รหัส FRA-TG010 Germany-Austria 9 วัน 6 คืน การบินไทย (TG)
วันเดินทาง
ราคาทัวร์
17-25 พฤษภาคม 2019 69,900 บาท/ท่าน
12-20 มิถุนายน 2019 69,900 บาท/ท่าน

ทัวร์เยอรมันนี ออสเตรีย พฤษภาคม – มิถุนายน 2562 ทัวร์เยอรมันนี นอยชวานสไตน์ ทัวร์ออสเตรีย อินส์บรูก 9 วัน

ทัวร์เยอรมันนี ออสเตรีย 9 วัน ทัวร์ยุโรป การบินไทย บินสู่แฟรงก์เฟิร์ต (Frankfurt) ศูนย์กลางทางเศรษฐกิจและพาณิชย์ที่สำคัญของเยอรมนี แวะช้อปปิ้งที่ Wertheim Village Outlet  เข้าชมปราสาทไฮเดลเบิร์ก (Heidelberg Castle) ปราสาทสร้างด้วยหินทรายสีแดงซึ่งมีอายุกว่า 900 ปี เข้าชมปราสาทนอยชวานสไตน์ (Neuschwanstein Castle) ต้นแบบปราสาทในเทพนิยาย  ชมยอดเขาซุกสปิตเซ่ (ZUGSPITZE) ยอดเขาที่สูงที่สุดในเยอรมนี  เต็มอิ่มกับธรรมชาติที่สุดแสนงดงามของฮัลสตัท (Hallstatt) หมู่บ้านมรดกโลกอายุกว่า 4,500 ปี พักเมืองอินส์บรูก 2 คืน เมนูพิเศษ ไส้กรอก และขาหมูเยอรมัน

วันที่ 1: กรุงเทพฯ – แฟรงก์เฟิร์ต วันที่ 1: กรุงเทพฯ – แฟรงก์เฟิร์ต
20.00 น. คณะพร้อมกัน ณ สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ ประตู 2เคาน์เตอร์ H สายการบินไทย โดยมีเจ้าหน้าที่คอยต้อนรับและอำนวยความสะดวก
23.40 น. ออกเดินทางสู่ฟรงค์เฟิร์ต โดยเที่ยวบินที่ TG 920  ***คณะเดินทางตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค. 62 เป็นต้นไป ออกเดินทาง เวลา 23.45 น. และถึงแฟรงค์เฟิร์ต เวลา 06.00 น.***

วันที่ 2: แฟรงก์เฟิร์ต – จัตุรัสโรเมอร์ – OUTLET – ไฮเดลเบิร์ก
05.55 น. ถึงสนามบินแฟรงค์เฟิร์ต ประเทศเยอรมนี (เวลาท้องถิ่นช้ากว่าประเทศไทย 6 ชั๋วโมง และจะเปลี่ยนเป็น 5 ชั๋วโมงในวันที่ 31 มีนาคม 2562) นำท่านผ่านพิธีตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร ศูนย์กลางทางเศรษฐกิจและพาณิชย์ที่สำคัญของเยอรมนี รวมทั้งเป็นศูนย์กลางการธนาคารการเงินและการค้าหุ้นที่สำคัญของประเทศ ผ่านชมสถานีรถไฟแฟรงค์เฟิร์ต ซึ่งถือได้ว่าเป็นสถานีรถไฟต้นแบบของหัวลำโพงประเทศไทย ครั้งเมื่อคราวเสด็จประพาสยุโรปของรัชกาลที่ 5 นำเที่ยวชมจัตุรัสโรเมอร์ (Romerberg) ซึ่งเป็นจัตุรัสที่เก่าแก่ที่สุดในเมือง ด้านข้างก็คือ THE ROMER หรือ Frankfurt City Hall หรือศาลาว่าการเมือง ซึ่งอยู่ทางด้านตะวันตกเฉียงเหนือของจัตุรัสโรเมอร์ มีเวลาให้ท่านเดินเล่นย่านถนน ZEIL ที่มีห้างสรรพสินค้าที่ทันสมัยและร้านค้ามากมายให้ท่านได้เลือกซื้อสินค้าแฟชั่นนำ
กลางวัน       รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร อาหารจีน บ่าย นำท่านเดินทางสู่ Wertheim Village Outlet ให้ท่านเพลิดเพลินกับการ ชอปปิ้งเอาท์เลท ที่รวบรวมร้านค้าชั้นนำไว้อย่างมากมาย อาทิเช่น COACH, FRED PERRY, POLO RALPH RAUREN, SUPERDRY, TOMMY HILFIGER, TIMBERLAND, VERSACE, TAG HEUER, SWAROVSKI เป็นต้น หลังจากนั้นนำท่านเดินทางต่อสู่เมืองไฮเดลเบิร์ก (Heidelberg) เป็นเมืองที่สุดแสนโรแมนติก ตั้งอยู่บริเวณฝั่งแม่น้ำเน็กคาร์ (Neckar River) อดีตเมืองศูนย์กลางการศึกษาที่สำคัญของเยอรมัน เป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยไฮเดลเบิร์ก ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกของเยอรมัน ด้วยความสวยงามของเมืองนี้ทำให้มีนักท่องเที่ยวนับล้านคนในแต่ละปีต้องมาเยือนเมืองแห่งนี้ แล้วนำท่านผ่านชมย่านการค้าและแหล่งรวมของนักศึกษานานาชาติ
ค่ำ      รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร อาหารไทย  ที่พัก      เดินทางเข้าสู่ที่พัก LEONARDO HEIDELBERG หรือเทียบเท่า

วันที่ 3: ปราสาทไฮเดลเบิร์ก – สตุทการ์ท – ทิทิเซ่
เช้า       รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม นำท่านเข้าชมปราสาทไฮเดลเบิร์ก (Heidelberg Castle) ที่สร้างขึ้นอยู่บนเชิงเขาเหนือแม่น้ำเน็กคาร์ ซึ่งสามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ของเมืองได้โดยรอบ โดยตัวปราสาทสร้างด้วยหินทรายสีแดงซึ่งมีอายุกว่า 900 ปี ชมประตูคืนเดียว (Elisabeth’s Gate) ที่สร้างขึ้นโดยคำสั่งของพระเจ้าเฟเดอริก ที่สร้างเพื่อเป็นของขวัญวันเกิดแด่ พระมเหสี อลิซาเบธ ซึ่งสร้างเสร็จภายในคืนเดียว จากนั้นชมถังไวน์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกมีความจุถึง 220,000 ลิตร
กลางวัน       รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร อาหารพื้นเมือง  บ่าย นำท่านเดินทางสู่เมืองสตุทการ์ท (Stuttgart) เมืองศูนย์กลางทางเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมที่สำคัญแห่งหนึ่งของเยอรมนี โดยเฉพาะอุตสาหกรรมยานยนต์ โดยที่นี่ได้ชื่อว่าเป็น “ดีทรอยท์แห่งเยอรมนี”เลยทีเดียว นำท่านเข้าสู่ จตุรัสลอสส์พลาทซ์ (Schlossplatz) จัตุรัสใจกลางเมืองที่ใหญ่ที่สุดในเมือง ที่ถูกสร้างขึ้นในช่วงระหว่างปี 1746 – 1807 และมีการปรับปรุงใหม่อีกครั้งในปี 1977 เป็นที่ตั้งของสถานที่สำคัญๆมากมายไม่ว่าจะเป็น, พิพิธภัณฑ์ศิลปะ , ลานน้ำพุ, สถานีรถไฟหลัก และอื่นๆ จากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมืองทิทิเซ่ เมืองริมทะเลสาปที่ตั้งอยู่ในเขตป่าดำ (Black Forest) ให้ท่านได้อิสระชมความงามของบ้านเรือน ชมทัศนียภาพของทะเลสาบที่มีฉากหลังเป็นป่าสนอยู่บนภูเขา ที่เรียกว่า แบล็กฟอเรสต์ สถานที่อันเป็นต้นกำเนิดนาฬิกากุ๊กกู ให้ท่านได้มีโอกาสชิมเค้กแบล็กฟอเรสอันขึ้นชื่อ ณ เมืองต้นตำรับตามอัธยาศัย และเพลิดเพลินกับการเลือกซื้อสินค้าที่ระลึก
ค่ำ       รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร อาหารจีน ที่พัก      เดินทางเข้าสู่ที่พัก MARITIM TITISEE หรือเทียบเท่า

วันที่ 4: ทิทิเซ่ – ปราสาทนอยชวานสไตน์ – อินส์บรูก
เช้า       รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม นำท่านเดินทางสู่ เมืองโฮเฮนชวานเกา (Hohenschwangau) เมืองเล็กๆที่สวยงามบริเวณเขตชายแดนของประเทศ เยอรมนีและออสเตรีย
กลางวัน       รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร อาหารพื้นเมือง (ขาหมูเยอรมัน) บ่าย นำท่านเดินทางขึ้นปราสาทชมความสวยงามของ ปราสาทนอยชวานสไตน์ (Neuschwanstein Castle) นำชมต้นแบบของปราสาทเจ้าหญิงนิทราในดิสนีย์แลนด์ ซึ่งปราสาทนอยชวานสไตน์ ตั้งตระหง่านอยู่บนยอดเขา  ดุจปราสาทในเทพนิยาย ซึ่งเป็นปราสาทของพระเจ้าลุดวิคที่ 2 หรือ เจ้าชาย  หงส์ขาว  ชมความวิจิตรพิสดารของห้องต่างๆ ที่ได้รับการตกแต่งอย่างงดงามด้วยการออกแบบของริชาร์ด ว้ากเนอร์ ซึ่งเป็นนักประพันธ์เพลงที่ทรงโปรดปราน จากนั้นออกเดินทางต่อสู่เมืองอินส์บรูค (Innsbruck) เป็นเมืองหลวงของแคว้นทีโรล เป็นเมืองเอกด้านการท่องเที่ยวของประเทศออสเตรีย ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำอิน ซึ่งคำว่าอินส์บรูคนั้น แปลว่า สะพานแห่งแม่น้ำอิน มีลักษณะแคบๆแทรกตัวอยู่ระหว่างเทือกเขาแอลป์
ค่ำ      รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร อาหารจีน ที่พัก       เดินทางเข้าสู่ที่พัก ALPINPARK  หรือเทียบเท่า

วันที่ 5:   อินส์บรูก – เขาซุกสปิตเซ่ – อินส์บรูก
เช้า       รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม นำเดินทางโดยรถโค้ชสู่ สู่เมืองการ์มิช พาร์เท่น เคียร์เช่น (Garmisch Partenkirchen) จากนั้นนำท่านสู่ สถานีรถไฟซุกสปิตเซ่ เพื่อโดยสารรถไฟไต่เขาเดินทางขึ้นสู่ ยอดเขาซุกสปิตเซ่ ภูเขาที่สูงที่สุดในเยอรมัน ให้ท่านชื่นชมทัศนียภาพที่สวยงามตลอด2ข้างทาง จนถึงลานหิมะบนความสูงระดับ 2,000เมตร นำท่านเปลี่ยนเป็นกระเช้าเคเบิลคาร์เพื่อไต่ระดับความสูงสู่ระดับความสูง 3,000 เมตร ให้เวลาท่านเดินเล่นถ่ายรูปและชื่นชมความสวยงามของเทือกเขาแอลป์ และบนยอดเขาซุกสปิตเซ่ นั้นเป็นอีกหนึ่งพรมแดนทางธรรมชาติของเยอรมันและออสเตรีย
กลางวัน       รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร อาหารพื้นเมือง (ไส้กรอกเยอรมัน) บ่าย จากนั้นนำท่านเดินทางกลับเมืองอินส์บรูค (Innsbruck) นำท่านชมหลังคาทองคำ(Golden Roof) เป็นสัญลักษณ์สำคัญของเมืองอินส์บรูค ซึ่งตั้งอยู่ในเขตเมืองเก่า สร้างขึ้นโดยจักรพรรดิ Friedrich ที่ 4 ในช่วงต้นศตวรรษที่ 15 สำหรับเป็นที่ประทับของผู้ปกครองแคว้นทิโรล ต่อมาจักรพรรดิ Maximilian และให้อิสระเดินเล่นภายในเมืองเก่า
ค่ำ        อิสระอาหารค่ำตามอัธยาศัย ที่พัก       เข้าสู่ที่พัก โรงแรม ALPINPARK หรือเทียบเท่า

วันที่ 6: อินส์บรูก – ฮัลสตัท – ซาลส์บวร์ก
เช้า      รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม ออกเดินทางสู่ฮัลสตัท (Hallstatt) หมู่บ้านมรดกโลกแสนสวย อายุกว่า 4,500 ปี เมืองที่ตั้งอยู่ริมทะเลสาบ โอบล้อมด้วยขุนเขาและป่าสีเขียวขจีสวย งามราวกับภาพวาด กล่าวกันว่าเป็นเมืองที่โรแมนติกที่สุดใน Salzkammergut เขตที่อยู่บนอัพเพอร์ออสเตรีย และมีทะเลสาบสวยถึง 76 แห่ง ออสเตรียให้ฉายาเมืองนี้ว่าเป็นไข่มุกแห่งออสเตรีย และเป็นพื้นที่มรดกโลกของ UNESCO Cultural-Historical Heritage เพียงเดินเที่ยวชมเมืองเสมือนหนึ่งท่านอยู่ในภวังค์แห่งความฝัน
กลางวัน       รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร อาหารพื้นเมือง บ่าย เดินทางสู่เมืองซาลส์บวร์ก (Salzburg) ประเทศออสเตรีย เมืองอันเป็นบ้านเกิดของนักดนตรีเอก “วูล์ฟกัง อมาดิอุส โมสาร์ท” ที่มีชื่อเสียงก้องโลก นำเที่ยวชมความงามของเมืองซาลส์บวร์กที่มีความหมายว่า “ปราสาทเกลือ” เขตเมืองเก่าศิลปะบารอคที่ตั้งอยู่บนฝั่งแม่น้ำซัลซาค เมืองซาลส์บวร์กเคยเป็นที่ประทับถาวรของอาร์คบิชอป และ เป็นศูนย์กลางทางศาสนาคริสต์นิกายคาทอลิกที่สำคัญยิ่งของบรรดาประเทศที่ใช้ภาษาเยอรมัน ชมสวนดอกไม้มิราเบล(Mirabell Garden) ซึ่งเป็นฉากหนึ่งในการถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง “มนต์รักเพลงสวรรค์” (The Sound of Music) ที่โด่งดังไปทั่วโลกอิสระช้อปปิ้งถนนเกไทรเดร้ (Getreidegasse) ถนนช้อปปิ้งชื่อดังย่านกลางเมืองเก่า
ค่ำ       อิสระอาหารค่ำตามอัธยาศัย ที่พัก        เดินทางเข้าสู่ที่พัก BEST WESTERN PLUS AMEDIA ART หรือเทียบเท่า

วันที่ 7: ซาลส์บวร์ก – เบิร์ชเต็ทกาเด้น –  ทะเลสาบโคนิก – พระราชวังแฮเรนเคียมเซ่ – โรเซนไฮม์
เช้า       รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมนำท่านเดินทางสู่เมืองเบิร์ชเต็ทกาเด้น (Berchtesgaden) เมืองสวยในเขตบาวาเรียที่ห้อมล้อมไปด้วยเทือกเขาและงดงามด้วยทะเลสาบต่างๆให้เวลาท่านได้เดินเล่นชมเมืองที่เดิมเป็นศูนย์กลางทางการค้าและการสำรวจหาเกลือและสินแร่ บริเวณเมืองเก่าเต็มไปด้วยศิลปะและการสร้างอาคารในรูปแบบบาวาเรียตอนบนที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวตกแต่งด้วยลายปูนสไตล์สตัดโก้ นำท่านชมความสวยงามของ ทะเลสาบโคนิก (Konig See) ที่แปลว่าทะเลสาบพระราชา เพราะเป็นทะเลาสาบที่มีความลึกที่สุดและเป็นทะเลสาบที่ได้ชื่อว่านำใสที่สุดในเยอรมนี เป็นฟยอร์ด งดงามที่สุดในเยอรมนี แหล่งกำเนิดมาจากการละลายของหิมะบนยอดเขา อิสระให้ท่านเดินเล่นที่ทะเลสาบตามอัธยาศัย โดยท่านอาจจะเลือกล่องเรือที่ทะเลสาบชมความงามโดยรอบ หรือ ถ่ายรูปกับกับทะเลสาบสีเขียวมรกตตัดกับสีฟ้าของท้องฟ้าโดยมีเทือกเขาแอลป์เป็นฉากหลังก็ได้
กลางวัน       รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร อาหารพื้นเมืองบ่าย นำท่านเดินทางนั่งเรือข้ามสู่เกาะเคียมเซ (Chiemsee Island) อันเป็นที่ตั้งของพระราชวังแฮเรนเคียมเซ่พระราชวังที่ได้รับการขนานนามให้เป็น “พระราชวังแวร์ซายน์ แห่ง บาวาเรียน”  โดยพระราชวังนี้ถูกสร้างโดยพระเจ้าลุควิคที่ 2 แห่งบาวาเรีย หรือเจ้าชายหงส์ขาว โดยมีต้นแบบมาจากพระราชวังแวร์ซายน์ในประเทศฝรั่งเศส ตัวพระราชวังโอบล้อมด้วยความร่มรื่น ของป่าไม้นานาพันธ์และเชื่อมด้วยคลองขนาดใหญ่ ขนาบข้างด้วยสนามหญ้า, สวยสวยและน้ำพุ นำท่านเข้าชม พระราชวังแฮเรนเคียมเซ่(Herrenchiemsee Palace ) ภายในตกแต่งด้วยศิลปะอลังการจากช่างฝีมือในยุคนั้นที่ท่านจะได้เห็นจากห้องว่าราชการ, ห้องบรรทม, ห้องฉลองพระองค์ และที่ โดดเด่นที่สุดคือห้องกระจก (The Hall of Mirrors) ออกแบบในสไตล์เฟรนช์โรโคโค ได้เวลาอันสมควรนำท่านเดินทางต่อไปยังเมืองโรเซนไฮม์ (Rosenheim) เมืองเล็กๆในแคว้นบาวาเรีย
ค่ำ       รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร อาหารพื้นเมือง ที่พัก       เข้าสู่ที่พัก โรงแรม TRYP BY WYNDHAM หรือเทียบเท่า

วันที่ 8: โรเซนไฮม์ – มิวนิค – กรุงเทพฯ
เช้า       รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม นำเดินทางสู่สนามบินมิวนิค เพื่อให้ท่านมีเวลาในการทำ คืนภาษี (Tax Refund) และมีเวลาในการเลือกซื้อสินค้าในร้านค้าปลอดภาษีภายในสนามบิน
13.35 น. ออกเดินทางกลับสู่กรุงเทพฯ โดยเที่ยวบินที่ TG 925
***คณะเดินทางตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค. 62 เป็นต้นไป ออกเดินทาง เวลา 14.25 น. และถึง
กรุงเทพฯ เวลา 06.05 น.***

วันที่ 9: กรุงเทพฯ
06.10 น. คณะเดินทางกลับถึง สนามบินสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิภาพ

รหัส CDG-TG009 France-Switzerland 8 วัน 5 คืน การบินไทย (TG)
วันเดินทาง
ราคาทัวร์
24 มิถุนายน - 1 กรกฎาคม 2019 65,900 บาท/ท่าน

ทัวร์ฝรั่งเศส สวิสเซอร์แลนด์ มิถุนายน 2562/2019 เทียวฝรั่งเศส ปารีส แซ็งมาโล ทัวร์สวิส ลูเซิร์น ยอดเขาทิตลิส 8 วัน 5 คืน บิน TG

ทัวร์ฝรั่งเศส สวิตเซอร์แลนด์ 2562 ทัวร์ฝรั่งเศส มิถุนายน ทัวร์สวิต การบินไทย 8 วัน เยือนแคว้นนอร์มังดี (Normandy) เที่ยวเมืองรูอ็อง (Rouen) อดีตเมืองหลวงแห่งนอร์มังดี เข้าชมมหาวิหารมงต์แซงต์มิเชล (Mont Saint-Michel) ศาสนสถานที่ยิ่งใหญ่ เข้าชมความงามของปราสาทปราสาทเชอนงโซ (Château de Chenonceau) เข้าชมความงดงามของพระราชวังแวร์ซายส์ (Versaille Palace) อันยิ่งใหญ่ นั่งรถไฟความเร็วสูง TGV วิ่งด้วยความเร็ว 300 กิโลเมตร ต่อชั่วโมง  ขึ้นกระเช้าลอยฟ้าหมุน 360 องศา สู่ยอดเขาทิตลิส (Titlis) เข้าชมถ้ำน้ำแข็ง (Ice Grotto)

วันที่ 1: กรุงเทพฯ วันที่ 1: กรุงเทพฯ
21.00 น. คณะพร้อมกัน ณ สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ สายการบินไทย ประตู 2 แถว D โดยมีเจ้าหน้าที่คอยต้อนรับและอำนวยความสะดวก

วันที่ 2: กรุงเทพฯ – ปารีส – รูอ็อง – โดวิลล์ – แซ็ง มาโล
00.05 น. ออกเดินทางสู่ปารีส โดยสายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG 930
07.05 น. ถึง สนามบินถึงท่าอากาศยานชาร์ล เดอ โกลด์ ประเทศฝรั่งเศส นำท่านผ่านพิธีตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร (เวลาท้องถิ่นช้ากว่าประเทศไทย 6 ชั๋วโมง และจะเปลี่ยนเป็น 5 ชั๋วโมงในวันที่ 31 มีนาคม 2562) นำท่านผ่านพิธีตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร จากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมืองรูอ็อง (Rouen) อดีตเมืองหลวงแห่งแคว้นนอร์มังดี เมืองที่ผู้นำกองทัพฝรั่งเศส โจนออฟอาร์ค ถูกตัดสินให้ถูกเผาทั้งเป็นในปี ค.ศ. 1431 ข้อหาเป็นพวกนอกรีต นำท่านชม มหาวิหารรูอ็อง (Rouen Cathedral) หรือ มหาวิหารนอเทรอดามแห่งรูอ็อง (Cathedrale Notre-Dame de Rouen) เป็นมหาวิหารในนิกายโรมันคาทอลิกที่สร้างขึ้นอย่างสวยงามในสไตล์โกธิค โดยในช่วงระหว่างปี ค.ศ. 1876 ถึง ปี ค.ศ. 1880 มหาวิหารรูอ็องเป็นสิ่งก่อสร้างที่สูงที่สุดในโลก เมื่อปี ค.ศ. 1944 ระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2มหาวิหารถูกระเบิดซึ่งเกือบทำลายหอกลางของมหาวิหารไป แต่ภายหลังได้มีการบูรณะใหม่จนสวยงามเช่นเดิม หลังจากนั้นนำท่านเดินชม หอนาฬิกาดาราศาสตร์ (Gros Horloge) ที่มีความเก่าแก่ย้อนกลับไปในศตวรรษที่ 16 ปัจจุบันนั้นถือว่าเป็นหนึ่งในอนุสรณ์สถานทางประวัติศาสตร์ที่ดีที่สุดของเมืองรูอ็อง ตั้งอยู่บนถนน Rue du Gros Hologe  อิสระให้ท่านได้เลือกซื้อสินค้าและของที่ระลึก
กลางวัน       รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร อาหารพื้นเมืองนำท่านเดินทางสู่เมืองโดวิลล์ (Deauville) เป็นเมืองพักผ่อนไฮโซริมทะเล ที่มีท่าเรือ รีสอร์ทระดับ 5 ดาว คาสิโน และร้านค้า และเมืองนี้มีตึกสวยงามทั้งเมือง ถูกยกให้เป็น “Queen of the Norman beaches” เมืองที่เต็มไปด้วยบ้านไฮโซริมทะเล โดยถูกขนานนามว่า Parisian Riviera ตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 19 เมืองโดวิลล์แห่งนี้ได้กลายเป็นเมืองพักผ่อนของชนชั้นสูง คนรวย และคนมีชื่อเสียง อีกทั้งยังเป็นเมืองแรกที่ Coco Chanel มาเปิดร้านค้าของตนเอง ทั้งยังเป็นสถานที่ถ่ายภาพยนต์ชื่อดัง The Devil Wears Prada จากนั้นอิสระให้ท่านได้ช้อปปิ้งสินค้าแบรนด์เนมตามอัธยาศัยบนถนน Deauville mail street อย่างจุใจ จากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมืองแซ็ง มาโล (St. Malo) เป็นเมืองท่าในกำแพง บนเกาะที่ปากแม่น้ำรองซ์ในมหาสมุทรแอตแลนติก
ค่ำ      รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร อาหารพื้นเมือง ที่พัก      เข้าสู่ที่พัก โรงแรม MERCURE ST. MALO FRONT DE MER หรือเทียบเท่า

วันที่ 3: แซ็ง มาโล – เข้ามหาวิหารมงต์แซงต์มิเชล – ตูร์
เช้า       รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมนำท่านสู่มงต์แซงต์มิเชล (Mont Saint-Michel) เดินทางขึ้นสู่ศาสนสถานที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในยุโรป ตั้งอยู่บนฐานหินแกรนิตขนาดใหญ่ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมอันดับ 3 ของฝรั่งเศส รองลงมาจากหอไอเฟล และพระราชวังแวร์ซายน์ และยังได้รับการประกาศจากองค์การยูเนสโกให้เป็นหนึ่งในมรดกโลกอีกด้วย นำท่านเข้าชมมหาวิหารมงต์แซงต์มิเชล (Mont Saint Michel Abbey) เป็นวิหารที่ตั้งอยู่บนเกาะโดดเด่นเป็นสง่า กลางทะเลชายฝั่งตะวันตก บริเวณแคว้นนอร์มองดี สูงจากระดับน้ำทะเล ความสูงรวมฐานและตัววิหารสูงถึง 155 เมตร ให้ท่านได้เดินขึ้นไปสู่บนยอดวิหารเพื่อชมรูปปั้นทองของนักบุญมิเชล (ไมเคิล) สร้างโดย เอมานูแอล เฟรมีเย (Emmanuel Frémiet) ระหว่างทางเดินบนเนินเขา ในอดีตเป็นหมู่บ้านชุมชน บ้านเรือนได้รับการอนุรักษ์ยังคงสภาพเหมือนยุโรปยุคกลางให้บรรยากาศคลาสสิก ปัจจุบันส่วนดัดแปลงเป็นร้านรวงขายของที่ระลึกเปิดรับนักท่องเที่ยวให้เลือกซื้อสินค้าได้อย่างเพลิดเพลิน
กลางวัน       รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร อาหารพื้นเมืองบ่าย นำท่านเดินทางสู่ เมืองตูร์ (Tours) เมืองประวัติศาสตร์แห่งลุ่มแม่น้ำลัวร์ (Loire) ตั้งอยู่ระหว่างแม่น้ำลัวร์ทางตอนเหนือ และแม่น้ำแชร์ทางตอนใต้ ลุ่มแม่น้ำลัวร์เป็นเส้นเลือดหล่อเลี้ยงแคว้นลัวร์ และเป็นแม่น้ำสายยาวที่สุดของฝรั่งเศส คือ 1,013 กิโลเมตรหล่อเลี้ยงต้นองุ่นหลายร้อยตำบลในหลายแคว้น สองฟากฝั่งมีปราสาทหรือชาโตสำคัญของกษัตรย์ฝรั่งเศส และเชื้อพระวงศ์ที่สวยงามนับพันแห่ง
ค่ำ       รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร อาหารจีนที่พัก      เข้าสู่ที่พัก โรงแรม MERCURE TOURS CENTRE หรือเทียบเท่า

