ไปเก็บภาพสวยๆ ที่ ชมเณย นนทบุรี

วันหยุดเสาร์อาทิตย์ ให้นั่งๆนอนๆ อยู่ที่บ้านก็คงเบื่อแย่ ถ้าจะให้ขับรถไปไกลๆ ก็คงเหนือย ถ้าอย่างนั้นก็ออกไปหาที่พักผ่อนแบบไม่ต้องขับรถไกลๆ แบบไม่ทันเมื่อย ทันเหนื่อยก็ถึงแล้ว  ชมเณย นนทบุรี

Chomchei-4ชมเฌย Chomchei  ย้อนอดีตสตูดิโอแห่งความวินเทจ “ชมเฌย” ที่ตั้งอยู่ใกล้ๆ ย่านศาลายา พุทธมณฑลสาย 4

Chomchei-1

Chomchei-6

นอกจากนั้นยังมี “ชมเฌยคาเฟ่” ไว้บริการนักท่องเที่ยว ซึ่งก็มีทั้งอาหารว่างเบา ๆ ขนมเค้ก และเครื่องดื่มไว้ให้เลือกชิมลิ้มรสอีกด้วย

เปิดให้บริการ : วันอังคาร – วันศุกร์ เวลา 10.00-18.00 น. และวันเสาร์- วันอาทิตย์ เวลา 10.00-19.00 น. (หยุดวันจันทร์)

Chomchei-7

Chomchei-8

ขอบคุณภาพสวยๆ จาก https://travel.mthai.com/blog/156771.html

ข้อมูลเบื่องต้นที่ควรรู้ก่อนเดินทางเข้าประเทศพม่า

หลังจากเปิดประเทศอย่างเป็นทางการ ประเทศพม่าถือประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่ถูกจับตามองมากที่สุดในเรื่องการท่องเที่ยว เนื่องจากประเทศพม่านั้นเต็มไปด้วยแหล่งท่องเที่ยวทางศาสนาและวัฒนธรรมที่น่าสนใจและสวยงามไม่แพ้ชาติใดในโลก โดยเฉพาะ 5 มหาบูชาสถานที่ล้ำค่าของพม่า ได้แก่ พระมหาเจดีย์ชเวดากอง, มหาเจดีย์ชเวซิกอง, พระมหาเจดีย์ชเวมอดอร์, พระมหามัยมุนี และพระธาตุอินทร์แขวน

ข้อมูลท่องเที่ยวพม่า

นอกจากนั้นสภาพแวดล้อม วิถีชีวิต นิสัยใจคอของชาวพม่าก็เป็นสิ่งที่น่าสนใจสำหรับนักท่องเที่ยวเช่นกัน ดังนั้นก่อนที่คุณจะเดินทางเข้าประเทศพม่าก็ต้องมีการเตรียมตัว เตรียมพร้อม เพื่อให้การเดินทางของคุณราบรื่น

mandalay-4-400x250

สกุลเงินของพม่าคือ จ๊าด ซึ่งสามารถแลกเปลี่ยนได้อย่างง่ายดาย ในเมืองท่องเที่ยวต่าง ๆ หรือจะให้สะดวกสำหรับการท่องเที่ยวของคุณ ก็แลกเงิน จ๊าด จากเมืองไทยไปให้เรียบร้อย

money-1
การเตรียมพร้อมด้านร่างกาย แนะนำว่าควรตรวจสุขภาพ และฉีดวัคซีนที่จำเป็นให้ครบถ้วน รวมถึงเตรียมยาประจำตัวมาให้เพียงพอ เพราะการสาธารณสุขของเมียนมาร์ยังไม่ทันสมัย

คุณต้องถอดรองเท้าที่ครั้งที่เข้า วัด เจดีย์และสถานที่ทางศาสนา ดังนั้นเพื่อความสะดวกให้คุณเตรียมถุง หรือ กระเป๋า เพื่อใสรองเท้า

Myanmar -1

ข้อควรระวังในการพำนักอยู่ในเมียนมาร์
1) ไม่ควรพูดคุยเรื่องทางการเมืองของเมียนมาร์กับบุคคลทั่วไปที่ไม่รู้จักมักคุ้น
2) ไม่ควรใส่กระโปรงสั้น หรือกางเกงขาสั้นในสถานที่สาธารณะ และในสถานที่สำคัญทางศาสนา
3) ไม่ควรถ่ายรูปในบริเวณสนามบิน สถานีรถไฟ และสถานที่ราชการก่อนได้รับอนุญาต เมื่อจะถ่ายรูปชาวเมียนมาร์ก็ควรขออนุญาตเช่นกัน
4) ควรมีความสำรวมในวัดและศาสนสถาน ไม่ส่งเสียงดังรบกวนผู้อื่น
5) ระมัดระวังการพูดเชิงลบเกี่ยวกับประเทศหรือชาวเมียนมาร์ในที่สาธารณะ เพราะมีชาวเมียนมาร์จำนวนมากที่เข้าใจภาษาไทยได้ดี
6) เมียนมาร์ได้เปลี่ยนชื่อประเทศแล้ว จึงไม่ควรใช้ชื่อเดิม (Burma) กับชาวเมียนมาร์
7) ผู้ที่มีปัญหาสุขภาพควรจัดเตรียมยาประจำตัวมาด้วย
8) ควรระมัดระวังเลือกรับประทานอาหารและน้ำดื่มจากร้านที่สะอาดถูกสุขอนามัย โดยเฉพาะน้ำดื่ม ควรดื่มน้ำที่บรรจุในขวดปิดผนึกเรียบร้อย
9) ทางการเมียนมาร์อาจห้ามชาวต่างชาติเดินทางไปยังบางเมืองหรือบางพื้นที่ หากประสงค์ที่จะเดินทางไปเมืองที่ไม่ใช่แหล่งท่องเที่ยวของเมียนมาร์ ควรตรวจสอบข้อมูลก่อน

การเข้าพำนักในเคหสถานของชาวเมียนมาร์ ระเบียบราชการกำหนดว่า ชาวต่างชาติจะต้องไปลงทะเบียนกับเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง หรือสถานีตำรวจในท้องที่ที่ตนเดินทางเข้าไปพัก โดยปกติถ้าเข้าพักตามโรงแรม โรงแรมจะเป็นธุระจัดการเรื่องนี้ให้เอง ( แต่ถ้าไปขอค้างคืนตามวัดหรือบ้านคน จะต้องไปลงทะเบียนกับตำรวจด้วยตัวเอง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาทั้งกับตัวท่าน และผู้ให้ที่พักพิงกับท่านในภายหลัง

หากคุณจะอยู่อาศัยในประเทศเมียนมาร์เป็นระยะเวลานาน โปรดแจ้งชื่อ และที่อยู่ต่อสถานเอกอัครราชทูตฯ เพื่อประโยชน์ในการติดต่อหรือให้ความช่วยเหลือในกรณีจำเป็น โดยสามารถลงทะเบียนกับแผนกกงสุลของสถานเอกอัครราชทูตฯ ได้ด้วยตนเองหรือแจ้งผ่านอีเมล์ thaiembassyygn@gmail.com

การเดินทางสัญจรภายในประเทศเมียนมาร์ การเดินทางระหว่างเมืองในเมียนมาร์ หากเป็นเมืองที่ไม่ไกลจากกรุงย่างกุ้ง สามารถเดินทางโดยทางรถได้ แต่สภาพรถ ทั้งรถประจำทาง และรถแท็กซี่ หรือรถตู้รับจ้าง โดยส่วนใหญ่อยู่ในสภาพเก่า และคนขับรถส่วนมากไม่สามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้

การใช้บริการแท็กซี่ มีอย่างแพร่หลายในกรุงย่างกุ้งและเมืองใหญ่ต่าง ๆ แต่ผู้โดยสารควรต่อรองราคาก่อน เนื่องจากรถแท็กซี่ทั่วไปจะไม่มีมิเตอร์ อีกทั้งสภาพถนนระหว่างเมืองต่างๆ ก็มีสภาพไม่ดีเป็นหลุม เป็นบ่อ โดยเฉพาะหน้าฝน เมียนมาร์มีรถไฟเชื่อมระหว่างจังหวัด ที่สำคัญทั่วประเทศ ราคาถูก แต่ไม่สะดวกและใช้เวลาเดินทางนานมาก การเดินทางโดยสายการบินท้องถิ่นจึงได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยว

สำหรับการบินภายในประเทศจะสะดวกที่สุด แต่ตารางการบินอาจไม่แน่นอน การเปลี่ยนแปลงเวลาทำการบินอย่างกะทันหันเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นโดยปกติ ผู้โดยสารควรใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ เพื่อหลีกเลี่ยงการขึ้นผิดเที่ยวบิน เนื่องจากทุกเที่ยวบินภายในประเทศใช้ประตู (gate) เดียวกัน ในช่วงฤดูฝน หรือฤดูมรสุม อาจมีการเปลี่ยนแปลงหรือยกเลิกเที่ยวบินบ่อยครั้งเนื่องจากระบบสนามบินใน ต่างจังหวัดไม่มีระบบนำร่องโดยเฉพาะในภาคใต้ของเมียนมาร์ แต่สภาพของเครื่องบินและการบริการภายในเครื่องบินอยู่ในเกณฑ์ที่ดี

ติดต่อ สถานเอกอัครราชทูตเมียนมาร์ประจำประเทศไทย
ที่อยู่ 132 ซอย 71 ถนนสาทรเหนือ กรุงเทพฯ 10500
โทรศัพท์ 0 2233 0278, 0 2233 2237
โทรสาร 0 2236 6898
e-mail : myanmarembassybkk@gmail.com

