ho_chi_minh_1-400x250

ข้อมูลท่องเที่ยวนครโฮจิมินห์

ho_chi_minh_1-400x250
โฮจิมินห์ซิตี้ อดีตเมืองหลวงแห่งเวียดนามใต้นาม “ไซ่ง่อน” ที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายความเป็นฝรั่งเศษ ไม่ว่าจะเป็นโบสถ์นอร์ทเทรอดาม ศูนย์ไปรษณีย์กลาง ศาลาว่าการ โรงโอเปร่า อดีตทำเนียบประธานาธิบดี หรือจะเป็นการคมนาคมบนท้องถนน ที่สะท้อนอะไรต่อมิอะไรอีกมาก ตลอดจนการใช้ชีวิตของผู้คนเมื่ออาทิตย์ตกดิน
“นครโฮจิมินห์” จัดเป็นเมืองที่มีการเจริญเติบโตเร็วที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพราะความที่เป็นเมืองท่าที่ใหญ่ที่สุดของเวียดนามซึ่งตั้งอยู่บนสันดอนปากแม่น้ำโขง มีย่านเจอเลิน ไชน่าทาวน์ที่อยู่คู่กับไซ่ง่อนมาหลายทศวรรษเป็นสีสันของเมืองที่ไม่ควรพลาด หรือจะออกไปชมศาสนสถานของลัทธิกาวได๋ที่มีเพียงที่เวียดนามแห่งเดียวในเมืองเตยนิงห์ที่อยู่ไม่ไกลออกไป ประทับใจกับร่องรอยสงคราม ณ อุโมงค์กู่จี๋ สนุกสนานกับการช้อปปิ้งสินค้าพื้นเมืองอันหลากหลาย ของเก่าที่บอกเล่าเรื่องราวความเป็นเวียดนาม ลิ้มลองอาหารเวียดนามต้นตำรับที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นเมนูอาหารสุขภาพที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลกอย่างกุ้งพันอ้อย หรือเฝอ ที่หาโอกาสลิ้มลองได้จากทุกมุมเมือง โฮจิมินห์ซิตี้ มนต์เสน่ห์แห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่รอคุณไปเยี่ยมเยือน
แหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญที่ทุกท่านไม่ควรพลาด
ho-chi-minh-2-400x250
จัตุรัสโฮจิมินห์ (Tran Nguyen Hai Statue) : ตั้งอยู่บริเวณใจกลางเมืองโฮจิมินห์ มีรูปปั้นของอดีตประธานาธิบดีโฮจิมินห์ กับเด็กๆ ด้านหลังเป็นศาลาว่าการเมือง ซึ่งดูแปลกตาในสไตล์ฝรั่งเศส ถ้ามองจากตรงนี้สามารถมองให้เห็นถึงความจอแจของเมืองใหญ่ เพราะที่นี่นอกจากจะเป็นศูนย์กลางของเมืองแล้ว ยังเป็นศูนย์กลางของการค้าอีกด้วย

ตลาดบินถั่น (Ben Thanh Market) : ก่อสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2457 บนพื้นที่ประมาณ 1 ตารางกิโลเมตร ซึ่งมีหอนาฬิกาอยู่ด้านหน้าเป็นสัญลักษณ์ ตลาดแห่งนี้เป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ของนครโฮจิมินห์  นักท่องเที่ยวนิยมหาซื้อสินค้าประเภทหัตถกรรมพื้นเมือง, สิ่งทอ, ของที่ระลึก ไปจนถึงอาหารสด, อาหารพื้นเมือง และเครื่องเทศต่างๆ ใกล้ๆ ตลาดมีร้านเฝอรสชาติเด็ดชื่อร้านเฝอ 2000 ถ้าไปเวียดนามแล้วนึกไม่ออกว่าจะกินอะไร ให้นึกถึง เฝอ ไว้ก่อนเลยนะค่ะ 🙂
โรงละคร (Opera House) : สร้างในปี พ.ศ. 2402 เพื่อใช้แสดงอุปรากร แต่ได้ถูกใช้ให้เป็นสำนักงานใหญ่ของสภาแห่งชาติเวียตนามใต้ แต่ทุกวันนี้ก็ใช้งานเหมือนเดิม ทุกๆ สัปดาห์จะมีการแสดงแตกต่างกันออกไป ช่วงเวลากลางคืนชาวเวียตนามยังมีความเคลื่อนไหวอย่างร่าเริงด้วย โดยเฉพาะบริเวณลานน้ำพุ ที่จะมีชาวเวียตนามและชาวต่างชาติมานั่งพักผ่อนกันทุกคืน และสุดลานน้ำพุมองออกไปจะเป็นที่ตั้งของโรงละคร ที่ชาวเวียตนามออกเสียงว่าโรงละครยาฮดแถงห์โฝ (Nha hat Thanh Pho) ซึ่งหันหน้าออกถนนดงเค่ย ระหว่างโรงแรมคาราเวลล์และโรงแรมคอนติเนนตัล