วันที่ 4: ตูร์ – เข้าปราสาทเชอนงโซ – ปราสาทชอมบอร์ด – เข้าพระราชวังแวร์ซายน์ –  ปารีส

เช้า       รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม นำคณะเดินทางสู่ปราสาทเชอนงโซ (Château de Chenonceau) เข้าชมความงามของปราสาทที่สร้างบนฝั่งแม่น้ำแชร์ ออกแบบโดยฟิลแบรต์เดอลอร์ม สถาปนิกเรอเนซองส์ตระกูลเมเนียร์ (Menier) ลักษณะของสถาปัตยกรรมของเชอนงโซ เป็นแบบผสมระหว่างสถาปัตยกรรมโกธิคและสถาปัตยกรรมเรอเนซองส์ตอนต้น ลานด้านหน้าวางแบบลานปราสาทยุคกลางล้อมรอบด้วยคูน้ำ ประตูทางเข้าขนาดใหญ่ทำจากไม้แกะสลัก ด้านในเป็นชาเปล (Chapel) โดดเด่นด้วยหน้าต่างประดับ กระจกสี, ห้องบรรทม, ห้องกรีน (Green) เป็นลักษณะศิลปะแบบโกธิคและเรอเนซองส์ ห้องรับรอง, ห้องบรรทมพระเจ้าฟรองซัวส์ที่ 1, ห้องพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 และห้องโถงตกแต่งด้วยเพดานโค้งสันที่มีหินหลักแยกจากกันเป็นเส้นขาด ถือว่าเป็นห้องที่แกะสลักที่สวยที่สุดห้องหนึ่งในการตกแต่งแบบเรอเนซองส์แบบฝรั่งเศส  แล้ว จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ปราสาทชอมบอร์ด (Château de Chambord) มหาปราสาทแห่งลุ่มน้ำลัวร์ ให้เวลาท่านถ่ายรูปคู่กับความงามของสถาปัตยกรรมแห่งฝรั่งเศส ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในบรรดาปราสาทแถบลุ่มแม่น้ำลัวร์และกษัตริย์ฝรั่งเศสหลายพระองค์เคยเสด็จมาประทับแรมที่นี่กลางวัน       รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร อาหารพื้นเมือง บ่าย จากนั้นนำท่านเดินทางสู่มหานครปารีส (Paris) เมืองหลวงของประเทศฝรั่งเศส เมืองที่มีมนต์เสน่ห์อันเหลือล้น ติดอันดับ 1 ใน 10 ของโลกที่นักท่องเที่ยวอยากมาเยือนมากที่สุด ปัจจุบันกรุงปารีสเป็นหนึ่งในศูนย์กลางทางเศรษฐกิจและวัฒนธรรมที่ล้ำสมัยแห่งหนึ่งของโลก ที่ทรงด้วยอิทธิพลของการเมือง การศึกษา บันเทิง สื่อ แฟชั่น วิทยาศาสตร์และศิลปะ ทำให้กรุงปารีสเป็นหนึ่งในเมืองที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลก แวะเข้าเมืองแวร์ซายส์ เพื่อนำเข้าชมความงดงามของพระราชวังแวร์ซายส์ (Versailles Palace) อันยิ่งใหญ่ (มีไกด์ท้องถิ่นบรรยายในพระราชวัง) ที่สร้างขึ้นตามพระราชประสงค์ของพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ภายในตกแต่งอย่างวิจิตรอลังการ ทั้งจิตรกรรมฝาผนัง รูปปั้น รูปแกะสลักและเครื่องเรือน ซึ่งเป็นการใช้เงินอย่างมหาศาล พาท่านชมห้องต่างๆของพระราชวัง เช่น โบสถ์หลวงประจำพระราชวัง,ท้องพระโรงที่ตกแต่งอย่างวิจิตรบรรจง, ห้องอพอลโล, ห้องเมอคิวรี่, ห้องกระจก (Hall of Mirror) ที่มีความยาวถึง 73 เมตร ซึ่งเป็นห้องที่พระยาโกษาธิบดี (ปาน) ราชทูตไทยสมัยพระนารายณ์มหาราชเคยเข้าถวายสาส์นต่อพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 แห่งฝรั่งเศส อีกทั้งยังเป็นห้องที่ใช้สำหรับจัดงานเลี้ยงและเต้นรำของพระนางมารี อังตัวแนตต์ มเหสีของพระเจ้าหลุยส์ที่ 16, ชมห้องบรรทมพระราชินีที่ตกแต่งอย่างงดงาม, ภาพเขียนปราบดาภิเษกของจักรพรรดินโปเลียนที่ยิ่งใหญ่
ค่ำ      รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร อาหารจีน ที่พัก       เข้าสู่ที่พัก โรงแรม MERCURE PARIS VERLIZY หรือเทียบเท่า

วันที่ 5: ปารีส – หอไอเฟล – รถไฟด่วน TGV – สตราสบูร์ก
เช้า       รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม จากนั้นนำท่านผ่านชมลานประวัติศาสตร์จัตุรัสคองคอร์ด (Place de la Concorde) ลานประหารพระเจ้าหลุยส์ที่ 16 และพระนางมารีอังตัวเน็ตต์ อันเป็นจุดเริ่มต้นแห่งการเปลี่ยนแปลงการปกครองประเทศของฝรั่งเศส  นำท่านเดินทางผ่ายชมถนนสายโรแมนติก ชองป์เอลิเซ่ (Champs Elysees) ถนนสายยาวที่มีชื่อเสียงที่สุดของปารีสและเป็นต้นแบบถนนราชดำเนิน พร้อมชมความยิ่งใหญ่ของประตูชัย (Arc de Triumphe) อนุสรณ์สถานที่สำคัญของปารีส ได้รับการยอมรับให้เป็นประตูชัยที่ยิ่งใหญ่เป็นอันดับสองของโลก รวมทั้งยังมีความละเอียดอ่อนในการออกแบบสถาปัตยกรรมสไตล์ศิลปะนีโอคลาสสิก โดยเฉพาะรูปแกะสลักลอยที่นับเป็นผลงานชั้นยอดจากศิลปินชั้นเยี่ยม ที่มีเล่าเหตุการณ์การปฏิวัติและจักรวรรดิฝรั่งเศสผ่านผลงานศิลปะรอบๆประตูรอบ 4 ทิศ จากนั้นนำท่านถ่ายภาพเป็นสุดประทับใจกับหอไอเฟล (Tour Eiffel) หอคอยโครงสร้างเหล็กประติมากรรมเหล็กขนาดใหญ่ที่สร้างขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ 100 ปี หลังการปฏิวัติอุตสาหกรรมของฝรั่งเศสและเพื่อเป็นสัญลักษณ์แห่งงาน World Fair ปี ค.ศ 1889 สัญลักษณ์ที่โดดเด่นสูงตระหง่านคู่นครปารีส ที่บริเวณจัตุรัสทรอคาเดโร่ หอไอเฟลเป็นสัญลักษณ์ของประเทศฝรั่งเศสที่เป็นที่รู้จักกันทั่วโลก ทั้งยังเป็นหนึ่งในสิ่งก่อสร้างที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลกอีกด้วย จากนั้นนำท่านสู่ศูนย์กลางการช้อปปิ้ง
กลางวัน       อิสระอาหารกลางวันตามอัธยาศัย บ่าย อิสระเลือกซื้อสินค้าแฟชั่นราคาถูกในร้านค้าปลอดภาษี (Duty Free Shop) อาทิ เช่น เครื่องสำอาง น้ำหอม นาฬิกาหรือกระเป๋า จากนั้นพาท่านสัมผัสกับบรรยากาศที่เต็มไปด้วยนัก ช้อปปิ้งจากทั่วทุกมุมโลกในห้างสรรพสินค้าใหญ่ใจกลางกรุงปารีสที่แกลเลอรี่ ลาฟาแยตต์ (Galleries Lafayette)
17.00 น. นำคณะนั่งรถไฟความเร็วสูง TGV วิ่งด้วยความเร็ว 300 กิโลเมตร ต่อชั่วโมง จนถึงเดินทางมาถึงสถานีรถไฟเมืองสตราสบูร์ก (Strasbourg) ประเทศฝรั่งเศส เมืองหลวงแห่งแคว้นอัลซาส (Alszce) ที่มี 2 วัฒนธรรม คือฝรั่งเศสและเยอรมนี เนื่องจากผลัดกันอยู่ภายใต้การปกครองของ 2 ประเทศนี้สลับกันไปมา สตราสบูร์ก เป็นเมืองใหญ่มีสถาปัตยกรรมสมัยโบราณเป็นร่องรอยประวัติศาสตร์ให้ชาวเมืองปัจจุบันได้ชื่นชม
ที่พัก       เข้าสู่ที่พัก โรงแรม MERCURE STRASBOURG AEROPORT  หรือเทียบเท่า ค่ำ       รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร อาหารพื้นเมือง

วันที่ 6: สตราสบูร์ก – ลูเซิร์น – ยอดเขาทิตลิส – แองเกิ้ลเบิร์ก
เช้า      รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม เดินทางสู่เมืองลูเซิร์น (Lucerne) เมืองท่องเที่ยวยอดนิยมอันดับหนึ่งของสวิตเซอร์แลนด์ ที่ถูกห้อมล้อมไปด้วยทะเลสาบและขุนเขา จากนั้นพาท่านชมสิงโตหินแกะสลัก (Dying Lion of Lucerne) ที่แกะสลักบนผาหินธรรมชาติ เพื่อเป็นอนุสรณ์รำลึกถึงการสละชีพอย่างกล้าหาญของทหารสวิสที่เกิดจากการปฏิวัติในฝรั่งเศสเมื่อปี ค.ศ.1792 ชมสะพานไม้ชาเปล (Chapel Bridge)    ซึ่งมีความยาวถึง 204 เมตร ทอดข้ามผ่านแม่น้ำรอยส์ (Reuss River)  อันงดงามซึ่งเป็นเหมือนสัญลักษณ์ของเมืองลูเซิร์น เป็นสะพานไม้ที่มีหลังคาที่เก่าแก่ที่สุดในยุโรป สร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ.1333 โดยใต้หลังคาคลุมสะพานมีภาพวาดประวัติศาสตร์ของชาวสวิส ตลอดแนวสะพาน  จากนั้นให้ท่านได้อิสระเลือกซื้อสินค้าของสวิส เช่น ช็อคโกแลต, เครื่องหนัง, มีดพับ, นาฬิกายี่ห้อดัง อาทิเช่น Rolex, Omega, Tag Heuer เป็นต้น
กลางวัน       อิสระอาหารกลางวันตามอัธยาศัย จากนั้นเดินทางเข้าสู่หมู่บ้านแองเกิ้ลเบิร์ก (Engelberg) ซึ่งตั้งอยู่เชิงขุนเขาที่สวยงามมีระดับอีกแห่งหนึ่งของเทือกเขาแอลป์  ผ่านเส้นทางไฮไลท์ของสวิตเซอร์แลนด์ และวิวทิวทัศน์สวยงามของทุ่งหญ้าตัดกับหิมะอันขาวโพลนปกคลุมยอดเขา นำท่านขึ้นกระเช้าลอยฟ้าทันสมัยระบบใหม่ล่าสุดหมุน 360 องศา รอบตัวเอง ชมทัศนียภาพอันตระการตาได้รอบทิศทางตามเส้นทางขึ้นสู่ยอดเขาทิตลิส (Titlis) เข้าชมถ้ำน้ำแข็ง (Ice Grotto) ที่ไม่เคยละลาย  เชิญเพลิดเพลินสนุกสนานกับการเล่นหิมะบนลานสกี สุดแสนประทับใจเป็นอย่างยิ่ง ชมทิวทัศน์ของยอดเขาต่างๆ ที่ปกคลุมไปด้วยหิมะอันขาวโพลนสร้างความงดงามให้กับขุนเขาเป็นอันมาก
ค่ำ       รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร อาหารพื้นเมือง ที่พัก      เข้าสู่ที่พัก โรงแรม HOTEL TERRACE หรือเทียบเท่า

วันที่ 7: แองเกิ้ลเบิร์ก – ซูริค – สนามบิน
เช้า      รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

08.00 น. นำคณะเดินทางสู่ เพื่อให้ท่านมีเวลาในการทำคืนภาษี (Tax Refund) และ มีเวลาในการเลือกซื้อสินค้าในร้านค้าปลอดภาษีภายในสนามบิน
13.30 น. ออกเดินทางกลับสู่กรุงเทพ โดยสารการบินไทย เที่ยวบินที่ TG 971
วันที่ 8: กรุงเทพ
05.30 น. ถึงสนามบินสุวรรณภูมิโดยสวัสดิภาพ

รหัส ZRH-TG001 สวิสเซอร์แลนด์ 9 วัน 6 คืน การบินไทย (TG)
วันเดินทาง
ราคาทัวร์
27 มิถุนายน - 5 กรกฎาคม 2019 76,900 บาท/ท่าน

ทัวร์สวิสเซอร์แลนด์มิถุนายน 2562/2019 แกรนด์สวิส 9 วัน เที่ยว ซูริค เบิร์น โลซานน์ มองเทรอซ์ อินเทอร์ลาเกน ยอดเขาจุงเฟรา ลูเซิร์น บิน TG

ทัวร์สวิสเซอร์แลนด์ 2562 ทัวร์ยุโรป สวิสเซอร์แลนด์ 9 วัน  5 คืน การบินไทย กรุงเบิร์น (Bern) ซึ่งได้รับการยกย่องจากองค์การยูเนสโกให้เป็นเมืองมรดกโลกในปี  เข้าชมปราสาทชิลยอง(Chillon castle) ปราสาทโบราณอายุกว่า 800 ปี  เที่ยวชมเมืองเวเว่ย์ (Vevey) เมืองที่ได้ชื่อว่าเป็น “ไข่มุกแห่งริเวียร่าสวิส” เที่ยวสบายๆ ไม่เหนื่อยได้พักเซอร์แมท 2 คืน อินเทอร์ลาเกน 2 คืน พิชิต 3 เขา ไคลน์แมทเทอร์ฮอร์น ,ยอดเขาจุงเฟรา และ ฮาร์เดอร์ คูลม์  *** ล่องเรือทะเลสาบลูเซิร์น (Lake Lucerne Cruise)

วันที่ 1: กรุงเทพฯ วันที่ 1: กรุงเทพฯ
21.30 น. คณะพร้อมกัน ณ สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศประตู 3 เคาน์เตอร์ D สายการบินไทย โดยมีเจ้าหน้าที่ คอยต้อนรับและอำนวยความสะดวก

วันที่ 2: กรุงเทพฯ – ซูริค – น้ำตกไรน์ – ซูริค – เบิร์น
00.35 น. ออกเดินทางสู่สวิสเซอร์แลนด์ โดยสายการบินไทย เที่ยวบิน TG 970
***คณะเดินทางตั้งแต่วันที่ 2 เม.ย. 62 เป็นต้นไป ออกเดินทาง เวลา 01.05 น. และถึงซูริค เวลา 07.50 น.***
06.55 น. เดินทางถึงสนามบินซูริค (เวลาท้องถิ่นช้ากว่าประเทศไทย 6 ชั๋วโมง และจะเปลี่ยนเป็น 5 ชั๋วโมงในวันที่ 31 มีนาคม 2562) หลังผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่เมืองชาฟฟ์เฮาเซิน (Schaffhausen) ชมน้ำตกไรน์ (RhineFall) น้ำตกที่ใหญ่ที่สุดในยุโรปสวยงามและตื่นตาตื่นใจ เกิดจาก แม่น้ำไรน์ทั้งสายไหลผ่านหน้าผากว้าง 150 เมตร จึงเป็นน้ำาตกขนาดใหญ่ที่สุดในยุโรป นำท่านเดินทางสู่เมืองซูริค (Zurich) เมืองที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ นำท่านถ่ายรูปกับโบสถ์ฟรอมุนสเตอร์ (Fraumunster abbey) สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 853 โดยกษัตริย์เยอรมันหลุยส์ ใช้เป็นสำนักแม่ชีที่มีกลุ่มหญิงสาวชนชั้นสูงจากทางตอนใต้ของเยอรมันอาศัยอยู่ นำท่านสู่จัตุรัสปาราเดพลาทซ์ (Paradeplatz) เป็นจัตุรัสเก่าแก่ที่มีมาตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 17 ปัจจุบันเป็นชุมทางรถรางที่สำคัญของเมืองและยังเป็นศูนย์กลางการค้าของย่านธุรกิจ ธนาคาร สถาบันการเงินที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ
กลางวัน         รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร อาหารจีน บ่าย นำท่านเดินทางสู่กรุงเบิร์น (Bern) ซึ่งได้รับการยกย่องจากองค์การยูเนสโกให้เป็นเมืองมรดกโลกในปี ค.ศ. 1863 นอกจากนี้เบิร์นยังถูกจัดอันดับอยู่ใน    1 ใน 10 ของเมืองที่มีคุณภาพชีวิตที่ดีที่สุดของโลกในปี ค.ศ.2010 นำท่านชมบ่อหมีสีน้ำตาล (Bear Park) สัตว์ที่เป็นสัญลักษณ์ของกรุงเบิร์น นำท่าน  ชมมาร์กาสเซ ย่านเมืองเก่า ปัจจุบันเต็มไปด้วยร้านดอกไม้และบูติค เป็นย่านที่ปลอดรถยนต์ จึงเหมาะกับการเดินเที่ยวชมอาคารเก่า อายุ 200-300 ปี นำท่านลัดเลาะชม ถนนจุงเคอร์นกาสเซ ถนนที่มีระดับสูงสุดของเมืองนี้ ถนนกรัมกาสเซ ซึ่งเต็มไปด้วยร้านภาพวาดและร้านขายของเก่าในอาคารโบราณ ชมนาฬิกาไซ้ท์ คล็อคเค่นทรัม อายุ 800 ปี ที่มี “โชว์” ให้ดูทุกๆชั่วโมงในการตีบอกเวลาแต่ละครั้ง นำท่านแวะถ่ายรูปกับโบสถ์ Munster สิ่งก่อสร้างทางศาสนาที่ใหญ่ที่สุดในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1421 ประตูจะมีภาพที่บรรยายถึงการตัดสินครั้งสุดท้ายของพระเจ้า
ค่ำ      รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง  ที่พัก      เดินทางเข้าสู่ที่พัก HOLIDAY INN WEST SIDE หรือเทียบเท่า (เพื่อความสะดวกของท่าน กรุณาเตรียมกระเป๋าสำหรับค้างคืนที่เซอร์แมน 2 คืน ในคืนถัดไป)

วันที่ 3: เบิร์น – เจนีวา – โลซานน์ – เซอร์แมท
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม นำท่านเดินทางสู่ เมืองเจนีวา นำชมเมืองที่เป็นศูนย์กลางการประชุมนานาชาติ เมืองที่ตั้งองค์การสากลระดับโลก อาทิ องค์การการค้าโลก, กาชาดสากล, แรงงานสากล ฯลฯ ถ่ายรูปกับ น้ำพุเจทโด ที่ฉีดสายน้ำพุ่งสูงขึ้นไปในอากาศถึง 390 ฟุต (เปิดเฉพาะวันอากาศดี) และถ่ายรูปกับ นาฬิกาดอกไม้ สัญลักษณ์ที่สำคัญของเมืองเจนีวา
กลางวัน        รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร อาหารจีน บ่าย ท่านเดินทางสู่เมืองโลซานน์ (Lausanne) ซึ่งตั้งอยู่ตอนเหนือของทะเลสาบเจนีวา เมืองโลซานน์นับได้ว่าเป็นเมืองที่มีเสน่ห์โดยธรรมชาติมากที่สุดเมืองหนึ่งของสวิตเซอร์แลนด์ มีประวัติศาสตร์อันยาวนานมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 4 ในสมัยที่ชาวโรมันมาตั้งหลักแหล่งอยู่บริเวณริมฝั่งทะเลสาบที่นี่ เมืองโลซานน์มีความสวยงามโดยธรรมชาติ ทิวทัศน์ที่สวยงาม และอากาศที่ปราศจากมลพิษ จึงดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกให้มาพักผ่อนตากอากาศที่นี่ เมืองนี้ยังเป็นเมืองที่มีความสำคัญสำหรับชาวไทยเนื่องจากเป็นเมืองที่เคยเป็นที่ประทับของสมเด็จย่า จากนั้นนำท่านชม สวนสาธารณะที่มีรูปปั้นลิง 3 ตัว ปิดหู ปิดปาก ปิดตา อันเป็นสถานที่ทรงโปรดของในหลวงเมื่อทรงพระเยาว์ และถ่ายรูปกับ ศาลาไทย ที่รัฐบาลไทยส่งไปตั้งในสวนสาธารณะของเมืองโลซานน์ นำท่านเดินทางสู่สถานีรถไฟเมืองแทซ (Teasch) เพื่อเดินทางสู่เมืองเซอร์แมท (Zermatt) เมืองแห่งสกีรีสอร์ท ยอดนิยมที่ได้รับความนิยมสูง เนื่องจากเป็นเมืองที่ปลอดมลพิษทางอากาศเพราะยานพาหนะในเมืองไม่ใช้น้ำมันเชื้อเพลิง แต่ใช้แบตเตอรี่เท่านั้น และยังมีฉากหลังของตัวเมืองเป็นยอดเขาแมททอร์ฮอร์น (Matterhorn) ที่ได้ชื่อว่าเป็นยอดเขาที่มีรูปทรงสวยที่สุดในสวิตเซอร์แลนด์
ค่ำ       รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร อาหารพื้นเมือง ที่พัก      เดินทางเข้าสู่ที่พัก DERBY หรือเทียบเท่า *** ในกรณีที่ห้องพักในเมืองเซอร์แมทเต็ม ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์นำพาท่านไปเดินเล่นที่เมืองเซอร์แมทและย้ายไปพักที่เมืองข้างเคียงแทน***

วันที่ 4:    เซอร์แมท – ไคลน์แมทเทอร์ฮอร์น – อิสระช้อปปิ้ง
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม นำท่านเดินทางโดยกระเช้าไฟฟ้าเพื่อสัมผัสกับความงดงามของยอดเขาไคลน์แมทเทอร์ฮอร์น (Klien Matterhorn) ที่สูงถึง 4,478 เมตร และได้ชื่อว่าเป็นยอดเขาที่มีรูปทรงสวยที่สุดของเทือกเขาแอลป์ ชื่นชมกับทิวทัศน์ที่สวยงาม ณ จุดสูงที่สุดบริเวณไคลน์แมทเทอร์ฮอร์น
กลางวัน       รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร อาหารพื้นเมือง  บ่าย เข้าชมถ้ำน้ำแข็งที่อยู่สูงที่สุดในสวิส ถ่ายรูปกับรูปแกะสลักน้ำแข็งที่สวยงาม ได้เวลาพอสมควร นำคณะเดินทางลงจากเขาให้เวลาท่านเต็มอิ่มกับเมืองเซอร์แมท (Zermatt) อิสระให้ท่านได้เดินชมเมือง ถ่ายรูปและเลือกซื้อของที่ระลึกตามอัธยาศัย
ค่ำ อิสระอาหารค่ำตามอัธยาศัย ที่พัก       เดินทางเข้าสู่ที่พัก DERBY หรือเทียบเท่า *** ในกรณีที่ห้องพักในเมืองเซอร์แมทเต็ม ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์นำพาท่านไปเดินเล่นที่เมืองเซอร์แมทและย้ายไปพักที่เมืองข้างเคียงแทน***

วันที่ 5: เซอร์แมท – มองเทรอซ์ – เข้าชมปราสาทชิลยอง – เวเว่ย์ – อินเทอร์ลาเกนเช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม นำท่านเดินทางโดยรถไฟจากเมืองเซอร์แมท สู่เมืองแทซ เพื่อนำท่านเดินทางโดยรถโค้ชปรับอากาศสู่เมืองมองเทรอซ์ (Montreux)  เมืองตากอากาศที่ตั้งอยู่ริมทะเลสาบเจนีวา ได้ชื่อว่าริเวียร่าของสวิส ชมความสวยงามของทิวทัศน์ บ้านเรือน ริมทะเลสาบ  นำท่านเข้าชมปราสาทชิลยอง(Chillon castle) ปราสาทโบราณอายุกว่า 800 ปี สร้างขึ้นบนเกาะหินริมทะเลสาบเจนีวา  ตั้งแต่ยุคโรมันเรืองอำนาจโดยราชวงศ์ SAVOY โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อควบคุมการเดินทางของนักเดินทางและขบวนสินค้าที่จะสัญจรผ่านไปมาจากเหนือสู่ใต้หรือจากตะวันตกสู่ตะวันออกของสวิตเซอร์แลนด์ เนื่องจากเป็นเส้นทางเดียวที่ไม่ต้องเดินทางข้ามเทือกเขาสูงชัน ปราสาทแห่งนี้จึงเปรียบเสมือนด่านเก็บภาษีซึ่งเอาเปรียบชาวสวิสมานานนับร้อยปี
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร อาหารจีน บ่าย จากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมืองเวเว่ย์ (Vevey) ตั้งอยู่ริมชายฝั่งด้านเหนือของทะเลสาบเจนีวา เป็นเมืองที่ได้ชื่อว่าเป็น “ไข่มุกแห่งริเวียร่าสวิส” (Pearls of the Swiss Riviera) ดินแดนที่เหมาะแก่การทำกิจกรรมแทบทุกฤดูกาล แล้วนำท่านเดินทางต่อสู่เมืองอินเทอร์ลาเกน (Interlaken) เป็นเมืองที่ตั้งอยู่ระหว่าง ทะเลสาบทูน (Lake Thun) และทะเลสาบเบรียนซ์ (Lake Brienz)       อิสระให้ท่านได้สัมผัสบรรยากาศและธรรมชาติแบบสวิตเซอร์แลนด์ในเมืองเล็กๆ
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร อาหารพื้นเมือง (ชีสฟองดูว์) ที่พัก       เดินทางเข้าสู่ที่พัก CITY OBERLAND หรือเทียบเท่า