ขอบคุณข้อมูลจาก Travel Mthai.com

เที่ยวอัมพวา ชิ้มน้ำตาลมะพร้าวแท้ ณ เตาตาล ชัยพัฒนานุรักษ์

สวัสดีค่ะ วันนี้เราจะพาไปเที่ยวอัมพวา  แต่ไม่ได้ไปตลาดน้ำอัมพวา นั่งเรือชมหิ่งห้อย นะค่ะ แต่ว่าเราจะพาทุกท่านไป ชิ้มน้ำตาลมะพร้าวแท้ 100% ที่ เตาตาล ชัยพัฒนานุรักษ์ แต่น้ำตาลมะพร้าวก็มีขายทั่วไป ทำไมต้องเป็น เตาตาล ชัยพัฒนานุรักษ์ นั่นซิ ทำไม … (^__^)’

IMG_3283

ก็เพราะว่า เตาตาล ชัยพัฒนานุรักษ์   เค้ายังคงสืบสานวิถีแห่งความดั้งเดิมเอาไว้อยู่ ซึ่งเราจะได้เห็นว่ากว่าจะมาเป็นน้ำตาลมะพร้าวนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ต้องผ่านขั้นตอนและกรรมวิธีมากมาย

IMG_3335

ชัยพัฒนานุรักษ์ (เตาตาล) นั้นเป็นโครงการในพระราชดำริ ของ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่พัฒนาพื้นที่ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ นอกจากบุคคลทั่วไปจะไปเที่ยวชมแล้ว ในส่วนของหน่วยงาน บริษัท หรือ ราชการ ถ้าสนใจจะเข้าไปศึกษาดูงาน ทาง ชัยวัฒนานุรักษ์ (เตาตาล) มีกิจกรรมศึกษาดูงานโครงการอัมพวา ชัยพัฒนานุรักษ์ โดยมีรายละเอียดดังนี้
1. บรรยายแนวทางการดำเนินงานโครงการอัมพวา ชัยพัฒนานุรักษ์ (30 นาที)
2. เรียนรู้การทำเกษตรอินทรีย์ ชมพันธุ์ไม้ท้องถิ่นและพืชสมุนไพร (30 นาที)
3. ชิมและชมการทำน้ำตาลมะพร้าวดั้งเดิม เอกลักษณ์ภูมิปัญญาชาวอัมพวา (20 นาที)
4. ชมร้านภัทรพัฒน์ ส่งเสริมการพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชน และเลือกซื้อสินค้าของโครงการฯ (20 นาที)
5. ชมห้องนิทรรศการชุมชน ร้านชานชาลา และบรรยากาศริมฝั่งคลองอัมพวา (20 นาที)
6. สามารถเลือกกิจกกรรมเสริม มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมตามเรทจำนวนคน เช่นเรียนทำขนมไทย ทำอาหารไทย จักสานใบมะพร้าว ทำยาหม่องสมุนไพร เรียนทำน้ำม่วงชื่นชานชาลา ฯลฯ

IMG_3348

IMG_3359

โครงการอัมพวา ชัยพัฒนานุรักษ์
ที่อยู่ : 185 – 191, ตำบลอัมพวา อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม
โทรศัพท์ : 034 752 245
เวลาเปิด-ปิด : ทุกวัน เวลา 8.30 – 16.30 น.

ถ้าท่านสนใจเที่ยวอัมพวา  ติดต่อทัวร์อินดี้ได้นะค่ะ ตัวอย่างโปรแกรม ทัวร์อัมพวา >> โปรแกรมทัวร์อัมพวา  และถ้าท่านสนใจไปศึกษาดูงานที่ เตาตาล ชัยพัฒนานุรักษ์ เราก็สามารถเพิ่มเข้าไปในโปรแกรมได้ด้วยเช่กัน

ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก edtguide.com

วัดพระมหามัยมุนี พระเจ้าเนื้อนิ่ม เมืองมัณฑะเลย์ ประเทศพม่า

วัดพระมหามัยมุนี เป็นหนึ่งในห้าสถานที่ศักดิ์สิทธิ์สูงสุดของประเทศพม่า ภายในวัดเป็นที่ประดิษฐานของพระมหามัยมุนี ที่ถือเป็นพระพุทธรูปสำคัญคู่บ้านคู่เมือง ถ้าใครสนใจทัวร์พม่า มัณฑะเลย์ ไหว้พระมหามัยมุนี ยังไงก็ลองคลิ๊ก โปรแกรมทัวร์พม่าของทางทัวร์อินดี้   ดูได้นะคะ

mandalay-mahamuni-2โดยจุดที่น่าสนใจและเป็นเอกลักษณ์ของวัดแห่งนี้ คือพิธีล้างพระพักตร์พระมหามัยมุนี ที่มีการประกอบพิธีโดยเจ้าอาวาสในช่วง 04.00 น. ของทุกวัน พระมหามัยมุนีมีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า “พระพุทธรูปเนื้อนิ่ม” จากการปิดทองของผู้ศรัทธาจำนวนมากนับตั้งแต่ในอดีต จนแผ่นทองซ้อนทับหนาเป็นชั้นๆ ไปทุกบริเวณยกเว้นส่วนของพระพักตร์

mandalay-mahamuni-3

ในสมัยพุทธกาล พระบรมศาสดาเสด็จมาแสดงธรรมที่เมืองธรรมวดี (ทางตอนเหนือของพม่าติดบังคลาเทศ ปัจจุบันเมืองนี้ยังมีอยู่) ในสมัยนั้นพระเจ้าจันทรสูรยะเป็นเจ้าเมืองยะไข่ ทรงต้อนรับพระองค์อย่างดี พระพุทธเจ้าแสดงธรรมอยู่ที่นี่นานถึง 1 สัปดาห์ พอจะเสด็จกลับ พระเจ้าจันทรสูรยะขอให้พระองค์ทรงฝากบางอย่างเพื่อให้เป็นที่เคารพบูชาสืบไป พระพุทธเจ้าจึงประทับเข้าสมาธิใต้ต้นโพธิ์อีก 1 สัปดาห์ ระหว่างนั้น คนเมืองยะไข่ช่วยกันหล่อพระองค์หนึ่งที่ดูเหมือนพระองค์ งดงามจนมิอาจบรรยายได้ เมื่อพระองค์เสด็จออกจากสมาธิ ทรงเห็นพระพุทธรูปดังกล่าวจึงตรัสว่า พระพุทธธรรมจะคงอยู่ไปอีก 5,000 ปี เช่นเดียวกับพระพุทธรูปองค์นี้

ด้วยเหตุนี้จึงเชื่อว่า พระพุทธมหามัยมุนี นี้เป็นพระพุทธรูปที่มีชีวิต เพราะด้วยเหตุที่ได้รับประทานพร ประทานลมหายใจจากพระพุทธเจ้า จึงมีประเพณีล้างพระพักตร์ถวาย โดยทุกเช้า เวลาประมาณ 04.00 น. พระมหาเถระและสาธุชนทั่วไปที่ศรัทธาจะมาทำพิธีล้างพระพักตร์ด้วยน้ำอบน้ำหอมผสมทานาคาอย่างดีพร้อมกับใช้แปรงทองแปรงที่พระโอษฐ์เสมือนหนึ่งแปรงพระทนต์ถวายพระพุทธเจ้า ก่อนใช้ผ้าจากศรัทธาสาธุชนถวายมาเช็ดจนแห้งสนิท พร้อมใช้พัดทองโบกถวายเป็นอันดีเสมือนหนึ่งได้อุปัฏฐากองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่ยังทรงพระ

เครดิตรูปจากอินเตอร์เนต

สะพานไม้อูเบ็ง (U Bein Bridge) สะพานไม้สักที่ยาวที่สุดในโลก

ถ้าได้มีโอกาสไปเที่ยวมัณฑะเลย์ สะพานไม้อูเบ็ง (U Bein Bridge) เป็นอีกสถานที่นึ่งที่นักท่องเที่ยวอย่างเราๆ ต้องห้ามพลาดเลยนะคะ  ถ้าสนใจโปรแกรมทัวร์พม่า ไปทางมัณฑะเลย์ ยังไงลองเช็คโปรแกรมทัวร์พม่า ของทางทัวร์อินดี้ ที่ลิงค์นี้ได้เลยนะคะ >> WWW.TOURINDY.CO.TH <<

สะพานไม้อูเบ็ง

สะพานไม้อูเบ็ง ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของเมืองอมรปุระ ประเทศพม่า ซึ่งอยู่ห่างจากตัวเมืองมัณฑะเลย์ไม่มากนัก โดยตัวสะพานนั้นมีความยาว 1.2 กิโลเมตร และเป็นสะพานไม้สักที่ยาวที่สุดในโลกเลยก็ว่าได้ เสาของสะพานใช้ไม้สักถึง 1,208 ต้น ซึ่งมีอายุกว่า 200 ปี  ตัวสะพานสร้างทอดข้ามทะเลสาบคองตามัน (Toungthamon) ที่เชื่อมระหว่างเมืองอมรปุระกับอังวะ

สะพานไม้อูเบ็ง สร้างจากไม้สักที่เหลือจากการรื้อพระราชวังเก่ากรุงอังวะ เมื่อครั้งย้ายเมืองหลวงจากอังวะ มายังอมรปุระ ชื่ออูเบ็งนั้นเป็นชื่อของขุนนางที่มีนามว่า “อูเบียน” ซึ่งพระเจ้าปดุงโปรดฯให้มาทำหน้าที่เป็นแม่กองงานสร้างนั้นเอง  สะพานไม้อูเบ็งถูกใช้เป็นทางผ่านสำคัญสำหรับคนในท้องถิ่นและเป็นสถานที่ท่องเที่ยว ช่วงเดือนกรกฎาคมและสิงหาคมเป็นช่วงที่น้ำในทะเลสาบมีระดับสูงสุด

