนึ่งในการถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง มนต์รักเพลงสวรรค์ (The Sound of Music) ที่โด่งดังไปทั่วโลก

ค่ำรับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร อาหารจีนที่พักเข้าสู่ที่พัก โรงแรม MERCURE CENTRAL หรือเทียบเท่า

วันที่ 6ซาลส์บวร์ก – ฮัลสตัท – มิวนิค
เช้ารับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมออกเดินทางสู่ฮัลสตัท (Hallstatt) หมู่บ้านมรดกโลกแสนสวย อายุกว่า 4,500 ปี เมืองที่ตั้งอยู่ริมทะเลสาบ โอบล้อมด้วยขุนเขาและป่าสีเขียวขจี สวยงามราวกับภาพวาด กล่าวกันว่าเป็นเมืองที่โรแมนติกที่สุดใน Salzkammergut เขตที่อยู่บนอัพเพอร์ออสเตรีย และมีทะเลสาบสวยถึง 76 แห่ง ออสเตรียให้ฉายาเมืองนี้ว่าเป็นไข่มุกแห่งออสเตรีย และเป็นพื้นที่มรดกโลกของ UNESCO Cultural-Historical Heritage เพียงเดินเที่ยวชมเมืองเสมือนหนึ่งท่านอยู่ในภวังค์แห่งความฝัน

กลางวันรับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร อาหารพื้นเมือง
บ่ายเดินทางสู่เมืองมิวนิค (Munich) อยู่ทางใต้ของประเทศเยอรมนี และเป็นเมืองหลวงของรัฐบาวาเรีย ยังเป็นเมืองที่ใหญ่เป็นอันดับสามของประเทศ (รองจากเบอร์ลินและฮัมบูร์ก) และเป็นหนึ่งในเมืองมั่งคั่งที่สุดของยุโรป ซึ่งมีพรมแดนติดเทือกเขาแอลป์ โดยรัฐบาวาเรียเคยเป็นรัฐอิสระปกครองด้วยกษัตริย์มาก่อน ก่อนที่จะผนวกเข้าเป็นส่วนหนึ่งของประเทศเยอรมนี จึงมีเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมเป็นของตัวเอง ทั้งด้านศิลปวัฒนธรรม และอาหารอันเลื่องชื่อ ซึ่งได้แก่ ไส้กรอกเยอรมัน ขาหมูทอด เพรทเซล และเบียร์ นำชมจัตุรัสมาเรียน พลาสท์ (Marienplatz) ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นของประวัติศาสตร์และธุรกิจของนครมิวนิค บริเวณนี้เป็นที่ตั้งของศาลาว่าการเมืองที่มีรูปแบบสถาปัตยกรรมแบบโกธิคที่งดงามซึ่งสร้างขึ้นในช่วงปลายคริสต์ศตวรรษที่ 19 ใช้เวลาสร้างถึง 42 ปี มีหอระฆังสูง 85 เมตร ซึ่งจะมีนักท่องเที่ยวรอคอยเฝ้าชมตุ๊กตาไขลานที่จะออกมาเต้นรำ เมื่อนาฬิกาตีบอกเวลา 11.00 น. และ 17.00 น. ในช่วงฤดูร้อน อิสระให้ท่านเลือกซื้อสินค้าแบรนด์เนมและของที่ระลึกตามอัธยาศัย

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร อาหารจีนที่พักเข้าสู่ที่พัก โรงแรม MERCURE NEUPERLACH SUED หรือเทียบเท่า

วันที่ 7มิวนิค – ชาฟเฮาเซ่น – น้ำตกไรน์ – เมืองซุก – อินเทอลาเกน
เช้ารับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมนำท่านเดินทางเข้าสู่เมืองชาฟเฮาเซ่น (Schaffhausen) เพื่อชมน้ำตกไรน์ ที่มีขนาดใหญ่สุดในยุโรป เดินทางต่อสู่เมืองซุก (Zug) เมืองเล็กๆ ริมทะเลสาบที่สวยงามราวกับเทพนิยายตั้งอยู่ทางภาคกลางตอนบนของประเทศ โดยนอกจากความสวยงามของทัศนียภาพแล้ว เมืองนี้ยังมีอัตราการเก็บภาษีที่ค่อนข้างต่ำจึงถือเป็นที่ตากอากาศที่นิยมของเหล่าเศรษฐี คนดังสำคัญระดับโลกมากมายมาเยือน ท่านอาจจะเห็นซูเปอร์คาร์จอดเรียงรายอยู่ 2 ข้างทาง จนเป็นเรื่องธรรมดาไปเลย

กลางวันรับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร อาหารจีนบ่ายนำท่านชมเมืองชมหอนาฬิกาเมืองซุก (Clock Tower) แลนด์มาร์กที่สำคัญแห่งหนึ่งของเมือง ด้วยความสูงของหอถึง 52 เมตรและความโดดเด่น ของหลังคาซึ่งเป็นสีน้ำเงินขาวโดนเด่นตัดกับสีหลังคาสีน้ำตาลของบ้านเมืองสวยงามอย่างยิ่ง มีเวลาให้ท่านเดินขึ้นบันไดสู่จุดชมวิวด้านบนของหอนาฬิกา ที่ท่านจะสามารถเห็นวิวที่สวยงามโดยรอบของเมืองซุก นำท่านเข้าชมโบสถ์เซนท์ออสวอร์ล (St Oswald’s church) โบสถ์ศักดิ์สิทธิ์ที่สำคัญของเมือง ตัวโบสถ์สร้างขึ้นตั้งแต่ ค.ศ. 1478 ใช้เวลาการก่อสร้างนานถึง 6 ปี ถือเป็นหนึ่งในสถาปัตยกรรมที่สำคัญที่สุดในช่วงโกธิคตอนปลายแห่งหนึ่งในสวิตเซอร์แลนด์ นอกจากนี้ ชาวสวิสยังมีความเชื่ออีกว่า ถ้าใครมีเรื่องทุกข์ร้อนใดๆ หรือเจ็บป่วย ถ้าได้มาขอพรกับโบสถ์แห่งนี้ จะช่วยบรรเทาให้ดีขึ้นอย่างรวดเร็ว (กรณีถ้ามีพิธีภายในโบสถ์ อาจไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าชม) นำท่านเข้าชมร้านทำทองที่เก่าแก่ที่สุดในยุโรป (The Oldest house of goldsmiths in Europe) ของครอบครัว Lohri เปิดทำการตั้งแต่สมัยศัตวรรตที่ 16 ภายในตัวอาคารมีการตกแต่งในรูปแบบสถาปัตยกรรมสมัยจักวรรดินโปเลียน มีซุ้มประตูและเสาโรมัน มีรูปปั้นและจิตรกรรมฝาผนัง ด้วยการวาดลายหินอ่อนด้วยมือ ในปี 1971 ได้เปิดร้านนี้เป็นพิพิธภัณฑ์ศิลปะล้ำค่าและเครื่องประดับหายาก และบางชิ้นมีเพียงชิ้นเดียวในโลก มีเวลาให้ท่านเดินชื่นชมอาคาร งานศิลปะล้ำค่าและเครื่องประดับหายากแล้ว ในส่วนของ Lohri Store ยังมีนาฬิกาชั้นนำระดับโลกให้ท่านเลือกซื้อเลือกชมอาทิ เช่น Patek Philippe, Franck Muller Cartier , Piaget, Parmigiani Fleurier, Panerai, IWC , Omega, Jaeger-LeCoultre, Blancpain, Tag Heuer ฯลฯ และไม่ควรพลาดเค้กเชอร์รี่ Zug Cherry Cake (Zuger Kirschtorte) จากร้าน Speck เค้กที่มีรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์และมีขายมากว่าร้อยปี มีบุคคลที่มีชื่อเสียงมากมายต่างเคยลิ้มลองเค้กจากร้านนี้ เช่น Charlie Chaplin, Winston Churchill หรือสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส โดยเมืองซุกนี้มีการทำฟาร์มผลไม้ ทั้งสตอเบอร์รี่, บูลเบอร์รี่, ราสเบอร์รี่,ลูกแพร์ ฯลฯ รวมทั้ง เชอร์รี่ ที่มีปลูกมากกว่า 40,000 ต้น แล้วนำท่านเดินทางต่อสู่เมืองอินเทอร์ลาเกน (Interlaken) เป็นเมืองที่ตั้งอยู่ระหว่าง ทะเลสาบทูน (Lake Thun) และทะเลสาบเบรียนซ์ (Lake Brienz) อิสระให้ท่านได้สัมผัสบรรยากาศและธรรมชาติแบบสวิตเซอร์แลนด์ในเมืองเล็กๆ