วันที่ 6: อินเทอร์ลาเกน – ยอดเขาจุงเฟรา – อินเทอร์ลาเกน –ทานอาหารมื้อมื้อค่ำบนยอดเขาฮาร์เดอร์ คูลม์
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม ออกเดินทางสู่เมืองกรินเดอวาลด์ (Grindelwald) เมืองตากอากาศที่สวยงามและยังเป็นที่ตั้งสถานีรถไฟขึ้นสู่ ยอดเขาจุงเฟรา (Jungfrau) เเละเมื่อปี คศ.2001  องค์การยูเนสโกประกาศให้ยอดเขาจุงเฟรา เป็นพื้นที่มรดกโลกทางธรรมชาติแห่งแรกของยุโรป นำคณะนั่งรถไฟท่องเที่ยวธรรมชาติ ขึ้นพิชิตยอดเขาจุงเฟราที่มีความสูงกว่าระดับน้ำทะเลถึง 11,333 ฟุตหรือ 3,454 เมตร ระหว่างเส้นทางขึ้นสู่ยอดเขาท่านจะได้ผ่านชมธารน้ำแข็งที่มีขนาดใหญ่จนถึง สถานีรถไฟจุงเฟรายอร์ค (Jungfraujoch) สถานีรถไฟที่อยู่สูงที่สุดในยุโรป (Top of Europe) เข้าชมถ้ำน้ำแข็ง (Ice Palace) ที่แกะสลักให้สวยงาม อยู่ใต้ธารน้ำแข็งลึกถึง 30 เมตร
กลางวัน       รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารบนยอดเขา อาหารพื้นเมือง บ่าย พาท่านชมวิวที่ ลานสฟิงซ์ (Sphinx Terrace) จุดชมวิวที่สูงที่สุดในยุโรป      ที่ระดับความสูงถึง 3,571 เมตร สามารถมองเห็นได้กว้างไกลที่ถึงชายแดนสวิส สัมผัสกับภาพของธารน้ำแข็ง Aletsch Glacier ที่ยาวที่สุดในเทือกเขาแอลป์ ยาวถึง 22 ก.ม.และหนาถึง 700 เมตร โดยไม่เคยละลาย อิสระให้ท่านได้สนุกสนานกับการถ่ายรูป เล่นหิมะบนยอดเขาและเพลิดเพลินกับกิจกรรมบนยอดเขาและที่ไม่ควรพลาดกับการส่งโปสการ์ดโดยที่ทำการไปรษณีย์ที่สูงที่สุดในยุโรป นำคณะเดินทางลงจากยอดเขากลับสู่เมืองอินเทอร์ลาเกน อิสระให้ท่านได้เดินชมความน่ารักและโรแมนติคของเมือง พร้อมเลือกซื้อนาฬิกาสวิสฯจากร้านค้าชั้นนำ จากนั้นเดินทางสู่ยอดเขาฮาร์เดอร์ คูลม์ (Harder Kulm) เหนือสุดแห่งอินเทอร์ลาเก้น นำท่านเดินทางโดยรถไฟรางไฟฟ้า (Funicular) ที่ระดับความสูงเพียง 1,322 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ดื่มดำกับทัศนียภาพ 3 ขุนเขา ของดินแดนยุงเฟรา ได้แก่ ยอดเขา ไอเกอร์ (ยอดเขาผู้เฒ่า) เมิ้นซ์ (ยอดเขานักบวช) และ ยุงเฟรา (ยอดเขาสาวงาม) ซึ่งท่านสามารถชมทัศนียภาพแบบพาโนรามาได้ที่สะพานชมวิวบนยอดเขาและยังเป็นจุดชมวิวเมืองอินเทอร์ลาเก้นที่ขนาบด้วยทะเลสาบเบรียน์และทูน  เขาฮาร์เดอร์ คูลม์ เปิดให้บริการ ถึงวันที่ 14 เม.ย. ถึง 25 พ.ย. 2018
***คณะเดินทางวันที่ 5-13 ก.พ.,  2-10 มี.ค., 7-15 มี.ค., 23-31 มี.ค., 2-10 เม.ย., 5-13 เม.ย.  ทางเขาฮาร์เดอร์ คูลม์ ได้ปิดทำการ ทางบริษัทขอนำท่านรับประทานอาหารไทยในเมืองอินเทอลาเก้นเป็นการทดแทน***
ค่ำ       รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง บนยอดเขา HARDER KULM PANORAMA RESTAURANT  ที่พัก        เดินทางเข้าสู่ที่พัก CITY OBERLAND หรือเทียบเท่า

วันที่ 7: อินเทอร์ลาเกน – ลูเซิร์น – ล่องเรือทะเลสาบลูเซิร์น – ซูก
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม เดินทางสู่เมืองลูเซิร์น (Lucerne) เมืองท่องเที่ยวยอดนิยมอันดับหนึ่งของสวิตเซอร์แลนด์ ที่ถูกห้อมล้อมไปด้วยทะเลสาบและขุนเขา จากนั้นพาท่านชมสิงโตหินแกะสลัก (Dying Lion of Lucerne) ที่แกะสลักบนผาหินธรรมชาติ เพื่อเป็นอนุสรณ์รำลึกถึงการสละชีพอย่างกล้าหาญของทหารสวิสที่เกิดจากการปฏิวัติในฝรั่งเศสเมื่อปี ค.ศ.1792 ชมสะพานไม้ชาเปล (Chapel Bridge) ซึ่งมีความยาวถึง 204 เมตร ทอดข้ามผ่านแม่น้ำรอยส์ (Reuss River) อันงดงามซึ่งเป็นเหมือนสัญลักษณ์ของเมืองลูเซิร์น เป็นสะพานไม้ที่มีหลังคาที่เก่าแก่ที่สุดในยุโรป สร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ.1333 โดยใต้หลังคาคลุมสะพานมีภาพวาดประวัติศาสตร์ของชาวสวิส ตลอดแนวสะพาน  จากนั้นให้ท่านได้อิสระเลือกซื้อสินค้าของสวิส เช่น ช็อคโกแลต, เครื่องหนัง, มีดพับ, นาฬิกายี่ห้อดัง อาทิเช่น Rolex, Omega, Tag Heuer เป็นต้น
กลางวัน อิสระอาหารกลางวันตามอัธยาศัย บ่าย นำท่านล่องเรือทะเลสาบลูเซิร์น (Lake Lucerne Cruise) ทะเลสาบสี่พันธรัฐที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับที่4 ของประเทศมีความงดงามของทัศนียภาพอยู่ท่ามกลางหุบเขาที่โอบล้อมด้วยยอดเขาริกิ (MountRigi) และยอดเขาพิลาตุส (Mount Pilatus) ทำให้วิวทิวทัศน์ดูงดงามยิ่งขึ้นทะเลสาบลูเซิร์น ได้ชื่อว่าสวยสุดในสวิตเซอร์แลนด์ทัศนียภาพบริเวณรอบๆทะเลสาบลูเซิร์น เป็นอาคารบ้านเรือนแบบสมัยใหม่ มีถนนเลียบไปตามเนินเขาตลอดระยะทาง ริมทะเลสาบจัดเป็นสวนสาธารณะ มีดอกไม้นานาพรรณออกดอกบานสะพรั่ง เดินทางต่อสู่เมืองซุก (Zug) เมืองเล็กๆ ริมทะเลสาบที่สวยงามราวกับเทพนิยายตั้งอยู่ทางภาคกลางตอนบนของประเทศ โดยนอกจากความสวยงามของทัศนียภาพแล้ว เมืองนี้ยังมีอัตราการเก็บภาษีที่ค่อนข้างต่ำจึงถือเป็นที่ตากอากาศที่นิยมของเหล่าเศรษฐี คนดังสำคัญระดับโลกมากมายมาเยือน ท่านอาจจะเห็นซูเปอร์คาร์จอดเรียงรายอยู่ 2 ข้างทาง จนเป็นเรื่องธรรมดาไปเลย นำท่านชมเมืองชมหอนาฬิกาเมืองซุก (Clock Tower) แลนด์มาร์กที่สำคัญแห่งหนึ่งของเมือง ด้วยความสูงของหอถึง 52 เมตรและความโดดเด่น ของหลังคาซึ่งเป็นสีน้ำเงินขาวโดนเด่นตัดกับสีหลังคาสีน้ำตาลของบ้านเมืองสวยงามอย่างยิ่ง มีเวลาให้ท่านเดินขึ้นบันไดสู่จุดชมวิวด้านบนของหอนาฬิกา ที่ท่านจะสามารถเห็นวิวที่สวยงามโดยรอบของเมืองซุก นำท่านเข้าชมโบสถ์เซนท์ออสวอร์ล (St Oswald’s church) โบสถ์ศักดิ์สิทธิ์ที่สำคัญของเมือง ตัวโบสถ์สร้างขึ้นตั้งแต่ ค.ศ. 1478 ใช้เวลาการก่อสร้างนานถึง 6 ปี ถือเป็นหนึ่งในสถาปัตยกรรมที่สำคัญที่สุดในช่วงโกธิคตอนปลายแห่งหนึ่งในสวิตเซอร์แลนด์ นอกจากนี้ ชาวสวิสยังมีความเชื่ออีกว่า  ถ้าใครมีเรื่องทุกข์ร้อนใดๆ หรือเจ็บป่วย ถ้าได้มาขอพรกับโบสถ์แห่งนี้ จะช่วยบรรเทาให้ดีขึ้นอย่างรวดเร็ว (กรณีถ้ามีพิธีภายในโบสถ์ อาจไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าชม) นำท่านเข้าชมร้านทำทองที่เก่าแก่ที่สุดในยุโรป (The Oldest house of goldsmiths in Europe) ของครอบครัว Lohri เปิดทำการตั้งแต่สมัยศัตวรรตที่ 16 ภายในตัวอาคารมีการตกแต่งในรูปแบบสถาปัตยกรรมสมัยจักวรรดินโปเลียน มีซุ้มประตูและเสาโรมัน มีรูปปั้นและจิตรกรรมฝาผนัง ด้วยการวาดลายหินอ่อนด้วยมือ ในปี 1971 ได้เปิดร้านนี้เป็นพิพิธภัณฑ์ศิลปะล้ำค่าและเครื่องประดับหายาก และบางชิ้นมีเพียงชิ้นเดียวในโลก มีเวลาให้ท่านเดินชื่นชมอาคาร งานศิลปะล้ำค่าและเครื่องประดับหายากแล้ว ในส่วนของ Lohri Store ยังมีนาฬิกาชั้นนำระดับโลกให้ท่านเลือกซื้อเลือกชมอาทิ เช่น Patek Philippe, Franck Muller Cartier , Piaget, Parmigiani Fleurier, Panerai, IWC , Omega, Jaeger-LeCoultre, Blancpain, Tag Heuer ฯลฯ และไม่ควรพลาดเค้กเชอร์รี่ Zug Cherry Cake (Zuger Kirschtorte) จากร้าน Speck เค้กที่มีรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์และมีขายมากว่าร้อยปี มีบุคคลที่มีชื่อเสียงมากมายต่างเคยลิ้มลองเค้กจากร้านนี้ เช่น Charlie Chaplin, Winston Churchill หรือสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส โดยเมืองซุกนี้มีการทำฟาร์มผลไม้ ทั้งสตอเบอร์รี่, บูลเบอร์รี่, ราสเบอร์รี่,ลูกแพร์ ฯลฯ รวมทั้ง เชอร์รี่ ที่มีปลูกมากกว่า 40,000 ต้น
ค่ำ        รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร อาหารจีน ที่พัก       เข้าสู่ที่พัก โรงแรม ARCADE หรือเทียบเท่า

วันที่ 8: ซูก – ซูริค – สนามบิน
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
08.30 น. นำท่านเดินทางสู่สนามบินซูริค เพื่อทำคืนภาษี (Tax Refund) และมีเวลา     ช๊อปปิ้งสินค้าปลอดภาษี (Duty Free) ภายในสนามบิน13.15 น. ออกเดินทางสู่กรุงเทพ โดยเที่ยวบินที่ TG 971

***คณะเดินทางตั้งแต่วันที่ 2 เม.ย. 62 เป็นต้นไป ออกเดินทาง เวลา 13.30 น. และถึงกรุงเทพฯ เวลา 05.30 น.***

วันที่ 9: กรุงเทพฯ
06.10 น. ถึงสนามบินสุวรรณภูมิโดยสวัสดิภาพ

รหัส FCO-TG004 อิตาลี สวิตเซอร์แลนด์ (จุงเฟรา) ฝรั่งเศส 10 วัน 7 คืน การบินไทย (TG)
วันเดินทาง
ราคาทัวร์
6-12, 9-18 เมษายน 2019 89,900 บาท/ท่าน
23 เม.ย. - 2 พ.ค. 2019 79,900 บาท/ท่าน
4-13, 14-23, 18-27 พ.ค. 2019 77,900 บาท/ท่าน
1-10 มิ.ย. / 22 มิ.ย. - 01 ก.ค. 2019 77,900 บาท/ท่าน

ทัวร์ยุโรปเมษายน – ทัวร์ยุโรปพฤษภาคม 2562/2019 ทัวร์ อิตาลี สวิตเซอร์แลนด์ (จุงเฟรา) ฝรั่งเศส 10 วัน

ทัวร์ยุโรปเมษายน - ทัวร์ยุโรปพฤษภาคม 2562/2019 ทัวร์ อิตาลี สวิตเซอร์แลนด์ (จุงเฟรา) ฝรั่งเศส 10 วัน ทัวร์ อิตาลี สวิตเซอร์แลนด์ (จุงเฟรา) ฝรั่งเศส 10 วัน ทัวร์อิตาลี นครวาติกัน  โคลอสเซี่ยม หอเอนปิซ่า และหอไอเฟล  เยือนดินแดนสุดแสนโรแมนติก บนเกาะเวนิส (Venice) สวิสเซอร์แลนด์ ขึ้นรถไฟพิชิตยอดเขาจุงเฟรา (Jungfrau) มรดกโลกทางธรรมชาติแห่งแรกของยุโรป   ตื่นตาตื่นใจกับพระราชวังแวร์ซายส์ (Versailles Palace)  พักปารีส 2 คืน   นั่งรถไฟด่วน TGV เข้าสู่ปารีส   เมนูพิเศษ.. สปาเกตตี้หมึกดำ และหอยเอสคาโก้

วันที่ 1: กรุงเทพฯ วันที่ 1: กรุงเทพฯ
21.30 น. คณะพร้อมกันณ สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศประตู 2 เคาน์เตอร์ D สายการบินไทย พบเจ้าหน้าที่คอยอำนวยความสะดวก

วันที่ 2: กรุงเทพฯ– โรม – มหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ – โคลอสเซี่ยม
00.01 น. ออกเดินทางสู่กรุงโรม โดยสายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG 944  ***คณะเดินทางตั้งแต่วันที่ 6 เม.ย. 62 เป็นต้นไป ออกเดินทาง เวลา 00.20 น. และถึงกรุงโรม เวลา 06.50 น.***

05.55 น. ถึงสนามบินฟูมิชิโนกรุงโรม ประเทศอิตาลี (เวลาท้องถิ่นช้ากว่าประเทศไทย 6 ชั๋วโมง และจะเปลี่ยนเป็น 5 ชั๋วโมงในวันที่ 31 มีนาคม 2562) นำท่านผ่านพิธีตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร จากนั้นผ่านชมกลุ่มโรมันฟอรัม (Roman Forum) อดีตศูนย์กลางทางด้านการเมือง ศาสนา และเศรษฐกิจของอาณาจักรโรมัน ที่สะท้อนให้เห็นความเจริญรุ่งเรืองของอารยะธรรมโรมันในช่วง 2,000 ปีที่ผ่านมา  นำท่านเดินทางพาท่านเข้าสู่นครรัฐวาติกัน (Vatican) ประเทศที่เล็กที่สุดในโลกตั้งอยู่ใจกลางกรุงโรม เป็นประเทศเดียวในโลกที่มีกำแพงล้อมรอบเมืองเอาไว้ได้ทั้งหมด ยกเว้นด้านหน้าทางเข้า และเป็นศูนย์กลางของศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิกโดยมีพระสันตะปาปา มีอำนาจปกครองสูงสุด นำท่านชมมหาวิหารที่ใหญ่ที่สุดในโลกมหาวิหารเซนต์ปีเตอร์(St.Peter’s Basilica) ชมประติมากรรมอันลือชื่อปิเอต้า (Pieta) ของมิเคลันเจโลและชมแท่นบูชาบัลแดคคิโน (St. Peter’s Baldachin) เป็นซุ้มสำริดที่สร้างโดยจานโลเรนโซ แบร์นินี ซึ่งสร้างตรงบริเวณที่เชื่อกันว่าเป็นที่ฝังพระศพของนักบุญปีเตอร์

กลางวัน         รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร อาหารจีน นำชมความยิ่งใหญ่ในอดีต และเก็บภาพสวยบริเวณรอบนอกของสนามกีฬาโคลอสเซี่ยม (Colosseum) 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคโบราณ อดีตสนามประลองการต่อสู้ที่ยิ่งใหญ่ของชาวโรมันที่สามารถจุผู้ชมได้ถึง 50,000 คนนำชมงานประติมากรรมของเทพนิยายกรีกและโยนเหรียญอธิษฐานบริเวณ น้ำพุเทรวี่ (Trevi Fountain) สัญลักษณ์ของกรุงโรมที่โด่งดัง นำท่านเดินสู่บริเวณย่านบันไดสเปน (The Spainsh Step) แหล่งแฟชั่นชั้นนำและแหล่งนัดพบของคนรักการช้อปปิ้ง
ค่ำ      รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง ที่พัก      เดินทางเข้าสู่ที่พัก MIDAS หรือเทียบเท่า

วันที่ 3: โรม – ฟลอเรนซ์ – ปิซ่า
เช้า       รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม นำท่านเดินทางต่อสู่แคว้นทัสคานี (Tuscany) โดยเมืองหลวงของแคว้น คือ   ฟลอเรนซ์ (Florence)ที่ได้รับขนานนามว่าเป็นเมืองศูนย์กลางแห่งศิลปะในยุคเรอเนสซองส์ ซึ่งล้วนแล้วแต่มีโบราณสถานสำคัญ และมีทิวทัศน์ตามธรรมชาติที่สวยงาม จนได้รับการแต่งตั้งให้เป็นมรดกโลกจากองค์กรยูเนสโก้เมื่อ ปี ค.ศ.1982 ทำให้ทัสคานีมีชื่อเสียงในฐานะดินแดนท่องเที่ยวยอดนิยมระดับโลก นักท่องเที่ยวทั่วโลก ชมความยิ่งใหญ่ และอลังการของมหาวิหารซานตา มาเรีย เดล ฟิโอเร (Santa Maria Dell Fiore) วิหารของเมืองฟลอเรนซ์ ที่ใหญ่เป็นอันดับ 4 ของทวีปยุโรป ซึ่งโดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมที่ใช้หินอ่อนหลายสีตกแต่งผสมผสานกันได้อย่างงดงาม นำชมจัตุรัสเดลลาซิญญอเรีย (Piazza Della Signoria) ซึ่งรายล้อมไปด้วยรูปปั้น อาทิ เช่น รูปปั้นเทพเจ้าเนปจูน (Fountain of Neptune),วีรบุรุษเปอร์ซิอุสถือหัวเมดูซ่า (Perseus with the Head of Medusa), รูปปั้นเดวิด ผลงานที่มีชื่อเสียงของ ไมเคิล แองเจโล่ จากนั้นนำท่าน มาริมฝั่งแม่น้ำอาร์โน จะพบกับสะพานเวคคิโอ (Vecchio) สะพานเก่าแก่ที่มีมีร้านขายทอง และอัญมณีอยู่ทั้งสองข้าง

กลางวัน      รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร อาหารจีน บ่าย นำท่านเดินทางสู่เมืองปิซ่า (Pisa) เมืองแห่งศิลปะที่สำคัญของอิตาลี เป็นเมืองเล็กๆอยู่ทางตะวันตกของ Florence ด้านตะวันตกของเมืองติดกับทะเลเมดิเตอร์เรเนียน แม้ว่าจะเป็นเมืองเล็กๆ แต่ Pisa ก็เป็นเมืองที่มีชื่อเสียงและเป็นที่รู้จักของ นำท่านเข้าสู่บริเวณจัตุรัสกัมโป เดย์ มีราโกลี (Compo Dei Miracoli) ที่ประกอบด้วยกลุ่มอาคารสถาปัตยกรรมแบบโรมาเนสก์ โดยเริ่มจากหอพิธีเจิมน้ำมนต์ (Baptistry of St. John) ที่ใหญ่ที่สุดในอิตาลี, มหาวิหารดูโอโม (Duomo) ที่งดงามและหอเอนแห่งเมืองปิซ่าอันเลื่อง ชมหอเอนปิซ่า(Leaning Towerof Pisa) สัญลักษณ์แห่งเมืองปิซ่า 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคกลาง เริ่มสร้างเมื่อปี ค.ศ.1173 ใช้เวลาสร้างประมาณ 175 ปี แต่ระหว่างการก่อสร้างต้องหยุดชะงักลงไปเมื่อสร้างไปได้ถึงชั้น 3 ก็เกิดการยุบตัวของฐานขึ้นมา และต่อมาก็มีการสร้างหอต่อเติมขึ้นอีกจนแล้วเสร็จ โดยใช้เวลาสร้างทั้งหมดถึง 177 ปี โดยที่หอเอนปิซ่านี้ กาลิเลโอ  บิดาแห่งวิทยาศาสตร์ ซึ่งเป็นชาวอิตาเลี่ยนได้ใช้เป็นสถานที่ทดลองทฤษฎีแรงโน้มถ่วงของโลกที่ว่า สิ่งของสองชิ้น น้ำหนักไม่เท่ากัน ถ้าปล่อยสิ่งของทั้งสองชิ้นจากที่สูงพร้อมกัน ก็จะตกถึงพื้นพร้อมกัน จากนั้นให้ท่านอิสระให้ท่านได้เลือกซื้อสินค้าที่ระลึกราคาถูก ที่มีร้านค้าเรียงรายอยู่มากมาย

ค่ำ       รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร อาหารพื้นเมือง ที่พัก      เดินทางเข้าสู่ที่พัก GALILEI หรือเทียบเท่า  (ในกรณีที่โรงแรมในเมืองปิซ่าเต็มจะย้ายไปนอนเมืองลุคค่า แทน)

วันที่ 4: ปิซ่า – เกาะเวนิส – เวนิส เมสเตร้

เช้า       รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม นำท่านเดินทางสู่เมืองเวนิส (Venice Mestre) ฝั่งแผ่นดินใหญ่ เมืองหลวงของแคว้นเวเนโต เวนิสถูกสร้างขึ้นจากการเชื่อมเกาะเล็ก ๆ จำนวนมากเข้าด้วยกันในบริเวณทะเลสาบเวนิเทีย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของทะเลอาเดรียตริก เป็นเมืองท่าโบราณ และเป็นเมืองที่ใช้คลองในการคมนาคม มากที่สุด

กลางวัน       รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร อาหารจีน บ่าย นำท่านเดินทาง สู่ท่าเรือตรอนเคตโต้ (Tronchetto) นำท่านล่องเรือผ่านชมบ้านเรือนของชาวเวนิส สู่เกาะเวนิส หรือ เวเนเซีย (Venezia) ดินแดนแสนโรแมนติก เป็นเมืองที่ไม่เหมือนใคร โดยใช้เรือแทนรถ ใช้คลองแทนถนนมีสมญานามว่าเป็น “ราชินีแห่งทะเลเอเดรียติก” มีเกาะน้อยใหญ่กว่า 118 เกาะ และมีสะพานเชื่อมถึงกันกว่า 400 แห่ง ขึ้นฝั่งที่บริเวณซานมาร์โค ศูนย์กลางของเกาะเวนิส จากนั้นนำท่านเดินชมความงามของเกาะเวนิส ชมสะพานถอนหายใจ ( Bridge of Sighs) ที่มีเรื่องราวน่าสนใจในอดีต เมื่อนักโทษที่เดินออกจากห้องพิพากษาไปสู่คุกจะได้มีโอกาสเห็นแสงสว่างและโลกภายนอกเป็นครั้งสุดท้ายระหว่างเดินผ่านช่องหน้าต่างที่สะพานนี้  ซึ่งเชื่อมต่อกับวังดอดจ์(Doge’s Palace) อันเป็นสถานที่พำนักของเจ้าผู้ครองนครเวนิสในอดีต ซึ่งนักโทษชื่อดังที่เคยเดินผ่านสะพานนี้มาเเล้วคือ คาสโนว่านั่นเอง นำท่านถ่ายรูปบริเวณจัตุรัสซานมาร์โค (St.Mark’s Square) ที่นโปเลียนเคยกล่าวไว้ว่า “เป็นห้องนั่งเล่นที่สวยที่สุดในยุโรป” จัตุรัสถูกล้อมรอบด้วยอาเขตอันงดงาม รวมทั้งโบสถ์ซานมาร์โค (St.Mark’sBacilica) ที่มีโดมใหญ่ 5 โดม ตามแบบศิลปะไบแซนไทน์ จากนั้นอิสระให้ท่านได้มีเวลาเที่ยวชมเกาะอันแสนโรแมนติก เช่นเพื่อชมมนต์เสน่ห์แห่ง   นครเวนิส, เข้าชมโบสถ์ซานมาร์โค, ช๊อปปิ้งสินค้าของที่ระลึก อาทิเช่น เครื่องแก้วมูราโน่,หน้ากากเวนิส หรือนั่งจิบกาแฟในร้าน Café Florian ที่เปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี ค.ศ.1720 สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางกลับสู่ฝั่งแผ่นดินใหญ่ Venice Mestre