โบสถ์นอร์ทเธอดาม (Notre Dame Cathedral) : ตั้งอยู่บริเวณกลางเมือง บนถนน Han Thuyen ได้รับการก่อสร้างตั้งแต่ปี พ.ศ. 2420 ใช้ระยะเวลาการสร้าง 6 ปี โบสถ์นี้ไม่มีการประดับด้วยกระจกสีเหมือนโบสถ์คริสต์ที่อื่น เพราะได้รับความเสียหายจากสงครามโลกครั้งที่ 2 สำหรับโบสถ์แห่งนี้ได้รับการยกย่องว่ามีความงดงามมากที่สุดแห่งหนึ่งในเวียตนาม โดยในแต่ละวันมีนักท่องเที่ยวมาเยือนมากมาย ลักษณะของตัวโบสถ์เป็นรูปแบบของสมัยอาณานิคม มีหอคอยคู่สี่เหลี่ยมอยู่ด้านบนสูง 40 เมตร เป็นเอกลักษณ์ที่งดงามของโบสถ์แห่งนี้ ด้านหน้าโบสถ์มีรูปปั้นขนาดใหญ่สีขาวเด่นเป็นสง่าของพระแม่มารี นักท่องเที่ยวนิยมเข้ามาชมกันมาก เพราะเป็นเสมือนสัญลักษณ์ร่วม อันหมายถึงการเข้ามาของตะวันตก และเป็นสัญลักษณ์ที่สำคัญอย่างหนึ่งของโฮจิมินห์