U Bein Bridge

ส่วนช่วงเวลาที่สวยงามคือ ช่วงเช้าและช่วงเย็นก่อนพระอาทิตย์ตก นอกจากจะได้ชมความสวยงามของพระอาทิตย์ขึ้นและตกแล้ว ยังได้เห็นวิถีชีวิตของคนเมียนมาด้วย ส่วนช่วงหน้าหนาวน้ำในทะเลสาบจะลดระดับ นักท่องเที่ยวมักเช่าเรือเล็กออกไปชมความงามกลางทะเลสาบช่วงพระอาทิตย์ตกดิน ซึ่งจะมองเห็นสะพานไม้สักย้อมแสงสนธยา

U Bein Bridge-1

โดยถ้าเราข้ามไปอีกฝั่งของสะพานไม้อูเบ็ง จะมีเจดีย์เจ๊าตอคยี (Kyauktawgyi Pagoda) ซึ่งภายในเจดีย์เจ๊าตอคยี นั้นจะมีภาพจิตรกรรมฝาผนังที่มีอายุกว่า 160 ปี ที่สันนิษฐานกันว่าน่าจะเป็นฝีมือช่างไทยที่ถูกจับไปเป็นเชลยสมัยเสียกรุงครั้งที่ 2

U Bein Bridge-2

การได้เดินทางท่องเที่ยวนั้นทำให้เราได้เปิดมุมมองใหม่ ได้มิตรภาพใหม่ๆ ผ่อนคลายความเครียด  ถึงจะต้องตื่นเช้า นอนดึก แต่ก็ยังสนุกสนาน และถือเป็นการพักผ่อนที่ดีที่สุดเลยที่เดี่ยว  ยังไงก็อย่างลืมหาเวลาไปท่องเที่ยวกันนะคะ ..

เช็ควันหยุดปี 2562 วันหยุดราชการ วันหยุดยาวต่อเนื่องปี 62 แล้ววางแผนไปเที่ยวกัน

เช็คเอ้าท์ปฎิทันวันหยุดปี 2562 รวบรวมวันหยุดในปี 2562/2019 ทั้งหยุดสั้น หยุดต่อเนื่อง หยุดยาวๆแล้วเตรียมวางแผนท่องเที่ยวกัน

วันหยุดปี 2562

ภาพจาก Sanook.com

วันหยุด เดือนมกราคม 2562

– วันอังคารที่ 1 มกราคม 2562 วันขึ้นปีใหม่

วันหยุด เดือนกุมภาพันธ์ 2562

– วันอังคารที่ 19 กุมภาพันธ์ 2562 วันมาฆบูชา

วันหยุด เดือนเมษายน 2562

– วันเสาร์ที่ 6 เมษายน 2562 วันจักรี
– วันจันทร์ที่ 8 เมษายน 2562 วันหยุดชดเชยวันจักรี
– วันเสาร์ที่ 13 เมษายน 2562 วันสงกรานต์
– วันอาทิตย์ที่ 14 เมษายน 2562 วันสงกรานต์
– วันจันทร์ที่ 15 เมษายน 2562 วันสงกรานต์
– วันอังคารที่ 16 เมษายน 2562 วันหยุดชดเชยวันสงกรานต์

* บางสถานที่หยุดวันที่ 17 เมษายน ด้วย

วันหยุด เดือนพฤษภาคม 2562

– วันพุธที่ 1 พฤษภาคม 2562 วันแรงงาน
– วันเสาร์ที่ 18 พฤษภาคม 2562 วันวิสาขบูชา
– วันจันทร์ที่ 20 พฤษภาคม 2562 วันหยุดชดเชยวันวิสาขบูชา

* หมายเหตุ : วันพืชมงคล รอประกาศจากทางการ

วันหยุด เดือนกรกฎาคม 2562

– วันอังคารที่ 16 กรกฎาคม 2562 วันอาสาฬหบูชา
– วันพุธที่ 17 กรกฎาคม 2562 วันเข้าพรรษา
– วันอาทิตย์ที่ 28 กรกฎาคม 2562 วันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร (ร.10)

* หมายเหตุ : วันหยุดชดเชย 28 กรกฎาคม 2562 รอประกาศจากทางการ

วันหยุด เดือนสิงหาคม 2562

– วันจันทร์ที่ 12 สิงหาคม 2562 วันแม่แห่งชาติ

วันหยุด เดือนตุลาคม 2562

– วันอาทิตย์ที่ 13 ตุลาคม 2562 วันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช (ร.9)
– วันพุธที่ 23 ตุลาคม 2562 วันปิยมหาราช

* หมายเหตุ : วันหยุดชดเชย 13 ตุลาคม 2562 รอประกาศจากทางการ

วันหยุด เดือนธันวาคม 2562

– วันพฤหัสบดีที่ 5 ธันวาคม 2562 วันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช (ร.9), วันชาติ และวันพ่อแห่งชาติ
– วันอังคารที่ 10 ธันวาคม 2562 วันรัฐธรรมนูญ
– วันอังคารที่ 31 ธันวาคม 2562 วันสิ้นปี

วันหยุดยาวประจำปี 2562

หยุดยาวเดือนธันวาคม 2561 – เดือนมกราคม 2562

วันสิ้นปี – วันขึ้นปีใหม่ หยุดติดกัน 4 วัน

– วันเสาร์ที่ 29 ธันวาคม 2561
– วันอาทิตย์ที่ 30 ธันวาคม 2561
– วันจันทร์ที่ 31 ธันวาคม 2561 วันสิ้นปี
– วันอังคารที่ 1 มกราคม 2562 วันขึ้นปีใหม่

หยุดยาวเดือนเมษายน 2562

วันจักรี หยุดติดกัน 3 วัน

– วันเสาร์ที่ 6 เมษายน 2562 วันจักรี
– วันอาทิตย์ที่ 7 เมษายน 2562
– วันจันทร์ที่ 8 เมษายน 2562 วันหยุดชดเชยวันจักรี

วันสงกรานต์ หยุดติดกัน 4 วัน (หรือ 5 วัน)

– วันเสาร์ที่ 13 เมษายน 2562 วันสงกรานต์
– วันอาทิตย์ที่ 14 เมษายน 2562 วันสงกรานต์
– วันจันทร์ที่ 15 เมษายน 2562 วันสงกรานต์
– วันอังคารที่ 16 เมษายน 2562 วันหยุดชดเชยวันสงกรานต์

* บางสถานที่หยุดวันที่ 17 เมษายน ด้วย

หยุดยาวเดือนพฤษภาคม 2562

วันวิสาขบูชา หยุดติดกัน 3 วัน

– วันเสาร์ที่ 18 พฤษภาคม 2562 วันวิสาขบูชา
– วันอาทิตย์ที่ 19 พฤษภาคม 2562
– วันจันทร์ที่ 20 พฤษภาคม 2562 วันหยุดชดเชยวันวิสาขบูชา

หยุดยาวเดือนกรกฎาคม 2562

วันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร (ร.10) หยุดติดกัน 3 วัน

– วันเสาร์ที่ 27 กรกฎาคม 2562
– วันอาทิตย์ที่ 28 กรกฎาคม 2562 วันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร (ร.10) และวันเข้าพรรษา
– วันจันทร์ที่ 29 กรกฎาคม 2562 วันหยุดชดเชยวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร (ร.10)

หยุดยาวเดือนสิงหาคม 2562

วันแม่แห่งชาติ หยุดติดกัน 3 วัน

– วันเสาร์ที่ 10 สิงหาคม 2562
– วันอาทิตย์ที่ 11 สิงหาคม 2562
– วันจันทร์ที่ 12 สิงหาคม 2562 วันแม่แห่งชาติ

หยุดยาวเดือนตุลาคม 2562

วันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช (ร.9) หยุดติดกัน 3 วัน

– วันเสาร์ที่ 12 ตุลาคม 2562
– วันอาทิตย์ที่ 13 ตุลาคม 2562 วันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช (ร.9)
– วันจันทร์ที่ 14 ตุลาคม 2562 วันหยุดชดเชยวันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช (ร.9)

เมื่อทราบวันหยุดทั้งหมดในปี 2562   หมดแล้ว รีบวางแผนกันดีๆ แล้วเก็บกระเป๋าไปเที่ยวด้วยกัน ขอบคุณข้อมูลจาก Kapook.com

ทัวร์กาญจนบุรีกันไหม จะพาไป นุ่งกระโจมห่มสไบ เที่ยวเมืองมัลลิกา ย้อนรอยวิถีชีวิต สมัย ร. 5

เคยไปเที่ยวกาญจนบุรีก็หลายครั้ง ถ้าจะให้จัดโปรแกรมทัวร์การญจนบุรี ก็คงคิดถึงแต่ น้ำตก ล่องแพ ชมเขื่อนศรีนครินทร์ เที่ยวสะพานข้ามแม่น้ำแคว ตลาดพลอย แวะเครพสุสานทหารสัมพันธิมิตรดอกรัก โรงถ่ายทำภาพยนต์ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช แต่วันนี้จะพาไปนุ่งโจมห่มสไบ เที่ยวย้อนยุค กลับไปในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕  “เมืองมัลลิกา ร.ศ. 124”

Mallika 124-1

เมืองมัลลิกา ตั้งอยู่ใกล้ปราสาทเมืองสิงห์ ห่างจากตัวเมืองกาญประมาณ 32 กิโลเมตร  เป็นเมืองย้อนยุคของวิถีชีวิตชาวสยามบริเวณลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา ในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ วิถีชีวิตของชาวสยามในยุค ร.ศ.๑๒๔ มีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นมากมายหลายด้าน ที่เด่นชัดมากคือการประกาศเลิกทาส เมื่อทาสได้รับความเป็นไทพวกเขาต้องใช้ชีวิตอยู่อาศัยและทำมาหากินด้วยตนเอง ไม่ได้อยู่ภายใต้อาณัติหรือการดูแลของบรรดาเจ้าขุนมูลนายอีกต่อไป พวกเขาต้องดำรงชีวิตให้อยู่รอด พึ่งตนเอง และอยู่ร่วมกับคนสยามทุกหมู่เหล่า การปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตเหล่านี้นับเป็นรากเหง้าสำคัญของคนไทยในยุคปัจจุบัน  พอผ่านประตูเมืองเข้าไปจะมีจุดน่าสนใจต่างๆ ดังนี้