ค่ำรับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร อาหารพื้นเมือง (ฟองดูร์ชีส)ที่พักเข้าสู่ที่พัก โรงแรม CITY OBERLAND หรือเทียบเท่า

วันที่ 8อินเทอลาเกน – เขาจุงเฟรา – ลูเซิร์น
เช้ารับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมออกเดินทางสู่ เมืองกรินเดอวาลด์ (Grindelwald) เมืองตากอากาศที่สวยงามและยังเป็นที่ตั้งสถานีรถไฟขึ้นสู่ ยอดเขาจุงเฟรา (Jungfrau) เเละเมื่อปี คศ.2001 องค์การยูเนสโกประกาศให้ยอดเขาจุงเฟรา เป็นพื้นที่มรดกโลกทางธรรมชาติแห่งแรกของยุโรป นำคณะนั่งรถไฟท่องเที่ยวธรรมชาติ ขึ้นพิชิตยอดเขาจุงเฟราที่มีความสูงกว่าระดับน้ำทะเลถึง 11,333 ฟุตหรือ 3,454 เมตร ระหว่างเส้นทางขึ้นสู่ยอดเขาท่านจะได้ผ่านชมธารน้ำแข็งที่มีขนาดใหญ่จนถึง สถานีรถไฟจุงเฟรายอร์ค (Jungfraujoch) สถานีรถไฟที่อยู่สูงที่สุดในยุโรป (Top of Europe) เข้าชมถ้ำน้ำแข็ง (Ice Palace) ที่แกะสลักให้สวยงาม อยู่ใต้ธารน้ำแข็งลึกถึง 30 เมตร

กลางวันรับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารบนยอดเขา อาหารพื้นเมืองพาท่านชมวิวที่ ลานสฟิงซ์ (Sphinx Terrace) จุดชมวิวที่สูงที่สุดในยุโรป ที่ระดับความสูงถึง 3,571 เมตร สามารถมองเห็นได้กว้างไกลที่ถึงชายแดนสวิส สัมผัสกับภาพของธารน้ำแข็ง Aletsch Glacier ที่ยาวที่สุดในเทือกเขาแอลป์ ยาวถึง 22 ก.ม.และหนาถึง 700 เมตร โดยไม่เคยละลาย อิสระให้ท่านได้สนุกสนานกับการถ่ายรูป เล่นหิมะบนยอดเขาและเพลิดเพลินกับกิจกรรมบนยอดเขาและที่ไม่ควรพลาดกับการส่งโปสการ์ดโดยที่ทำการไปรษณีย์ที่สูงที่สุดในยุโรป ออกเดินทางสู่เมืองลูเซิร์น (Lucerne) เมืองท่องเที่ยวยอดนิยมอันดับหนึ่งของสวิตเซอร์แลนด์ ที่ถูกห้อมล้อมไปด้วยทะเลสาบและขุนเขา จากนั้นพาท่านชมสิงโตหินแกะสลัก (Dying Lion of Lucerne) ที่แกะสลักบนผาหินธรรมชาติ เพื่อเป็นอนุสรณ์รำลึกถึงการสละชีพอย่างกล้าหาญของทหารสวิสที่เกิดจากการปฏิวัติในฝรั่งเศสเมื่อปี ค.ศ.1792 ชมสะพานไม้ชาเปล (Chapel Bridge) ซึ่งมีความยาวถึง 204 เมตร ทอดข้ามผ่านแม่น้ำรอยส์ (Reuss River) อันงดงามซึ่งเป็นเหมือนสัญลักษณ์ของเมืองลูเซิร์นเป็นสะพานไม้ที่มีหลังคาที่เก่าแก่ที่สุดในยุโรป สร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ.1333 โดยใต้หลังคาคลุมสะพานมีภาพวาดประวัติศาสตร์ของชาวสวิส ตลอดแนวสะพาน จากนั้นให้ท่านได้อิสระเลือกซื้อสินค้าของสวิส เช่น ช็อคโกแลต, เครื่องหนัง, มีดพับ, นาฬิกายี่ห้อดัง อาทิเช่น Rolex, Omega, Tag Heuer เป็นต้น

อิสระอาหารค่ำตามอัธยาศัยที่พัก เข้าสู่ที่พัก โรงแรม IBIS STYLES CITY หรือเทียบเท่า

วันที่ 9ลูเซิร์น – ซูริค – สนามบิน
เช้ารับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมนำท่านเดินทางสู่สนามบิน เพื่อทำคืนภาษี (Tax Refund) และมีเวลาช๊อปปิ้งสินค้าปลอดภาษี (Duty Free) ภายในสนามบิน
13.15 น.ออกเดินทางกลับสู่กรุงเทพ เที่ยวบินที่ TG 971

วันที่ 10กรุงเทพฯ
06.10 น. ถึง สนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพมหานคร ด้วยความสวัสดีภาพ

รหัส VIE-TG014 ออสเตรีย ฮังการี สโลวัก เชก เยอรมนี 10 วัน 7 คืน การบินไทย (TG)
วันเดินทาง
ราคาทัวร์
11-20 กุมภาพันธ์ 2019 58,900 บาท/ท่าน
8- 17, 22 กุมภาพันธ์ - 3 มีนาคม 2019 59,900 บาท/ท่าน
15-24 มีนาคม 2019 59,900 บาท/ท่าน

ทัวร์ยุโรป มกราคม – ภุมภาพันธ์ 2562/2019 ทัวร์ยุโรป ออสเตรีย ฮังการี สโลวัก เชก เยอรมนี 10 วัน 7 คืน

ทัวร์ยุโรป กุมภาพันธ์ - ภุมภาพันธ์ 2562/2019 ทัวร์ยุโรป ออสเตรีย ฮังการี สโลวัก เชก เยอรมนี 10 วัน 7 คืน โดยสายการบิน การบินไทย (TG) เข้าชมพระราชวังเชินบรุนน์ (Schoenbrunn Palace) ที่วิจิตรตระการตา ล่องเรือแม่น้ำดานูบอันเลื่องชื่อเพื่อชมความงามของทิวทัศน์และอารยะธรรมฮังการี สัมผัสมนต์เสน่ห์ของกรุงปราก (Prague) และความยิ่งใหญ่ของปราสาทปราก (Prague castle) เที่ยวเมืองมรดกโลกที่เชสกี้ ครุมลอฟ (Cesky Krumlov) เพชรน้ำงามแห่งโบฮีเมีย เข้าชมความงามของปราสาทนอยชวานสไตน์ (Neuschwanstein Castle) ต้นแบบของปราสาทเจ้าหญิงนิทรา เต็มอิ่มกับธรรมชาติ ที่สุดแสนงดงามของฮัลสตัท (Hallstatt) ขึ้นกระเช้าไฟฟ้าสู่จุดชมวิว SKY WALK และ ล่องเรือในทะเลสาปฮัลสตัท เมนูพิเศษ,, ขาหมูเยอรมัน , ไส้กรอกเยอรมัน และ ซุปกุลาซ

วันที่ 1กรุงเทพฯ
22.00 น.คณะพร้อมกัน ณ สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ เคาน์เตอร์สายการบินไทย ประตู 4 แถว H พบเจ้าหน้าที่คอยอำนวยความสะดวก

วันที่ 2กรุงเทพฯ – เวียนนา – พระราชวังเชินบรุนน์ – บูดาเปสต์
01.30 น.ออกเดินทางสู่กรุงเวียนนา โดยเที่ยวบินที่ TG 936
07.00 น.ถึงสนามบินเวทชาท กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย (เวลาท้องถิ่นช้ากว่าประเทศไทย 6 ชั๋วโมง และจะเปลี่ยนเป็น 5 ชั๋วโมงในวันที่ 31 มีนาคม 2562) ผ่านขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมือง จากนั้นนำท่านเที่ยวชมกรุงเวียนนา (Vienna) ชมถนนสายวงแหวน (Ringstrasse) ที่แวดล้อมไปด้วยอาคารอันงดงามสถาปัตยกรรมเก่าแก่ ผ่านชมโรงละครโอเปร่า ที่สร้างขึ้นในระหว่างปีค.ศ.1863-1869 แต่ตัวอาคารได้ถูกทำลายไปในระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 และเปิดใหม่อีกครั้งในปีค.ศ.1955, ผ่านพระราชวังฮอฟเบิร์ก (Hofburg Palace) ซึ่งเป็นกลุ่มอาคารที่เคยเป็นที่ประทับของราชสำนักฮัปสบูร์ก มาตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 13 จนถึงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 20

กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร อาหารจีน จากนั้นนำเข้าชมความงดงามของพระราชวังเชินบรุนน์ (Schoenbrunn Palace) แห่งราชวงศ์ฮัปสเบิร์ก ซึ่งมีประวัติการสร้างมาตั้งแต่กลางคริสต์ศตวรรษที่ 16 และต่อมาพระนางมาเรีย เทเรซ่า ให้สร้างขึ้นใหม่อย่างสง่างามด้วยจำนวนห้องถึง 1,441 ห้องในระหว่างปีค.ศ.1744-1749 เพื่อใช้เป็นพระราชวังฤดูร้อน ชมความโอ่อ่าของท้องพระโรงและพลับพลาที่ประทับ ซึ่งได้รับการตกแต่งอย่างวิจิตรบรรจง ซึ่งสวยงามไม่แพ้พระราชวังแวร์ซายส์ของฝรั่งเศส นำท่านเดินทางโดยรถโค้ชผ่านย่านเกษตรกรรมข้ามพรมแดนสู่กรุงบูดาเปสต์ (Budapest) เมืองหลวงของประเทศฮังการี (Hungary) ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นเมืองที่ทันสมัยและสวยงามด้วยศิลปวัฒนธรรมของชนหลายเชื้อชาติที่มีอารยธรรม รุ่งเรืองมานานกว่าพันปี ถึงกับได้รับการขนานนามว่าเป็น “ไข่มุกแห่งแม่น้ำดานูบ” ชมเมืองที่ได้ชื่อว่างดงามติดอันดับโลกด้วยทัศนียภาพบนสองฝั่งแม่น้ำดานูบ

ที่พักเดินทางเข้าสู่ที่พัก HILTON BUDAPEST CITY หรือเทียบเท่า

วันที่ 3บูดาเปสต์ – ป้อมชาวประมง – ล่องเรือแม่น้ำดานูบ – บราติสลาวา
เช้ารับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมนำท่านชมบริเวณ CASTLE HILL ซึ่งเต็มไปด้วยสถาปัตยกรรมโบราณอันทรงคุณค่า ถ่ายรูปด้านนอกของอาคารพระราชวังโบราณ แล้วชมบริเวณรอบนอกโบสถ์แมทเธียส (Matthias Church) ซึ่งเคยใช้เป็นสถานที่จัดพิธีสวมมงกุฎให้กษัตริย์มาแล้วหลายพระองค์ ชื่อโบสถ์มาจากชื่อกษัตริย์แมทเธียส ซึ่งเป็นกษัตริย์ที่ทรงพระปรีชาสามารถมาก และยังเป็นกษัตริย์ผู้ทรงสร้างสิ่งก่อสร้างที่งดงามในเมืองหลวงต่างๆ อีกมากมาย ซึ่งสร้างในสไตล์นีโอ-โกธิก หลังคาสลับสีสวยงามอันเป็นจุดเด่นที่สุดในศตวรรษที่ 15 ถัดจากโบสถ์เป็นอนุสาวรีย์ของพระเจ้าสตีเฟ่นที่ 1 พระบรมรูปทรงม้า ผลงานประติมากรรมที่งดงามของศตวรรษที่ 11 อยู่หน้าป้อมชาวประมง (Fisherman’s Bastion) จุดชมวิวเหนือเมืองบูดาที่ท่านสามารถชมความงามของแม่น้ำดานูบได้อย่างดีป้อมแห่งนี้สร้างขึ้นตั้งแต่ ค.ศ.1905 โดยกลุ่มชาวประมงฮังกาเรียน นำท่านล่องเรือแม่น้ำดานูบอันเลื่องชื่อ ชมความงามของทิวทัศน์และอารยะธรรมฮังการีในช่วง 600-800 ปีมาแล้วที่ตั้งเรียงรายกันอยู่ 2 ฟากฝั่ง ชมความตระการตาของอาคารต่างๆ อาทิ อาคารรัฐสภา ซึ่งงดงามเป็นที่ร่ำลือ ด้วยสถาปัตยกรรมแบบโกธิค บนตัวอาคารประกอบด้วยยอดสูงถึง 365 ยอด นอกจากนี้ท่านจะได้ชม สะพานเชน สะพานถาวรแห่งแรกที่สร้างข้ามแม่น้ำดานูบ โดยนาย WILLIAM TIERNEY CLARK วิศวกรชาวอังกฤษ เหล็กทุกชิ้นที่ใช้ในการสร้างได้ถูกนำมาจากประเทศอังกฤษเช่นกัน

กลางวันรับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร อาหารจีน
บ่ายจากนั้นนำเดินทางสู่กรุงบราติสลาว่า (Bratislava) เมืองหลวงและเมืองที่ใหญ่ที่สุดของประเทศสโลวัค(Slovak) ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำดานูบที่บริเวณพรมแดนของ สโลวัค ออสเตรีย และฮังการี และใกล้กับพรมแดนสาธารณรัฐเช็ก นำท่านชมบรรยากาศของกรุงบราติสลาวา ซึ่งเป็นที่ตั้งของรัฐสภาแห่งสโลวัก นำท่านถ่ายรูปคู่กับปราสาทบราติสลาวา(Bratislava Castle) ซึ่งเป็นอาคารทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าตั้งอยู่บนเนินเขา ริมฝั่งแม่น้ำดานูบ ท่านสามารถชมทัศนียภาพอันงดงามของเมืองได้จากมุมของปราสาทแห่งนี้ จากนั้นนำท่านเดินเล่นย่านเมืองเก่าที่สวยงามของกรุงบราติสลาว่า (Bratislava)

ค่ำรับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร อาหารพื้นเมือง
ที่พักเดินทางเข้าสู่ที่พัก FALKENSTEINER หรือเทียบเท่า

วันที่ 4บราติสลาวา – ปราก – ปราสาทปราก
เช้ารับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม คณะเดินทางสู่กรุงปราก (Prague) เมืองหลวงของประเทศสาธารณรัฐเช็ก อดีตเมืองหลวงของสาธารณรัฐเชคโกสโลวาเกีย ซึงได้สมญานามมากมาย เช่น นครแห่งปราสาท และโรมแห่งอุดรทิศ

กลางวันรับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร อาหารจีน
บ่ายนำเข้าชมปราสาทแห่งปราก (Prague Castle) ที่สร้างขึ้นอยู่บนเนินเขาตั้งแต่สมัยคริสต์ศตวรรษที่ 9 ในสมัยเจ้าชาย Borivoj แห่งราชวงศ์ Premyslids ซึ่งปัจจุบันเป็นทำเนียบประธานาธิบดีมาตั้งแต่ปี ค.ศ.1918 ชมมหาวิหารเซนต์วิตุส (St.Vitus Cathedral) อันงามสง่าด้วยสถาปัตยกรรมแบบโกธิคในสมัยศตวรรษที่ 14 นับว่าเป็นมหาวิหารสไตล์โกธิคที่ใหญ่ที่สุดในกรุงปราก ซึ่งพระเจ้าชาร์ลที่ 4 โปรดให้สร้างขึ้นในปี ค.ศ.1344 ภายในเป็นที่เก็บพระศพของกษัตริย์สำคัญในอดีต เช่น พระเจ้าชาร์ลที่ 4, พระเจ้าเฟอร์ดินานด์ที่ 1 และ พระเจ้าแมกซิมิเลี่ยนที่ 2 เป็นต้น (กรณีมีพิธีภายในมหาวิหาร อาจไม่ได้รับอณุญาตให้เข้าชม) แล้วชมพระราชวังหลวง (Royal Palace) ที่เป็นหนึ่งในส่วนที่เก่าแก่ที่สุดของปราสาท ใช้เป็นที่ประทับของเจ้าชายโบฮีเมียนทั้งหลาย แล้วเดินชมย่านช่างทองโบราณ (Golden Lane) ซึ่งปัจจุบันมีร้านขายของที่ระลึก วางจำหน่ายอยู่มากมาย จากนั้นนำท่านเดินเล่นบนสะพานชาร์ล (Charles Bridge) สะพานเก่าแก่ข้ามแม่น้ำวัลตาวา สไตล์โกธิคที่สร้างขึ้นตั้งแต่กลางคริสต์ศตวรรษที่ 14 สมัยพระเจ้าชาร์ลที่ 4 ชมรูปปั้นโลหะของเหล่านักบุญที่ตั้งอยู่สองข้างราวสะพานกว่า 30 องค์ จากนั้นนำท่านเดินสู่ประตูเมืองเก่า “Powder Gate” ขอบเขตเมืองในสมัยโบราณ, ศาลาว่าการเมืองหลังเก่า (Old Town Hall) ที่สร้างมาตั้งแต่ปี ค.ศ.1338 มีจุดเด่นคือ นาฬิกาดาราศาสตร์ (Astronomical Clock) ที่สวยงามและยังตีบอกเวลาทุกๆชั่วโมง ให้เวลาท่านอิสระเดินเล่น และช้อปปิ้งสินค้าแบรนด์เนมย่านเมืองเก่า

