ทัวร์กาญจนบุรีกันไหม จะพาไป นุ่งกระโจมห่มสไบ เที่ยวเมืองมัลลิกา ย้อนรอยวิถีชีวิต สมัย ร. 5

เคยไปเที่ยวกาญจนบุรีก็หลายครั้ง ถ้าจะให้จัดโปรแกรมทัวร์การญจนบุรี ก็คงคิดถึงแต่ น้ำตก ล่องแพ ชมเขื่อนศรีนครินทร์ เที่ยวสะพานข้ามแม่น้ำแคว ตลาดพลอย แวะเครพสุสานทหารสัมพันธิมิตรดอกรัก โรงถ่ายทำภาพยนต์ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช แต่วันนี้จะพาไปนุ่งโจมห่มสไบ เที่ยวย้อนยุค กลับไปในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕  ”เมืองมัลลิกา ร.ศ. 124″

Mallika 124-1

เมืองมัลลิกา ตั้งอยู่ใกล้ปราสาทเมืองสิงห์ ห่างจากตัวเมืองกาญประมาณ 32 กิโลเมตร  เป็นเมืองย้อนยุคของวิถีชีวิตชาวสยามบริเวณลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา ในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ วิถีชีวิตของชาวสยามในยุค ร.ศ.๑๒๔ มีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นมากมายหลายด้าน ที่เด่นชัดมากคือการประกาศเลิกทาส เมื่อทาสได้รับความเป็นไทพวกเขาต้องใช้ชีวิตอยู่อาศัยและทำมาหากินด้วยตนเอง ไม่ได้อยู่ภายใต้อาณัติหรือการดูแลของบรรดาเจ้าขุนมูลนายอีกต่อไป พวกเขาต้องดำรงชีวิตให้อยู่รอด พึ่งตนเอง และอยู่ร่วมกับคนสยามทุกหมู่เหล่า การปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตเหล่านี้นับเป็นรากเหง้าสำคัญของคนไทยในยุคปัจจุบัน  พอผ่านประตูเมืองเข้าไปจะมีจุดน่าสนใจต่างๆ ดังนี้

Mallika 124-2

สะพานหัน  ชื่อนี้เรียกตามจาก ลักษณะของตัวสะพานที่ สมัยก่อนนั้นจะเป็นไม้แผ่นเดียวพาดข้ามคลอง ปลายข้างหนึ่งตรึงแน่นกับที่ ส่วนอีกข้างจะไม่ตอกติด จับหันไปมาได้เพื่อให้เรือแล่นผ่านต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 4 โปรดเกล้า ฯ ให้สร้างใหม่เป็นสะพานโครงเหล็กพื้นไม้ จนถึงสมัยรัชกาลที่ 5 ได้เปลี่ยนทำเป็นแบบสะพานริอัลโตทีนครเวนิซ และที่ปองเตเวกคิโอ เมืองฟลอเรนซ์ ประเทศอิตาลี คือ เป็นสะพานไม้โค้งกว้าง สองฟากสะพานมีห้องแถวเล็กๆ ให้ขายของ ส่วนตรงกลางเป็นทางเดิน ซึ่งสะพานนี้ล้นเกล้ารัชกาลที่ 5 ชอบเสด็จประพาสเพื่อซื้อผลไม้แห้งที่นำเข้ามาจากต่างประเทศ เช่นลูกพลับแห้ง และผลไม้แห้งต่างๆ นานาชนิด

Mallika 124-3

ย่านถนนแพร่งนรา ชื่อถนนมาจากพระนาม “ พระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมพระนราธิปประพันธ์พงศ์ “ ซึ่งมีพระนามเดิมว่า พระองค์เจ้าชายวรวรรณษกร ต้นราชสกุลวรวรรณ ณ อยุธยา เป็นพระราชโอรส ในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และเจ้าจอมมารดาเขียน ทรงรับราชการในกรมพระคลังมหาสมบัติ ตำแหน่งรองเสนาบดี ประทับ ณ วัง ซึ่งสมเด็จพระบรมราชชนกโปรดให้สร้างขึ้นริมถนนตะนาว มีอาณาเขตต่อจาก วังพระเจ้าบรมวงศ์กรมหมื่นภูธเรศธำรงศักดิ์ ขณะประทับ ณ วังนี้ โปรดให้สร้างโรงละครขึ้นชื่อโรงละครปรีดาลัย แสดงละครร้องนับเป็นโรงมหรสพแห่งแรกของไทย ในครั้งนั้นสันนิษฐานว่า โปรดให้ตัดถนนผ่านกลางวังพร้อมกับสร้างตึกแถว สองข้าง คนทั่วไปจึงเรียกถนนตามพระนามเจ้าของวังว่า “ถนนแพร่งนรา”

Mallika 124-4

หอชมเมือง จำลองมาจากหอคอยคุก ซึ่งเป็นหอคอยที่ใช้สำหรับตรวจตราป้องกันมิให้นักโทษหนี ซึ่งเมืองมัลลิกา ใช้สำหรับชมเมือง ว่ามีทัศนียภาพที่ว่างดงามเพียงใด

Mallika 124- 5

เรือนเดี่ยว ป็นเรือนชาวบ้าน ซึ่งผู้ที่อาศัยอยู่เรือนนี้คือคนชนชั้นกรรมาชีพ มีหน้าที่ ผลิตปัจจัยเบื้องต้นในการยังชีพอันได้แก่ การทำไร่ ทำนา ทำสวน ปลูกผัก สีข้าว ทอผ้า จักสาน อันเป็นอาชีพทั่วไปของชนชั้นนี้ ในเมืองมัลลิกา นั้นจะมีเรือนเดี่ยว เพื่อแสดงถึงวิถีของชาวบ้านในสมัย ร.ศ. ๑๒๔ ว่ามีวิถีชีวิตอย่างไร