Mallika 124-2

สะพานหัน  ชื่อนี้เรียกตามจาก ลักษณะของตัวสะพานที่ สมัยก่อนนั้นจะเป็นไม้แผ่นเดียวพาดข้ามคลอง ปลายข้างหนึ่งตรึงแน่นกับที่ ส่วนอีกข้างจะไม่ตอกติด จับหันไปมาได้เพื่อให้เรือแล่นผ่านต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 4 โปรดเกล้า ฯ ให้สร้างใหม่เป็นสะพานโครงเหล็กพื้นไม้ จนถึงสมัยรัชกาลที่ 5 ได้เปลี่ยนทำเป็นแบบสะพานริอัลโตทีนครเวนิซ และที่ปองเตเวกคิโอ เมืองฟลอเรนซ์ ประเทศอิตาลี คือ เป็นสะพานไม้โค้งกว้าง สองฟากสะพานมีห้องแถวเล็กๆ ให้ขายของ ส่วนตรงกลางเป็นทางเดิน ซึ่งสะพานนี้ล้นเกล้ารัชกาลที่ 5 ชอบเสด็จประพาสเพื่อซื้อผลไม้แห้งที่นำเข้ามาจากต่างประเทศ เช่นลูกพลับแห้ง และผลไม้แห้งต่างๆ นานาชนิด

Mallika 124-3

ย่านถนนแพร่งนรา ชื่อถนนมาจากพระนาม “ พระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมพระนราธิปประพันธ์พงศ์ “ ซึ่งมีพระนามเดิมว่า พระองค์เจ้าชายวรวรรณษกร ต้นราชสกุลวรวรรณ ณ อยุธยา เป็นพระราชโอรส ในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และเจ้าจอมมารดาเขียน ทรงรับราชการในกรมพระคลังมหาสมบัติ ตำแหน่งรองเสนาบดี ประทับ ณ วัง ซึ่งสมเด็จพระบรมราชชนกโปรดให้สร้างขึ้นริมถนนตะนาว มีอาณาเขตต่อจาก วังพระเจ้าบรมวงศ์กรมหมื่นภูธเรศธำรงศักดิ์ ขณะประทับ ณ วังนี้ โปรดให้สร้างโรงละครขึ้นชื่อโรงละครปรีดาลัย แสดงละครร้องนับเป็นโรงมหรสพแห่งแรกของไทย ในครั้งนั้นสันนิษฐานว่า โปรดให้ตัดถนนผ่านกลางวังพร้อมกับสร้างตึกแถว สองข้าง คนทั่วไปจึงเรียกถนนตามพระนามเจ้าของวังว่า “ถนนแพร่งนรา”

Mallika 124-4

หอชมเมือง จำลองมาจากหอคอยคุก ซึ่งเป็นหอคอยที่ใช้สำหรับตรวจตราป้องกันมิให้นักโทษหนี ซึ่งเมืองมัลลิกา ใช้สำหรับชมเมือง ว่ามีทัศนียภาพที่ว่างดงามเพียงใด

Mallika 124- 5

เรือนเดี่ยว ป็นเรือนชาวบ้าน ซึ่งผู้ที่อาศัยอยู่เรือนนี้คือคนชนชั้นกรรมาชีพ มีหน้าที่ ผลิตปัจจัยเบื้องต้นในการยังชีพอันได้แก่ การทำไร่ ทำนา ทำสวน ปลูกผัก สีข้าว ทอผ้า จักสาน อันเป็นอาชีพทั่วไปของชนชั้นนี้ ในเมืองมัลลิกา นั้นจะมีเรือนเดี่ยว เพื่อแสดงถึงวิถีของชาวบ้านในสมัย ร.ศ. ๑๒๔ ว่ามีวิถีชีวิตอย่างไร

Mallika 124-6

เรือนคหบดี เป็นเรือนคนมีฐานะ บนเรือนคหบดีนั้น แสดงวิถีความเป็นอยู่ของชนชั้นปกครองซึ่งจะมีกิจกรรมบนเรือน เช่น งานใบตอง งานดอกไม้ งานเครื่องแขวน งานแกะสลักผลไม้ ซึ่งงานเหล่านี้เป็นงานวิจิตรที่จะใช้จริงในเมืองมัลลิกา และในบริเวนเรือนคหบดีนั้นยังเรือนที่เป็นองค์ประกอบของเรือน คือ เรือนครัว ซึ่งต้องทำอาหารเลี้ยง บ่าวไพร่ที่มีเป็นจำนวนมาก โดยการหุงข้างเตากระทะ การประกอบอาหาร หวาน คาว สำหรับรับรองแขกเหรื่อ

Mallika 124-7

โรงครัว ประกอบด้วย โรงสี ยุ้งข้าว โรงเตรียม แสดงกรรมวิธีการฝัดข้าว สีข้าว ตำข้าว พร้อมทั้ง การหุงข้าวเตากระทะใบบัว แม่ครัวในโรงครัวนั้นต้องทำอาหารเลี้ยงบ่าวไพร่จำนวนมาก และประกอบอาหารคาวหวาน เพื่อรับรองแขกเหรื่อ โดยเป็นการประกอบอาหารด้วยเตาถ่านทั้งสิ้น

Gallery_เรือนแพ

เรือนแพ  ในยุคสมัยนั้น การสัญจรไปมาส่วนใหญ่ใช้แม่น้ำดังนั้น ร้านค้าขายที่จะตั้งอยุ๋ริมน้ำเป็นส่วนใหญ่

Mallika 124-9

เรือนหมู่ เป็นเรือนสำหรับรับรองแขกบ้านแขกเมือง ของคหบดีไทยซึ่งอาจเป็น ขุนนางผู้ทรงศักดิ์ หรือคหบดีผู้มั่งคั่ง ซึ่งในสมัยนั้น นิยมมีคณะนาฎศิลป์ เป็นของตนเอง สำหรับรับแขก .

Mallika 124-10

ลานมะลิ เนื่องจากมัลลิกา ตามพจนานุกรมไทย แปลว่ามะลิในประเทศไทยมีมะลิมากกว่าร้อยชนิดซึ่งคนรุ่นใหม่ไม่ทราบกันมากจึงได้สร้างลานมะลิเพื่อรวบรวมมะลิพันธุ์ต่างๆมาไว้ให้ได้ดูและได้ดม

Mallika 124-11ห้องเล่าเรื่อง เรื่องราวข้างต้นสะท้อนความงามของวิถีชีวิตคนไทยในอดีตเมื่อ 110 ปีก่อน

ค่าบริการเข้าชมเมืองมัลลิกา
ค่าบัตรเข้าชม ราคา 250 บาท
บัตรเข้าชม + ชุดไทย ราคา 400 บาท
บัตรเข้าชม + รับประทานอาหารกลางวัน (บุฟเฟ่ต์) ราคา 500  บาท
บัตรเข้าชม + รับประทานอาหารกลางวัน (บุฟเฟ่ต์) + ชุดไทย  ราคา 650 บาท
บัตรเข้าชม + รับประทานอาหารเย็น (บุฟเฟ่ต์) + การแสดงนาฏศิลป์ไทย ราคา 700 บาท
บัตรเข้าชม + รับประทานอาหารเย็น (บุฟเฟ่ต์) + การแสดงนาฏศิลป์ไทย + ชุดไทย ราคา 900 บาท

หรือสอบถามข้อมูลได้ที่ 034 540884–86

เมืองมัลลิกา ร.ศ. ๑๒๔ จึงเป็นเมืองที่เราภาคภูมิใจ  เพื่อแสดงให้ชาวไทยได้รู้ว่าบรรพบุรุษของเรานั้นมีภูมิปัญญาไม่แพ้ชาติใดในโลก แสดงให้ชาวโลกได้รู้ว่าชนชาติไทยมีเอกลักษณ์ที่เป็นไทยแท้ไม่แพ้ชาติใดในโลก

เขียนจบแล้วก็อยากจัดกระเป๋า ล่องแพ เมืองกาญ นอนริ่มเขื่อน ช้อปปิ้งตลาดพลอย แล้วไปนุ่งกระโจมห่มสไบ เดินเล่น ถ่ายรูปสวยๆ เมืองมัลลิกา ร.ศ. 124  จริงๆเลยนะคะ  ยังไงก็ขอบคุณข้อมูลและภาพ จาก www.mallika124.com

 

 

 

เที่ยวสุขใจ ไปสิงห์บุรี ไหว้พระ เดินตลาดบางระจัน

อยู่ดีๆก็นึกอยากไปเที่ยวสิงห์บุรี  จังหวัดสิงห์บุรี จังหวัดหวัดเล็กๆ ที่มีประวัติศาสตร์ที่ยาวนานตำนานของชาวค่ายบางระจัน ก็เลยนั่งหาข้อมูลทาง Google ไปเจอเว็บ เที่ยวภาคกลาง.com  รีวิวเที่ยวสิงห์บุรี ที่น่าสนใจๆมากๆ เลยอยากจะมาแชร์  นอกจากประวัติศาสตร์ที่ยาวนาน แล้วสิงห์บุรียังมีทั้งร้านอาหาร ร้านกาแฟ วัดสวยๆ และยังมีตลาดบ้านระจันให้เดินเล่นช็อปปิ้งกันให้ฉ่ำใจ