ค่ำรับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร อาหารไทย
ที่พักเดินทางเข้าสู่ที่พัก ROYAL PRAGUE หรือเทียบเท่า

วันที่ 5ปราก – เชสกี้ครุมลอฟ – ซาลบวร์ก
เช้ารับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมนำท่านเดินทางสู่เมืองมรดกโลกเชสกี้ ครุมลอฟ (Cesky Krumlov) นำชมเมืองที่ได้ชื่อว่าเป็นเพชรน้ำงามแห่งโบฮีเมีย เมืองที่ได้รับการยกย่องจากองค์การยูเนสโก้ให้เป็นเมืองมรดกโลกใน ค.ศ.1992 (World Heritage) เมืองนี้ตั้งอยู่ริมสองฝั่งของแม่น้ำวัลตาวา ความโดดเด่นของเมืองที่มีอาคารเก่าแก่ตั้งแต่ยุคกลางกว่า 300 ปี หลังได้รับการอนุรักษ์และขึ้นทะเบียนไว้ให้เป็นสถานที่สำคัญแห่งหนึ่งของโลก นำชมปราสาทครุมลอฟ (Krumlov) จากบริเวณรอบนอก ซึ่งสร้างขึ้นเมื่อปีค.ศ.1250 ถือเป็นปราสาทที่ใหญ่เป็นอันดับสองของประเทศรองลงมาจากปราสาทปร๊าก มีอายุเก่าแก่กว่า 700 ปี ซึ่งตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำวอลตาวา (Valtawa River) ตรงบริเวณคุ้งน้ำ ฝั่งตรงข้ามเป็นย่านเมืองเก่าคลาสสิค Senete Square และโบสถ์เก่ากลางเมือง

กลางวันรับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร อาหารพื้นเมือง (เป็ดสไตล์โบฮีเมียน)
บ่ายนำท่านเดินทางสู่เมืองซาลส์บวร์ก (Salzburg) ประเทศออสเตรีย เมืองอันเป็นบ้านเกิดของนักดนตรีเอก “วูล์ฟกัง อมาดิอุส โมสาร์ท” ที่มีชื่อเสียงก้องโลก นำเที่ยวชมความงามของเมืองซาลส์บวร์กที่มีความหมายว่า “ปราสาทเกลือ” เขตเมืองเก่าศิลปะบารอคที่ตั้งอยู่บนฝั่งแม่น้ำซัลซาค เมืองซาลส์บวร์กเคยเป็นที่ประทับถาวรของอาร์คบิชอป และ เป็นศูนย์กลางทางศาสนาคริสต์นิกายคาทอลิกที่สำคัญยิ่งของบรรดาประเทศที่ใช้ภาษาเยอรมัน

ค่ำรับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร อาหารจีน
ที่พักเข้าสู่ที่พัก โรงแรม AUSTRIA TREND EUROPA หรือเทียบเท่า

วันที่ 6ซาลบวร์ก – ฮัลสตัท – ล่องเรือทะเลสาปฮัลสตัท – SKY WALK – มิวนิค
เช้ารับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมออกเดินทางสู่ฮัลสตัท (Hallstatt) หมู่บ้านมรดกโลกแสนสวย อายุกว่า 4,500 ปี เมืองที่ตั้งอยู่ริมทะเลสาบ โอบล้อมด้วยขุนเขาและป่าสีเขียวขจี สวยงามราวกับภาพวาด กล่าวกันว่าเป็นเมืองที่โรแมนติกที่สุดใน Salzkammergut เขตที่อยู่บนอัพเพอร์ออสเตรีย และมีทะเลสาบสวยถึง 76 แห่ง ออสเตรียให้ฉายาเมืองนี้ว่าเป็นไข่มุกแห่งออสเตรีย และเป็นพื้นที่มรดกโลกของ UNESCO Cultural-Historical Heritage เพียงเดินเที่ยวชมเมืองเสมือนหนึ่งท่านอยู่ในภวังค์แห่งความฝัน นำท่านล่องเรือในทะเลสาบฮัลสตัท***การล่องเรือขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ หากไม่สามารถล่องเรือได้ในวันนั้นๆ ทางบริษัทขอคืนเงินให้ ท่านละ 5 ยูโร***

กลางวันรับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร อาหารพื้นเมือง
บ่ายนำท่านขึ้นกระเช้าไฟฟ้าสู่จุดชมวิว SKY WALK ที่ตั้งอยู่บนภูเขาที่มีอายุมากกว่า 7,000 ปี มีความสูงกว่าระดับน้ำทะเล ประมาณ 838 เมตร โดยใช้เวลาในการเดินทางขึ้นสู่ขอดเขาเพียง 3 นาที ให้ท่านได้ถ่ายภาพความสวยงามของเมืองฮัลสตัทที่ได้รับการขนานนามว่าเป็น UNESCO WORLD HERITAGE VIEW ณ จุดชมวิว SKY WALK *** หากกระเช้าไฟฟ้าไม่หยุดทำการ หรือไม่สามารถขึ้นสู่จุดชมวิวsky walk ได้ทางบริษัทขอคืนเงินให้ท่าน ท่านละ 12 ยูโร *** จากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมืองมิวนิค (Munich) อยู่ทางใต้ของประเทศเยอรมนี และเป็นเมืองหลวงของรัฐบาวาเรีย ยังเป็นเมืองที่ใหญ่เป็นอันดับสามของประเทศ (รองจากเบอร์ลินและฮัมบูร์ก) และเป็นหนึ่งในเมืองมั่งคั่งที่สุดของยุโรป ซึ่งมีพรมแดนติดเทือกเขาแอลป์ โดยรัฐบาวาเรียเคยเป็นรัฐอิสระปกครองด้วยกษัตริย์มาก่อน ก่อนที่จะผนวกเข้าเป็นส่วนหนึ่งของประเทศเยอรมนี จึงมีเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมเป็นของตัวเอง ทั้งด้านศิลปวัฒนธรรม และอาหารอันเลื่องชื่อ ซึ่งได้แก่ ไส้กรอกเยอรมัน ขาหมูทอด เพรทเซล และเบียร์

ค่ำรับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร อาหารจีนที่พักเดินทางเข้าสู่ที่พัก MERCURE ORBIS MUNICH SOUTH หรือเทียบเท่า

วันที่ 7มิวนิค – ปราสาทนอยชวานสไตน์ – มิวนิค
เช้ารับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมนำท่านสู่เมืองโฮเฮนชวานเกา (Hohenschwangau) เมืองเล็กๆที่สวยงามบริเวณเขตชายแดนของประเทศเยอรมนีและออสเตรีย เพื่อนำท่านเดินทางขึ้นปราสาทชมความสวยงามของปราสาทนอยชวานสไตน์ (Neuschwanstein Castle) นำชมต้นแบบของปราสาทเจ้าหญิงนิทราในดิสนีย์แลนด์ ซึ่งปราสาทนอยชวานสไตน์ ตั้งตระหง่านอยู่บนยอดเขาดุจปราสาทในเทพนิยาย ซึ่งเป็นปราสาทของพระเจ้าลุดวิคที่ 2 หรือ เจ้าชาย หงส์ขาว ชมความวิจิตรพิสดารของห้องต่างๆ ที่ได้รับการตกแต่งอย่างงดงามด้วยการออกแบบของริชาร์ด ว้ากเนอร์ ซึ่งเป็นนักประพันธ์เพลงที่ทรงโปรดปรานยิ่ง

กลางวันรับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร อาหารพื้นเมือง (ขาหมูเยอรมัน)
บ่ายนำท่านกลับสู่เมืองมิวนิค ชมจัตุรัสมาเรียนพลาสท์ (Marienplatz) ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นของประวัติศาสตร์และธุรกิจของนครมิวนิค บริเวณนี้เป็นที่ตั้งของศาลาว่าการเมืองที่มีรูปแบบสถาปัตยกรรมแบบโกธิคที่งดงามซึ่งสร้างขึ้นในช่วงปลายคริสต์ศตวรรษที่ 19 ใช้เวลาสร้างถึง 42 ปี มีหอระฆังสูง 85 เมตร ซึ่งจะมีนักท่องเที่ยวรอคอยเฝ้าชมตุ๊กตาไขลานที่จะออกมาเต้นรำ เมื่อนาฬิกาตีบอกเวลา 11.00 น. และ 17.00 น. ให้อิสระท่านเลือกซื้อสินค้า โดยจะมีทั้งสินค้าแฟชั่นแบรนด์เนมมากมาย สินค้าพื้นเมืองหลากหลาย ได้ตามอัธยาศัย

 

อิสระอาหารค่ำตามอัธยาศัยที่พักเข้าสู่ที่พัก โรงแรม MERCURE ORBIS MUNICH SOUTH หรือเทียบเท่า

วันที่ 8มิวนิค – นูเรมเบิร์ก – แบมเบิร์ก – แฟรงค์เฟิร์ต
เช้ารับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมเดินทางสู่เมืองนูเรมเบิร์ก (Nuremberg) เมืองที่มีอาคารบ้านเรือนแบบโบราณที่สวยงามเป็นเอกลักษณ์ มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 900 ปี และเมื่อสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ฮิตเลอร์ได้ใช้สถานที่แห่งนี้เป็นกองบัญชาการทางการทหารเพื่อต่อสู่ในสงครามโลกครั้งที่ 2 และตัวเมืองโดนกลุ่มสัมพันธ์มิตรถล่มเสียหายเกือบทั่วทั้งเมือง แต่ชาวเมืองก็ได้ร่วมมือกันบูรณะให้กลับมาอยู่ในสภาพใกล้เคียงของเดิมมากที่สุด นำท่านถ่ายรูปกับวิหารเซนต์ลอเรนซ์ (St. Lorenz) วิหารสวยประจำเมือง

กลางวันรับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร อาหารจีน
บ่ายนำท่านเดินทางสู่เมืองแบมเบิร์ก (Bamberg) นำท่านชมส่วนที่เป็นเขตเมืองเก่าของเมืองแบมแบร์กได้รับการขึ้นทะเบียนจาก UNESCO ให้เป็นเมืองมรดกโลก เนื่องจากเป็นหนึ่งในไม่กี่เมืองในเยอรมนี ที่รอดพ้นจากการที่ถูกบอมบ์ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ตึกรามบ้านช่องในเขต 2 เมืองเก่าจึง “เก่าจริง” มิได้สร้างหรือซ่อมแซมใหม่ให้ดู “เหมือนเก่า” นำท่านชมมหาวิหารแบมเบิร์ก หรือชื่อเป็นทางการว่า มหาวิหารเซนต์ปีเตอร์และเซนต์จอร์จ (The Imperial Cathedral of St. Peter’s and St. George’s) มีความสาคัญเป็นที่ตั้งของสังฆมณฑลของอัครบาทหลวงแห่ง แบมแบร์ก สร้างด้วยสถาปัตยกรรมแบบโรมานเนสก์ สร้างครั้งแรกในปี ค.ศ.1004 โดยจักรพรรดิเฮนรีที่สอง จากนั้นชมศาลากลางหลังเก่าของเมืองที่สร้างคล่อมทับแม่น้ำเรกนิตซ์ นำท่านเดินทางเข้าสู่ตัวเมืองแฟรงก์เฟิร์ต (Frankfurt) ศูนย์กลางทางเศรษฐกิจและพาณิชย์ที่สำคัญของเยอรมนี รวมทั้งเป็นศูนย์กลางการธนาคารการเงินและการค้าหุ้นที่สำคัญของประเทศ ผ่านชมสถานีรถไฟแฟรงค์เฟิร์ต ซึ่งถือได้ว่าเป็นสถานีรถไฟต้นแบบของหัวลำโพงประเทศไทย ครั้งเมื่อคราวเสด็จประพาสยุโรปของรัชกาลที่ 5

ค่ำรับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร อาหารพื้นเมือง (ไส้กรอกเยอรมัน)
ที่พักเดินทางเข้าสู่ที่พัก NH MORFELDEN CONFERENCE CENTER หรือเทียบเท่า

วันที่ 9แฟรงก์เฟิร์ต – ปราสาทไฮเดลเบิร์ก – จัตุรัสโรเมอร์ – สนามบิน
เช้ารับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมนำท่านออกเดินทางโดยรถโค้ชสู่ เมืองไฮเดลเบิร์ก (Heidelberg) เป็นเมืองที่สุดแสนโรแมนติก ตั้งอยู่บริเวณฝั่งแม่น้ำเน็กคาร์ (Neckar River) อดีตเมืองศูนย์กลางการศึกษาที่สำคัญของเยอรมัน เป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยไฮเดลเบิร์ก ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกของเยอรมัน ด้วยความสวยงามของเมืองนี้ทำให้มีนักท่องเที่ยวนับล้านคนในแต่ละปีต้องมาเยือนเมืองแห่งนี้ แล้วนำท่านผ่านชมย่านการค้าและแหล่งรวมของนักศึกษานานาชาติ จากนั้นนำเข้าชมปราสาทไฮเดลเบิร์ก (Heidelberg Castle) ที่สร้างขึ้นอยู่บนเชิงเขาเหนือแม่น้ำเน็กคาร์ ซึ่งสามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ของเมืองได้โดยรอบ โดยตัวปราสาทสร้างด้วยหินทรายสีแดงซึ่งมีอายุกว่า 900 ปี ชมประตูคืนเดียว (Elisabeth’s Gate) ที่สร้างขึ้นโดยคำสั่งของพระเจ้าเฟเดอริก ที่สร้างเพื่อเป็นของขวัญวันเกิดแด่ พระมเหสี อลิซาเบธ ซึ่งสร้างเสร็จภายในคืนเดียว จากนั้นชมถังไวน์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกมีความจุถึง 220,000 ลิตร

กลางวันรับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร อาหารไทย
บ่ายจากนั้นนำท่านเดินทางกลับเข้าสู่แฟรงก์เฟิร์ต นำท่านเที่ยวชมจัตุรัสโรเมอร์ (Romerberg) ซึ่งเป็นจัตุรัสที่เก่าแก่ที่สุดในเมือง ด้านข้างก็คือ THE ROMER หรือ Frankfurt City Hall หรือศาลาว่าการเมือง ซึ่งอยู่ทางด้านตะวันตกเฉียงเหนือของจัตุรัสโรเมอร์ อิสระให้ท่านเดินเล่นย่านถนน ZEIL ที่มีห้างสรรพสินค้าที่ทันสมัยและร้านค้ามากมายให้ท่านได้เลือกซื้อสินค้าแฟชั่นนำ ได้เวลาอันสมควร นำเดินทางสู่สนามบิน เพื่อให้ท่านมีเวลาในการทำคืนภาษี (Tax Refund) และมีเวลาในการเลือกซื้อสินค้าในร้านค้าปลอดภาษีภายในสนามบิน

20.55 น. ออกเดินทางกลับสู่กรุงเทพ เที่ยวบินที่ TG 923 ***คณะเดินทางวันที่ 23 พ.ย.-2 ธ.ค. 61 ออกเดินทาง เวลา 20.55 น. และถึงกรุงเทพฯ เวลา 13.35 น.***