ค่ำ      รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร อาหารพื้นเมือง (สปาเกตตี้หมึกดำ) ที่พัก       เดินทางเข้าสู่ที่พัก RUSSOTT หรือเทียบเท่า

วันที่ 5: เมสเตร้ – มิลาน – อินเทอร์ลาเคน

เช้า       รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม จากนั้นเดินทางสู่ตัวเมืองมิลาน (Milan) เมืองที่เรียกได้ว่า เป็นเมืองหลวงแห่งแฟชั่นของโลก นำท่านชมมหาวิหารแห่งเมืองมิลาน (Duomo di Milano)ที่สร้างด้วยศิลปะแบบนีโอโกธิค ที่ผสมผสานกัน เป็นสถาปัตยกรรมแบบตะวันตก สมัยฟื้นฟูศิลปวิทยาการ ชมแกลเลอรี วิคเตอร์ เอ็มมานูเอล (Galleria Vittorio Emanuele II) ที่นับว่าเป็นชอปปิงมอลล์ที่สวยงาม หรูหราและเก่าแก่ที่สุดในเมืองมิลาน อนุสาวรีย์ ของกษัตริย์วิคเตอร์ เอ็มมานูเอลที่ 2 ผู้ริเริ่มการรวมชาติหัวเมืองต่างๆในอิตาลี และอนุสาวรีย์ของศิลปินชื่อดังในยุคเรเนซองส์อีก 1 ท่าน คือ ลิโอนาร์โด ดาร์วินซี่ ที่อยู่ในบริเวณด้านหน้าของโรงละครสกาล่า

กลางวัน       รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร อาหารจีน บ่าย นำท่านเดินข้ามพรหมแดนอิตาลี – สวิตเซอร์แลนด์ เพื่อเดินทางสู่จากนั้นนำท่านเดินทางต่อสู่เมืองอินเทอร์ลาเคน (Interlaken) เมืองระหว่างทะเลสาบ     เป็นเมืองที่ตั้งอยู่ระหว่าง ทะเลสาบทูน (Lake Thun) และทะเลสาบเบรียนซ์ (Lake Brienz)อิสระให้ท่านได้สัมผัสบรรยากาศและธรรมชาติแบบสวิตเซอร์แลนด์ในเมืองเล็กๆ

ค่ำ        รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร อาหารพื้นเมือง (ฟองดูร์ชีส) ที่พัก       เดินทางเข้าสู่ที่พัก CITY OBERLAND หรือเทียบเท่า

วันที่ 6: ยอดเขาจุงเฟรา– สตราสบูร์ก

เช้า      รับประทานอาหาร เช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม ออกเดินทางสู่ เมืองกรินเดอวาลด์ (Grindelwald) เมืองตากอากาศที่สวยงามและยังเป็นที่ตั้งสถานีรถไฟขึ้นสู่ ยอดเขาจุงเฟรา (Jungfrau) เเละเมื่อปี คศ.2001 องค์การยูเนสโกประกาศให้ยอดเขาจูงเฟรา เป็นพื้นที่มรดกโลกทางธรรมชาติแห่งแรกของยุโรป นำคณะนั่งรถไฟท่องเที่ยวธรรมชาติ ขึ้นพิชิตยอดเขาจูงเฟราที่มีความสูงกว่าระดับน้ำทะเลถึง 11,333 ฟุตหรือ 3,454 เมตร ระหว่างเส้นทางขึ้นสู่ยอดเขาท่านจะได้ผ่านชมธารน้ำแข็งที่มีขนาดใหญ่จนถึง สถานีรถไฟจุงเฟรายอร์ค (Jungfraujoch) สถานีรถไฟที่อยู่สูงที่สุดในยุโรป (Top of Europe) เข้าชมถ้ำน้ำแข็ง (Ice Palace) ที่แกะสลักให้สวยงาม อยู่ใต้ธารน้ำแข็งลึกถึง 30 เมตร

กลางวัน       รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารบนยอดเขา อาหารพื้นเมือง บ่าย พาท่านชมวิวที่ ลานสฟิงซ์ (Sphinx Terrace) จุดชมวิวที่สูงที่สุดในยุโรป ที่ระดับความสูงถึง 3,571 เมตร สามารถมองเห็นได้กว้างไกลที่ถึงชายแดนสวิส สัมผัสกับภาพของธารน้ำแข็ง Aletsch Glacier ที่ยาวที่สุดในเทือกเขาแอลป์ ยาวถึง 22 ก.ม.และหนาถึง 700 เมตร โดยไม่เคยละลาย อิสระให้ท่านได้สนุกสนานกับการถ่ายรูป เล่นหิมะบนยอดเขาและเพลิดเพลินกับกิจกรรมบนยอดเขา และที่ไม่ควรพลาดกับการส่งโปสการ์ดโดยที่ทำการไปรษณีย์ที่สูงที่สุดในยุโรปนำคณะเดินทางลงจากยอดเขาโดยไม่ซ้ำเส้นทางเดิม ให้ท่านได้ชมวิวทิวทัศน์ที่สวยงามและแตกต่างกันจนถึง สถานีรถไฟเมืองลาวท์เทอ บรุนเนิน (Lauterbrunnen)จากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมืองสตราสบูร์ก (Strasbourg)ประเทศฝรั่งเศส เมืองหลวงแห่งแคว้นอัลซาส (Alsace) ที่มี 2 วัฒนธรรม คือฝรั่งเศสและเยอรมนี เนื่องจากผลัดกันอยู่ภายใต้การปกครองของ 2 ประเทศนี้สลับกันไปมา สตราสบูร์ก เป็นเมืองใหญ่มีสถาปัตยกรรมสมัยโบราณเป็นร่องรอยประวัติศาสตร์ให้ชาวเมืองปัจจุบันได้ชื่นชม

ค่ำ       รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร อาหารพื้นเมือง ที่พัก        เดินทางเข้าสู่ที่พัก MERCURE STRASBOURG GARE CENTRALE หรือเทียบเท่า

วันที่ 7: สตราสบูร์ก – รถไฟความเร็วสูง TGV – ปารีส – ล่องเรือแม่น้ำแซน – ประตูชัย – หอไอเฟล

เช้า       รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม นำคณะนั่งรถไฟความเร็วสูง TGV สู่มหานครปารีส วิ่งด้วยความเร็ว 300 กิโลเมตร ต่อชั่วโมง จนถึงเดินทางมาถึงสถานีรถไฟ Gare Du East ในมหานครปารีส (Paris) เมืองหลวงของประเทศฝรั่งเศส เมืองที่มีมนต์เสน่ห์อันเหลือล้น ติดอันดับ 1 ใน 10 ของโลกที่นักท่องเที่ยวอยากมาเยือนมากที่สุด ปัจจุบันกรุงปารีสเป็นหนึ่งในศูนย์กลางทางเศรษฐกิจและวัฒนธรรมที่ล้ำสมัยแห่งหนึ่งของโลกที่ทรงด้วยอิทธิพลของการเมือง การศึกษา บันเทิง สื่อ แฟชั่น วิทยาศาสตร์และศิลปะ ทำให้กรุงปารีสเป็นหนึ่งในเมืองที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

กลางวัน       รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร อาหารจีน จากนั้นนำท่านล่องเรือบาโตมุช (Bateaux Mouches Cruise)ไปตามแม่น้ำแซนด์ ที่ไหลผ่านใจกลางกรุงปารีส ชมความสวยงามของสถาปัตยกรรมอันคลาสสิคของอาคารต่างๆตลอดสองฝากฝั่งแม่น้ำเป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ที่น่าประทับใจโดยเรือจะล่องผ่านมหาวิหารนอเตรอดามแห่งปารีส (Notre-dame de Paris)อายุกว่า 800 ปี เป็นมหาวิหารสถาปัตยกรรมสไตล์โกธิคที่งามเลิศ โดดเด่นด้วยหอคอยคู่หน้าทรงเหลี่ยมและยอดปลายแหลมบนหลังคาวิหารสูงจากระดับพื้นดินถึง 96 เมตรเป็นสถานที่ประกอบพิธีอภิเษกสมรสระหว่างพระเจ้าหลุยส์ที่ 16 กับพระนางมารี อังตัวแนตต์ และยังเป็นจุดกิโลเมตรที่ศูนย์ของประเทศฝรั่งเศสอีกด้วยนำเที่ยวชมความงดงามของมหานครปารีส ผ่านลานประวัติศาสตร์จัตุรัสคองคอร์ด (Place de la Concorde)ที่พระเจ้าหลุยส์ที่ 16 และพระนางมารีอองตัวแนต ถูกตัดสินประหารชีวิตโดยกิโยตินในสมัยปฏิวัติฝรั่งเศส จากนั้นเข้า สู่ถนนสายโรแมนติกชองป์เอลิเซ่ (Champs Elysees) ซึ่งทอดยาวจากจัตุรัสคองคอร์ดตรงสู่ประตูชัยนโปเลียน,       นำชมและถ่ายรูปคู่กับประตูชัยนโปเลียน (Arc de Triomphe) สัญลักษณ์แห่งชัยชนะของจักรพรรดินโปเลียนในศึก เอาส์เตอร์ลิทซ์ในปี1805 โดยเริ่มสร้างขึ้นในปี ค.ศ.1806 แต่มาแล้วเสร็จในปี ค.ศ.1836 แล้วนำถ่ายรูปเป็นที่ระลึกกับหอไอเฟล (Tour Eiffel)สัญลักษณ์ที่โดดเด่นสูงตระหง่านคู่นครปารีสด้วยความสูงถึง 1,051 ฟุต ซึ่งสร้างขึ้นในปีค.ศ.1889

ค่ำ        รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร อาหารไทย ที่พัก       เดินทางเข้าสู่ที่พัก MERCURE FONTENAY SOUS BOIS หรือเทียบเท่า

วันที่ 8: พระราชวังแวร์ซายน์ – พิพิธภัณฑ์น้ำหอม – ช้อปปิ้ง

เช้า       รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม เดินทางสู่ เมืองแวร์ซายส์นำเข้าชมความงดงามของพระราชวังแวร์ซายส์(Versailles Palace) อันยิ่งใหญ่ (มีไกด์ท้องถิ่นบรรยายในพระราชวัง) ที่สร้างขึ้นตามพระราชประสงค์ของพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ภายในตกแต่งอย่างวิจิตรอลังการ ทั้งจิตรกรรมฝาผนัง รูปปั้น รูปแกะสลักและเครื่องเรือน ซึ่งเป็นการใช้เงินอย่างมหาศาล พาท่านชมห้องต่างๆของพระราชวัง เช่น โบสถ์หลวงประจำพระราชวัง,ท้องพระโรงที่ตกแต่งอย่างวิจิตรบรรจง, ห้องอพอลโล, ห้องเมอคิวรี่, ห้องกระจก (Hall of Mirror) ที่มีความยาวถึง 73 เมตร ซึ่งเป็นห้องที่พระยาโกษาธิบดี (ปาน) ราชทูตไทยสมัยพระนารายณ์มหาราชเคยเข้าถวายสาส์นต่อพระเจ้าหลุยส์ที่14 แห่งฝรั่งเศส อีกทั้งยังเป็นห้องที่ใช้สำหรับจัดงานเลี้ยงและเต้นรำของพระนางมารี อังตัวแนตต์ มเหสีของพระเจ้าหลุยส์ที่ 16, ชมห้องบรรทมพระราชินีที่ตกแต่งอย่างงดงาม, ภาพเขียนปราบดาภิเษกของจักรพรรดินโปเลียนที่ยิ่งใหญ่

กลางวัน       รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร อาหารจีน บ่าย จากนั้นนำท่านกลับเข้าสู่มหานครปารีส(Paris)นำท่านเข้าชม พิพิธภัณฑ์น้ำหอม Fragonard พิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงประวัติความเป็นมาและจัดแสดงวิธีการผลิตน้ำหอมในปัจจุบัน ของโรงงานผลิตน้ำหอมยี่ห้อ Fragonard ยี่ห้อน้ำหอมอันโด่งดัง ที่มีแหล่งผลิตต้นกำเนิดมาจากเมือง Grasse เมืองที่ได้ชื่อว่าเป็นเมืองหลวงของโลกน้ำหอม โดยพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ก่อตั้งขึ้นมาในปี 1983 ตัวอาคารเป็นที่อยู่เดิมของ นโปเลียน โบนาปาร์ตที่ 3 Louis-Napoléon Bonaparte III ซึ่งแต่ละห้องจัดแสดงเรื่องราวเกี่ยวกับบรรจุภัณฑ์บรรจุน้ำหอมตั้งแต่สมัยอดีตจนถึงปัจจุบัน และบอกเล่าเรื่องราวการผสมผสานกลิ่นน้ำหอมให้มีเอกลักษณ์อันรัญจวนใจ และหากท่านมองหาของฝากจากปารีสที่ไม่เหมือนใคร ท่านสามารถเลือกซื้อน้ำหอมจากโรงงานของ Fragonard ได้โดยตรงตามอัธยาศัยจากนั้นเชิญเลือกซื้อสินค้าแฟชั่นราคาถูกในร้านค้าปลอดภาษี (Duty Free Shop) อาทิ เช่น เครื่องสำอาง น้ำหอม นาฬิกาหรือกระเป๋า จากนั้นพาท่านสัมผัสกับบรรยากาศที่เต็มไปด้วยนักช้อปปิ้งจากทั่วทุกมุมโลกในห้างสรรพสินค้าใหญ่ใจกลางกรุง ปารีสที่แกลเลอรี่ ลาฟาแยตต์ (Galleries Lafayette) หรือท่านสามารถเลือกซื้อสินค้าของสวิสจากร้าน Bucherer ร้านดังของสวิส ที่มีสาขาเปิดอยู่ใจกลางกรุงปารีส โดยมีสินค้ามากมาย อาทิเช่น ช็อคโกแลต, เครื่องหนัง, มีดพับ, นาฬิกายี่ห้อดัง อาทิเช่น Rolex, Omega, Tag Heuerเป็นต้น

ค่ำ       รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร อาหารพื้นเมือง (หอยเอสคาโก้ ) ที่พัก       เดินทางเข้าสู่ที่พัก MERCURE FONTENAY SOUS BOIS หรือเทียบเท่า

วันที่ 9: ปารีส – สนามบินเช้า      รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
08.00 น. นำเดินทางสู่สนามบินชาร์ล เดอ โกล เพื่อให้ท่านมีเวลาในการทำคืนภาษี (Tax Refund) และมีเวลาในการเลือกซื้อสินค้าในร้านค้าปลอดภาษีภายในสนามบิน

12.30 น. ออกเดินทางกลับสู่กรุงเทพฯ โดยเที่ยวบินที่ TG 931 ***คณะเดินทางตั้งแต่วันที่ 6 เม.ย. 62 เป็นต้นไป ออกเดินทาง เวลา 13.40 น. และถึงกรุงเทพฯ เวลา 05.55 น.***

วันที่ 10: กรุงเทพฯ06.00 น. ถึง สนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพมหานคร ด้วยความสวัสดีภาพ

รหัส VIE-TG022 ออสเตรีย ฮังการี สโลวัก เชก เยอรมนี 10 วัน 7 คืน การบินไทย (TG)
วันเดินทาง
ราคาทัวร์
10-19 เมษายน 2019 75,900 บาท/ท่าน
1-10, 12-21 พฤษภาคม 2019 62,900 บาท/ท่าน
29 พ.ค. - 7มิ.ย. 2019 62,900 บาท/ท่าน
6-15, 20-29 มิถุนายน 2019 62,900 บาท/ท่าน

ทัวร์ยุโรปเมษายน – ทัวร์ยุโรปพฤษภาคม 2562/2019 ทัวร์ออสเตรีย ทัวร์ ฮังการี สโลวัก เชก เยอรมนี 10 วัน การบินไทย

ทัวร์ยุโรปเมษายน - ทัวร์ยุโรปพฤษภาคม 2562/2019 ทัวร์ยุโรป สงกรานต์ 2562 ทัวร์ออสเตรีย ทัวร์ ฮังการี สโลวัก เชก เยอรมนี 10 วัน  ชมพระราชวังเชินบรุนน์ (Schoenbrunn Palace) ล่องเรือแม่น้ำดานูบอันเลื่องชื่อเพื่อชมความงามของทิวทัศน์และอารยะธรรมฮังการี สัมผัสมนต์เสน่ห์ของกรุงปราก (Prague) พักเมืองมรดกโลกที่เชสกี้ ครุมลอฟ (Cesky Krumlov) เพชรน้ำงามแห่งโบฮีเมีย  เข้าชมความงามของปราสาทนอยชวานสไตน์ (Neuschwanstein Castle) เต็มอิ่มกับธรรมชาติที่สุดแสนงดงามของฮัลสตัท (Hallstatt) หมู่บ้านมรดกโลก เมนูพิเศษ ซุปกุลาซ เป็ดอบโบฮีเมียน และ ขาหมูเยอรมัน

วันที่ 1: กรุงเทพฯ 22.30 น. คณะพร้อมกัน ณ สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ เคาน์เตอร์สายการบินไทย ประตู 4 แถว H พบเจ้าหน้าที่คอยอำนวยความสะดวก

วันที่ 2: กรุงเทพฯ – เวียนนา – พระราชวังเชินบรุนน์ – บูดาเปสต์ – ล่องเรือแม่น้ำดานูบ

01.30 น. ออกเดินทางสู่กรุงเวียนนา โดยเที่ยวบินที่ TG 936***คณะเดินทางตั้งแต่วันที่ 10 เม.ย. 62 เป็นต้นไป ออกเดินทาง เวลา 01.20 น. และถึงกรุงเวียนนา เวลา 07.15 น.***

07.00 น. ถึงสนามบินเวทชาท กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย (เวลาท้องถิ่นช้ากว่าประเทศไทย 6 ชั๋วโมง และจะเปลี่ยนเป็น 5 ชั๋วโมงในวันที่ 31 มีนาคม 2562) ผ่านขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมือง   จากนั้นนำเข้าชมความงดงามของพระราชวังเชินบรุนน์ (Schoenbrunn Palace) แห่งราชวงศ์ฮัปสเบิร์ก ซึ่งมีประวัติการสร้างมาตั้งแต่กลางคริสต์ศตวรรษที่ 16 และต่อมาพระนางมาเรีย เทเรซ่า ให้สร้างขึ้นใหม่อย่างสง่างามด้วยจำนวนห้องถึง 1,441 ห้องในระหว่างปีค.ศ.1744-1749 เพื่อใช้เป็นพระราชวังฤดูร้อน ชมความโอ่อ่าของท้องพระโรงและพลับพลาที่ประทับ ซึ่งได้รับการตกแต่งอย่างวิจิตรบรรจง ซึ่งสวยงามไม่แพ้พระราชวังแวร์ซายส์ของฝรั่งเศส จากนั้นนำชมบริเวณรอบนอกโบสถ์สเตเฟ่นส์ (St. Stephen’s Cathedral) สัญลักษณ์ของกรุงเวียนนา ซึ่งพระเจ้าคาร์ลที่ 6 โปรดให้สร้างขึ้นในปีค.ศ.1713 เพื่อเป็นการแก้บนต่อความทุกข์ยากของประชาชน จากนั้นเชิญช้อปปิ้งสินค้าเครื่องแก้วสวาร็อฟสกี้ หรือสินค้านานาชนิด อาทิเช่น Louis Vitton,Gucci, ร้านนาฬิกา Bucherer ,สินค้าเสื้อแฟชั่นวัยรุ่นทันสมัย เช่น Zara ,H&M ฯ9ฯ และสินค้าของฝาก เช่น ช๊อคโกแลตโมสาร์ท ในย่านถนนคาร์นท์เนอร์ (Karntnerstrabe) ใจกลางกรุงเวียนนา กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร อาหารจีน
นำท่านเดินทางโดยรถโค้ชผ่านย่านเกษตรกรรมข้ามพรมแดนสู่ กรุงบูดาเปสต์ (Budapest) เมืองหลวงของ ประเทศฮังการี (Hungary) ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นเมืองที่ทันสมัยและสวยงามด้วยศิลปวัฒนธรรมของชนหลายเชื้อชาติที่มี       อารยธรรม รุ่งเรืองมานานกว่าพันปี ถึงกับได้รับการขนานนามว่าเป็น “ไข่มุกแห่งแม่น้ำดานูบ” ชมเมืองที่ได้ชื่อว่างดงามติดอันดับโลกด้วยทัศนียภาพบนสองฝั่งแม่น้ำดานูบ นำท่านล่องเรือแม่น้ำดานูบอันเลื่องชื่อ ชมความงามของทิวทัศน์และอารยะธรรมฮังการีในช่วง 600-800 ปีมาแล้วที่ตั้งเรียงรายกันอยู่ 2 ฟากฝั่ง ชมความตระการตาของอาคารต่างๆ อาทิ อาคารรัฐสภา ซึ่งงดงามเป็นที่ร่ำลือ ด้วยสถาปัตยกรรมแบบโกธิค บนตัวอาคารประกอบด้วยยอดสูงถึง 365 ยอด นอกจากนี้ท่านจะได้ชม สะพานเชน สะพานถาวรแห่งแรกที่สร้างข้ามแม่น้ำดานูบ โดยนาย WILLIAM TIERNEY CLARK วิศวกรชาวอังกฤษ เหล็กทุกชิ้นที่ใช้ในการสร้างได้ถูกนำมาจากประเทศอังกฤษเช่นกัน   (การล่องเรือขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ โดยเฉพาะในช่วงฤดุหนาว น้ำในแม่น้ำอาจกลายเป็นน้ำแข็ง จนไม่สามารถล่องเรือได้ ทางบริษัทขอคืนเงินจำนวน 10 ยูโรต่อท่าน)   ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร อาหารพื้นเมือง (ซุปกูลาซหมู)
ที่พัก เดินทางเข้าสู่ที่พัก MERCURE BUDA หรือเทียบเท่า

วันที่ 3: บูดาเปสต์ – บราติสลาวา – Outlet – เบอร์โน เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมนำท่านชมบริเวณ CASTLE HILL ซึ่งเต็มไปด้วยสถาปัตยกรรมโบราณอันทรงคุณค่า ถ่ายรูปด้านนอกของอาคารพระราชวังโบราณ แล้วชมบริเวณรอบนอกโบสถ์แมทเธียส (Matthias Church) ซึ่งเคยใช้เป็นสถานที่จัดพิธีสวมมงกุฎให้กษัตริย์มาแล้วหลายพระองค์ ชื่อโบสถ์มาจากชื่อกษัตริย์แมทเธียส  ซึ่งเป็นกษัตริย์ที่ทรงพระปรีชาสามารถมาก  และยังเป็นกษัตริย์ผู้ทรงสร้างสิ่งก่อสร้างที่งดงามในเมืองหลวงต่างๆ อีกมากมาย ซึ่งสร้างในสไตล์นีโอ-โกธิก  หลังคาสลับสีสวยงามอันเป็นจุดเด่นที่สุดในศตวรรษที่ 15 ถัดจากโบสถ์เป็นอนุสาวรีย์ของพระเจ้าสตีเฟ่นที่ 1 พระบรมรูปทรงม้า ผลงานประติมากรรมที่งดงามของศตวรรษที่ 11 อยู่หน้า ป้อมชาวประมง (Fisherman’s Bastion) จุดชมวิวเหนือเมืองบูดาที่ท่านสามารถชมความงามของแม่น้ำดานูบได้อย่างดีป้อมแห่งนี้สร้างขึ้นตั้งแต่ ค.ศ.1905 โดยกลุ่มชาวประมงฮังกาเรียน จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ประเทศบราติสลาวา กรุงบราติสลาว่า (Bratislava) เมืองหลวงและเมืองที่ใหญ่ที่สุดของประเทศสโลวัก ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำดานูบที่บริเวณพรมแดนของ สโลวัก ออสเตรีย และฮังการี และใกล้กับพรมแดนสาธารณรัฐเช็ก จากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมืองปาร์นดอร์ฟ เพื่อนำท่านสู่ McArthurGlen Designer Outlet in Parndorfกลางวัน   อิสระอาหารกลางวันตามอัธยาศัย
บ่าย ให้เวลาท่านได้อิสระช้อปปิ้งสินค้าแบรนด์เนมมากมาย อาทิ เช่น GUCCI, BALLY, HUGO BOSS, BENETTON, BURBERRY, CALVIN KLEIN, CROCS, GEOX, GUESS, LACOSTE, NIKE, OAKLEY, DIESEL และอื่นๆอีกมากมาย
*** เนื่องจาก OUTLET จะปิดทำการในวันอาทิตย์ ถ้าหากคณะใดตรงกับวันอาทิตย์ในวันนั้น ทางบริษัทขอสลับโปรแกรมไปในวันอื่นไปแทน***จากนั้นนำเดินทางสู่กรุงบราติสลาว่า (Bratislava) เมืองหลวงและเมืองที่ใหญ่ที่สุดของประเทศสโลวัค(Slovak) ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำดานูบที่บริเวณพรมแดนของ  สโลวัค ออสเตรีย และฮังการี และใกล้กับพรมแดนสาธารณรัฐเช็ก นำท่านชมบรรยากาศของกรุงบราติสลาวา ซึ่งเป็นที่ตั้งของรัฐสภาแห่งสโลวัก นำท่านถ่ายรูปคู่กับปราสาทบราติสลาวา(Bratislava Castle) ซึ่งเป็นอาคารทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าตั้งอยู่บนเนินเขา ริมฝั่งแม่น้ำดานูบ ท่านสามารถชมทัศนียภาพอันงดงามของเมืองได้จากมุมของปราสาทแห่งนี้ จากนั้นเดินทางสู่เมืองเบอร์โน (Brno) เมืองใหญ่อันดับสองประเทศสาธารณรัฐเช็กค่ำ   รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร อาหารพื้นเมือง
ที่พัก   เดินทางเข้าสู่ที่พัก BEST WESTERN หรือเทียบเท่า

วันที่ 4: เบอร์โน – ปราก – ปราสาทปรากเช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำคณะเดินทางสู่กรุงปราก (Prague) เมืองหลวงของประเทศสาธารณรัฐเช็ก อดีตเมืองหลวงของสาธารณรัฐเชคโกสโลวาเกีย  ซึงได้สมญานามมากมาย เช่น นครแห่งปราสาท และโรมแห่งอุดรทิศ   กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร อาหารจีน
บ่าย นำเข้าชมปราสาทแห่งปราก (Prague Castle) ที่สร้างขึ้นอยู่บนเนินเขาตั้งแต่สมัยคริสต์ศตวรรษที่ 9 ในสมัยเจ้าชาย Borivoj แห่งราชวงศ์ Premyslids ซึ่งปัจจุบันเป็นทำเนียบประธานาธิบดีมาตั้งแต่ปี ค.ศ.1918 ชมมหาวิหาร เซนต์วิตุส (St.Vitus Cathedral) อันงามสง่าด้วยสถาปัตยกรรมแบบโกธิคในสมัยศตวรรษที่ 14  นับว่าเป็นมหาวิหารสไตล์โกธิคที่ใหญ่ที่สุดในกรุงปราก     ซึ่งพระเจ้าชาร์ลที่ 4 โปรดให้สร้างขึ้นในปี ค.ศ.1344 ภายในเป็นที่เก็บพระศพของกษัตริย์สำคัญในอดีต เช่น พระเจ้าชาร์ลที่ 4, พระเจ้าเฟอร์ดินานด์ที่ 1 และ  พระเจ้าแมกซิมิเลี่ยนที่ 2 เป็นต้น (กรณีมีพิธีภายในมหาวิหาร อาจไม่ได้รับอณุญาตให้เข้าชม) แล้วชมพระราชวังหลวง (Royal Palace) ที่เป็นหนึ่งในส่วนที่เก่าแก่ที่สุดของปราสาท ใช้เป็นที่ประทับของเจ้าชายโบฮีเมียนทั้งหลาย แล้วเดินชมย่านช่างทองโบราณ (Golden Lane) ซึ่งปัจจุบันมีร้านขายของที่ระลึก วางจำหน่ายอยู่มากมาย จากนั้นนำท่านเดินเล่นบนสะพานชาร์ล (Charles Bridge) สะพานเก่าแก่ข้ามแม่น้ำวัลตาวา สไตล์โกธิคที่สร้างขึ้นตั้งแต่กลางคริสต์ศตวรรษที่ 14 สมัยพระเจ้าชาร์ลที่ 4 ชมรูปปั้นโลหะของเหล่านักบุญที่ตั้งอยู่สองข้างราวสะพานกว่า 30 องค์ จากนั้นนำท่านเดินสู่ประตูเมืองเก่า “Powder Gate” ขอบเขตเมืองในสมัยโบราณ, ศาลาว่าการเมืองหลังเก่า (Old Town Hall) ที่สร้างมาตั้งแต่ปี ค.ศ.1338 มีจุดเด่นคือ นาฬิกาดาราศาสตร์ (Astronomical Clock) ที่สวยงามและยังตีบอกเวลาทุกๆชั่วโมง ให้เวลาท่านอิสระเดินเล่น และช้อปปิ้งสินค้าแบรนด์เนมย่านเมืองเก่าค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร อาหารไทย
ที่พัก เดินทางเข้าสู่ที่พัก NH PRAGUE หรือเทียบเท่า

วันที่ 5: ปราก – คาร์โลวี วารี – เชสกี้ครุมลอฟเช้า       รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำเดินทางโดยรถโค้ชสู่ เมืองคาร์โลวี วารี (Karlovy vary) ที่ได้ชื่อว่าเป็นเมืองแห่งสปาที่ใหญ่ที่สุดของสาธารณรัฐเช็ค เป็นเมืองที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลกว่าเป็นศูนย์กลางบำบัดโรคภัยต่างๆ นำเดินชมเมืองคาร์โลวี วารี ซึ่งปัจจุบันเป็นที่นิยมของผู้คนทั่วโลกที่จะมาใช้บริการรักษาสุขภาพตามความเชื่อที่มีมาแต่สมัยโบราณ เชิญทดลองดื่มน้ำแร่ซึ่งต้องดื่มกับแก้วพิเศษโดยเฉพาะ เป็นแก้วพอร์ซเลนที่มีปากยื่นออกมาเหมือนกาน้ำกลางวัน       รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร อาหารพื้นเมือง (เป็ดสไตล์โบฮีเมียน)
บ่าย นำท่านเดินทางสู่เมืองมรดกโลกเชสกี้ ครุมลอฟ (Cesky Krumlov) นำชมเมืองที่ได้ชื่อว่าเป็นเพชรน้ำงามแห่งโบฮีเมีย เมืองที่ได้รับการยกย่องจากองค์การยูเนสโก้ให้เป็นเมืองมรดกโลกใน ค.ศ.1992 (World Heritage)   เมืองนี้ตั้งอยู่ริมสองฝั่งของแม่น้ำวัลตาวา ความโดดเด่นของเมืองที่มีอาคารเก่าแก่ตั้งแต่ยุคกลางกว่า 300 ปี หลังได้รับการอนุรักษ์และขึ้นทะเบียนไว้ให้เป็นสถานที่สำคัญแห่งหนึ่งของโลก นำชมปราสาทครุมลอฟ (Krumlov) จากบริเวณรอบนอก ซึ่งสร้างขึ้นเมื่อปีค.ศ.1250 ถือเป็นปราสาทที่ใหญ่เป็นอันดับสองของประเทศรองลงมาจากปราสาทปร๊าก มีอายุเก่าแก่กว่า 700 ปี ซึ่งตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำวอลตาวา (Valtawa River) ตรงบริเวณคุ้งน้ำ ฝั่งตรงข้ามเป็นย่านเมืองเก่าคลาสสิค Senete Square และโบสถ์เก่ากลางเมืองค่ำ        รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร อาหารจีน
ที่พัก       เข้าสู่ที่พัก โรงแรม HOTEL MLYN หรือเทียบเท่า

วันที่ 6: เชสกี้ครุมลอฟ – มิวนิค – ฟุสเซ่นเช้า      รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านเดินทางสู่เมืองมิวนิค (Munich) อยู่ทางใต้ของประเทศเยอรมนี และเป็นเมืองหลวงของรัฐบาวาเรีย ยังเป็นเมืองที่ใหญ่เป็นอันดับสามของประเทศ (รองจากเบอร์ลินและฮัมบูร์ก) และเป็นหนึ่งในเมืองมั่งคั่งที่สุดของยุโรป ซึ่งมีพรมแดนติดเทือกเขาแอลป์  โดยรัฐบาวาเรียเคยเป็นรัฐอิสระปกครองด้วยกษัตริย์มาก่อน ก่อนที่จะผนวกเข้าเป็นส่วนหนึ่งของประเทศเยอรมนี จึงมีเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมเป็นของตัวเอง ทั้งด้านศิลปวัฒนธรรม และอาหารอันเลื่องชื่อ ซึ่งได้แก่ ไส้กรอกเยอรมัน ขาหมูทอด เพรทเซล และเบียร์กลางวัน       อิสระอาหารกลางวันตามอัธยาศัย
บ่าย นำชมจัตุรัสมาเรียน พลาสท์ (Marienplatz) ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นของประวัติศาสตร์และธุรกิจของนครมิวนิค บริเวณนี้เป็นที่ตั้งของศาลาว่าการเมืองที่มีรูปแบบสถาปัตยกรรมแบบโกธิคที่งดงามซึ่งสร้างขึ้นในช่วงปลายคริสต์ศตวรรษที่ 19 ใช้เวลาสร้างถึง 42 ปี มีหอระฆังสูง 85 เมตร ซึ่งจะมีนักท่องเที่ยวรอคอยเฝ้าชมตุ๊กตาไขลานที่จะออกมาเต้นรำ เมื่อนาฬิกาตีบอกเวลา 11.00 น. และ 17.00 น. ในช่วงฤดูร้อน อิสระให้ท่านเลือกซื้อสินค้าแบรนด์เนมและของที่ระลึกตามอัธยาศัย จากนั้นเดินทางสู่เมืองฟุสเซ่น (Fussen) เป็นเมืองเก่ามาตั้งแต่ครั้งจักรวรรดิโรมัน เป็นที่ตั้งปราสาทของกษัตริย์บาวาเรีย ล้อมรอบไปด้วยทะเลสาบน้อยใหญ่ที่มีความงดงามทางด้านทัศนียภาพ เป็นเมืองสุดท้ายบนถนนสายโรแมนติกที่เคยมีความรุ่งเรืองในอดีตตั้งแต่ยุคโรมัน และได้ใช้เมืองนี้เป็นจุดแวะพักขนถ่ายสินค้า และซื้อขายเกลือมาแต่โบราณค่ำ       รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร อาหารจีน
ที่พัก        เดินทางเข้าสู่ที่พัก LUITPOLDPARK หรือเทียบเท่า

วันที่ 7: ฟุสเซ่น – ปราสาทนอยชวานสไตน์ – อินส์บรูกเช้า       รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านสู่เมืองโฮเฮนชวานเกา (Hohenschwangau) เมืองเล็กๆที่สวยงามบริเวณเขตชายแดนของประเทศเยอรมนีและออสเตรีย เพื่อนำท่านเดินทางขึ้นปราสาทชมความสวยงามของปราสาทนอยชวานสไตน์ (Neuschwanstein Castle) นำชมต้นแบบของปราสาทเจ้าหญิงนิทราในดิสนีย์แลนด์ ซึ่งปราสาทนอยชวานสไตน์ ตั้งตระหง่านอยู่บนยอดเขาดุจปราสาทในเทพนิยาย ซึ่งเป็นปราสาทของพระเจ้าลุดวิคที่ 2 หรือ เจ้าชาย  หงส์ขาว  ชมความวิจิตรพิสดารของห้องต่างๆ ที่ได้รับการตกแต่งอย่างงดงามด้วยการออกแบบของริชาร์ด ว้ากเนอร์ ซึ่งเป็นนักประพันธ์เพลงที่ทรงโปรดปรานยิ่งกลางวัน       รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร อาหารพื้นเมือง (ขาหมูเยอรมัน)
บ่าย ออกเดินทางต่อสู่เมืองอินส์บรูค (Innsbruck) เป็นเมืองหลวงของแคว้นทีโรล เป็นเมืองเอกด้านการท่องเที่ยวของประเทศออสเตรีย ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำอิน ซึ่งคำว่าอินส์บรูคนั้น แปลว่า สะพานแห่งแม่น้ำอิน มีลักษณะแคบๆแทรกตัวอยู่ระหว่างเทือกเขาแอลป์ ชมหลังคาทองคำ(Golden Roof) เป็นสัญลักษณ์สำคัญของเมืองอินส์บรูค ซึ่งตั้งอยู่ในเขตเมืองเก่า สร้างขึ้นโดยจักรพรรดิ Friedrich ที่ 4 ในช่วงต้นศตวรรษที่ 15 สำหรับเป็นที่ประทับของผู้ปกครองแคว้นทิโรล ต่อมาจักรพรรดิ Maximilianค่ำ      รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร อาหารจีน
ที่พัก       เข้าสู่ที่พัก โรงแรม RAMADA INNSBRUCK TIVOLI หรือเทียบเท่า

วันที่ 8: อินส์บรูค – ฮัลสตัท – เวียนนาเช้า       รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
ออกเดินทางสู่ฮัลสตัท (Hallstatt) หมู่บ้านมรดกโลกแสนสวย อายุกว่า 4,500 ปี เมืองที่ตั้งอยู่ริมทะเลสาบ โอบล้อมด้วยขุนเขาและป่าสีเขียวขจีสวย งามราวกับภาพวาด กล่าวกันว่าเป็นเมืองที่โรแมนติกที่สุดใน Salzkammergut เขตที่อยู่บนอัพเพอร์ออสเตรีย และมีทะเลสาบสวยถึง 76 แห่ง ออสเตรียให้ฉายาเมืองนี้ว่าเป็นไข่มุกแห่งออสเตรีย และเป็นพื้นที่มรดกโลกของ UNESCO Cultural-Historical Heritage เพียงเดินเที่ยวชมเมืองเสมือนหนึ่งท่านอยู่ในภวังค์แห่งความฝันกลางวัน       รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร อาหารพื้นเมือง
บ่าย ได้เวลาอันสมควรนำท่านเดินทางต่อสู่ สู่กรุงเวียนนา (Vienna) เมืองหลวงของประเทศออสเตรีย ผ่านชมเส้นทางธรรมชาติของทิวเขาสูง และพื้นที่อันเขียวชอุ่มของป่าไม้แห่งออสเตรีย ชมถนนสายวงแหวน (Ringstrasse) ที่แวดล้อมไปด้วยอาคารอันงดงามสถาปัตยกรรมเก่าแก่ ผ่านชมโรงละครโอเปร่า ที่สร้างขึ้นในระหว่างปีค.ศ.1863-1869 แต่ตัวอาคารได้ถูกทำลายไปในระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 และเปิดใหม่อีกครั้งในปีค.ศ.1955, ผ่านพระราชวังฮอฟเบิร์ก (Hofburg Palace) ซึ่งเป็นกลุ่มอาคารที่เคยเป็นที่ประทับของราชสำนักฮัปสบูร์ก มาตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 13 จนถึงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 20 ค่ำ       อิสระอาหารค่ำตามอัธยาศัย
ที่พัก       เดินทางเข้าสู่ที่พัก NH VIENNA AIRPORT หรือเทียบเท่า

วันที่ 9: เวียนนา – กรุงเทพฯ  เช้า      รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำเดินทางสู่สนามบินชเวทชาท กรุงเวียนนา เพื่อให้ท่านมีเวลาในการทำคืนภาษี (Tax Refund) และมีเวลาในการเลือกซื้อสินค้าในร้านค้าปลอดภาษีภายในสนามบิน

13.30 น. ออกเดินทางกลับสู่กรุงเทพ เที่ยวบินที่ TG 937***คณะเดินทางตั้งแต่วันที่ 10 เม.ย. 62 เป็นต้นไป ออกเดินทาง เวลา 14.35 น. และถึงกรุงเทพฯ เวลา 05.35 น.***

วันที่ 10: กรุงเทพฯ

05.20 น. ถึง สนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพมหานคร ด้วยความสวัสดิภาพ

รหัส FRA-TG002 เยอรมนี ลักเซมเบิร์ก เนเธอร์แลนด์ เบลเยี่ยม 8 วัน 5 คืน การบินไทย
วันเดินทาง
ราคาทัวร์
9-13, 10-17, 12-19 เมษายน 2019 69,900 บาท/ท่าน
28 เม.ย. - 5 พ.ค. 2019 66,900 บาท/ท่าน
11-18 พ.ค. / 25 พ.ค. - 1 มิ.ย. 2019 59,900 บาท/ท่าน
8-15 มิ.ย / 26 มิ.ย - 3 ก.ค 2019 59,900 บาท/ท่าน

ทัวร์ยุโรปสงกรานต์ 2562 ทัวร์ยุโรปเมษายน – ทัวร์ยุโรปพฤษภาคม 2019 เที่ยวยุโรป ทัวร์เยอรมนี ลักเซมเบิร์ก เนเธอร์แลนด์ เบลเยี่ยม

ทัวร์ยุโรป สงกรานต์ 2562/2019 ทัวร์ยุโรป เยอรมนี ลักเซมเบิร์ก เนเธอร์แลนด์ เบลเยี่ยม ชมปราสาท อันโดดเด่นเป็นสง่าที่ไฮเดลเบิร์ก ชมความยิ่งใหญ่ของ มหาวิหารโคโลญ (Cologne Cathedral)  ล่องเรือเที่ยวอัมสเตอร์ดัม (Amsterdam) ปราสาทท่านเคานต์ (Castle of the Counts) ที่เมืองเกนต์ (Ghent) เที่ยวเมืองเวนิสแห่งยุโรปเหนือ ที่เมืองบรูกก์ (Brugge)  เยือนจัตุรัสกรองด์ปราซ (Grand Place) ใจกลางกรุงบรัสเซลส์ (Brussels) เมนูพิเศษ,, ขาหมูเยอรมัน ซุปกุลาซ และ เป็ดสไตล์โบฮีเมียน

วันที่ 1: กรุงเทพฯ – แฟรงก์เฟิร์ต

20.30 น. คณะพร้อมกัน ณ สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ สายการบินไทย ประตู 2 แถว D โดยมีเจ้าหน้าที่คอยต้อนรับและอำนวยความสะดวก23.40 น. ออกเดินทางสู่แฟรงค์เฟิร์ต โดยสายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG 920
***คณะเดินทางตั้งแต่วันที่ 5 เม.ย. 62 เป็นต้นไป ออกเดินทาง เวลา 23.45 น. และถึงแฟรงค์เฟิร์ต เวลา 06.00 น.***

วันที่ 2: แฟรงก์เฟิร์ต – จัตุรัสโรเมอร์ – ไฮเดลเบิร์ก

05.50 น. ถึงสนามบินแฟรงค์เฟิร์ต ประเทศเยอรมนี (เวลาท้องถิ่นช้ากว่าประเทศไทย 6 ชั๋วโมง และจะเปลี่ยนเป็น 5 ชั๋วโมงในวันที่ 31 มีนาคม 2562) นำท่านผ่านพิธีตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร นำท่านเดินทางเข้าสู่ตัวเมืองแฟรงก์เฟิร์ต (Frankfurt) ศูนย์กลางทางเศรษฐกิจและพาณิชย์ที่สำคัญของเยอรมนี รวมทั้งเป็นศูนย์กลางการธนาคารการเงินและการค้าหุ้นที่สำคัญของประเทศ ผ่านชมสถานีรถไฟแฟรงค์เฟิร์ต ซึ่งถือได้ว่าเป็นสถานีรถไฟต้นแบบของหัวลำโพงประเทศไทย ครั้งเมื่อคราวเสด็จประพาสยุโรปของรัชกาลที่ 5 นำเที่ยวชมจัตุรัสโรเมอร์ (Romerberg) ซึ่งเป็นจัตุรัสที่เก่าแก่ที่สุดในเมือง ด้านข้างก็คือ THE ROMER หรือ Frankfurt City Hall หรือศาลาว่าการเมือง ซึ่งอยู่ทางด้านตะวันตกเฉียงเหนือของจัตุรัสโรเมอร์กลางวัน       รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร อาหารจีน
บ่าย นำท่านออกเดินทางโดยรถโค้ชสู่ เมืองไฮเดลเบิร์ก (Heidelberg) เป็นเมืองที่สุดแสนโรแมนติก ตั้งอยู่บริเวณฝั่งแม่น้ำเน็กคาร์ (Neckar River) อดีตเมืองศูนย์กลางการศึกษาที่สำคัญของเยอรมัน เป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยไฮเดลเบิร์ก ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกของเยอรมัน ด้วยความสวยงามของเมืองนี้ทำให้มีนักท่องเที่ยวนับล้านคนในแต่ละปีต้องมาเยือนเมืองแห่งนี้ แล้วนำท่านผ่านชมย่านการค้าและแหล่งรวมของนักศึกษานานาชาติ จากนั้นนำเข้าชมปราสาท           ไฮเดลเบิร์ก (Heidelberg Castle) ที่สร้างขึ้นอยู่บนเชิงเขาเหนือแม่น้ำเน็กคาร์ ซึ่งสามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ของเมืองได้โดยรอบ โดยตัวปราสาทสร้างด้วยหินทรายสีแดงซึ่งมีอายุกว่า 900 ปี ชมประตูคืนเดียว (Elisabeth’s Gate)ที่สร้างขึ้นโดยคำสั่งของพระเจ้าเฟเดอริก ที่สร้างเพื่อเป็นของขวัญวันเกิดแด่ พระมเหสี อลิซาเบธ ซึ่งสร้างเสร็จภายในคืนเดียว จากนั้นชมถังไวน์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกมีความจุถึง 220,000 ลิตรค่ำ      รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร อาหารไทย
ที่พัก      เดินทางเข้าสู่ที่พัก LEONARDO HEIDELBERG หรือเทียบเท่า

วันที่ 3: ไฮเดลเบิร์ก – ลักเซมเบิร์ก – โคโลญ

เช้า       รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมนำเดินทางสู่กรุงลักเซมเบิร์ก (Luxembourg) ประเทศ ลักเซมเบิร์ก นครรัฐที่มีพื้นที่ขนาดเล็กที่สุดแห่งหนึ่งของยุโรป (2,586 ตร.กม.) ผ่านชมย่านเมืองเก่าแห่งลักเซมเบิร์ก เมืองแห่งแกรนด์ดยุค ผ่านชมสะพานสมัยโรมัน โบสถ์โนเตรอะดาม ประติมากรรมสำริดของแกรนด์ดัชเชส ชาร์ล็อตต์  ศาลาว่าการเมือง  พระราชวังที่ประทับของแกรนด์ดยุค  อาคารรัฐสภา โบสถ์เซนต์ไมเคิล และป้อมปราการสมัยโรมัน ชมวิวทิวทัศน์ของเมืองที่บ้านเรือนตั้งเรียงรายอยู่ในแนวหุบเขาดูสวยงามยิ่งกลางวัน       รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร อาหารจีน
บ่าย จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองโคโลญ (Cologne) เมืองสำคัญริมแม่น้ำไรน์ และเป็นเมืองใหญ่อันดับ 4 ของประเทศเยอรมนี ศูนย์กลางทางการค้า งานศิลปะ และอุตสาหกรรม ทั้งยังเป็นแหล่งผลิตน้ำหอมออดิโคโลญ 4711 อันลือชื่อ นำเที่ยวชมตัวเมืองโคโลญ เมืองเก่าสมัยโรมันเรืองอำนาจ นำท่านถ่ายรูปคู่กับมหาวิหารโคโลญ (Cologne Cathedral) ซึ่งเริ่มก่อสร้างมาตั้งแต่ปี 1248 แต่มีเหตุทำให้ต้องหยุดพักการก่อสร้างไปบ้างส่งผลให้ต้องใช้เวลาสร้างกว่าหกร้อยปีจึงเสร็จสมบูรณ์ ทั้งนี้จึงแล้วเสร็จในปี 1880 มหาวิหารโคโลญเป็นศาสนสถานของคริสต์ศาสนาโรมันคาทอลิก นับเป็นวิหารที่ใหญ่และสูงที่สุดในโลกในสมัยนั้น ลักษณะสถาปัตยกรรมแบบโกธิค เป็นหอคอยแฝดสูงถึง 157 เมตร กว้าง 86 เมตร ยาว 144 เมตร จุดประสงค์เพื่ออุทิศให้นักบุญปีเตอร์และพระแม่มารีค่ำ       รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร อาหารพื้นเมือง (ขาหมูเยอรมัน)
ที่พัก      เดินทางเข้าสู่ที่พัก MERCURE SEVERINSHOF KOELN CITY หรือเทียบเท่า

วันที่ 4: โคโลญ – Outlet – หมู่บ้านกังหันลมซานสคันส์ – อัมสเตอร์ดัม

เช้า       รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านสู่ McArthurGlen Designer Outlet Roermond ประเทศเนเธอร์แลนด์ เอาท์เลทขนาดใหญ่ที่เป็นแหล่งช๊อปปิ้งของคนเนเธอร์แลนด์, เยอรมัน และ เบลเยี่ยม ที่นิยมมาเลือกซื้อสินค้าราคาย่อมเยานานาชนิด อิสระให้ ท่านได้เลือกซื้อสินค้าแบรนด์เนมต่างๆ อาทิเช่น GUCCI, PRADA, BALLY, HUGO BOSS ,BENETTON, BURBERRY, CALVIN KLEIN, VICTORIANOX, GEOX, GUESS, LACOSTE , NIKE, OAKLEY, DIESEL และอื่นๆอีกมากมายกลางวัน       อิสระอาหารกลางวันตามอัธยาศัย
บ่าย นำเดินทางโดยรถโค้ชสู่ หมู่บ้านกังหันลมซานสคันส์ (Zaanse Schans)   ให้ท่านได้ถ่ายรูปเป็นที่ระลึกกับกังหันลม สัญลักษณ์ที่สำคัญอย่างหนึ่งของชาวดัตช์ และชมการสาธิตวิธีการผลิตรองเท้าไม้ของชาวดัตช์ที่ใช้ใส่ในชีวิตประจำวันในงานอาชีพต่างๆพร้อมเชิญเลือกซื้อสินค้าของที่ระลึก จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่กรุงอัมสเตอดัม (Amsterdam) เมืองแห่งแสงสี และอิสรเสรีภาพ ของนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก นำท่านผ่านชมเมืองที่มากมายไปด้วยพิพิธภัณฑ์ระดับโลกต่างๆ มากมายค่ำ      รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร อาหารจีนที่พัก       เดินทางเข้าสู่ที่พัก RAMADA APOLLO AMSTERDAM CENTER หรือเทียบเท่า

วันที่ 5: อัมสเตอร์ดัม – ล่องเรือหลังคากระจก – แอนท์เวิร์ป

เช้า       รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
ชมเมืองอัมสเตอร์ดัมโดยการล่องเรือหลังคากระจก ลัดเลี้ยวเข้าตามลำคลอง สัมผัสชีวิตความเป็นอยู่ รวมทั้งสภาพบ้านเรือนเก่าแก่อันงดงามสืบทอดมาตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 17 และทัศนียภาพของบ้านเรือนอันสวยงามอย่างมีเอกลักษณ์ นำเข้าชมสถาบันสอนการเจียระไนเพชรที่มีชื่อเสียงท่านจะได้สัมผัสและเรียนรู้พื้นฐานในการดูและการเจียระไนเพชรในรูปแบบต่างๆ พร้อมกันนั้นยังได้มีโอกาสเลือกซื้อเพชรเม็ดงามในราคาโรงงาน และท่านสามารถเลือกชมสินค้าอื่น อย่างนาฬิกายี่ห้อดังมากมาย อาทิ เช่น ROLEX, PANERAI, TAG HEUER, IWC, PIAGET, LONGINES, OMEGA, TISSOT, CARTIER, BREITLING, CHOPARD รวมไปถึงนาฬิกาแฟชั่นอย่าง GUCCI, DIESEL, DKNY, CHANEL, ICE, EMPORIO ARMANI, SWATCH, MICHEAL KORS, TOMMY HILFIGER ฯลฯกลางวัน       รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร อาหารจีน
บ่าย นำท่านเดินทางสุ่เมืองแอนต์เวิร์ป (Antwerp) เมืองที่มีชื่อเสียงในเรื่องของตำนานยักษ์ ดรูโอน อันติโกน (Druoon Antigoon) ที่อาศัยบริเวณแม่น้ำสเกลท์ (Scheldt River) ที่เชื่อมกับทะเลเหนือที่ปากน้ำเวสเทิร์นสเกลต์ (Western Scheldt) นำท่านถ่ายรูปกับ Cathedral of Our Lady เป็นโบสถ์สไตล์โกธิคขนาดใหญ่ที่สูงที่สุดในประเทศเบลเยียม เป็นที่เลื่องลือถึงถึงความงดงามที่ถูกประดับตกแต่งอย่างวิจิตรตระการตา ไม่ว่าจะเป็นตัวโบสถ์ ซุ้มประตู รูปปั้น ทางเดิน เรียกได้ว่าทุกอย่างงดงามไร้ที่ติ และอิสระให้ท่านได้เดินเล่นที่ตลาด Grote Marktค่ำ        รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร อาหารจีน
ที่พัก       เข้าสู่ที่พัก โรงแรม VAN DER VALK ANTWERP หรือเทียบเท่า

วันที่ 6: แอนท์เวิร์ป – เกนต์ – บรูกก์ – บรัสเซลส์

เช้า      รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านเดินทางสู่ เมืองเกนต์ (Ghent) เมืองที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 4 ของเบลเยี่ยม ถนนหนทางผังเมืองปูหินแบบโบราณ ในยุคกลางเมืองเกนต์ ได้ชื่อว่าเป็นรองนครปารีสเพียงแห่งเดียว นำท่านชมเมืองเกนต์ซึ่งแปลว่าการรวมกันของแม่น้ำสองสาย เพราะที่ตั้งของเมืองอยู่บริเวณที่แม่น้ำสเกลต์ Scheldt River มาบรรจบกับแม่น้ำไลส์ Lys River แม่น้ำสองสายนี้เป็นเส้นเลือดล่อเลี้ยงเมืองอันรุ่งเรืองในอดีตนานนับศตวรรษและยังคงต่อเนื่องจวบจนปัจจุบัน นำท่านถ่ายรูปกับปราสาทท่านเคานต์ (Castle of the Counts) ป้อมปราสาทในยุคกลาง ที่ถูกสร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ.1180 เพื่อแสดงถึงความรุ่งเรืองในยุคสมัยของ Philip of Alsace เมืองท่าในตอนเหนือของเบลเยี่ยมอันแสนเงียบสงบและสวยงามด้วยสถาปัตยกรรมอันเก่าแก่ ชมหอระฆังประจำเมืองที่สูงตระหง่านถึง 91 เมตร เป็นจุดเด่นของเส้นขอบฟ้า ที่ด้านล่างนั้น เป็น Cloth Hall ที่มีมาตั้งแต่ทศวรรษที่ 15 และได้รับเกียรติเป็น UNESCO World Heritage Site  จากนั้นนำเดินทางสู่เมืองบรูกก์ (Brugge) ซึ่งเป็นเมืองริมชายฝั่งทะเลที่มีชื่อเสียงของประเทศเบลเยียม และได้รับเลือกเป็นเมืองมรดกโลกจากองค์การยูเนสโก้ โดยมีสมญานามว่า เวนิสแห่งยุโรปเหนือ เพราะเป็นเมืองที่มีการใช้ลำคลองในการสัญจรรอบๆเมืองได้  ลักษณะของเมืองนี้ล้อมรอบด้วยคูเมืองสองชั้น และมี อาคาร โบสถ์ บ้านเรือน ถนนที่สะอาดสวยงาม ซึ่งส่วนใหญ่ล้วนเป็นสถาปัตยกรรมแบบ เฟลมมิช และแบบเรเนซองค์ และมีสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญกลางวัน       รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร อาหารจีน
บ่าย นำท่านเดินทางสู่กรุง บรัสเซลส์ (Brussels) เมืองหลวงของประเทศเบลเยี่ยม สถานที่ตั้งสำนักงานใหญ่องค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ หรือนาโต้ จากนั้นนำท่านชมและถ่ายรูปเป็นที่ระลึกกับ อนุสรณ์อะโตเมี่ยม(Atomium) ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ในการจัดงานแสดงสินค้าโลก“เอ็กซ์โป” เมื่อปี ค.ศ.1958 ถูกสร้างขึ้นโดยจำลองโลหะในลักษณะใสเหมือนคริสตัล โดยขนาดใหญ่กว่าโมเลกุลของจริงถึง 165 พันล้านเท่า จากนั้นเข้าสู่จัตุรัสกลางเมืองจัตุรัสกรองด์ปลาสต์ (Grand Place) ที่มีชื่อเสียงกล่าวขานกันว่าสวยที่สุดแห่งหนึ่งในยุโรป   ชมศาลาว่าการเมืองและอาคารที่สวยงามโดยรอบจัตุรัส นำชมและถ่ายรูปกับเมเนเก้นพีส (Manneken pis) ซึ่งเป็นประติมากรรมเด็กชายตัวเล็กๆกำลังยืนแอ่นตัวปัสสาวะอย่างน่ารัก ผู้สร้างประวัติศาสตร์และตำนานพื้นเมืองของชาวเบลเยี่ยมซึ่งมีการเล่าขานกันมาหลากหลายตำนาน เช่น มีเด็กชายชื่อจูเลียนสกี มาพบสายชนวนระเบิดกำลังติดไฟ จึงปัสสาวะรดเพื่อดับชนวนและป้องกันเมืองไว้ได้ ชาวเมืองจึงทำรูปแกะสลักนี้ เพื่อระลึกถึงความกล้าหาญค่ำ       รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร อาหารพื้นเมือง (หอยแมลงภู่อบไวน์ขาว)
ที่พัก        เดินทางเข้าสู่ที่พัก GRESHAM BELSON หรือเทียบเท่า

วันที่ 7: บรัสเซลส์ – สนามบิน

เช้า       รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำเดินทางสู่สนามบินบรัสเซลส์ เพื่อให้ท่านมีเวลาในการทำคืนภาษี (Tax Refund) และมีเวลาในการเลือกซื้อสินค้าในร้านค้าปลอดภาษีภายในสนามบิน13.10 น. ออกเดินทางกลับสู่กรุงเทพฯ โดยสายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG 935***คณะเดินทางตั้งแต่วันที่ 5 เม.ย. 62 เป็นต้นไป ออกเดินทาง เวลา 13.30 น. และถึงกรุงเทพฯ เวลา 05.35 น.***

วันที่ 8: กรุงเทพฯ  06.10 น. คณะเดินทางกลับถึง สนามบินสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิภาพ

รหัส VIE-TG022 10 วัน 7 คืน ออสเตรีย ฮังการี สโลวัก เชก เยอรมนี
วันเดินทาง
ราคาทัวร์
19-28 มกราคม 2019 59,888 บาท/ท่าน
6-15, 22-03 มีนาคม 2019 59,888 บาท/ท่าน
1-10, 15-24, 22-31 มีนาคม 2019 59,888 บาท/ท่าน

ทัวร์ยุโรปตะวันออก มกราคม – กุมภาพันธ์ 2019/2562 ทัวร์ออสเตรีย ฮังการี สโลวัก เชก เยอรมนี 10 วัน 7 คืน

ทัวร์ยุโรปตะวันออก มกราคม - กุมภาพันธ์ 2019/2562 ทัวร์ออสเตรีย ฮังการี สโลวัก เชก เยอรมนี 10 วัน พระราชวังเชินบรุนน์ (Schoenbrunn Palace) ล่องเรือแม่น้ำดานูบอันเลื่องชื่อเพื่อชมความงามของทิวทัศน์และอารยะธรรมฮังการี สัมผัสมนต์เสน่ห์ของกรุงปราก (Prague) พักเมืองมรดกโลกที่เชสกี้ ครุมลอฟ (Cesky Krumlov) เพชรน้ำงามแห่งโบฮีเมีย เข้าชมความงามของปราสาทนอยชวานสไตน์ (Neuschwanstein Castle) ต้นแบบของปราสาทเจ้าหญิงนิทรา เต็มอิ่มกับธรรมชาติที่สุดแสนงดงามของฮัลสตัท (Hallstatt) หมู่บ้านมรดกโลก เมนูพิเศษ,, ซุปกุลาซ ,เป็ดอบโบฮีเมียน และ ขาหมูเยอรมัน

วันที่ 1กรุงเทพฯ
22.30 น.คณะพร้อมกัน ณ สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ เคาน์เตอร์สายการบินไทย ประตู 4 แถว H พบเจ้าหน้าที่คอยอำนวยความสะดวก

วันที่ 2กรุงเทพฯ – เวียนนา – พระราชวังเชินบรุนน์ – บูดาเปสต์ – ล่องเรือแม่น้ำดานูบ
01.30 น.ออกเดินทางสู่กรุงเวียนนา โดยเที่ยวบินที่ TG 936
07.00 น.ถึงสนามบินเวทชาท กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย (เวลาท้องถิ่นช้ากว่าประเทศไทย 6 ชั๋วโมง และจะเปลี่ยนเป็น 5 ชั๋วโมงในวันที่ 31 มีนาคม 2562) ผ่านขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมือง จากนั้นนำเข้าชมความงดงามของพระราชวังเชินบรุนน์ (Schoenbrunn Palace) แห่งราชวงศ์ฮัปสเบิร์ก ซึ่งมีประวัติการสร้างมาตั้งแต่กลางคริสต์ศตวรรษที่ 16 และต่อมาพระนางมาเรีย เทเรซ่า ให้สร้างขึ้นใหม่อย่างสง่างามด้วยจำนวนห้องถึง 1,441 ห้องในระหว่างปีค.ศ.1744-1749 เพื่อใช้เป็นพระราชวังฤดูร้อน ชมความโอ่อ่าของท้องพระโรงและพลับพลาที่ประทับ ซึ่งได้รับการตกแต่งอย่างวิจิตรบรรจง ซึ่งสวยงามไม่แพ้พระราชวังแวร์ซายส์ของฝรั่งเศส จากนั้นนำชมบริเวณรอบนอกโบสถ์สเตเฟ่นส์ (St. Stephen’s Cathedral) สัญลักษณ์ของกรุงเวียนนา ซึ่งพระเจ้าคาร์ลที่ 6 โปรดให้สร้างขึ้นในปีค.ศ.1713 เพื่อเป็นการแก้บนต่อความทุกข์ยากของประชาชน จากนั้นเชิญช้อปปิ้งสินค้าเครื่องแก้วสวาร็อฟสกี้ หรือสินค้านานาชนิด อาทิเช่น Louis Vitton,Gucci, ร้านนาฬิกา Bucherer ,สินค้าเสื้อแฟชั่นวัยรุ่นทันสมัย เช่น Zara ,H&M ฯ9ฯ และสินค้าของฝาก เช่น ช๊อคโกแลตโมสาร์ท ในย่านถนนคาร์นท์เนอร์ (Karntnerstrabe) ใจกลางกรุงเวียนนา
กลางวันรับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร อาหารจีนนำท่านเดินทางโดยรถโค้ชผ่านย่านเกษตรกรรมข้ามพรมแดนสู่ กรุงบูดาเปสต์ (Budapest) เมืองหลวงของ ประเทศฮังการี (Hungary) ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นเมืองที่ทันสมัยและสวยงามด้วยศิลปวัฒนธรรมของชนหลายเชื้อชาติที่มี อารยธรรม รุ่งเรืองมานานกว่าพันปี ถึงกับได้รับการขนานนามว่าเป็น “ไข่มุกแห่งแม่น้ำดานูบ” ชมเมืองที่ได้ชื่อว่างดงามติดอันดับโลกด้วยทัศนียภาพบนสองฝั่งแม่น้ำดานูบ นำท่านล่องเรือแม่น้ำดานูบอันเลื่องชื่อ ชมความงามของทิวทัศน์และอารยะธรรมฮังการีในช่วง 600-800 ปีมาแล้วที่ตั้งเรียงรายกันอยู่ 2 ฟากฝั่ง ชมความตระการตาของอาคารต่างๆ อาทิ อาคารรัฐสภา ซึ่งงดงามเป็นที่ร่ำลือ ด้วยสถาปัตยกรรมแบบโกธิค บนตัวอาคารประกอบด้วยยอดสูงถึง 365 ยอด นอกจากนี้ท่านจะได้ชม สะพานเชน สะพานถาวรแห่งแรกที่สร้างข้ามแม่น้ำดานูบ โดยนาย WILLIAM TIERNEY CLARK วิศวกรชาวอังกฤษ เหล็กทุกชิ้นที่ใช้ในการสร้างได้ถูกนำมาจากประเทศอังกฤษเช่นกัน (การล่องเรือขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ โดยเฉพาะในช่วงฤดุหนาว น้ำในแม่น้ำอาจกลายเป็นน้ำแข็ง จนไม่สามารถล่องเรือได้ ทางบริษัทขอคืนเงินจำนวน 10 ยูโรต่อท่าน)

ค่ำรับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร อาหารพื้นเมือง (ซุปกูลาซหมู) ที่พักเดินทางเข้าสู่ที่พัก MERCURE BUDA หรือเทียบเท่า

วันที่ 3บูดาเปสต์ – Outlet – บราติสลาวา – เบอร์โน
เช้ารับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมนำท่านชมบริเวณ CASTLE HILL ซึ่งเต็มไปด้วยสถาปัตยกรรมโบราณอันทรงคุณค่า ถ่ายรูปด้านนอกของอาคารพระราชวังโบราณ แล้วชมบริเวณรอบนอกโบสถ์แมทเธียส (Matthias Church) ซึ่งเคยใช้เป็นสถานที่จัดพิธีสวมมงกุฎให้กษัตริย์มาแล้วหลายพระองค์ ชื่อโบสถ์มาจากชื่อกษัตริย์แมทเธียส ซึ่งเป็นกษัตริย์ที่ทรงพระปรีชาสามารถมาก และยังเป็นกษัตริย์ผู้ทรงสร้างสิ่งก่อสร้างที่งดงามในเมืองหลวงต่างๆ อีกมากมาย ซึ่งสร้างในสไตล์นีโอ-โกธิก หลังคาสลับสีสวยงามอันเป็นจุดเด่นที่สุดในศตวรรษที่ 15 ถัดจากโบสถ์เป็นอนุสาวรีย์ของพระเจ้าสตีเฟ่นที่ 1 พระบรมรูปทรงม้า ผลงานประติมากรรมที่งดงามของศตวรรษที่ 11 อยู่หน้า ป้อมชาวประมง (Fisherman’s Bastion) จุดชมวิวเหนือเมืองบูดาที่ท่านสามารถชมความงามของแม่น้ำดานูบได้อย่างดีป้อมแห่งนี้สร้างขึ้นตั้งแต่ ค.ศ.1905 โดยกลุ่มชาวประมงฮังกาเรียน จากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมืองปาร์นดอร์ฟ เพื่อนำท่านสู่ McArthurGlen Designer Outlet in Parndorf

อิสระอาหารกลางวันตามอัธยาศัยบ่ายให้เวลาท่านได้อิสระช้อปปิ้งสินค้าแบรนด์เนมมากมาย อาทิ เช่น GUCCI, BALLY, HUGO BOSS, BENETTON, BURBERRY, CALVIN KLEIN, CROCS, GEOX, GUESS, LACOSTE, NIKE, OAKLEY, DIESEL และอื่นๆอีกมากมาย *** เนื่องจาก OUTLET จะปิดทำการในวันอาทิตย์ ถ้าหากคณะใดตรงกับวันอาทิตย์ในวันนั้น ทางบริษัทขอสลับโปรแกรมไปในวันอื่นไปแทน*** จากนั้นนำเดินทางสู่กรุงบราติสลาว่า (Bratislava) เมืองหลวงและเมืองที่ใหญ่ที่สุดของประเทศสโลวัค(Slovak) ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำดานูบที่บริเวณพรมแดนของ สโลวัค ออสเตรีย และฮังการี และใกล้กับพรมแดนสาธารณรัฐเช็ก นำท่านชมบรรยากาศของกรุงบราติสลาวา ซึ่งเป็นที่ตั้งของรัฐสภาแห่งสโลวัก นำท่านถ่ายรูปคู่กับปราสาทบราติสลาวา(Bratislava Castle) ซึ่งเป็นอาคารทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าตั้งอยู่บนเนินเขา ริมฝั่งแม่น้ำดานูบ ท่านสามารถชมทัศนียภาพอันงดงามของเมืองได้จากมุมของปราสาทแห่งนี้ จากนั้นเดินทางสู่เมืองเบอร์โน (Brno) เมืองใหญ่อันดับสองประเทศสาธารณรัฐเช็ก

ค่ำรับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร อาหารพื้นเมืองที่พักเดินทางเข้าสู่ที่พัก BEST WESTERN หรือเทียบเท่า

วันที่ 4เบอร์โน – ปราก – ปราสาทปราก
เช้ารับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมนำคณะเดินทางสู่กรุงปราก (Prague) เมืองหลวงของประเทศสาธารณรัฐเช็ก อดีตเมืองหลวงของสาธารณรัฐเชคโกสโลวาเกีย ซึงได้สมญานามมากมาย เช่น นครแห่งปราสาท และโรมแห่งอุดรทิศ

กลางวันรับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร อาหารจีนบ่ายนำเข้าชมปราสาทแห่งปราก (Prague Castle) ที่สร้างขึ้นอยู่บนเนินเขาตั้งแต่สมัยคริสต์ศตวรรษที่ 9 ในสมัยเจ้าชาย Borivoj แห่งราชวงศ์ Premyslids ซึ่งปัจจุบันเป็นทำเนียบประธานาธิบดีมาตั้งแต่ปี ค.ศ.1918 ชมมหาวิหาร เซนต์วิตุส (St.Vitus Cathedral) อันงามสง่าด้วยสถาปัตยกรรมแบบโกธิคในสมัยศตวรรษที่ 14 นับว่าเป็นมหาวิหารสไตล์โกธิคที่ใหญ่ที่สุดในกรุงปราก ซึ่งพระเจ้าชาร์ลที่ 4 โปรดให้สร้างขึ้นในปี ค.ศ.1344 ภายในเป็นที่เก็บพระศพของกษัตริย์สำคัญในอดีต เช่น พระเจ้าชาร์ลที่ 4, พระเจ้าเฟอร์ดินานด์ที่ 1 และ พระเจ้าแมกซิมิเลี่ยนที่ 2 เป็นต้น (กรณีมีพิธีภายในมหาวิหาร อาจไม่ได้รับอณุญาตให้เข้าชม) แล้วชมพระราชวังหลวง (Royal Palace) ที่เป็นหนึ่งในส่วนที่เก่าแก่ที่สุดของปราสาท ใช้เป็นที่ประทับของเจ้าชายโบฮีเมียนทั้งหลาย แล้วเดินชมย่านช่างทองโบราณ (Golden Lane) ซึ่งปัจจุบันมีร้านขายของที่ระลึก วางจำหน่ายอยู่มากมาย จากนั้นนำท่านเดินเล่นบนสะพานชาร์ล (Charles Bridge) สะพานเก่าแก่ข้ามแม่น้ำวัลตาวา สไตล์โกธิคที่สร้างขึ้นตั้งแต่กลางคริสต์ศตวรรษที่ 14 สมัยพระเจ้าชาร์ลที่ 4 ชมรูปปั้นโลหะของเหล่านักบุญที่ตั้งอยู่สองข้างราวสะพานกว่า 30 องค์ จากนั้นนำท่านเดินสู่ประตูเมืองเก่า “Powder Gate” ขอบเขตเมืองในสมัยโบราณ, ศาลาว่าการเมืองหลังเก่า (Old Town Hall) ที่สร้างมาตั้งแต่ปี ค.ศ.1338 มีจุดเด่นคือ นาฬิกาดาราศาสตร์ (Astronomical Clock) ที่สวยงามและยังตีบอกเวลาทุกๆชั่วโมง ให้เวลาท่านอิสระเดินเล่น และช้อปปิ้งสินค้าแบรนด์เนมย่านเมืองเก่า

ค่ำรับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร อาหารไทยที่พักเดินทางเข้าสู่ที่พัก NH PRAGUE หรือเทียบเท่า

วันที่ 5ปราก – คาร์โลวี วารี – เชสกี้ครุมลอฟ
เช้ารับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมนำเดินทางโดยรถโค้ชสู่ เมืองคาร์โลวี วารี (Karlovy vary) ที่ได้ชื่อว่าเป็นเมืองแห่งสปาที่ใหญ่ที่สุดของสาธารณรัฐเช็ค เป็นเมืองที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลกว่าเป็นศูนย์กลางบำบัดโรคภัยต่างๆ นำเดินชมเมืองคาร์โลวี วารี ซึ่งปัจจุบันเป็นที่นิยมของผู้คนทั่วโลกที่จะมาใช้บริการรักษาสุขภาพตามความเชื่อที่มีมาแต่สมัยโบราณ เชิญทดลองดื่มน้ำแร่ซึ่งต้องดื่มกับแก้วพิเศษโดยเฉพาะ เป็นแก้วพอร์ซเลนที่มีปากยื่นออกมาเหมือนกาน้ำ

กลางวันรับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร อาหารพื้นเมือง (เป็ดสไตล์โบฮีเมียน) บ่ายนำท่านเดินทางสู่เมืองมรดกโลกเชสกี้ ครุมลอฟ (Cesky Krumlov) นำชมเมืองที่ได้ชื่อว่าเป็นเพชรน้ำงามแห่งโบฮีเมีย เมืองที่ได้รับการยกย่องจากองค์การยูเนสโก้ให้เป็นเมืองมรดกโลกใน ค.ศ.1992 (World Heritage) เมืองนี้ตั้งอยู่ริมสองฝั่งของแม่น้ำวัลตาวา ความโดดเด่นของเมืองที่มีอาคารเก่าแก่ตั้งแต่ยุคกลางกว่า 300 ปี หลังได้รับการอนุรักษ์และขึ้นทะเบียนไว้ให้เป็นสถานที่สำคัญแห่งหนึ่งของโลก นำชมปราสาทครุมลอฟ (Krumlov) จากบริเวณรอบนอก ซึ่งสร้างขึ้นเมื่อปีค.ศ.1250 ถือเป็นปราสาทที่ใหญ่เป็นอันดับสองของประเทศรองลงมาจากปราสาทปร๊าก มีอายุเก่าแก่กว่า 700 ปี ซึ่งตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำวอลตาวา (Valtawa River) ตรงบริเวณคุ้งน้ำ ฝั่งตรงข้ามเป็นย่านเมืองเก่าคลาสสิค Senete Square และโบสถ์เก่ากลางเมือง

ค่ำรับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร อาหารจีนที่พักเข้าสู่ที่พัก โรงแรม HOTEL MLYN หรือเทียบเท่า

วันที่ 6เชสกี้ครุมลอฟ – มิวนิค – ฟุสเซ่น
เช้ารับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมนำท่านเดินทางสู่เมืองมิวนิค (Munich) อยู่ทางใต้ของประเทศเยอรมนี และเป็นเมืองหลวงของรัฐบาวาเรีย ยังเป็นเมืองที่ใหญ่เป็นอันดับสามของประเทศ (รองจากเบอร์ลินและฮัมบูร์ก) และเป็นหนึ่งในเมืองมั่งคั่งที่สุดของยุโรป ซึ่งมีพรมแดนติดเทือกเขาแอลป์ โดยรัฐบาวาเรียเคยเป็นรัฐอิสระปกครองด้วยกษัตริย์มาก่อน ก่อนที่จะผนวกเข้าเป็นส่วนหนึ่งของประเทศเยอรมนี จึงมีเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมเป็นของตัวเอง ทั้งด้านศิลปวัฒนธรรม และอาหารอันเลื่องชื่อ ซึ่งได้แก่ ไส้กรอกเยอรมัน ขาหมูทอด เพรทเซล และเบียร์

อิสระอาหารกลางวันตามอัธยาศัยบ่ายนำชมจัตุรัสมาเรียน พลาสท์ (Marienplatz) ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นของประวัติศาสตร์และธุรกิจของนครมิวนิค บริเวณนี้เป็นที่ตั้งของศาลาว่าการเมืองที่มีรูปแบบสถาปัตยกรรมแบบโกธิคที่งดงามซึ่งสร้างขึ้นในช่วงปลายคริสต์ศตวรรษที่ 19 ใช้เวลาสร้างถึง 42 ปี มีหอระฆังสูง 85 เมตร ซึ่งจะมีนักท่องเที่ยวรอคอยเฝ้าชมตุ๊กตาไขลานที่จะออกมาเต้นรำ เมื่อนาฬิกาตีบอกเวลา 11.00 น. และ 17.00 น. ในช่วงฤดูร้อน อิสระให้ท่านเลือกซื้อสินค้าแบรนด์เนมและของที่ระลึกตามอัธยาศัย จากนั้นเดินทางสู่เมืองฟุสเซ่น (Fussen) เป็นเมืองเก่ามาตั้งแต่ครั้งจักรวรรดิโรมัน เป็นที่ตั้งปราสาทของกษัตริย์บาวาเรีย ล้อมรอบไปด้วยทะเลสาบน้อยใหญ่ที่มีความงดงามทางด้านทัศนียภาพ เป็นเมืองสุดท้ายบนถนนสายโรแมนติกที่เคยมีความรุ่งเรืองในอดีตตั้งแต่ยุคโรมัน และได้ใช้เมืองนี้เป็นจุดแวะพักขนถ่ายสินค้า และซื้อขายเกลือมาแต่โบราณ

ค่ำรับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร อาหารจีนที่พักเดินทางเข้าสู่ที่พัก LUITPOLDPARK หรือเทียบเท่า