Sing Buri-1

เริ่มต้นที่ วัดพิกุลทอง ไหว้พระวัดชื่อดังประจำจังหวัดที่มีชื่อเสียงมาจาก หลวงพ่อแพ พระเกจิอาจารย์ชื่อดังอันเป็นที่เคารพของชาวบ้าน จนกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ต้องแวะมาไหว้พระขอพร เพื่อความเป็นสิริมงคล

Sing Buri-2

ตลาดไทย้อนยุคบ้านระจัน ถิ่นวีรชนคนกล้าบ้านบางระจัน ที่นี่เป็นตลาดที่รวมของกินอร่อยๆ หรือไม่ว่าจะเป็นของฝาก บรรยากาศตลาดจะเป็นแบบย้อนยุค ทางเดินเข้าตลาดสร้างเป็นป้อมของหมู่บ้านระจันทำจากไม้ ให้เราเหมือนย้อนกลับไปสู่ยุคสมัยก่อนของชาวบ้านระจัน ตลาดจะตั้งอยู่ภายในวัดโพธิ์เก้าต้น อ.ค่ายบางระจัน

Sing Buri-3เฌอแตม ร้านกาแฟใจกลางเมืองสิงห์บุรี ที่ตกแต่งสไตล์ยุโรป มี Pool Club สระว่ายน้ำ มีบริการอาหาร เครื่องดื่ม และของหวาน หลากหลายเมนู บรรยกาศน่านั่ง ชิวๆ

Sing Buri-4

วัดหน้าพระธาตุ ห่างจากวัดพระนอนจักรสีห์ไปประมาณ 1.5 กิโลเมตร สันนิษฐานว่า สถานที่ บริเวณนี้จะเป็นที่ตั้งของเมืองสิงห์บุรีเก่า สิ่งที่สำคัญของวัดนี้ คือ องค์พระปรางค์สูงประมาณ 8 วา

Sing Buri-5วัดพระนอนจักรสีห์วรวิหาร พระพุทธไสยาสน์องค์นี้ เป็นพระพุทธรูปที่ใหญ่และยาวที่สุดของประเทศ สร้างมานานเก่าแก่จนไม่ทราบ แน่ชัดว่ามีประวัติความเป็นมาอย่างไร ส่วนใหญ่เป็นเรื่องเล่าในทำนองนิยายปรำปรา ทำนองเดียวกันกับพระ ปฐมเจดีย์ เช่น กล่าวว่าพระเจ้าสิงหพาหุเป็นผู้สร้าง แต่ก็ไม่มีใครทราบว่าพระเจ้าพาหุคือผู้ใด ครองเมืองอะไร ในยุคสมัยใด สันนิษฐานว่าสร้างก่อนตั้งกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี องค์พระหันพระเศียรไปทางทิศตะวันออก ความยาว 3 เส้น 3 วา 2 ศอก 1 คืบ 7 นิ้ว

Sing Buri-6

บ้านสวนแม่ลาการ้อง ร้านอาหารบรรยากาศกลางสวนและวิวทุ่งนา เมนูอาหารแนะนำ ปลาช่อนแม่ลา หรือเมนูอื่นๆที่ทำจากปลา ของขึ้นชื่อเมืองสิงห์บุรี

Sing Buri-7

วัดโคกงู ‘ หลวงพ่อโคกงู ’ พระพุทธรูปเก่าเเก่ ตั้วอยู่ในป่ากลางทุ่งนา มีประวัติความเป็นมา จากชาวบ้านแถวนี้เรียกว่า วัดโคกงู เพราะตั้งอยู่บนเนิน หรือเรียกกันว่าบนโคก มีพระพุทธรูปเนื้อก่ออิฐถือปูน ปางมารวิชัย ประดิษฐานอยู่กลางโคก ชาวบ้านเรียกว่า หลวงพ่อโคกงู

Sing Buri-10

วัดไทร เป็นวัดที่มีรากต้นไทรโอบยึดกำแพงโบสถ์ไว้ไม่ให้พังทลายลงมา ภายในเป็นสถานที่ประดิษฐานองค์พระประธาน โดยแต่เดิมชาวบ้านเรียกกันว่า “หลวงพ่อขาว” หรือ “หลวงพ่อทะยาน” แต่ในปัจจุบันเรียกว่า “หลวงพ่อวัดไทร” ตามชื่อของวัดไทร

Sing Buri-8

Inkit Cafe Analog คาเฟ่เล็กๆกลางเมืองสิงห์บุรี ที่นี่คั่วกาแฟชงเอง มีเมล็ดมาจากหลายๆจังหวัด ได้พูดคุยกับเจ้าของร้าน ว่านำเมล็ดกาแฟจากที่ต่างๆ ที่ไปเที่ยว แล้วนำมาคั่วเอง เป็นร้านที่มีเสน่ห์อีกร้านนึง

Sing Buri-9

ข้าวแกงถนัดแดก ก่อนอำลาเมืองสิงห์บุรี แวะทานข้าวเติมพลัง ร้านดังในโซเชี่ยล แล้วยังได้แวะไหว้สักการะพระอินทร์อีกด้วย ร้านติดถนนใหญ่สายเอเชีย ขาลง จริงๆยังมีอีกหลายสถานที่ที่ทางเว็บ เที่ยวภาคกลาง.com แนะนำ ยังไงลองหาดูที่รีวิว “วันหยุดไปเที่ยวใกล้ๆ 20 ที่เช็คอิน จ.สิงห์บุรี” ของทางเว็บไซด์ เที่ยวภาคกลาง.com

ขอบคุณข้อมูลและภาพ จาก tiewpakklang.com

เที่ยวตลาดสต๊อด เมืองย่างกุ้ง ประเทศพม่า

หลังจากเขียนข้อมูลพาไปเที่ยววัดต่างๆในพม่ามาแล้วหลายที่ วันนี้ จะพาไปเที่ยวตลาดกันบ้าง  ถ้าบอกว่า ตลาดบอกยอค อองซาน น้อยคนที่จะรู้จัก แต่ถ้าบอกว่า ตลาดสก็อต คงร้องอ๋อขึ้นมาทันที

เที่ยวพม่า ตลาดสก๊อต

 

ตลาดสก๊อต เป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดในย่างกุ้ง (คล้ายๆตลาดจตุจักรบ้านเรานั้นเอง) ทีชื่อตลาดสก๊อต เป็นเพราะคนสร้างตลาด คือนายสก๊อต ชาวอังกฤษ

ข้อมูลทัวร์พม่า ตลาดสก๊อต

ตลาดสก๊อต นั้นมีของ ทั้งของกิน ของใช้ และของฝาก เช่น อาหารนานาชนิด เสื้อผ้า อัญมณี โคมไฟแก้ว นาฬิกาข้อมือเก่า ผ้าไหมลายต่างๆ สินค้าจากชนกลุ่มน้อย และที่พลาดไม่ได้เห็นจะเป็นภาพวาดสีน้ำมันสวยๆ คนไทยนิยมมาซื้อเพื่อเอาไปแต่งบ้านกันเพราะสวยเก๋และอาร์ทมากๆ แถมยังราคาไม่แพงด้วย

ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก https://blog.bangkokair.com

 

มหาวิชยเจดีย์ เมืองย่างกุ้ง ความงามที่ถูกลืม

นจะไปเที่ยวพม่า เมืองย่างกุ้ง ไหว้พระ แน่นอนว่าบางคนอาจจะนึกออกแค่วัดดัง อย่างพระมหาเจดีย์ชเวดากองเป็นแน่ แต่ยังมีอีกวัดที่มีความงดงาม  ของมหาเจดีย์องค์โต สีทองอร่าม แวววับท้าแสงพระอาทิตย์ งดงามไม่แพ้ ชเวดากองเลย ก็คือ “มหาวิชยเจดีย์”

ข้อมูลท่องเที่ยวพม่า

มหรวิชยเจดีย์ อาจจะเรียกได้ว่าเป็นความงดงามที่ถูกลืม ของพม่าก็ว่าได้ ด้วยเพราะว่าอยู่ติดกับมหาเจดีย์ชเวดากอง แต่ถ้าท่านได้แวะไปเยืยมชม จะพูดได้เลยว่าความงดงามนั้นไม่น้อยกว่า ชเวดากองเลย

ข้อมูลท่องเที่ยวย่างกุ้ง

รอบๆองค์เจดีย์นั้นสวยสะดุดตา พอเดินเข้าไปสัการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ด้านใจ จะเจอห้องโถงใหญ่มีลักษณะคล้ายต้นโพธิ์ พร้อมด้วยพระพุทธรุป 8 องค์ ที่ประดิษฐานอยู่ตรงกลาง นอกจากนั้นชาวเมืองยังเชื่อกันว่าข้างในมีพระเกษาธาตุ 2 เส้น แบบนี้ถ้ามีโอกาสได้ไปก็อย่าลืมแวะไปสักการะขอพรเพื่อความเป็นสิริมงคลให้กับตัวเองนะคะ  บริเวณรอบไม่พลุกพล่าน เงียบสงบ ที่สำคัญไม่ต้องเสียค่าเข้าชม

ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก https://blog.bangkokair.com

เที่ยวอยุธยาไม่ได้มีแค่วัด แลนด์มาร์คแห่งใหม่ ทุ่งบัวแดง บ้านคลองทราย

แลนด์มาร์คแห่งใหม่ในอยุธยา ทุ่งบัวแดง OTOP นวัตวิถี บ้านคลองทราย Patcha เห็นภาพที่แชร์จาก Facebook Page แบกเป้เที่ยว+

Ayutaya-1ภาพผู้หญิงสวมชุดไทยนั่งอยู่ในเรือทามกลางทุ่งดอกบัวแดงที่บานเต็มพื้นน้ำกว้างสุดลูกตา รู้สึกผ่อนคลายสบายตา ภาพให้ความรู้สึกแบบไทยๆ

Ayutaya-2

Ayutaya-4

นึกถึงสมัย Patcha ยังเป็นเด็ก ที่บ้านต่างจังหวัดทุกคลองหนองบึงจะมีดอกบัวแดงเต็มไปหมด Patcha ยังเคยว่ายน้ำไปเก็บสายบัวเอามาให้แม่แกงกะทิสายบัวใส่ปลาทู (ไปถึงเรื่องกิน.. จนได้ ^^) แต่เดี่ยวนี้กลับบ้าน ก็หาบัวแดงดูยากเหมือนกัน พอได้เห็นภาพจาก Facebook Page แบกเป้เที่ยว+ ก็ทำให้ระลึกถึงสมัยเราเด็กๆ..

Ayutaya-5

ทัวร์อยุธยาเมืองเก่า เรียนรู้เรื่องราวประวัติศาสตร์ ไหว้พระขอพร แล้วก็อย่าลืมเพิ่มโปรแกรมทุ่งบัวแดงไปอีกซักที่นะค่ะ ไม่มีค่าบริการเข้าชม ทาง Page แบกเป้เที่ยว+ เค้าแนะนำใหไปเช้าๆ บัวจะบานตั้งแต่ 19.00 – 10.00 น.

ขอบคุณภาพจาก Facebook Page : แบกเป้เที่ยว+

 

ตลาดน้ำอัมพวา ที่เที่ยวใกล้กรุงเทพ ไปกี่ครั้งก็ไม่เบื่อ

ถ้ามองหาที่ท่องเที่ยวใกล้ กรุงเทพฯ แบบชิลๆ เช้าเย็นกลับ หรือ 2 วัน 1 คืน อัมพวา ถือเป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวอันดับต้นๆ และได้ครบตามสโลแกน กิน ช้อป แชะ แถมยังสามารถจัดโปรแกรมไหว้พระ 9 วัด เสริมศิริมงคลให้ตัวเองได้ด้วย  >> สนใจโปรแกรมทัวร์อัมพวาคลิ๊กได้เลยค้า<< 

ตลาดน้ำอัมพวา
ตลาดน้ำอัมพวาเป็นตลาดน้ำยามเย็น ถ้าคุณได้ไปแล้วต้องหลงไหลในมนต์เสน่ห์ของบ้านเรือนสองริ่มฝั่งแม่น้ำ ทียังคงความดั่งเดิม ถ้าคุณมีโอกาสค้างคืน เพิ่มความมีเสน่ห์ยิ่งขึ้นด้วยการนั่งเรือออกไปชมหิ่งห้อย

Amphawa Floating Market3นอกจากที่เที่ยวแล้ว ที่กินก็ไม่ทำให้คุณผิดหวัง สองฝั่งคลองอัมพวา จะมีแม่ค้าพายเรือขายของกินแยะเยอะ ไม่ว่าจะเป็น ผัดไท หอยทอด ก๋วยเตียว ขนมหวาน เป็นต้น รับรองคุณต้องอิ่มกลับมาแน่นอน นอกจากเรื่องกินแล้ว เรื่องช้อป เรื่องแชะ ก็ไม่ทำให้คุณผิดหวังเช่นกัน อัมพวามีร้านขายของที่ระลึกน่ารักๆ มุ่มเก๋ๆ ให้คุณได้ถ่ายรูปสวยๆ โพสต์ให้เพื่อนๆ ใน Facebook อิจเล่นๆ กันเลยนะค่ะคุณขา

Amphawa Floating Market2

 

Amphawa Floating Market6

Amphawa Floating Market15Picture from http://thaifloatingmart.blogspot.com

 

เทพทันใจ (นัตโบโบยี) เมืองย่างกุ้ง

เทพทันใจ หรือ นัตโบโบยี  มีหน้าที่พิทักษ์ปกป้องคุ้มครองเจดีย์โบตาทาวน์ ซึ่งชาวพม่านิยมไปกราบไหว้บูชา ด้วยที่เชื่อว่าเมื่ออธิษฐานสิ่งใดแล้วจะสมปรารถนาทันใจรวดเร็วทันใจตามที่หวังไว้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงาน ค้าขาย หรือความรัก ทำให้มีผู้คนศรัทธามากขึ้น รวมถึงคนไทยนิยมเดินทางไปสักการะบูชาและท่องเที่ยวในพม่าบ่อยขึ้น

ทัวร์พม่า เทพทันใจ ขอพร
ทัวร์พม่า เทพทันใจ ขอพร

การสักการะเทพทันใจ จะมีเจ้าหน้าที่คอยให้บริการเรื่องของสักการะอยู่ด้านหน้า ซึ่งจะประกอบไปด้วยมะพร้าว กล้วย ใบชนะ ผ้าคล้องคอ ร่มฉัตรกระดาษ ดอกไม้ พร้อมทั้งธนบัตรจำนวน 2 ใบ ให้ม้วนธนบัตรเป็นรูปกรวย สอดไปในมือของเทพทันใจ จากนั้นนำหน้าผากของเราไปแตะชิดที่นิ้วชี้ของเทพทันใจที่ชี้มา พร้อมอธิษฐาน ให้อธิษฐานได้เพียงข้อเดียวเท่านั้นถึงจะสัมฤทธิ์ผล เสร็จแล้วจึงดึงนำธนบัตรออกมา 1 ใบ เพื่อเก็บไว้เป็นสิริมงคล จากนั้นเดินจับรูปปั้นเทพทันใจรอบๆ  รวมถึงจับไม้เท้าท่านด้วย แล้วคนทำพิธีจะให้ใบชนะแก่เรา และให้เรานำผ้าไปคล้องคอเทพทันใจ เป็นอันเสร็จพิธี

เจดีย์โบตาทาวน์ ไม่ได้มีเพียงแต่เทพทันใจ เท่านั้น แต่ยังมี เทพกระซิบ หรือ เมี๊ยะนานหน่วย ซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับเจดีย์ ตามตำนานกล่าวไว้ว่า เทพกระซิบเป็นธิดาของพญานาคที่มีความศรัทธาต่อพระพุทธศาสนาเป็นอย่างมาก เชื่อว่าถ้ากระซิบขออะไรแล้วจะสมหวังอีกด้วย

วิธีขอพรจากเทพกระซิบ การเคารพและบูชาเทพกระซิบ จะบูชาด้วยน้ำนม ข้าวตอก และผลไม้ และกระซิบเพื่อขอพรท่าน ซึ่งเมี๊ยยะนานหน่วยนั้นถือได้ว่าเป็นเทพที่ให้แต่พรและความโชคดีแก่ทุกๆคนที่มาขอพร

ทัวร์พม่าไหว้พระ ขอพรเทพทันใจ คลิ๊กๆ 

พระธาตุอินทร์แขวน (Golden Rock) หรือ ไจก์ทิโย

พระธาตุอินทร์แขวน (Golden Rock) หรือ ไจก์ทิโย ก้องหินสีทอง รูปร่างคล้ายเจดีย์ ที่ตั้งอยู่ปลายหน้าผา ได้อยากน่าอัศจรรย์

พระธาตุอินแขวน Golden Rock
ทัวร์พม่า ไหว้พระธาตุอินแขวน Golden Rock

พระธาตุอิจแขวน ตั้งอยู่ห่างจากเมืองย่างกุ้งไปทางใต้ 180 กม. ในเมือง ไจก์ทิโย (Kyaiktiyo) นับเป็น1 ใน 5 สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ที่ชาวพม่าต้องไปสักการะ และยังเป็นพระธาตุประจำของคนเกิดปีจอ

พุทธตำนานเล่าว่า ฤๅษีติสสะ เป็นผู้หนึ่งที่ได้รับพระเกศาจากพระพุทธเจ้า ที่ทรงมอบให้ไว้เป็นตัวแทนของพระพุทธองค์ให้ประชาชนสักการะ เมื่อครั้งมาแสดงธรรมเทศนา ณ ดินแดนสุวรรณภูมิ ผู้ที่ได้รับมอบพระเกศาต่างก็นำไปบรรจุในสถูปเจดีย์ แต่ฤๅษีติสสะกลับซ่อนไว้ในมวยผม เมื่อเวลาล่วงเลย ถึงคราวที่ฤๅษีติสสะจะต้องละสังขาร จึงตั้งใจไว้ว่าจะนำพระเกศาไปบรรจุไว้ในก้อนหินที่มีรูปร่างคล้าย “ศีรษะของเขา” ท้าวสักกเทวราช (พระอินทร์) จึงช่วยแสวงหาก้อนหินดังกล่าวจากใต้มหาสมุทร และนำมาวางไว้บนภูเขาหิน

ทัวร์พม่า ไหว้พระธาตุอินแขวน คลิ๊กๆ 

พระมหาเจดีย์ชเวดากอง เมืองย่างกุ้ง พระมหาเจดีย์ที่รวมความงามของวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์และสถาปัตยกรรม

พระมหาเจดีย์ชเวดากอง เมืองย่างกุ้ง ประเทศพม่า
พระมหาเจดีย์ชเวดากอง เมืองย่างกุ้ง ประเทศพม่า

พระมหาเจดีย์สีทองสวยอร่ามตา รวมรวบความสวยงาม ของวัฒนธรรม ทั้งประวัติศาสตร์และสถาปัตยกรรม ตั้งอยู่บริเวณเนินเขาเชียงกุตระ เมืองย่างกุ้ง ประเทศพม่า ยิ่งในเวลากลางคืนองค์เจดีย์จะสะท้อนกับไฟเป็นสีทองอร่าม บนยอกเจดีย์มีเพชรสีต่างๆ รับรองว่าถ้าคุณได้ไปเยื่ยมชมแล้วจะไม่ผิดหวังแน่นอน