วันที่ 10 กรุงเทพฯ
13.45 น. ถึง สนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพมหานคร ด้วยความสวัสดิภาพ

รหัส VIE-TG022 10 วัน 7 คืน ออสเตรีย ฮังการี สโลวัก เชก เยอรมนี
วันเดินทาง
ราคาทัวร์
19-28 มกราคม 2019 59,888 บาท/ท่าน
6-15, 22-03 มีนาคม 2019 59,888 บาท/ท่าน
1-10, 15-24, 22-31 มีนาคม 2019 59,888 บาท/ท่าน

ทัวร์ยุโรปตะวันออก มกราคม – กุมภาพันธ์ 2019/2562 ทัวร์ออสเตรีย ฮังการี สโลวัก เชก เยอรมนี 10 วัน 7 คืน

ทัวร์ยุโรปตะวันออก มกราคม - กุมภาพันธ์ 2019/2562 ทัวร์ออสเตรีย ฮังการี สโลวัก เชก เยอรมนี 10 วัน พระราชวังเชินบรุนน์ (Schoenbrunn Palace) ล่องเรือแม่น้ำดานูบอันเลื่องชื่อเพื่อชมความงามของทิวทัศน์และอารยะธรรมฮังการี สัมผัสมนต์เสน่ห์ของกรุงปราก (Prague) พักเมืองมรดกโลกที่เชสกี้ ครุมลอฟ (Cesky Krumlov) เพชรน้ำงามแห่งโบฮีเมีย เข้าชมความงามของปราสาทนอยชวานสไตน์ (Neuschwanstein Castle) ต้นแบบของปราสาทเจ้าหญิงนิทรา เต็มอิ่มกับธรรมชาติที่สุดแสนงดงามของฮัลสตัท (Hallstatt) หมู่บ้านมรดกโลก เมนูพิเศษ,, ซุปกุลาซ ,เป็ดอบโบฮีเมียน และ ขาหมูเยอรมัน

วันที่ 1กรุงเทพฯ
22.30 น.คณะพร้อมกัน ณ สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ เคาน์เตอร์สายการบินไทย ประตู 4 แถว H พบเจ้าหน้าที่คอยอำนวยความสะดวก

วันที่ 2กรุงเทพฯ – เวียนนา – พระราชวังเชินบรุนน์ – บูดาเปสต์ – ล่องเรือแม่น้ำดานูบ
01.30 น.ออกเดินทางสู่กรุงเวียนนา โดยเที่ยวบินที่ TG 936
07.00 น.ถึงสนามบินเวทชาท กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย (เวลาท้องถิ่นช้ากว่าประเทศไทย 6 ชั๋วโมง และจะเปลี่ยนเป็น 5 ชั๋วโมงในวันที่ 31 มีนาคม 2562) ผ่านขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมือง จากนั้นนำเข้าชมความงดงามของพระราชวังเชินบรุนน์ (Schoenbrunn Palace) แห่งราชวงศ์ฮัปสเบิร์ก ซึ่งมีประวัติการสร้างมาตั้งแต่กลางคริสต์ศตวรรษที่ 16 และต่อมาพระนางมาเรีย เทเรซ่า ให้สร้างขึ้นใหม่อย่างสง่างามด้วยจำนวนห้องถึง 1,441 ห้องในระหว่างปีค.ศ.1744-1749 เพื่อใช้เป็นพระราชวังฤดูร้อน ชมความโอ่อ่าของท้องพระโรงและพลับพลาที่ประทับ ซึ่งได้รับการตกแต่งอย่างวิจิตรบรรจง ซึ่งสวยงามไม่แพ้พระราชวังแวร์ซายส์ของฝรั่งเศส จากนั้นนำชมบริเวณรอบนอกโบสถ์สเตเฟ่นส์ (St. Stephen’s Cathedral) สัญลักษณ์ของกรุงเวียนนา ซึ่งพระเจ้าคาร์ลที่ 6 โปรดให้สร้างขึ้นในปีค.ศ.1713 เพื่อเป็นการแก้บนต่อความทุกข์ยากของประชาชน จากนั้นเชิญช้อปปิ้งสินค้าเครื่องแก้วสวาร็อฟสกี้ หรือสินค้านานาชนิด อาทิเช่น Louis Vitton,Gucci, ร้านนาฬิกา Bucherer ,สินค้าเสื้อแฟชั่นวัยรุ่นทันสมัย เช่น Zara ,H&M ฯ9ฯ และสินค้าของฝาก เช่น ช๊อคโกแลตโมสาร์ท ในย่านถนนคาร์นท์เนอร์ (Karntnerstrabe) ใจกลางกรุงเวียนนา
กลางวันรับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร อาหารจีนนำท่านเดินทางโดยรถโค้ชผ่านย่านเกษตรกรรมข้ามพรมแดนสู่ กรุงบูดาเปสต์ (Budapest) เมืองหลวงของ ประเทศฮังการี (Hungary) ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นเมืองที่ทันสมัยและสวยงามด้วยศิลปวัฒนธรรมของชนหลายเชื้อชาติที่มี อารยธรรม รุ่งเรืองมานานกว่าพันปี ถึงกับได้รับการขนานนามว่าเป็น “ไข่มุกแห่งแม่น้ำดานูบ” ชมเมืองที่ได้ชื่อว่างดงามติดอันดับโลกด้วยทัศนียภาพบนสองฝั่งแม่น้ำดานูบ นำท่านล่องเรือแม่น้ำดานูบอันเลื่องชื่อ ชมความงามของทิวทัศน์และอารยะธรรมฮังการีในช่วง 600-800 ปีมาแล้วที่ตั้งเรียงรายกันอยู่ 2 ฟากฝั่ง ชมความตระการตาของอาคารต่างๆ อาทิ อาคารรัฐสภา ซึ่งงดงามเป็นที่ร่ำลือ ด้วยสถาปัตยกรรมแบบโกธิค บนตัวอาคารประกอบด้วยยอดสูงถึง 365 ยอด นอกจากนี้ท่านจะได้ชม สะพานเชน สะพานถาวรแห่งแรกที่สร้างข้ามแม่น้ำดานูบ โดยนาย WILLIAM TIERNEY CLARK วิศวกรชาวอังกฤษ เหล็กทุกชิ้นที่ใช้ในการสร้างได้ถูกนำมาจากประเทศอังกฤษเช่นกัน (การล่องเรือขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ โดยเฉพาะในช่วงฤดุหนาว น้ำในแม่น้ำอาจกลายเป็นน้ำแข็ง จนไม่สามารถล่องเรือได้ ทางบริษัทขอคืนเงินจำนวน 10 ยูโรต่อท่าน)

ค่ำรับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร อาหารพื้นเมือง (ซุปกูลาซหมู) ที่พักเดินทางเข้าสู่ที่พัก MERCURE BUDA หรือเทียบเท่า

วันที่ 3บูดาเปสต์ – Outlet – บราติสลาวา – เบอร์โน
เช้ารับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมนำท่านชมบริเวณ CASTLE HILL ซึ่งเต็มไปด้วยสถาปัตยกรรมโบราณอันทรงคุณค่า ถ่ายรูปด้านนอกของอาคารพระราชวังโบราณ แล้วชมบริเวณรอบนอกโบสถ์แมทเธียส (Matthias Church) ซึ่งเคยใช้เป็นสถานที่จัดพิธีสวมมงกุฎให้กษัตริย์มาแล้วหลายพระองค์ ชื่อโบสถ์มาจากชื่อกษัตริย์แมทเธียส ซึ่งเป็นกษัตริย์ที่ทรงพระปรีชาสามารถมาก และยังเป็นกษัตริย์ผู้ทรงสร้างสิ่งก่อสร้างที่งดงามในเมืองหลวงต่างๆ อีกมากมาย ซึ่งสร้างในสไตล์นีโอ-โกธิก หลังคาสลับสีสวยงามอันเป็นจุดเด่นที่สุดในศตวรรษที่ 15 ถัดจากโบสถ์เป็นอนุสาวรีย์ของพระเจ้าสตีเฟ่นที่ 1 พระบรมรูปทรงม้า ผลงานประติมากรรมที่งดงามของศตวรรษที่ 11 อยู่หน้า ป้อมชาวประมง (Fisherman’s Bastion) จุดชมวิวเหนือเมืองบูดาที่ท่านสามารถชมความงามของแม่น้ำดานูบได้อย่างดีป้อมแห่งนี้สร้างขึ้นตั้งแต่ ค.ศ.1905 โดยกลุ่มชาวประมงฮังกาเรียน จากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมืองปาร์นดอร์ฟ เพื่อนำท่านสู่ McArthurGlen Designer Outlet in Parndorf

อิสระอาหารกลางวันตามอัธยาศัยบ่ายให้เวลาท่านได้อิสระช้อปปิ้งสินค้าแบรนด์เนมมากมาย อาทิ เช่น GUCCI, BALLY, HUGO BOSS, BENETTON, BURBERRY, CALVIN KLEIN, CROCS, GEOX, GUESS, LACOSTE, NIKE, OAKLEY, DIESEL และอื่นๆอีกมากมาย *** เนื่องจาก OUTLET จะปิดทำการในวันอาทิตย์ ถ้าหากคณะใดตรงกับวันอาทิตย์ในวันนั้น ทางบริษัทขอสลับโปรแกรมไปในวันอื่นไปแทน*** จากนั้นนำเดินทางสู่กรุงบราติสลาว่า (Bratislava) เมืองหลวงและเมืองที่ใหญ่ที่สุดของประเทศสโลวัค(Slovak) ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำดานูบที่บริเวณพรมแดนของ สโลวัค ออสเตรีย และฮังการี และใกล้กับพรมแดนสาธารณรัฐเช็ก นำท่านชมบรรยากาศของกรุงบราติสลาวา ซึ่งเป็นที่ตั้งของรัฐสภาแห่งสโลวัก นำท่านถ่ายรูปคู่กับปราสาทบราติสลาวา(Bratislava Castle) ซึ่งเป็นอาคารทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าตั้งอยู่บนเนินเขา ริมฝั่งแม่น้ำดานูบ ท่านสามารถชมทัศนียภาพอันงดงามของเมืองได้จากมุมของปราสาทแห่งนี้ จากนั้นเดินทางสู่เมืองเบอร์โน (Brno) เมืองใหญ่อันดับสองประเทศสาธารณรัฐเช็ก

ค่ำรับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร อาหารพื้นเมืองที่พักเดินทางเข้าสู่ที่พัก BEST WESTERN หรือเทียบเท่า

วันที่ 4เบอร์โน – ปราก – ปราสาทปราก
เช้ารับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมนำคณะเดินทางสู่กรุงปราก (Prague) เมืองหลวงของประเทศสาธารณรัฐเช็ก อดีตเมืองหลวงของสาธารณรัฐเชคโกสโลวาเกีย ซึงได้สมญานามมากมาย เช่น นครแห่งปราสาท และโรมแห่งอุดรทิศ

กลางวันรับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร อาหารจีนบ่ายนำเข้าชมปราสาทแห่งปราก (Prague Castle) ที่สร้างขึ้นอยู่บนเนินเขาตั้งแต่สมัยคริสต์ศตวรรษที่ 9 ในสมัยเจ้าชาย Borivoj แห่งราชวงศ์ Premyslids ซึ่งปัจจุบันเป็นทำเนียบประธานาธิบดีมาตั้งแต่ปี ค.ศ.1918 ชมมหาวิหาร เซนต์วิตุส (St.Vitus Cathedral) อันงามสง่าด้วยสถาปัตยกรรมแบบโกธิคในสมัยศตวรรษที่ 14 นับว่าเป็นมหาวิหารสไตล์โกธิคที่ใหญ่ที่สุดในกรุงปราก ซึ่งพระเจ้าชาร์ลที่ 4 โปรดให้สร้างขึ้นในปี ค.ศ.1344 ภายในเป็นที่เก็บพระศพของกษัตริย์สำคัญในอดีต เช่น พระเจ้าชาร์ลที่ 4, พระเจ้าเฟอร์ดินานด์ที่ 1 และ พระเจ้าแมกซิมิเลี่ยนที่ 2 เป็นต้น (กรณีมีพิธีภายในมหาวิหาร อาจไม่ได้รับอณุญาตให้เข้าชม) แล้วชมพระราชวังหลวง (Royal Palace) ที่เป็นหนึ่งในส่วนที่เก่าแก่ที่สุดของปราสาท ใช้เป็นที่ประทับของเจ้าชายโบฮีเมียนทั้งหลาย แล้วเดินชมย่านช่างทองโบราณ (Golden Lane) ซึ่งปัจจุบันมีร้านขายของที่ระลึก วางจำหน่ายอยู่มากมาย จากนั้นนำท่านเดินเล่นบนสะพานชาร์ล (Charles Bridge) สะพานเก่าแก่ข้ามแม่น้ำวัลตาวา สไตล์โกธิคที่สร้างขึ้นตั้งแต่กลางคริสต์ศตวรรษที่ 14 สมัยพระเจ้าชาร์ลที่ 4 ชมรูปปั้นโลหะของเหล่านักบุญที่ตั้งอยู่สองข้างราวสะพานกว่า 30 องค์ จากนั้นนำท่านเดินสู่ประตูเมืองเก่า “Powder Gate” ขอบเขตเมืองในสมัยโบราณ, ศาลาว่าการเมืองหลังเก่า (Old Town Hall) ที่สร้างมาตั้งแต่ปี ค.ศ.1338 มีจุดเด่นคือ นาฬิกาดาราศาสตร์ (Astronomical Clock) ที่สวยงามและยังตีบอกเวลาทุกๆชั่วโมง ให้เวลาท่านอิสระเดินเล่น และช้อปปิ้งสินค้าแบรนด์เนมย่านเมืองเก่า

ค่ำรับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร อาหารไทยที่พักเดินทางเข้าสู่ที่พัก NH PRAGUE หรือเทียบเท่า

วันที่ 5ปราก – คาร์โลวี วารี – เชสกี้ครุมลอฟ
เช้ารับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมนำเดินทางโดยรถโค้ชสู่ เมืองคาร์โลวี วารี (Karlovy vary) ที่ได้ชื่อว่าเป็นเมืองแห่งสปาที่ใหญ่ที่สุดของสาธารณรัฐเช็ค เป็นเมืองที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลกว่าเป็นศูนย์กลางบำบัดโรคภัยต่างๆ นำเดินชมเมืองคาร์โลวี วารี ซึ่งปัจจุบันเป็นที่นิยมของผู้คนทั่วโลกที่จะมาใช้บริการรักษาสุขภาพตามความเชื่อที่มีมาแต่สมัยโบราณ เชิญทดลองดื่มน้ำแร่ซึ่งต้องดื่มกับแก้วพิเศษโดยเฉพาะ เป็นแก้วพอร์ซเลนที่มีปากยื่นออกมาเหมือนกาน้ำ

กลางวันรับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร อาหารพื้นเมือง (เป็ดสไตล์โบฮีเมียน) บ่ายนำท่านเดินทางสู่เมืองมรดกโลกเชสกี้ ครุมลอฟ (Cesky Krumlov) นำชมเมืองที่ได้ชื่อว่าเป็นเพชรน้ำงามแห่งโบฮีเมีย เมืองที่ได้รับการยกย่องจากองค์การยูเนสโก้ให้เป็นเมืองมรดกโลกใน ค.ศ.1992 (World Heritage) เมืองนี้ตั้งอยู่ริมสองฝั่งของแม่น้ำวัลตาวา ความโดดเด่นของเมืองที่มีอาคารเก่าแก่ตั้งแต่ยุคกลางกว่า 300 ปี หลังได้รับการอนุรักษ์และขึ้นทะเบียนไว้ให้เป็นสถานที่สำคัญแห่งหนึ่งของโลก นำชมปราสาทครุมลอฟ (Krumlov) จากบริเวณรอบนอก ซึ่งสร้างขึ้นเมื่อปีค.ศ.1250 ถือเป็นปราสาทที่ใหญ่เป็นอันดับสองของประเทศรองลงมาจากปราสาทปร๊าก มีอายุเก่าแก่กว่า 700 ปี ซึ่งตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำวอลตาวา (Valtawa River) ตรงบริเวณคุ้งน้ำ ฝั่งตรงข้ามเป็นย่านเมืองเก่าคลาสสิค Senete Square และโบสถ์เก่ากลางเมือง

ค่ำรับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร อาหารจีนที่พักเข้าสู่ที่พัก โรงแรม HOTEL MLYN หรือเทียบเท่า

วันที่ 6เชสกี้ครุมลอฟ – มิวนิค – ฟุสเซ่น
เช้ารับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมนำท่านเดินทางสู่เมืองมิวนิค (Munich) อยู่ทางใต้ของประเทศเยอรมนี และเป็นเมืองหลวงของรัฐบาวาเรีย ยังเป็นเมืองที่ใหญ่เป็นอันดับสามของประเทศ (รองจากเบอร์ลินและฮัมบูร์ก) และเป็นหนึ่งในเมืองมั่งคั่งที่สุดของยุโรป ซึ่งมีพรมแดนติดเทือกเขาแอลป์ โดยรัฐบาวาเรียเคยเป็นรัฐอิสระปกครองด้วยกษัตริย์มาก่อน ก่อนที่จะผนวกเข้าเป็นส่วนหนึ่งของประเทศเยอรมนี จึงมีเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมเป็นของตัวเอง ทั้งด้านศิลปวัฒนธรรม และอาหารอันเลื่องชื่อ ซึ่งได้แก่ ไส้กรอกเยอรมัน ขาหมูทอด เพรทเซล และเบียร์

อิสระอาหารกลางวันตามอัธยาศัยบ่ายนำชมจัตุรัสมาเรียน พลาสท์ (Marienplatz) ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นของประวัติศาสตร์และธุรกิจของนครมิวนิค บริเวณนี้เป็นที่ตั้งของศาลาว่าการเมืองที่มีรูปแบบสถาปัตยกรรมแบบโกธิคที่งดงามซึ่งสร้างขึ้นในช่วงปลายคริสต์ศตวรรษที่ 19 ใช้เวลาสร้างถึง 42 ปี มีหอระฆังสูง 85 เมตร ซึ่งจะมีนักท่องเที่ยวรอคอยเฝ้าชมตุ๊กตาไขลานที่จะออกมาเต้นรำ เมื่อนาฬิกาตีบอกเวลา 11.00 น. และ 17.00 น. ในช่วงฤดูร้อน อิสระให้ท่านเลือกซื้อสินค้าแบรนด์เนมและของที่ระลึกตามอัธยาศัย จากนั้นเดินทางสู่เมืองฟุสเซ่น (Fussen) เป็นเมืองเก่ามาตั้งแต่ครั้งจักรวรรดิโรมัน เป็นที่ตั้งปราสาทของกษัตริย์บาวาเรีย ล้อมรอบไปด้วยทะเลสาบน้อยใหญ่ที่มีความงดงามทางด้านทัศนียภาพ เป็นเมืองสุดท้ายบนถนนสายโรแมนติกที่เคยมีความรุ่งเรืองในอดีตตั้งแต่ยุคโรมัน และได้ใช้เมืองนี้เป็นจุดแวะพักขนถ่ายสินค้า และซื้อขายเกลือมาแต่โบราณ

ค่ำรับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร อาหารจีนที่พักเดินทางเข้าสู่ที่พัก LUITPOLDPARK หรือเทียบเท่า

วันที่ 7ฟุสเซ่น – ปราสาทนอยชวานสไตน์ – อินส์บรูก
เช้ารับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมนำท่านสู่เมืองโฮเฮนชวานเกา (Hohenschwangau) เมืองเล็กๆที่สวยงามบริเวณเขตชายแดนของประเทศเยอรมนีและออสเตรีย เพื่อนำท่านเดินทางขึ้นปราสาทชมความสวยงามของปราสาทนอยชวานสไตน์ (Neuschwanstein Castle) นำชมต้นแบบของปราสาทเจ้าหญิงนิทราในดิสนีย์แลนด์ ซึ่งปราสาทนอยชวานสไตน์ ตั้งตระหง่านอยู่บนยอดเขาดุจปราสาทในเทพนิยาย ซึ่งเป็นปราสาทของพระเจ้าลุดวิคที่ 2 หรือ เจ้าชาย หงส์ขาว ชมความวิจิตรพิสดารของห้องต่างๆ ที่ได้รับการตกแต่งอย่างงดงามด้วยการออกแบบของริชาร์ด ว้ากเนอร์ ซึ่งเป็นนักประพันธ์เพลงที่ทรงโปรดปรานยิ่ง

กลางวันรับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร อาหารพื้นเมือง (ขาหมูเยอรมัน)บ่ายออกเดินทางต่อสู่เมืองอินส์บรูค (Innsbruck) เป็นเมืองหลวงของแคว้นทีโรล เป็นเมืองเอกด้านการท่องเที่ยวของประเทศออสเตรีย ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำอิน ซึ่งคำว่าอินส์บรูคนั้น แปลว่า สะพานแห่งแม่น้ำอิน มีลักษณะแคบๆแทรกตัวอยู่ระหว่างเทือกเขาแอลป์ ชมหลังคาทองคำ(Golden Roof) เป็นสัญลักษณ์สำคัญของเมืองอินส์บรูค ซึ่งตั้งอยู่ในเขตเมืองเก่า สร้างขึ้นโดยจักรพรรดิ Friedrich ที่ 4 ในช่วงต้นศตวรรษที่ 15 สำหรับเป็นที่ประทับของผู้ปกครองแคว้นทิโรล ต่อมาจักรพรรดิ Maximilian

ค่ำรับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร อาหารจีนที่พักเข้าสู่ที่พัก โรงแรม RAMADA INNSBRUCK TIVOLI หรือเทียบเท่า

วันที่ 8อินส์บรูค – ฮัลสตัท – เวียนนา
เช้ารับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมออกเดินทางสู่ฮัลสตัท (Hallstatt) หมู่บ้านมรดกโลกแสนสวย อายุกว่า 4,500 ปี เมืองที่ตั้งอยู่ริมทะเลสาบ โอบล้อมด้วยขุนเขาและป่าสีเขียวขจีสวย งามราวกับภาพวาด กล่าวกันว่าเป็นเมืองที่โรแมนติกที่สุดใน Salzkammergut เขตที่อยู่บนอัพเพอร์ออสเตรีย และมีทะเลสาบสวยถึง 76 แห่ง ออสเตรียให้ฉายาเมืองนี้ว่าเป็นไข่มุกแห่งออสเตรีย และเป็นพื้นที่มรดกโลกของ UNESCO Cultural-Historical Heritage เพียงเดินเที่ยวชมเมืองเสมือนหนึ่งท่านอยู่ในภวังค์แห่งความฝัน

กลางวันรับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร อาหารพื้นเมือง บ่ายได้เวลาอันสมควรนำท่านเดินทางต่อสู่ สู่กรุงเวียนนา (Vienna) เมืองหลวงของประเทศออสเตรีย ผ่านชมเส้นทางธรรมชาติของทิวเขาสูง และพื้นที่อันเขียวชอุ่มของป่าไม้แห่งออสเตรีย ชมถนนสายวงแหวน (Ringstrasse) ที่แวดล้อมไปด้วยอาคารอันงดงามสถาปัตยกรรมเก่าแก่ ผ่านชมโรงละครโอเปร่า ที่สร้างขึ้นในระหว่างปีค.ศ.1863-1869 แต่ตัวอาคารได้ถูกทำลายไปในระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 และเปิดใหม่อีกครั้งในปีค.ศ.1955, ผ่านพระราชวังฮอฟเบิร์ก (Hofburg Palace) ซึ่งเป็นกลุ่มอาคารที่เคยเป็นที่ประทับของราชสำนักฮัปสบูร์ก มาตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 13 จนถึงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 20

อิสระอาหารค่ำตามอัธยาศัยที่พักเดินทางเข้าสู่ที่พัก NH VIENNA AIRPORT หรือเทียบเท่า

วันที่ 9เวียนนา – กรุงเทพฯ
เช้ารับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมนำเดินทางสู่สนามบินชเวทชาท กรุงเวียนนา เพื่อให้ท่านมีเวลาในการทำคืนภาษี (Tax Refund) และมีเวลาในการเลือกซื้อสินค้าในร้านค้าปลอดภาษีภายในสนามบิน

13.30 น.ออกเดินทางกลับสู่กรุงเทพ เที่ยวบินที่ TG 937

วันที่ 10กรุงเทพฯ
05.20 น.ถึง สนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพมหานคร ด้วยความสวัสดิภาพ