Mallika 124-6

เรือนคหบดี เป็นเรือนคนมีฐานะ บนเรือนคหบดีนั้น แสดงวิถีความเป็นอยู่ของชนชั้นปกครองซึ่งจะมีกิจกรรมบนเรือน เช่น งานใบตอง งานดอกไม้ งานเครื่องแขวน งานแกะสลักผลไม้ ซึ่งงานเหล่านี้เป็นงานวิจิตรที่จะใช้จริงในเมืองมัลลิกา และในบริเวนเรือนคหบดีนั้นยังเรือนที่เป็นองค์ประกอบของเรือน คือ เรือนครัว ซึ่งต้องทำอาหารเลี้ยง บ่าวไพร่ที่มีเป็นจำนวนมาก โดยการหุงข้างเตากระทะ การประกอบอาหาร หวาน คาว สำหรับรับรองแขกเหรื่อ

Mallika 124-7

โรงครัว ประกอบด้วย โรงสี ยุ้งข้าว โรงเตรียม แสดงกรรมวิธีการฝัดข้าว สีข้าว ตำข้าว พร้อมทั้ง การหุงข้าวเตากระทะใบบัว แม่ครัวในโรงครัวนั้นต้องทำอาหารเลี้ยงบ่าวไพร่จำนวนมาก และประกอบอาหารคาวหวาน เพื่อรับรองแขกเหรื่อ โดยเป็นการประกอบอาหารด้วยเตาถ่านทั้งสิ้น

Gallery_เรือนแพ

เรือนแพ  ในยุคสมัยนั้น การสัญจรไปมาส่วนใหญ่ใช้แม่น้ำดังนั้น ร้านค้าขายที่จะตั้งอยุ๋ริมน้ำเป็นส่วนใหญ่

Mallika 124-9

เรือนหมู่ เป็นเรือนสำหรับรับรองแขกบ้านแขกเมือง ของคหบดีไทยซึ่งอาจเป็น ขุนนางผู้ทรงศักดิ์ หรือคหบดีผู้มั่งคั่ง ซึ่งในสมัยนั้น นิยมมีคณะนาฎศิลป์ เป็นของตนเอง สำหรับรับแขก .

Mallika 124-10

ลานมะลิ เนื่องจากมัลลิกา ตามพจนานุกรมไทย แปลว่ามะลิในประเทศไทยมีมะลิมากกว่าร้อยชนิดซึ่งคนรุ่นใหม่ไม่ทราบกันมากจึงได้สร้างลานมะลิเพื่อรวบรวมมะลิพันธุ์ต่างๆมาไว้ให้ได้ดูและได้ดม

Mallika 124-11ห้องเล่าเรื่อง เรื่องราวข้างต้นสะท้อนความงามของวิถีชีวิตคนไทยในอดีตเมื่อ 110 ปีก่อน

ค่าบริการเข้าชมเมืองมัลลิกา
ค่าบัตรเข้าชม ราคา 250 บาท
บัตรเข้าชม + ชุดไทย ราคา 400 บาท
บัตรเข้าชม + รับประทานอาหารกลางวัน (บุฟเฟ่ต์) ราคา 500  บาท
บัตรเข้าชม + รับประทานอาหารกลางวัน (บุฟเฟ่ต์) + ชุดไทย  ราคา 650 บาท
บัตรเข้าชม + รับประทานอาหารเย็น (บุฟเฟ่ต์) + การแสดงนาฏศิลป์ไทย ราคา 700 บาท
บัตรเข้าชม + รับประทานอาหารเย็น (บุฟเฟ่ต์) + การแสดงนาฏศิลป์ไทย + ชุดไทย ราคา 900 บาท

หรือสอบถามข้อมูลได้ที่ 034 540884–86

เมืองมัลลิกา ร.ศ. ๑๒๔ จึงเป็นเมืองที่เราภาคภูมิใจ  เพื่อแสดงให้ชาวไทยได้รู้ว่าบรรพบุรุษของเรานั้นมีภูมิปัญญาไม่แพ้ชาติใดในโลก แสดงให้ชาวโลกได้รู้ว่าชนชาติไทยมีเอกลักษณ์ที่เป็นไทยแท้ไม่แพ้ชาติใดในโลก

เขียนจบแล้วก็อยากจัดกระเป๋า ล่องแพ เมืองกาญ นอนริ่มเขื่อน ช้อปปิ้งตลาดพลอย แล้วไปนุ่งกระโจมห่มสไบ เดินเล่น ถ่ายรูปสวยๆ เมืองมัลลิกา ร.ศ. 124  จริงๆเลยนะคะ  ยังไงก็ขอบคุณข้อมูลและภาพ จาก www.mallika124.com

 

 

 

เรื่องนี้ถูกเขียนใน กาญจนบุรี, ข้อมูลท่องเที่ยว 76 จังหวัด, สถานที่ท่องเที่ยวแนะนำ ในประเทศ, แนะนำสถานที่เที่ยว และติดป้ายกำกับ , , , , คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

อีเมล์ของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

คุณอาจจะใช้ป้ายกำกับและคุณสมบัติHTML: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>