พระมหาเจดีย์ชเวดากอง พระธาตุประจำปีม้า โดยชื่อ “ชเว” หมายถึง ทอง “ดากอง” นั้นเป็นชื่อเดิมของเมืองย่างกุ้ง เป็นมหาเจดีย์ที่ใหญ่ที่สุดของประเทศพม่า และ โดยในพระบรมเจดีย์ บรรจุพระเกศาธาตุของพระพุทธเจ้าจำนวน 8 เส้น บนยอดสุดของพระเจดีย์ และมีเพชรอยู่ 5,448 เม็ด เจดีย์มีความสูงถึง 326 ฟุต สร้างโดยพระเจ้าโอกะลาปะ เมื่อกว่า 2,000 ปีก่อน มหาเจดีย์ชเวดากองมีทองคำโอบหุ้มอยู่เป็นน้ำหนักถึง 1100 กิโลกรัม

สถานที่สำคัญของพระมหาเจดีย์ชเวดากอง คือ ลานอธิฐาน จุดที่พระเจ้าบุเรงนองมาขอพรก่อนออกรบทำให้พระเจ้าบุเรงนองเป็นนักรบที่เก่งกาจมาก จนได้ชื่อว่าเป็น ผู้ชนะสิบทิศ เราสามารถนำดอกไม้ธูปเทียนไปไหว้ เพื่อขอพรจากองค์เจดีย์ชเวดากอง ณ ลานอธิษฐานเพื่อเสริมสร้างบารมีและสิริมงคล

ชาวมอญและชาวพม่า ถือการกราบไหว้บูชาเจดีย์ชเวดากอง จะนำมาซึ่งบุญกุศลอันเป็นหนทางสู่การหลุดพ้นทุกข์โศกโรคภัยทั้งมวล บริเวณโดยรอบจะมีการนั่งทำสมาธิ เดินประทักษัณรอบองค์เจดีย์ เป็นต้น ผู้ที่เข้ามานมัสการ หรือเยี่ยมชมจะต้องถอดรองเท้าทุกครั้งเมื่อมาถึงทางเข้า ให้เดินตามเข็มนาฬิกา ขึ้นอยู่กับดวงวันเกิดของผู้เข้าที่จะดูตาม 12 นักษัตรรอบๆ และหากใครเกิดวันไหนก็ให้ไปสรงน้ำพระประจำวันเกิดของตัวเอง จะเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต

ทัวร์พม่าไหว้พระมหาเจดีย์ชเวดากอง คลิ๊กๆ 

โกลเด้นวีค (GOLDEN WEEK) ที่ญี่ปุ่น คืออะไร

โกลเด้นวีค (GOLDEN WEEK) แปลกันง่ายๆก็คือ “สัปดาห์ทอง” ซึ่งก็หมายถึงวันหยุดราชการและวันหยุดยาวต่อเนืองติดกันหลายๆ วัน คือประมาณ 7-10 วันเลยทีเดี่ยว ซึ่งจะอยู่ช่วงปลายเมษายน – ต้นพฤษภาคม และเป็นช่วงที่คนญี่ปุ่นวางแผนท่องเที่ยวกันเยอะแยะมากมายด้วยเช่นกัน ดั้งนั้นการจราจรก็อาจจะติดขัดบ้างคล้ายๆ สงกรานต์บ้านเรา ร้านรวงบางร้านก็อาจจะปิด ดังนั้นใครวางแผนจะเดินทางไปท่องเที่ยวญี่ปุ่นช่วงนี้ก็ควรวางแผนดีๆ หรือเป็นไปได้ควรหลีกเลียงนะจ๊ะ  🙂

ซึ่งวันหยุดราชการในช่วง Golden Week ก็ได้แก่
1. วันที่ 29 เมษายน วันโชวะ
2. วันที่ 3 พฤษภาคม วันรัฐธรรมนูญ
3. วันที่ 4 พฤษภาคม วันพฤกษชาติ
4. วันที่ 5 พฤษภาคม วันเด็ก

Golden Week Japan 2015

จากภาพ Golden Week 2015 คือ 29 เม.ย – 6 พ.ค.

Golden Week Japan 2016

จากภาพ Golden Week 2016 คือ 29 เม.ย – 5 พ.ค.

 ข้อมูลจาก : http://www.japan-guide.com/e/e2282.html

ส่วนภาพด่านล่างนี้เป็นวันหยุดราชการในญี่ปุ่นปี 2015

Holiday In Japan 2015

ข้อมูลจาก : http://www.officeholidays.com/countries/japan/2015.php

 

แนะนำการใช้อินเตอร์เนตง่ายๆ ที่ญี่ปุ่นกับด้วย Sugoi Sim รองรับ 3G และ 4G LTE ที่ความเสถียรสูง

ใช้อินเตอร์เนตที่ญี่ปุ่นง่ายๆ กับ SUGGOI SIM Japan Travel Data Sim ให้ท่านออนไลน์ได้ทุกทีในญี่ปุ่นไม่พลาดทุกการ แชร์ แชท และ อับโหลดทุกความประทับในขณะท่านเดินท่องเที่ยวอยู่ที่ญี่ปุ่น 🙂 ที่มีความเสถียรสูง เร็วปรี๊ดๆ ..  

  • 1 วันสามารถใช้ได้ถึง 100MB ( โดยไม่จำกัดครั้ง) ใช้ได้นานสูงสุดถึง 15 วัน
  • 3G และ 4G LTE ที่ความความเสถียรด้วยความเร็วสูง ด้วยเครือข่ายของ NTT docomo
  • ขนาดของ Sim : Nano Sim / Micro Sim ติดตั้งง่ายก่อนเดินทาง และใช้ได้ทั้นทีที่เดินทางถึงญี่ปุ่น เพียงใช้มือถือของท่านเปลี่ยนมาใส่ SUGGOI SIM

++ ค่าบริการ 960.00 บาท (ราคารวม Vat แล้ว) +++

ซิมอินเตอร์เนต ญี่ปุ่น

คู่มือการใช้งาน คลิ๊กที่นี่ค่ะ  ส่วนโปรแกรมทัวร์ญี่ปุ่น กับ ทัวร์อินดี้ คลิ๊กที่นี่ค่ะ 

รีวิวสายการบินแอร์เอเชีย เอ๊กซ์ Thai AirAsia X

สวัสดีคะ กัญ คะ … พอดีได้รับโอกาสดีๆทางแอร์เอเชีย เอ๊กซ์ (Air Asia X) ได้เชิญให้ไป Inspect สายการบินแอร์เอเชีย เอ๊กซ์ AirAia X

AirAsiaX-1

 

แอร์เอเชีย เอ๊กซ์ Air Asia X เป็นสายการบินราคาประหยัดชั้นนำของเอเชีย เพื่อให้ผู้โดยสารสามารถเดินทางสู่จุดหมายปลายทางที่ไกลขึ้น โดยมีจุดหมายปลายทางทีมีพิสัยการบินไกลกว่าระยะทาง 4 ชั่วโมง แอร์เอเชีย เอ๊กซ์ ใช้เครื่องบินแอร์บัส A330 ขนาด 377 ที่นั่ง มีทั้งชั้นประหยัด และ ชั้นธุรกิจ มีจำนวนลูกเรือที่ให้บริการบนเครื่อง 9 คน ตอนนี้ แอร์เอเชีย เอ๊กซ์ เปิดให้บริการในเส้นทางเกาหลีไปแล้ว ส่วนเส้นทางญี่ปุ่นจะเปิดให้บริการในเดือนกันยนยน 2014 นี้นะคะ แอร์เอเชีย เอ๊กซ์ ต่างจากแอร์เอเชีย ที่ “แอร์เอเชีย” ใช้เครื่องแอร์บัส A320 มีขนาด 180 ที่นั่ง จำนวนลูกเรือ 4 คน และพิสัยการบินไม่เกิน 4 ชั่วโมงและมีบริการเฉพาะชั้นประหยัด ร์เอเชีย เอ๊กซ์ สายการบินราคาประหยัดแต่ให้บริการเส้นทางการบินระยะไกล

AirAsiaX-2AirAsiaX-3

 

 

 

 

ไปดูชั้นธุรกิจกันคะ ( Business Class) มีทั้งหมด 12 ที่นั่งคะ มีผ้าห่มหมอนให้ เบาะปรับนอนได้สบายมากๆคะ 🙂

AirAsiaX-5

AirAsiaX-8AirAsiaX-7 AirAsiaX-6

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

นอกจากในส่วนของ Business แล้ว แอร์เอเชีย เอ๊กซ์ ก็ยังมีในส่วน Hot Seat หรือ Long Legs ให้บริการเหมือนกับ ทาง แอร์เอเชีย  เช่นกัน และแน่นอนว่าต้องแพงกว่าที่นั่งธรรมดาแน่นอน (^_O)

AirAsiaX-13 AirAsiaX-14 AirAsiaX-15

 

 

 

 

 

 

แต่ที่นั่งแบบธรรมดาก็นั่งสบายเช่นกันคะ กัญ ไปลองมาแล้ว

AirAsiaX-21

AirAsiaX-17

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ไปดูช่องว่างระหว่างช่วงขากันคะ กว้างคะนั่งสบาย คุณผู้ชายตัวใหญ่ๆ สูงๆ ก็นั่งได้คะ

AirAsiaX-22 AirAsiaX-23

AirAsiaX-18

คุ้มเกินพิกัน ประหยัดสุดๆ .. ญี่ปุ่นใครๆ ก็บินได้ .. จ้า 🙂

AirAsiaX-24

ส่วนเสื้อดำนี้พรีเซนเตอร์แอร์เอเชียคนใหม่ไม่ต้องจ่ายค่าตัวค่ะ  555+ 🙂 ส่วนสูงสู้ไม่ได้ ความสวนสู้ไม่ได้แต่ ความดำชนะกินขาด ^^

AirAsiaX-25 AirAsiaX-30

AirAsiaX-26

ทัวร์ญี่ปุ่น ทัวร์เกาหลี บินแอร์เอเชีย เอ๊กซ์ อย่าลืม “ทัวร์อินดี้ ” นะค่ะ  www.tourindy.co.th

  • สำหรับทัวร์ญี่ปุ่น ติดต่อคุณกัญ โทร 080-376-4825   โปรแกรมทัวร์ญี่ปุ่นคลิ๊กที่ลิงค์เลยค้า http://www.tourindy.co.th/japan
  • ทัวร์เกาหลี ติดต่อคุณแหม่ม โทร 090-812-1405 โปรแกรมทัวร์เกาหลีคลิ๊กที่ลิงค์เลยคะ http://www.tourindy.co.th/korea

AirAsiaX-27

ฮอกไกโดฤดูร้อน ที่เมืองบิเอะ Biei กับทุ่งข้าวบาร์เลย์

เมืองบิเอะ (Biei) หรือที่เรียกว่า “Small Town Of The Most Beautiful Hills” เมืองเล็กที่ตั้งอยู่เนินเขา Tokachi-dake อำเภอคามิคาวา (Kamikawa) ความเล็กที่แสนน่ารักของเมืองนี้อยู่ที่ภาพวิวทิวทัศน์แบบพาโนรามาวิวระหว่างสองข้างทางที่เต็มไปด้วยทุ่งข้าวบาร์เล่ย์สีเหลืองทองตัดสลับกับไร่ข้าวโพดและมันฝรั่งสีเขียวสดโดยมีสีฟ้าครามของท้องฟ้าตัดเป็นฉากหลังสลับเนินเขา

ทุ่งข้าวบาร์เลย์ เมืองบิเอะ
ทุ่งข้าวบาร์เลย์ เมืองบิเอะ เกาะฮอกไกโด

เมืองนี้เริ่มเป็นที่สนใจแก่นักท่องเที่ยวเมื่อ 1970 ช่างภาพชื่อดัง Shinzo Maeda ได้เดินทางมาที่เมืองนี้และรู้สึกประทับใจในความงามของบรรยากาศ และหลังจากนั้น 10 ปี เขาได้กลับมาอีกครั้งเผื่อถ่ายภาพ และ ภาพเหลานี้ได้ถูกนำไปใช้เป็นโพสต์การ์ต, โปสเตอร์โฆษณาทางโทรทัศน์ และภาพยนตร์ มากมายโดยในทุกๆปีจะมีนักท่องเที่ยวจำนวนมากมาท่องเที่ยวชมทัศนีย์ภาพที่งดงามเหลานี้ โดยเฉพาะถ้าคุณยืนอยู่บนเนินเขาจะสามารถมองเห็นทัศนียภาพที่สวยงามมากยิ่งขึ้นสุดลูกหูลูกตา

เมืองบิเอะ ฮอกไกโด
บรรยากาศ เมืองบิเอะ เกาะฮอกไกโด
คามิคาวา Kamikawa ฮอกไกโด
เมืองบิเอะ อำเภอ คามิคาวา Kamikawa ฮอกไกโด
Summer In Hokkaido
บรรยากาศ ฮอกไกโด หน้าร้อน
เที่ยวฮ่องกงไกโด หน้าร้อน
เที่ยวฮ่องกงไกโด หน้าร้อน มิถุนายน, กรกฎาคม, สิงหาคม

เกาะฮอกไกโด มีอะไรทำไปต้องไปเที่ยว

สิ้นสุดฤดูหนาว หิมะละลายหายไปพร้อมเทศกาลน้ำแข็งที่มีซื่อเสียง ลูกค้าหลายท่านมักจะถามแล้วหลังจากนี้มีอะไรน่าเที่ยวเหรอค่ะ ดูเหมือนว่าบางท่านพอนึกถึงเกาะฮอกไกโด จะนึกถึงแค่เทศกาลหิมะ Snow Festival หรือ เกาะฮอกไกโดจะน่าเที่ยวแค่ฤดูหนาว ไม่ใช่แน่นอนค่ะ ทั้งฤดูใบไม้ผลิ ฤดูร้อน และ ใบไม้เปลี่ยนสี คือสรุปน่าไปเที่ยวทุกฤดู เลยละ

ขอบคุณข้อมูลจาก travel.mthai.com + yokosojapan.org เรียบเรียงข้อมูลโดย Kanni

มาเริ่มที่ฤดูใบไม้ผลิกันค่ะ ตั้งแต่เดือน มีนาคม – พฤษภาคม
อากาศช่วงนี้จะเริ่มอุ่นขึ้น ต้นๆมีนาคม หิมะน่าจะยังละลายไม่หมด และถือยังหนาวอยู่สำหรับคนเมืองร้อนอย่างเรา ดูดอกซากุระได้ทางตอนใต้และตอนกลางของเกาะประมาณพฤษภาคม แถวๆเมือง ฮาโกดาเตะ มัตสิมาเอะ ส่วนตอนบนแถวเมืองมอนเบ็ทสึ ดอกทิวลิป และ พิงค์มอส ดูได้ประมาณ พฤษภาคม – ต้นมิถุนายน

ดอกซากุระ Sakura Japan
เกาะฮอกไกโด ดอกซากุระ Sakura Japan จะบานประมาณพฤษภาคม
ดอกซิบะซากุระ Shiba Sakura
ชมดอกซิบะซากุระ Shiba Sakura ฮอกไกโด

ฤดูร้อน มิถุนายน – สังหาคม
แถวเมืองฟุราโนะ ช่วง มิถุนายน กรกฎาคม และ สิงหาคม ดอกลาเวนเดอร์และทุ่งดอกไม้หลากสีแข่งกันบานอวดสีสันสวยงาน ไปทางเมืองบิเอะทุ่งนาสี ทุ่งนาสีทองตัดกับสีเขียว และเนินเขา ทิ้วไม้ที่สวยงาม สามารถขี่จักรยานเที่ยวชมได้ และยังมีที่อื่นๆ อีกมากมาย ซึ่งช่วงนี้นับว่าเป็นช่วงไฮไลท์ของเกาะฮอกไกโด ที่นักท่องเที่ยวจะมากันมากที่สุด เพราะนอกจากอากาศจะกำลังสบาย ไม่ต้องแบกเสื้อหนาวพะรุงพะรังแล้ว

ทุ่งดอกไม้ เกาะ ฮอกไกโด
ทุ่งดอกไม้ ฮอกไกโด ดูได้ประมาณ มิถุนายน กรกฎาคม และ สิงหาคม
ทุ่งนาสีทอง เมืองบิเอะ ฮอกไกโด
ทุ่งนาสีทอง เมืองบิเอะ ฮอกไกโด น่าเที่ยวช่วงเดือน มิถุนายน กรกฎาคม และ สิงหาคม

ฤดูใบไม้ไม้ร่วง กันยายน – พฤศจิกายน
อากาศเริ่มเย็นลง และถือเป็นฤดูกาลที่สวยอีกฤดูหนึ่ง เนื่องจากใบไม้เปลี่ยนต้นหนึ่งอาจจะมีทั้ง สีเขียว,สีเหลือง, สีส้ม, สีแดง ลองจินตนาการดูนะค่ะ ว่ามันจะสวยงามขนาดไหน สามารถชมใบไม้เปลี่ยนสีได้หลายที่ เช่น Sounkyo, Akadake และ Ginsendai ในอุทยานแห่งชาติ Daisetsuzan เมือง Jozankei เมืองอาบน้ำแร่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของซัปโปโร สวนโอนุมะทางเหนือของเมืองฮาโกดาเตะ

 ใบไม้เปลี่ยนสี ฮอกไกโด
เกาะฮอกไกโด ฤดูใบไม้ไม้ร่วง กันยายน – พฤศจิกายน

ฤดูหนาว ธันวาคม – กุมภาพันธ์
หิมะตกแล้วทุกหนแห่งจะถูกปกคลุมไปด้วยสีหิมะสีขาวโผลน และทุกท่านคงรู้จักเทศกาลที่มีชื่อเสียง อย่า Supporo Snow Festival จะจัดประมาณเดือนกุมภาพันธ์ ของทุกปี เทศกาลน้ำแข็งที่เมืองโซอุนเคียว Sounkyo Ice Fall Festivla, The Otaru Snow Light Path Festival ที่คลองโอตารุ นั่งเรือตัดน้ำแข็ง Ice Breaker (ประมาณกุมภาพันธ์)

ทัวร์ฮอกไกโดเทศกาหิมะ
Hokkaido Snow Festival

นอกจากนั้นที่เมืองซัปโปโร ( Supporo) เมืองหลวงของจังหวัดฮอกไกโด ยังมี หอนาฬิกาอันเก่าแก่ และ ที่ว่าการเมืองฮอกไกโด อีกทั้ง ย่านร้านค้าซุซุกิโนะ ซึ่งเป็นศูนย์การค้า และแหล่งจับจ่ายซื้อของที่มีชื่อเสียงของเมืองนี้

เมืองฮะโกะดะเตะ (Hakodate) เป็นเมืองท่าชายทะเลที่สำคัญ ที่ตั้งอยู่ทางใต้ เที่ยวชมตลาดสดขายอาหารทะเลสดๆ ที่มีให้ชิม ยามสายเที่ยวชมโบสถ์ และป้อมปราการโบราณในเมือง ยามเย็นนั่งกระเช้าลอยฟ้าขึ้นไปบนเขาฮะโกะดะเตะ ชมทิวทัศน์ยามราตรีที่สวยงามได้รอบทิศ
เกาะฮอกไกโดเป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น และถือเป็นสวรรค์ของธรรมชาติ สามารถท่องเที่ยวได้ตลอดปี มีธรรมชาติที่ยังไม่ถูกทำลาย ทั้งภูเขา ที่ราบสูง แม่น้ำ ทะเลสาบ บ่อน้ำพุร้อน และชายฝั่งทะเล ทุ่งดอกไม้ อาหารทะเล ขนมอร่อยๆอีกมากมาย