วันที่ 7ฟุสเซ่น – ปราสาทนอยชวานสไตน์ – อินส์บรูก
เช้ารับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมนำท่านสู่เมืองโฮเฮนชวานเกา (Hohenschwangau) เมืองเล็กๆที่สวยงามบริเวณเขตชายแดนของประเทศเยอรมนีและออสเตรีย เพื่อนำท่านเดินทางขึ้นปราสาทชมความสวยงามของปราสาทนอยชวานสไตน์ (Neuschwanstein Castle) นำชมต้นแบบของปราสาทเจ้าหญิงนิทราในดิสนีย์แลนด์ ซึ่งปราสาทนอยชวานสไตน์ ตั้งตระหง่านอยู่บนยอดเขาดุจปราสาทในเทพนิยาย ซึ่งเป็นปราสาทของพระเจ้าลุดวิคที่ 2 หรือ เจ้าชาย หงส์ขาว ชมความวิจิตรพิสดารของห้องต่างๆ ที่ได้รับการตกแต่งอย่างงดงามด้วยการออกแบบของริชาร์ด ว้ากเนอร์ ซึ่งเป็นนักประพันธ์เพลงที่ทรงโปรดปรานยิ่ง

กลางวันรับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร อาหารพื้นเมือง (ขาหมูเยอรมัน)บ่ายออกเดินทางต่อสู่เมืองอินส์บรูค (Innsbruck) เป็นเมืองหลวงของแคว้นทีโรล เป็นเมืองเอกด้านการท่องเที่ยวของประเทศออสเตรีย ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำอิน ซึ่งคำว่าอินส์บรูคนั้น แปลว่า สะพานแห่งแม่น้ำอิน มีลักษณะแคบๆแทรกตัวอยู่ระหว่างเทือกเขาแอลป์ ชมหลังคาทองคำ(Golden Roof) เป็นสัญลักษณ์สำคัญของเมืองอินส์บรูค ซึ่งตั้งอยู่ในเขตเมืองเก่า สร้างขึ้นโดยจักรพรรดิ Friedrich ที่ 4 ในช่วงต้นศตวรรษที่ 15 สำหรับเป็นที่ประทับของผู้ปกครองแคว้นทิโรล ต่อมาจักรพรรดิ Maximilian

ค่ำรับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร อาหารจีนที่พักเข้าสู่ที่พัก โรงแรม RAMADA INNSBRUCK TIVOLI หรือเทียบเท่า

วันที่ 8อินส์บรูค – ฮัลสตัท – เวียนนา
เช้ารับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมออกเดินทางสู่ฮัลสตัท (Hallstatt) หมู่บ้านมรดกโลกแสนสวย อายุกว่า 4,500 ปี เมืองที่ตั้งอยู่ริมทะเลสาบ โอบล้อมด้วยขุนเขาและป่าสีเขียวขจีสวย งามราวกับภาพวาด กล่าวกันว่าเป็นเมืองที่โรแมนติกที่สุดใน Salzkammergut เขตที่อยู่บนอัพเพอร์ออสเตรีย และมีทะเลสาบสวยถึง 76 แห่ง ออสเตรียให้ฉายาเมืองนี้ว่าเป็นไข่มุกแห่งออสเตรีย และเป็นพื้นที่มรดกโลกของ UNESCO Cultural-Historical Heritage เพียงเดินเที่ยวชมเมืองเสมือนหนึ่งท่านอยู่ในภวังค์แห่งความฝัน

กลางวันรับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร อาหารพื้นเมือง บ่ายได้เวลาอันสมควรนำท่านเดินทางต่อสู่ สู่กรุงเวียนนา (Vienna) เมืองหลวงของประเทศออสเตรีย ผ่านชมเส้นทางธรรมชาติของทิวเขาสูง และพื้นที่อันเขียวชอุ่มของป่าไม้แห่งออสเตรีย ชมถนนสายวงแหวน (Ringstrasse) ที่แวดล้อมไปด้วยอาคารอันงดงามสถาปัตยกรรมเก่าแก่ ผ่านชมโรงละครโอเปร่า ที่สร้างขึ้นในระหว่างปีค.ศ.1863-1869 แต่ตัวอาคารได้ถูกทำลายไปในระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 และเปิดใหม่อีกครั้งในปีค.ศ.1955, ผ่านพระราชวังฮอฟเบิร์ก (Hofburg Palace) ซึ่งเป็นกลุ่มอาคารที่เคยเป็นที่ประทับของราชสำนักฮัปสบูร์ก มาตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 13 จนถึงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 20

อิสระอาหารค่ำตามอัธยาศัยที่พักเดินทางเข้าสู่ที่พัก NH VIENNA AIRPORT หรือเทียบเท่า

วันที่ 9เวียนนา – กรุงเทพฯ
เช้ารับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมนำเดินทางสู่สนามบินชเวทชาท กรุงเวียนนา เพื่อให้ท่านมีเวลาในการทำคืนภาษี (Tax Refund) และมีเวลาในการเลือกซื้อสินค้าในร้านค้าปลอดภาษีภายในสนามบิน

13.30 น.ออกเดินทางกลับสู่กรุงเทพ เที่ยวบินที่ TG 937

วันที่ 10กรุงเทพฯ
05.20 น.ถึง สนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพมหานคร ด้วยความสวัสดิภาพ

รหัส VIE-TG010 ออสเตรีย ฮังการี สโลวัก เชก เยอรมนี 10 วัน 7 คืน การบินไทย (TG)
วันเดินทาง
ราคาทัวร์
6-15 กุมภาพันธ์ 2019 65,888 บาท/ท่าน
2-11, 21-30 มีนาคม 2019 65,888 บาท/ท่าน

ทัวร์ยุโรปกุมภาพันธ์ – มีนาคม 2562/2019 ทัวร์ออสเตรีย ฮังการี สโลวัก เชก เยอรมนี 10 วัน

ทัวร์ยุโรปกุมภาพันธ์ - มีนาคม 2562/2019 ทัวร์ออสเตรีย ฮังการี สโลวัก เชก เยอรมนี 10 วัน 7 คืน LAKE, CASTLE and BEAUTIFUL VILLAGE บินการบินไทย (TG) สบายกับการเดินทางด้วยสายการบินไทย บินตรงสู่กรุงเวียนนา ชมพระราชวังเชินบรุนน์ (Schoenbrunn Palace) ที่วิจิตรตระการตา ล่องเรือแม่น้ำดานูบอันเลื่องชื่อเพื่อชมความงามของทิวทัศน์และอารยะธรรมฮังการี สัมผัสมนต์เสน่ห์ของกรุงปราก (Prague) เยือนเมืองมรดกโลกที่เชสกี้ ครุมลอฟ (Cesky Krumlov) เพชรน้ำงามแห่งโบฮีเมีย เข้าชมความงามของปราสาทนอยชวานสไตน์ (Neuschwanstein Castle) เต็มอิ่มกับธรรมชาติ ที่สุดแสนงดงามของฮัลสตัท (Hallstatt) หมู่บ้านมรดกโลกอายุกว่า 4,500 ปี ทั้งล่องเรือทะเลสาบ และ ขึ้นกระเช้าไฟฟ้าสู่จุดชมวิว SKY WALK “UNESCO WORLD HERITAGE VIEW” เมนูพิเศษ เป็ดอบโบฮีเมียน ขาหมูเยอรมัน และ ซุปกุลาซ

วันที่ 1กรุงเทพฯ
22.30 น.คณะพร้อมกัน ณ สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ เคาน์เตอร์สายการบินไทย ประตู 4 แถว H พบเจ้าหน้าที่คอยอำนวยความสะดวก

วันที่ 2กรุงเทพฯ – เวียนนา – พระราชวังเชินบรุนน์ – บูดาเปสต์ – ล่องเรือแม่น้ำดานูบ
01.30 น.ออกเดินทางสู่กรุงเวียนนา โดยเที่ยวบินที่ TG 936
07.00 น.ถึงสนามบินเวทชาท กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย (เวลาท้องถิ่นช้ากว่าประเทศไทย 6 ชั๋วโมง และจะเปลี่ยนเป็น 5 ชั๋วโมงในวันที่ 31 มีนาคม 2562) ผ่านขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมือง จากนั้นพาท่านชมถนนสายวงแหวน (Ringstrasse) ที่แวดล้อมไปด้วยอาคารอันงดงามสถาปัตยกรรมเก่าแก่ ผ่านชมโรงละครโอเปร่า ที่สร้างขึ้นในระหว่างปีค.ศ.1863-1869 แต่ตัวอาคารได้ถูกทำลายไปในระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 และเปิดใหม่อีกครั้งในปีค.ศ.1955, ผ่านพระราชวังฮอฟเบิร์ก (Hofburg Palace) ซึ่งเป็นกลุ่มอาคารที่เคยเป็นที่ประทับของราชสำนักฮัปสบูร์ก มาตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 13 จนถึงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 20 จากนั้นนำชมบริเวณรอบนอกโบสถ์สเตเฟ่นส์ (St. Stephen’s Cathedral) สัญลักษณ์ของกรุงเวียนนา ซึ่งพระเจ้าคาร์ลที่ 6 โปรดให้สร้างขึ้นในปีค.ศ.1713 เพื่อเป็นการแก้บนต่อความทุกข์ยากของประชาชน จากนั้นนำเข้าชมความงดงามของพระราชวังเชินบรุนน์ (Schoenbrunn Palace) แห่งราชวงศ์ฮัปสเบิร์ก ซึ่งมีประวัติการสร้างมาตั้งแต่กลางคริสต์ศตวรรษที่ 16 และต่อมาพระนางมาเรีย เทเรซ่า ให้สร้างขึ้นใหม่อย่างสง่างามด้วยจำนวนห้องถึง 1,441 ห้องในระหว่างปีค.ศ.1744-1749 เพื่อใช้เป็นพระราชวังฤดูร้อน ชมความโอ่อ่าของท้องพระโรงและพลับพลาที่ประทับ ซึ่งได้รับการตกแต่งอย่างวิจิตรบรรจง ซึ่งสวยงามไม่แพ้พระราชวังแวร์ซายส์ของฝรั่งเศส

กลางวันรับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร อาหารจีนนำท่านเดินทางโดยรถโค้ชผ่านย่านเกษตรกรรมข้ามพรมแดนสู่ กรุงบูดาเปสต์ (Budapest) เมืองหลวงของ ประเทศฮังการี (Hungary) ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นเมืองที่ทันสมัยและสวยงามด้วยศิลปวัฒนธรรมของชนหลายเชื้อชาติที่มีอารยธรรม รุ่งเรืองมานานกว่าพันปี ถึงกับได้รับการขนานนามว่าเป็น ไข่มุกแห่งแม่น้ำดานูบ ชมเมืองที่ได้ชื่อว่างดงามติดอันดับโลกด้วยทัศนียภาพบนสองฝั่งแม่น้ำดานูบ นำท่านล่องเรือแม่น้ำดานูบอันเลื่องชื่อ ชมความงามของทิวทัศน์และอารยะธรรมฮังการีในช่วง 600-800 ปีมาแล้วที่ตั้งเรียงรายกันอยู่ 2 ฟากฝั่ง ชมความตระการตาของอาคารต่างๆ อาทิ อาคารรัฐสภา ซึ่งงดงามเป็นที่ร่ำลือ ด้วยสถาปัตยกรรมแบบโกธิค บนตัวอาคารประกอบด้วยยอดสูงถึง 365 ยอด นอกจากนี้ท่านจะได้ชม สะพานเชน สะพานถาวรแห่งแรกที่สร้างข้ามแม่น้ำดานูบ โดยนาย WILLIAM TIERNEY CLARK วิศวกรชาวอังกฤษ เหล็กทุกชิ้นที่ใช้ในการสร้างได้ถูกนำมาจากประเทศอังกฤษเช่นกัน

ค่ำรับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง (ซุปกูลาซหมู) ที่พักเดินทางเข้าสู่ที่พัก MERCURE BUDA หรือเทียบเท่า

วันที่ 3บูดาเปสต์ – Outlet – บราติสลาวา
เช้ารับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม นำท่านชมบริเวณ CASTLE HILL ซึ่งเต็มไปด้วยสถาปัตยกรรมโบราณอันทรงคุณค่า ถ่ายรูปด้านนอกของอาคารพระราชวังโบราณ แล้วชมบริเวณรอบนอกโบสถ์แมทเธียส (Matthias Church) ซึ่งเคยใช้เป็นสถานที่จัดพิธีสวมมงกุฎให้กษัตริย์มาแล้วหลายพระองค์ ชื่อโบสถ์มาจากชื่อกษัตริย์แมทเธียส ซึ่งเป็นกษัตริย์ที่ทรงพระปรีชาสามารถมาก และยังเป็นกษัตริย์ผู้ทรงสร้างสิ่งก่อสร้างที่งดงามในเมืองหลวงต่างๆ อีกมากมาย ซึ่งสร้างในสไตล์นีโอ-โกธิก หลังคาสลับสีสวยงามอันเป็นจุดเด่นที่สุดในศตวรรษที่ 15 ถัดจากโบสถ์เป็นอนุสาวรีย์ของพระเจ้าสตีเฟ่นที่ 1 พระบรมรูปทรงม้า ผลงานประติมากรรมที่งดงามของศตวรรษที่ 11 อยู่หน้า ป้อมชาวประมง (Fisherman’s Bastion) จุดชมวิวเหนือเมืองบูดาที่ท่านสามารถชมความงามของแม่น้ำดานูบได้อย่างดีป้อมแห่งนี้สร้างขึ้นตั้งแต่ ค.ศ.1905 โดยกลุ่มชาวประมงฮังกาเรียน

อิสระอาหารกลางวันตามอัธยาศัยบ่าย จากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมืองปาร์นดอร์ฟ เพื่อนำท่านสู่ McArthurGlen Designer Outlet in Parndorf ให้เวลาท่านได้อิสระช้อปปิ้งสินค้าแบรนด์เนมมากมาย อาทิ เช่น GUCCI, BALLY, HUGO BOSS, BENETTON, BURBERRY, CALVIN KLEIN, CROCS, GEOX, GUESS, LACOSTE, NIKE, OAKLEY, DIESEL และอื่นๆอีกมากมาย *** เนื่องจาก OUTLET จะปิดทำการในวันอาทิตย์ ถ้าหากคณะใดตรงกับวันอาทิตย์ในวันนั้น ทางบริษัทขอสลับโปรแกรมไปในวันถัดไปแทน***

ค่ำรับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร อาหารจีน ที่พักเดินทางเข้าสู่ที่พัก HOLIDAY INN หรือเทียบเท่า

วันที่ 4บราติสลาวา – ปราก – ปราสาทปราก
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมนำคณะเดินทางสู่กรุงปราก (Prague) เมืองหลวงของประเทศสาธารณรัฐเช็ก อดีตเมืองหลวงของสาธารณรัฐเชคโกสโลวาเกีย ซึงได้สมญานามมากมาย เช่น นครแห่งปราสาท และโรมแห่งอุดรทิศ

กลางวันรับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร อาหารจีน บ่าย นำเข้าชมปราสาทแห่งปราก (Prague Castle) ที่สร้างขึ้นอยู่บนเนินเขาตั้งแต่สมัยคริสต์ศตวรรษที่ 9 ในสมัยเจ้าชาย Borivoj แห่งราชวงศ์ Premyslids ซึ่งปัจจุบันเป็นทำเนียบประธานาธิบดีมาตั้งแต่ปี ค.ศ.1918 ชมมหาวิหารเซนต์วิตุส (St.Vitus Cathedral) อันงามสง่าด้วยสถาปัตยกรรมแบบโกธิคในสมัยศตวรรษที่ 14 นับว่าเป็นมหาวิหารสไตล์โกธิคที่ใหญ่ที่สุดในกรุงปราก ซึ่งพระเจ้าชาร์ลที่ 4 โปรดให้สร้างขึ้นในปี ค.ศ.1344 ภายในเป็นที่เก็บพระศพของกษัตริย์สำคัญในอดีต เช่น พระเจ้าชาร์ลที่ 4, พระเจ้าเฟอร์ดินานด์ที่ 1 และ พระเจ้าแมกซิมิเลี่ยนที่ 2 เป็นต้น (กรณีมีพิธีภายในมหาวิหาร อาจไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าชม) แล้วชมพระราชวังหลวง (Royal Palace) ที่เป็นหนึ่งในส่วนที่เก่าแก่ที่สุดของปราสาท ใช้เป็นที่ประทับของเจ้าชายโบฮีเมียนทั้งหลาย แล้วเดินชมย่านช่างทองโบราณ (Golden Lane) ซึ่งปัจจุบันมีร้านขายของที่ระลึก วางจำหน่ายอยู่มากมาย จากนั้นนำท่านเดินเล่นบนสะพานชาร์ล (Charles Bridge) สะพานเก่าแก่ข้ามแม่น้ำวัลตาวา สไตล์โกธิคที่สร้างขึ้นตั้งแต่กลางคริสต์ศตวรรษที่ 14 สมัยพระเจ้าชาร์ลที่ 4 ชมรูปปั้นโลหะของเหล่านักบุญที่ตั้งอยู่สองข้างราวสะพานกว่า 30 องค์ จากนั้นนำท่านเดินสู่ประตูเมืองเก่า Powder Gate ขอบเขตเมืองในสมัยโบราณ, ศาลาว่าการเมืองหลังเก่า (Old Town Hall) ที่สร้างมาตั้งแต่ปี ค.ศ.1338 มีจุดเด่นคือ นาฬิกาดาราศาสตร์ (Astronomical Clock) ที่สวยงามและยังตีบอกเวลาทุกๆชั่วโมง ให้เวลาท่านอิสระเดินเล่น และช้อปปิ้งสินค้าแบรนด์เนมย่านเมืองเก่า

ค่ำ รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร อาหารไทย

ที่พัก เดินทางเข้าสู่ที่พัก INTERNATIONAL หรือเทียบเท่า

วันที่ 5 ปราก – คาร์โลวี วารี – เชสกี้ครุมลอฟ
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม นำเดินทางโดยรถโค้ชสู่ เมืองคาร์โลวี วารี (Karlovy vary) ที่ได้ชื่อว่าเป็นเมืองแห่งสปาที่ใหญ่ที่สุดของสาธารณรัฐเช็ค เป็นเมืองที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลกว่าเป็นศูนย์กลางบำบัดโรคภัยต่างๆ นำเดินชมเมืองคาร์โลวี วารี ซึ่งปัจจุบันเป็นที่นิยมของผู้คนทั่วโลกที่จะมาใช้บริการรักษาสุขภาพตามความเชื่อที่มีมาแต่สมัยโบราณ เชิญทดลองดื่มน้ำแร่ซึ่งต้องดื่มกับแก้วพิเศษโดยเฉพาะ เป็นแก้วพอร์ซเลนที่มีปากยื่นออกมาเหมือนกาน้ำ

กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร อาหารพื้นเมือง (เป็ดสไตล์โบฮีเมียน)
บ่ายนำท่านเดินทางสู่เมืองมรดกโลกเชสกี้ ครุมลอฟ (Cesky Krumlov) นำชมเมืองที่ได้ชื่อว่าเป็นเพชรน้ำงามแห่งโบฮีเมีย เมืองที่ได้รับการยกย่องจากองค์การยูเนสโก้ให้เป็นเมืองมรดกโลกใน ค.ศ.1992 (World Heritage) เมืองนี้ตั้งอยู่ริมสองฝั่งของแม่น้ำวัลตาวา ความโดดเด่นของเมืองที่มีอาคารเก่าแก่ตั้งแต่ยุคกลางกว่า 300 ปี หลังได้รับการอนุรักษ์และขึ้นทะเบียนไว้ให้เป็นสถานที่สำคัญแห่งหนึ่งของโลก นำชมปราสาทครุมลอฟ (Krumlov) จากบริเวณรอบนอก ซึ่งสร้างขึ้นเมื่อปีค.ศ.1250 ถือเป็นปราสาทที่ใหญ่เป็นอันดับสองของประเทศรองลงมาจากปราสาทปร๊าก มีอายุเก่าแก่กว่า 700 ปี ซึ่งตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำวอลตาวา (Valtawa River) ตรงบริเวณคุ้งน้ำ ฝั่งตรงข้ามเป็นย่านเมืองเก่าคลาสสิค Senete Square และโบสถ์เก่ากลางเมือง

ค่ำรับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร อาหารจีน ที่พัก เข้าสู่ที่พัก โรงแรม MYLN หรือเทียบเท่า *** ในกรณีที่ห้องพักในเมืองเชสกี้ ครุมลอฟเต็ม ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ ย้ายไปพักที่เมืองข้างเคียงแทน***

วันที่ 6เชสเก้ บูเดโจวิซ – ฮัลสตัท – ล่องเรือทะเลสาปที่เมืองฮัลสตัท – ขึ้นกระเช้าไฟฟ้าสู่จุดชมวิว SKY WALK – ซาลส์บวร์ก
เช้ารับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม ออกเดินทางสู่ฮัลสตัท (Hallstatt) หมู่บ้านมรดกโลกแสนสวย อายุกว่า4,500 ปี เมืองที่ตั้งอยู่ริมทะเลสาบ โอบล้อมด้วยขุนเขาและป่าสีเขียวขจี สวยงามราวกับภาพวาด กล่าวกันว่าเป็นเมืองที่โรแมนติกที่สุดใน Salzkammergut เขตที่อยู่บนอัพเพอร์ออสเตรีย และมีทะเลสาบสวยถึง 76 แห่ง ออสเตรียให้ฉายาเมืองนี้ว่าเป็นไข่มุกแห่งออสเตรีย และเป็นพื้นที่มรดกโลกของ UNESCO Cultural-Historical Heritage เพียงเดินเที่ยวชมเมืองเสมือนหนึ่งท่านอยู่ในภวังค์แห่งความฝัน นำท่านล่องเรือทะเลสาปที่เมืองฮัลสตัทและชมความสวยงามของเมืองฮัลสตัทที่ได้รับการขนานนามว่าเป็น UNESCO WORLD HERITAGE VIEW ***การล่องเรือ หากไม่สามารถล่องเรือได้ในวันนั้นๆ ทางบริษัทขอคืนเงินให้ ท่านละ 5 ยูโร***

กลางวันรับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร อาหารพื้นเมือง บ่ายนำท่านขึ้นกระเช้าไฟฟ้าสู่จุดชมวิว SKY WALK ที่ตั้งอยู่บนภูเขาที่มีอายุมากกว่า 7,000 ปี มีความสูงกว่าระดับน้ำทะเล ประมาณ 838 เมตร โดยใช้เวลาในการเดินทางขึ้นสู่ขอดเขาเพียง 3 นาที ให้ท่านได้ถ่ายภาพความสวยงามของเมืองฮัลสตัทที่ได้รับการขนานนามว่าเป็น unesco world heritage view ณ จุดชมวิว SKY WALK จากนั้นเดินทางสู่เมืองซาลส์บวร์ก (Salzburg) ประเทศออสเตรีย เมืองอันเป็นบ้านเกิดของนักดนตรีเอก วูล์ฟกัง อมาดิอุส โมสาร์ท ที่มีชื่อเสียงก้องโลก นำเที่ยวชมความงามของเมืองซาลส์บวร์กที่มีความหมายว่า ปราสาทเกลือ เขตเมืองเก่าศิลปะบารอคที่ตั้งอยู่บนฝั่งแม่น้ำซัลซาค เมืองซาลส์บวร์กเคยเป็นที่ประทับถาวรของอาร์คบิชอป และ เป็นศูนย์กลางทางศาสนาคริสต์นิกายคาทอลิกที่สำคัญยิ่งของบรรดาประเทศที่ใช้ภาษาเยอรมัน ชมสวนมิราเบล (Mirabell Garden) ซึ่งเป็นฉากหนึ่งในการถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง มนต์รักเพลงสวรรค์ (The Sound of Music) ที่โด่งดังไปทั่วโลก

ค่ำรับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร อาหารจีน ที่พัก เดินทางเข้าสู่ที่พัก HOLIDAY INN CITY หรือเทียบเท่า

วันที่ 7 ซาลส์บวร์ก – อินส์บรูก – ฟุสเซ่น
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม เดินทางสู่เมืองอินส์บรูค (Innsbruck) เป็นเมืองหลวงของแคว้นทีโรลเป็นเมืองเอกด้านการท่องเที่ยวของประเทศออสเตรียตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำอิน ซึ่งคำว่าอินส์บรูคนั้น แปลว่า สะพานแห่งแม่น้ำอิน มีลักษณะแคบๆแทรกตัวอยู่ระหว่างเทือกเขาแอลป์ ชมหลังคาทองคำ (Golden Roof) เป็นสัญลักษณ์สำคัญของเมืองอินส์บรูค ซึ่งตั้งอยู่ในเขตเมืองเก่า สร้างขึ้นโดยจักรพรรดิ Friedrich ที่ 4 ในช่วงต้นศตวรรษที่ 15 สำหรับเป็นที่ประทับของผู้ปกครองแคว้นทิโรล ต่อมาจักรพรรดิ Maximilian

อิสระอาหารกลางวันตามอัธยาศัย บ่ายจากนั้นเดินทางสู่เมืองฟุสเซ่น (Fussen) เป็นเมืองเก่ามาตั้งแต่ครั้งจักรวรรดิโรมัน เป็นที่ตั้งปราสาทของกษัตริย์บาวาเรีย ล้อมรอบไปด้วยทะเลสาบน้อยใหญ่ที่มีความงดงามทางด้านทัศนียภาพ เป็นเมืองสุดท้ายบนถนนสายโรแมนติกที่เคยมีความรุ่งเรืองในอดีตตั้งแต่ยุคโรมัน และได้ใช้เมืองนี้เป็นจุดแวะพักขนถ่ายสินค้า และซื้อขายเกลือมาแต่โบราณ

ค่ำรับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร อาหารจีน ที่พักเข้าสู่ที่พัก โรงแรม LUITPOLD PARK หรือเทียบเท่า

วันที่ 8ฟุสเซ่น – ปราสาทนอยชวานสไตน์ – มิวนิค
เช้ารับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม นำท่านสู่เมืองโฮเฮนชวานเกา (Hohenschwangau) เมืองเล็กๆที่สวยงามบริเวณเขตชายแดนของประเทศเยอรมนีและออสเตรียเพื่อนำท่านเดินทางขึ้นปราสาทชมความสวยงามของปราสาทนอยชวานสไตน์ (Neuschwanstein Castle) นำชมต้นแบบของปราสาทเจ้าหญิงนิทราในดิสนีย์แลนด์ ซึ่งปราสาทนอยชวานสไตน์ ตั้งตระหง่านอยู่บนยอดเขาดุจปราสาทในเทพนิยาย ซึ่งเป็นปราสาทของพระเจ้าลุดวิคที่ 2 หรือ เจ้าชาย หงส์ขาว ชมความวิจิตรพิสดารของห้องต่างๆ ที่ได้รับการตกแต่งอย่างงดงามด้วยการออกแบบของริชาร์ด ว้ากเนอร์ ซึ่งเป็นนักประพันธ์เพลงที่ทรงโปรดปรานยิ่ง

กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร อาหารพื้นเมือง (ขาหมูเยอรมัน) บ่ายเดินทางสู่เมืองมิวนิค (Munich) อยู่ทางใต้ของประเทศเยอรมนี และเป็นเมืองหลวงของรัฐบาวาเรีย ยังเป็นเมืองที่ใหญ่เป็นอันดับสามของประเทศ (รองจากเบอร์ลินและฮัมบูร์ก) และเป็นหนึ่งในเมืองมั่งคั่งที่สุดของยุโรป ซึ่งมีพรมแดนติดเทือกเขาแอลป์ โดยรัฐบาวาเรียเคยเป็นรัฐอิสระปกครองด้วยกษัตริย์มาก่อน ก่อนที่จะผนวกเข้าเป็นส่วนหนึ่งของประเทศเยอรมนี จึงมีเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมเป็นของตัวเอง ทั้งด้านศิลปวัฒนธรรม และอาหารอันเลื่องชื่อ ซึ่งได้แก่ ไส้กรอกเยอรมัน ขาหมูทอด เพรทเซล และเบียร์ นำชมจัตุรัสมาเรียน พลาสท์ (Marienplatz) ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นของประวัติศาสตร์และธุรกิจของนครมิวนิค บริเวณนี้เป็นที่ตั้งของศาลาว่าการเมืองที่มีรูปแบบสถาปัตยกรรมแบบโกธิคที่งดงามซึ่งสร้างขึ้นในช่วงปลายคริสต์ศตวรรษที่ 19 ใช้เวลาสร้างถึง 42 ปี มีหอระฆังสูง 85 เมตร ซึ่งจะมีนักท่องเที่ยวรอคอยเฝ้าชมตุ๊กตาไขลานที่จะออกมาเต้นรำ

อิสระอาหารค่ำตามอัธยาศัย ที่พักเดินทางเข้าสู่ที่พัก MERCURE NEUPERLACH SUD หรือเทียบเท่า

วันที่ 9มิวนิค – กรุงเทพฯ
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
10.00 น.นำเดินทางสู่สนามบินมิวนิค เพื่อให้ท่านมีเวลาในการทำคืนภาษี (Tax Refund)และมีเวลาในการเลือกซื้อสินค้าในร้านค้าปลอดภาษีภายในสนามบิน
13.35 น. ออกเดินทางกลับสู่กรุงเทพ เที่ยวบินที่ TG 925

วันที่ 10กรุงเทพฯ
06.10 น.ถึง สนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพมหานคร ด้วยความสวัสดิภาพ

รหัส VIE-TG007 10 วัน 7 คืน การบินไทย (TG)
วันเดินทาง
ราคาทัวร์
7-11 กุมภาพันธ์ 2019 69.800 บาท/ท่าน
7-16 มีนาคม 2019 69,800 บาท/ท่าน

ทัวร์ยุโรป กุมภาพันธ์ – มีนาคม 2019/2562 ทัวร์ยุโรป 2562 ทัวร์ออสเตรีย เยอรมนี สวิตเซอร์แลนด์ อิตาลี 10 วัน

ทัวร์ยุโรป กุมภาพันธ์ 2019/2562 ทัวร์ยุโรป 2562 ทัวร์ ออสเตรีย เยอรมนี สวิตเซอร์แลนด์ อิตาลี ทัวร์ยุโรป 10 วัน บินการบินไทย พระราชวังเชินบรุนน์ (Schoenbrunn Palace) ฮัลสตัท (Hallstatt) หมู่บ้านมรดกโลก ปราสาทนอยชวานสไตน์ (Neuschwanstein Castle) จัตุรัสซานมาร์โค (St.Mark’s Square) ที่เวนิส เอนปิซ่า (Leaning Tower of Pisa) ตื่นตากับมหาวิหารที่ใหญ่ที่สุดในโลกมหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ (St.Peter’s Basilica) พิชิตยอดเขาจุงเฟรา (Jungfrau) สถานีรถไฟที่สูงที่สุดในยุโรป เมนูพิเศษ, ขาหมูเยอรมัน และสปาร์เก็ตตี้หมึกดำ

วันที่ 1กรุงเทพฯ
22.30 น.คณะพร้อมกัน ณ สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ เคาน์เตอร์สายการบินไทย ประตู 4 แถว H พบเจ้าหน้าที่คอยอำนวยความสะดวก

วันที่ 2กรุงเทพฯ – เวียนนา – พระราชวังเชินบรุนน์ – ซาลส์บวร์ก
01.30 น.ออกเดินทางสู่กรุงเวียนนา โดยเที่ยวบินที่ TG 936
07.00 น.ถึงสนามบินเวทชาท กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย ((เวลาท้องถิ่นช้ากว่าประเทศไทย 6 ชั๋วโมง และจะเปลี่ยนเป็น 5 ชั๋วโมงในวันที่ 31 มีนาคม 2562) ผ่านขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมือง จากนั้นนำเข้าชมความงดงามของพระราชวังเชินบรุนน์ (Schoenbrunn Palace) แห่งราชวงศ์ฮัปสเบิร์ก ซึ่งมีประวัติการสร้างมาตั้งแต่กลางคริสต์ศตวรรษที่ 16 และต่อมาพระนางมาเรีย เทเรซ่า ให้สร้างขึ้นใหม่อย่างสง่างามด้วยจำนวนห้องถึง 1,441 ห้องในระหว่างปีค.ศ.1744-1749 เพื่อใช้เป็นพระราชวังฤดูร้อน ชมความโอ่อ่าของท้องพระโรงและพลับพลาที่ประทับ ซึ่งได้รับการตกแต่งอย่างวิจิตรบรรจง ซึ่งสวยงามไม่แพ้พระราชวังแวร์ซายส์ของฝรั่งเศส

กลางวันรับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร อาหารจีน
เดินทางสู่เมืองซาลส์บวร์ก (Salzburg) ประเทศออสเตรีย เมืองอันเป็นบ้านเกิดของนักดนตรีเอก “วูล์ฟกัง อมาดิอุส โมสาร์ท” ที่มีชื่อเสียงก้องโลก นำเที่ยวชมความงามของเมืองซาลส์บวร์กที่มีความหมายว่า “ปราสาทเกลือ” เขตเมืองเก่าศิลปะบารอคที่ตั้งอยู่บนฝั่งแม่น้ำซัลซาค เมืองซาลส์บวร์กเคยเป็นที่ประทับถาวรของอาร์คบิชอป และ เป็นศูนย์กลางทางศาสนาคริสต์นิกายคาทอลิกที่สำคัญยิ่งของบรรดาประเทศที่ใช้ภาษาเยอรมัน ชมสวนดอกไม้มิราเบล(Mirabell Garden) ซึ่งเป็นฉากหนึ่งในการถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง “มนต์รักเพลงสวรรค์” (The Sound of Music) ที่โด่งดังไปทั่วโลก

ค่ำรับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร อาหารจีนที่พักเดินทางเข้าสู่ที่พัก HOLIDAY INN SALZBURG CITY หรือเทียบเท่า

วันที่ 3ซาลส์บวร์ก – ฮัลสตัท – ฟุสเซ่น
เช้ารับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมออกเดินทางสู่ฮัลสตัท (Hallstatt) หมู่บ้านมรดกโลกแสนสวย ที่มีอายุกว่า 4,500 ปี เมืองที่ตั้งอยู่ริมทะเลสาบ โอบล้อมด้วยขุนเขาและป่าสีเขียวขจีสวย งามราวกับภาพวาด กล่าวกันว่าเป็นเมืองที่โรแมนติกที่สุดใน Salzkammergut เขตที่อยู่บนอัพเพอร์ออสเตรีย และมีทะเลสาบสวยถึง 76 แห่ง ออสเตรียให้ฉายาเมืองนี้ว่าเป็นไข่มุกแห่งออสเตรีย และเป็นพื้นที่มรดกโลกของ UNESCO Cultural-Historical Heritage เพียงเดินเที่ยวชมเมืองเสมือนหนึ่งท่านอยู่ในภวังค์แห่งความฝัน อิสระให้ท่านเดินชมหมู่บ้านมรดกโลกอย่างเต็มอิ่ม

กลางวันรับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร อาหารพื้นเมือง
บ่ายจากนั้นเดินทางสู่เมืองฟุสเซ่น (Fussen) เป็นเมืองเก่ามาตั้งแต่ครั้งจักรวรรดิโรมัน เป็นที่ตั้งปราสาทของกษัตริย์บาวาเรีย ล้อมรอบไปด้วยทะเลสาบน้อยใหญ่ที่มีความงดงามทางด้านทัศนียภาพ เป็นเมืองสุดท้ายบนถนนสายโรแมนติกที่เคยมีความรุ่งเรืองในอดีตตั้งแต่ยุคโรมัน และได้ใช้เมืองนี้เป็นจุดแวะพักขนถ่ายสินค้า และซื้อขายเกลือมาแต่โบราณ

ค่ำรับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร อาหารจีน
ที่พักเดินทางเข้าสู่ที่พัก EURO PARK หรือเทียบเท่า

วันที่ 4ฟุสเซ่น – ปราสาทนอยชวานสไตน์ – ลูเซิร์น
เช้ารับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม นำท่านเดินทางขึ้นปราสาทเพื่อเข้าชมความสวยงามของปราสาทนอย ชวานสไตน์ (Neuschwanstein Castle) นำชมต้นแบบของปราสาทเจ้าหญิงนิทราในดิสนีย์แลนด์ ซึ่งปราสาทนอยชวานสไตน์ ตั้งตระหง่านอยู่บนยอดเขาดุจปราสาทในเทพนิยาย ซึ่งเป็นปราสาทของพระเจ้าลุดวิคที่ 2 หรือ เจ้าชายหงส์ขาว ชมความวิจิตรพิสดารของห้องต่างๆ ที่ได้รับการตกแต่งอย่างงดงามด้วยการออกแบบของริชาร์ด ว้ากเนอร์ ซึ่งเป็นนักประพันธ์เพลงที่ทรงโปรดปรานยิ่ง

กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร อาหารพื้นเมือง (ขาหมูเยอรมัน)
บ่ายนำท่านข้ามพรหมแดน สวิตเซอร์แลนด์ – เยอรมนี สู่เมืองลูเซิร์น (Lucerne) เมืองท่องเที่ยวยอดนิยมอันดับหนึ่งของสวิตเซอร์แลนด์ ที่ถูกห้อมล้อมไปด้วยทะเลสาบและขุนเขา จากนั้นพาท่านชมสิงโตหินแกะสลัก (Dying Lion of Lucerne) ที่แกะสลักบนผาหินธรรมชาติ เพื่อเป็นอนุสรณ์รำลึกถึงการสละชีพอย่างกล้าหาญของทหารสวิสที่เกิดจากการปฏิวัติในฝรั่งเศสเมื่อปี ค.ศ.1792 ชมสะพานไม้ชาเปล (Chapel Bridge) ซึ่งมีความยาวถึง 204 เมตร ทอดข้ามผ่านแม่น้ำรอยส์ (Reuss River) อันงดงามซึ่งเป็นเหมือนสัญลักษณ์ของเมืองลูเซิร์น เป็นสะพานไม้ที่มีหลังคาที่เก่าแก่ที่สุดในยุโรป สร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ.1333 โดยใต้หลังคาคลุมสะพานมีภาพวาดประวัติศาสตร์ของชาวสวิส ตลอดแนวสะพาน จากนั้นให้ท่านได้อิสระเลือกซื้อสินค้าของสวิส เช่น ช็อคโกแลต, เครื่องหนัง, มีดพับ, นาฬิกายี่ห้อดัง อาทิเช่น Rolex, Omega, Tag Heuer เป็นต้น

อิสระอาหารค่ำตามอัธยาศัยที่พักเดินทางเข้าสู่ที่พัก GRAND EUROPE หรือเทียบเท่า

วันที่ 5ลูเซิร์น – ยอดเขาจุงฟราวด์ – มิลาน
เช้ารับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมออกเดินทางสู่ เมืองกรินเดอวาลด์ (Grindelwald) เมืองตากอากาศที่สวยงามและยังเป็นที่ตั้งสถานีรถไฟขึ้นสู่ ยอดเขาจุงเฟรา (Jungfrau) เเละเมื่อปี คศ.2001 องค์การยูเนสโกประกาศให้ยอดเขาจุงเฟรา เป็นพื้นที่มรดกโลกทางธรรมชาติแห่งแรกของยุโรป นำคณะนั่งรถไฟท่องเที่ยวธรรมชาติ ขึ้นพิชิตยอดเขาจุงเฟราที่มีความสูงกว่าระดับน้ำทะเลถึง 11,333 ฟุตหรือ 3,454 เมตร ระหว่างเส้นทางขึ้นสู่ยอดเขาท่านจะได้ผ่านชมธารน้ำแข็งที่มีขนาดใหญ่จนถึง สถานีรถไฟจุงเฟรายอร์ค (Jungfraujoch) สถานีรถไฟที่อยู่สูงที่สุดในยุโรป (Top of Europe) เข้าชมถ้ำน้ำแข็ง (Ice Palace) ที่แกะสลักให้สวยงาม อยู่ใต้ธารน้ำแข็งลึกถึง 30 เมตร พาท่านชมวิวที่ลานสฟิงซ์ (Sphinx Terrace) จุดชมวิวที่สูงที่สุดในยุโรป ที่ระดับความสูงถึง 3,571 เมตร สามารถมองเห็นได้กว้างไกลที่ถึงชายแดนสวิส สัมผัสกับภาพของธารน้ำแข็ง Aletsch Glacier ที่ยาวที่สุดในเทือกเขาแอลป์ ยาวถึง 22 ก.ม.และหนาถึง 700 เมตร โดยไม่เคยละลาย อิสระให้ท่านได้สนุกสนานกับการถ่ายรูป เล่นหิมะบนยอดเขาและเพลิดเพลินกับกิจกรรมบนยอดเขาและที่ไม่ควรพลาดกับการส่งโปสการ์ดโดยที่ทำการไปรษณีย์ที่สูงที่สุดในยุโรป

กลางวันรับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารบนยอดเขา อาหารพื้นเมืองบ่ายนำคณะเดินทางลงจากยอดเขาโดยไม่ซ้ำเส้นทางเดิม ให้ท่านได้ชมวิวทิวทัศน์ที่สวยงามและแตกต่างกันจนถึง สถานีรถไฟเมืองลาวท์เทอบรุนเนิน(Lauterbrunnen) หลังจากนั้นนำท่านเดินทางสู่ตัวเมืองมิลาน (Milan) เมืองที่เรียกได้ว่า เป็นเมืองหลวงแห่งแฟชั่นของโลก
อิสระอาหารค่ำตามอัธยาศัย ที่พัก เดินทางเข้าสู่ที่พัก KLIMA MILANO FIERE หรือเทียบเท่า

วันที่ 6มิลาน – เวนิส – เมสเตร้
เช้ารับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมนำท่านเดินทางสู่เมืองเวนิส (Venice Mestre)ฝั่งแผ่นดินใหญ่ เมืองหลวงของแคว้นเวเนโต เวนิสถูกสร้างขึ้นจากการเชื่อมเกาะเล็ก ๆ จำนวนมากเข้าด้วยกันในบริเวณทะเลสาบเวนิเทีย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของทะเลอาเดรียตริก เป็นเมืองท่าโบราณ และเป็นเมืองที่ใช้คลองในการคมนาคม มากที่สุด

กลางวันรับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคา อาหารจีน
บ่ายนำท่านเดินทาง สู่ท่าเรือตรอนเคตโต้ (Tronchetto) นำท่านล่องเรือผ่านชมบ้านเรือนของชาวเวนิส สู่เกาะเวนิส หรือ เวเนเซีย (Venezia) ดินแดนแสนโรแมนติก เป็นเมืองที่ไม่เหมือนใคร โดยใช้เรือแทนรถ ใช้คลองแทนถนน มีสมญานามว่าเป็น “ราชินีแห่งทะเลเอเดรียติก” มีเกาะน้อยใหญ่กว่า 118 เกาะ และมีสะพานเชื่อมถึงกันกว่า 400 แห่ง ขึ้นฝั่งที่บริเวณซานมาร์โค ศูนย์กลางของเกาะเวนิส จากนั้นนำท่านเดินชมความงามของเกาะเวนิส ชมสะพานถอนหายใจ ( Bridge of Sighs) ที่มีเรื่องราวน่าสนใจในอดีต เมื่อนักโทษที่เดินออกจากห้องพิพากษาไปสู่คุกจะได้มีโอกาสเห็นแสงสว่างและโลกภายนอกเป็นครั้งสุดท้ายระหว่างเดินผ่านช่องหน้าต่างที่สะพานนี้ ซึ่งเชื่อมต่อกับวังดอดจ์ (Doge’s Palace) อันเป็นสถานที่พำนักของเจ้าผู้ครองนครเวนิสในอดีต ซึ่งนักโทษชื่อดังที่เคยเดินผ่านสะพานนี้มาเเล้วคือ คาสโนว่านั่นเอง นำท่านถ่ายรูปบริเวณจัตุรัสซานมาร์โค (St.Mark’s Square) ที่นโปเลียนเคยกล่าวไว้ว่า “เป็นห้องนั่งเล่นที่สวยที่สุดในยุโรป” จัตุรัสถูกล้อมรอบด้วยอาเขตอันงดงาม รวมทั้งโบสถ์ซานมาร์โค (St.Mark’s Bacilica) ที่มีโดมใหญ่ 5 โดม ตามแบบศิลปะไบแซนไทน์ จากนั้นอิสระให้ท่านได้มีเวลาเที่ยวชมเกาะอันแสนโรแมนติก เช่น เพื่อชมมนต์เสน่ห์แห่งนครเวนิส, เข้าชมโบสถ์ซานมาร์โค, ช๊อปปิ้งสินค้าของที่ระลึก อาทิเช่น เครื่องแก้วมูราโน่,หน้ากากเวนิส หรือนั่งจิบกาแฟในร้าน Café Florian ที่เปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี ค.ศ.1720 สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางกลับสู่ฝั่งแผ่นดินใหญ่ Venice Mestre

ค่ำรับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร อาหารพื้นเมือง(สปาร์เก็ตตี้หมึกดำ)
ที่พัก เดินทางเข้าสู่ที่พัก RUSSOTT หรือเทียบเท่า

วันที่ 7 เมสเตร้ – ฟลอเรนซ์ – ปิซ่า – หอเอนปิซ่า
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม นำท่านเดินทางต่อสู่แคว้นทัสคานี (Tuscany) โดยเมืองหลวงของแคว้น คือ ฟลอเรนซ์ (Florence) ที่ได้รับขนานนามว่าเป็นเมืองศูนย์กลางแห่งศิลปะในยุคเรอเนสซองส์ ซึ่งล้วนแล้วแต่มีโบราณสถานสำคัญ และมีทิวทัศน์ตามธรรมชาติที่สวยงาม จนได้รับการแต่งตั้งให้เป็นมรดกโลกจากองค์กรยูเนสโก้เมื่อ ปี ค.ศ.1982 ทำให้ทัสคานีมีชื่อเสียงในฐานะดินแดนท่องเที่ยวยอดนิยมระดับโลก นักท่องเที่ยวทั่วโลก ชมความยิ่งใหญ่ และอลังการของมหาวิหารซานตา มาเรีย เดล ฟิโอเร (Santa Maria Dell Fiore)วิหารของเมืองฟลอเรนซ์ ที่ใหญ่เป็นอันดับ 4 ของทวีปยุโรป ซึ่งโดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมที่ใช้หินอ่อนหลายสีตกแต่งผสมผสานกันได้อย่างงดงาม นำชมจัตุรัสเดลลาซิญญอเรีย (Piazza Della Signoria)ซึ่งรายล้อมไปด้วยรูปปั้น อาทิ เช่น รูปปั้นเทพเจ้าเนปจูน (Fountain of Neptune),วีรบุรุษเปอร์ซิอุสถือหัวเมดูซ่า (Perseus with the Head of Medusa), รูปปั้นเดวิด ผลงานที่มีชื่อเสียงของ ไมเคิล แองเจโล่ จากนั้นนำท่าน มาริมฝั่งแม่น้ำอาร์โน จะพบกับสะพานเวคคิโอ (Vecchio) สะพานเก่าแก่ที่มีมีร้านขายทอง และอัญมณีอยู่ทั้งสองข้าง

กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร อาหารจีน
บ่ายนำท่านเดินทางสู่เมืองปิซ่า (Pisa) เมืองแห่งศิลปะที่สำคัญของอิตาลี เป็นเมืองเล็กๆอยู่ทางตะวันตกของ Florence ด้านตะวันตกของเมืองติดกับทะเลเมดิเตอร์ เรเนียน แม้ว่าจะเป็นเมืองเล็กๆ แต่ Pisa ก็เป็นเมืองที่มีชื่อเสียงและเป็นที่รู้จักของ นำท่านเข้าสู่บริเวณจัตุรัสกัมโป เดย์ มีราโกลี (Compo Dei Miracoli) ที่ประกอบด้วยกลุ่มอาคารสถาปัตยกรรมแบบโรมาเนสก์ โดยเริ่มจากหอพิธีเจิมน้ำมนต์ (Baptistry of St. John) ที่ใหญ่ที่สุดในอิตาลี, มหาวิหารดูโอโม (Duomo) ที่งดงามและหอเอนแห่งเมืองปิซ่าอันเลื่อง ชมหอเอนปิซ่า (Leaning Tower of Pisa) สัญลักษณ์แห่งเมืองปิซ่า 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคกลาง เริ่มสร้างเมื่อปี ค.ศ.1173 ใช้เวลาสร้างประมาณ 175 ปี แต่ระหว่างการก่อสร้างต้องหยุดชะงักลงไปเมื่อสร้างไปได้ถึงชั้น 3 ก็เกิดการยุบตัวของฐานขึ้นมา และต่อมาก็มีการสร้างหอต่อเติมขึ้นอีกจนแล้วเสร็จ โดยใช้เวลาสร้างทั้งหมดถึง 177 ปี โดยที่หอเอนปิซ่านี้ กาลิเลโอ บิดาแห่งวิทยาศาสตร์ ซึ่งเป็นชาวอิตาเลี่ยนได้ใช้เป็นสถานที่ทดลองทฤษฎีแรงโน้มถ่วงของโลกที่ว่า สิ่งของสองชิ้น น้ำหนักไม่เท่ากัน ถ้าปล่อยสิ่งของทั้งสองชิ้นจากที่สูงพร้อมกัน ก็จะตกถึงพื้นพร้อมกัน จากนั้นให้ท่านอิสระให้ท่านได้เลือกซื้อสินค้าที่ระลึกราคาถูก ที่มีร้านค้าเรียงรายอยู่มากมาย

ค่ำรับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร อาหารพื้นเมือง
ที่พักเดินทางเข้าสู่ที่พัก GALILEI หรือเทียบเท่า

วันที่ 8ปิซ่า – โรม – วาติกัน
เช้ารับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมจากนั้นนำท่านเดินทางสู่กรุงโรม (Rome) เมืองหลวงและเมืองท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของประเทศอิตาลี ผ่านชมกลุ่มโรมันฟอรัม (Roman Forum) อดีตศูนย์กลางทางด้านการเมือง ศาสนา และเศรษฐกิจของอาณาจักรโรมัน ที่สะท้อนให้เห็นความเจริญรุ่งเรืองของอารยะธรรมโรมันในช่วง 2,000 ปีที่ผ่านมา นำชมความยิ่งใหญ่ในอดีต และเก็บภาพสวยบริเวณรอบนอกของสนามกีฬาโคลอสเซี่ยม (Colosseum) 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคโบราณ อดีตสนามประลองการต่อสู้ที่ยิ่งใหญ่ของชาวโรมันที่สามารถจุผู้ชมได้ถึง 50,000 คน นำชมงานประติมากรรมของเทพนิยายกรีกและโยนเหรียญอธิษฐานบริเวณน้ำพุเทรวี่ (Trevi Fountain) สัญลักษณ์ของกรุงโรมที่โด่งดัง นำท่านเดินสู่บริเวณย่านบันไดสเปน (The Spainsh Step) แหล่งนัดพบของนักท่องเที่ยวทั่วโลก

กลางวันรับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร อาหารจีน บ่ายนำท่านเดินทางพาท่านเข้าสู่นครรัฐวาติกัน (Vatican) ประเทศที่เล็กที่สุดในโลกตั้งอยู่ใจกลางกรุงโรม เป็นประเทศเดียวในโลกที่มีกำแพงล้อมรอบเมืองเอาไว้ได้ทั้งหมด ยกเว้นด้านหน้าทางเข้า และเป็นศูนย์กลางของศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิกโดยมีพระสันตะปาปา มีอำนาจปกครองสูงสุด นำท่านชมมหาวิหารที่ใหญ่ที่สุดในโลกมหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ (St.Peter’s Basilica) ชมประติมากรรมอันลือชื่อปิเอต้า (Pieta) ของมิเคลันเจโลและชมแท่นบูชาบัลแดคคิโน (St. Peter’s Baldachin) เป็นซุ้มสำริดที่สร้างโดยจานโลเรนโซ แบร์นินี ซึ่งสร้างตรงบริเวณที่เชื่อกันว่าเป็นที่ฝังพระศพของนักบุญปีเตอร์

ค่ำรับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร อาหารจีน ที่พักเดินทางเข้าสู่ที่พัก MIDAS หรือเทียบเท่า

วันที่ 9 โรม – สนามบิน
เช้ารับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม นำเดินทางสู่สนามบินฟิอูมิชิโน กรุงโรม เพื่อให้ท่านมีเวลาในการทำคืนภาษี (Tax Refund)และมีเวลาในการเลือกซื้อสินค้าในร้านค้าปลอดภาษีภายในสนามบิน
13.30 น.ออกเดินทางกลับสู่กรุงเทพ เที่ยวบินที่ TG 945

วันที่ 10กรุงเทพฯ
06.05 น. ถึง สนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพมหานคร ด้วยความสวัสดีภาพ