ไปรษณีย์กลางโฮจิมินห์ (Main Post Office) :
ตั้งอยู่บริเวณใจกลางเมืองโฮจิมินห์ ใกล้กับโบสถ์นอร์ทเธอดาม ได้รับการก่อสร้างขึ้นเมื่อ ปี พ.ศ. 2439 เสร็จในปี พ.ศ. 2444 มีการออกแบบและก่อสร้างในสไตล์ฝรั่งเศสและได้รับการออกแบบตกแต่งอย่างงดงามด้วยกระจกสี เป็นไปรษณีย์ที่ใหญ่ที่สุดในเวียตนาม มีความโอ่โถงและอ่อนช้อยทว่ามั่นคง จนทำให้นักออกแบบมากมายต้องมาศึกษาเรียนรู้เกี่ยวกับการออกแบบตกแต่งอาคารแห่งนี้ ภายในตัวอาคารมีการระดับภาพแผนที่ทางทะเลโบราณ และภาพของอดีตผู้นำประเทศโฮจิมินห์ มีการบริการทั้งการส่งจดหมาย แสตมป์เพื่อการสะสม โปสการ์ด โทรศัพท์ระหว่างประเทศในอัตราค่าบริการมาตรฐาน 
ทำเนียบของอดีตประธานาธิบดีเวียดนามใต้ (Reunification Palace)
• ที่ตั้ง : ตั้งอยู่บริเวณใจกลางเมืองโฮจิมินห์ ทำเนียบของอดีตประธานาธิบดี ปัจจุบันเรียกกันว่าทองยัด และเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์ด้วย อาคารทันสมัยหลังใหญ่นี้รายรอบด้วยสวนขนาดใหญ่ตั้งอยู่ในบริเวณที่เคยเป็นทำเนียบของผู้ว่าการชาวฝรั่งเศสที่เรียกว่า ทำเนียบนโรดม (Norodom Palace) ซึ่งมีอายุย้อนหลังไปถึงปี พ.ศ. 2411 หลังจากที่ข้อตกลงเจนีวานำจุดจบมาสู่การยึดครองของฝรั่งเศส โงดินห์เดียม ประธานาธิบดีของเวียดนามใต้ได้พำนักอยู่ในทำเนียบแห่งนี้
• ในปี พ.ศ. 2506 ทำเนียบนี้ถูกทิ้งระเบิดโดยทหารอากาศเวียตนาใต้และได้มีการสร้างอาคารใหม่ที่รู้จักกันในชื่อ ทำเนียบอิสรภาพ (Independence Palace) ขึ้นแทนที่โครงสร้างเก่าถูกทำลาย อาคารปัจจุบันออกแบบโดยโงเวียดทู (Ngo Viet Thu) สถาปนิคชาวเวียตนามผู้สำเร็จการศึกษาจากฝรั่งเศส และสร้างเสร็จสมบูรณ์ในปี พ.ศ. 2509 ก่อนจะสิ้นสุดลงในวันที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2518 เมื่อกองกำลังคอมมิวนิสต์ได้เคลื่อนขบวนรถถังเข้าชนประตูเหล็กด้านหน้าของทำเนียบและโค่นรัฐบาลเวียตนามใต้ลง
• ทุกวันที่ทำเนียบเดิมถูกเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์ให้เข้าชมได้ โดยทุกสิ่งทุกอย่างถูกทิ้งไว้ให้เสมือนสภาพเดิมในวันที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2509 โดยชั้นล่างเป็นห้องจัดเลี้ยง ห้องโถงใหญ่ซึ่งรัฐบาลเวียตนามใต้ประกาศยอมแพ้และห้องเล็กถูกใช้สำหรับการบรรยายสรุปประจำวันทางทหาร ในระหว่างช่วงก่อนที่รัฐบาลเวียตนามใต้จะถูกโค่น
• ส่วนชั้นที่สองเป็นห้องรับรองของประธานาธิบดีตรันวันเฮือง และห้องรับรองของประธานาธิบดีเทียว ซึ่งเพียบพร้อมด้วยห้องนอน ห้องรับประทานอาหาร และห้องสวดมนต์แบบคาทอลิค ชั้นสามเป็นห้องรับรองของภริยาประธานาธิบดี และชั้นที่สี่เป็นห้องฉายภาพยนตร์ส่วนตัวและลานจอดเฮลิคอปเตอร์ ซึ่งจากที่นี่จะสมารถเห็นทิวทัศน์อันงดงามของถนนเลหย่วน (Le Duan Boulevard) ได้เป็นอย่างดี
• ด้านหลังทำเนียบเป็นสาธารณะกงเวียดวันฮวา (Cong Vien Van Hoa) ซึ่งเป็นพื้นที่สีเขียวร่มรื่นสบายตา ด้านหน้าถนนเลหย่วน ถูกกั้นไว้ด้วยสวนสาธารณะใหญ่แห่งหนึ่งที่ร่มครึ้มด้วยไม้ใหญ่ บริเวณด้านหนึ่งใกล้กับถนนไทวันลุง (Thai Van Lung) สำนักงานของโครงการอพยพอย่างมีระเบียบของอเมริกัน (American Orderly Departure Program) ซึ่งตั้งอยู่ในปี พ.ศ. 2523 เพื่อให้ความช่วยเหลือเด็กลูกครึ่งอเมริกัน-เอเชีย และผู้ลี้ภัยทางการเมืองอยู่บริเวณใกล้ๆ นั้น

ใส่ความเห็น

อีเมล์ของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *