
วันนี้จะพาลงใต้ ไปสู่เมืองเก่าแก่ทางวัฒนธรรม อายุมากกว่า 2,000 ปีของไทย นครศรีธรรมราช เรามุ่งตรงสู่แหลมประทับ ตำบลท้องเนียน อำเภอขนอม จังหวัดนครศรีธรรมราช

ทุกๆวันหลังเวลาการทำประมงของเค้าแล้ว ชาวบ้านรวมตัวกันเป็นใช้ชื่อชมรมว่า ชมรมท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์บ้านแหลมประทับ เราตื่นแต่เช้าเพื่อไปให้ถึงที่ท่าเรือบ้านแหลมก่อนจะสาย เพราะช่วงเช้านี้เป็นช่วงที่โลมากำลังหาอาหารโดยเฉพาะปลากระบอก “ผมก็ชอบ ต้มยำปลากระบอก แหมชอบเหมือนกัน“
![]() |
![]() |
แหลมประทับช่วงเช้าวันนี้ เป็นช่วงน้ำลง จะเห็นลานทรายกว้างๆ ชาวบ้านบอกว่าที่นี่เคยมีการแข่งขันกอล์ฟบนชายหาดด้วย น่าสนุกนะครับ ระหว่างทางเราเห็นเรือนักท่องเที่ยวที่มาก่อนเราหลายลำ แล้นสวนหันแถมนั้ง ยิ้ม เพราะได้พบกับเจ้าโลมากัน ทำให้เราอดลุ้นไม่ได้ว่า แล้ววันนี้เราจะโชคดีเหมือนเค้าไหม เกิดยังไม่เคยเห็นปลาโลมาแบบอย่างไกล้ชิดในธรรชาติจริงๆอย่างนี้มาก่อน

แน่นอนครับ การเดินทางบนเรือนั้นเราจะผ่านทิวทัศน์ธรรมชาติที่สวย งาม แล้วเราก็ผ่านเขาพับผ้า หรือเขาแพนเค้ก ที่เรียกอย่างนี้ก็เพราะเรียกตามลักษณะที่เห็น คือหินนั้นจะซ้อนๆ กันเห็นชัดเจน เหมือนผ้าที่พับไว้หรือเหมือนแพนเค้กที่วางซ้อนกัน ช่างแปลกและดูสวยงาม
![]() |
![]() |
ขณะที่ทุกคนในเรือต่างมองหาเจ้าโลมาน้อย ก็พบกับเกาะเล็กๆ ดูแปลกตา ไกด์ชาวบ้านบอกว่า นี้คือเกาะนุ้ย (นุ้ย สุจิราหรือเปล่า) ที่เกาะนี้มีบ่อน้ำประหลาด ที่ประหลาดคือเป็นบ่อน้ำจืด ขนาด ประมาณ 30ซม. x 80ซม. บ่อน้ำนี้อยู่ติดกับพื้นทะเล(ผิวดิน) ห่างจากน้ำทะเล ขณะน้ำลงประมาณ 3เมตร แต่บ่อน้ำเป็นบ่อน้ำจืด เมื่อผมลองชิมก็พบว่าจืดจริงๆครับ (กร่อยนิดหน่อย) ถ้าพูดตามหลักวิยาศาสตร์ก็น่าจะเป็นตาน้ำครับ แต่ที่แปลกมันดันมาอยู่ใกล้กับน้ำเค็มมากๆเลย
![]() |
![]() |
![]() |
เมื่อผมถามชาวบ้านเค้าบอกว่า บ่อนี้แหละที่หลวงปู่ทวดท่านมาเหยียบหรือที่เราเคยได้ยินกันว่า “หลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืด“ ที่นี้แหละครับเป็นต้นกำเนิดของวลีนั้น
![]() |
![]() |
![]() |
- เล่าเรื่อง เหยียบน้ำทะเลจืดของหลวงปู่ทวด
ขณะ ที่สมเด็จเจ้าฯ จำพรรษาอยู่ ณ วัดพะโคะ ครั้งนี้คาดคะเนว่า ท่านมีอายุกาลถึง 80 ปีเศษ อยู่มาวันหนึ่งท่านถือไม้เท้าศักดิ์สิทธิ์ประจำตัวไม้เท้านี้มีลักษณะคดไปมา เป็น 3 คด ชาวบ้านเรียกว่า “ไม้เท้า 3 คด” ท่านออกจากวัดมุ่งหน้าเดินไปยังชายฝั่งทะเลจีน ขณะที่ท่านเดินพักผ่อนรับอากาศทะเลอยู่นั้น ได้มีเรือโจรสลัดจีนแล่นเลียบชายฝั่งมา พวกโจรจีนเห็นท่านเดินอยู่คิดเห็นว่าท่านเป็นคนประหลาดเพราะท่านครองสมณเพศ พวกโจรจึงแวะเรือเทียบฝั่งจับท่านลงเรือไป เมื่อเรือโจรจีนออกจากฝั่งไม่นาน เหตุมหัศจรรย์ก็ปรากฏขึ้น คือ เรือลำนั้นแล่นต่อไปไม่ได้ต้องหยุดนิ่งอยู่กับที่ พวกโจรจีนพยายามแก้ไขจนหมดความสามารถเรือก็ยังไม่เคลื่อน จึงได้จอดเรือนิ่งอยู่ ณ ที่นั้นเป็นเวลาหลายวันหลายคืน ในที่สุดน้ำจืดที่นำมาบริโภคในเรือก็หมดสิ้น จึงขาดน้ำจืดดื่มและหุงต้มอาหารพากันเดือดร้อนกระวนกระวายด้วยกระหายน้ำเป็น อย่างมาก สมเด็จเจ้าฯ ท่านเห็นเหตุการณ์ความเดือดร้อนของพวกโจรถึงขั้นที่สุดแล้ว ท่านจึงเหยียบกราบเรือให้ตะแคงต่ำลงแล้วยื่นเท้าเหยียบลงบนผิวน้ำทะเลทั้ง นี้ย่อมไม่พ้นความสังเกตของพวกโจรจีนไปได้เมื่อ ท่านยกเท้าขึ้นจากพื้นน้ำทะเลแล้วก็สั่งให้พวกโจรตักน้ำตรงนั้นมาดื่ม ชิมดู พวกโจรจีนแม้จะไม่เชื่อก็จำเป็นต้องลองเพราะไม่มีทางใดจะช่วยตัวเองได้แล้ว แต่ได้ปรากฏว่าน้ำทะเลเค็มจัดที่ตรงนั้นแปรสภาพเป็นน้ำจืดเป็นที่อัศจรรย์ ยิ่งนัก พวกโจรจีนได้เห็นประจักษ์ในคุณอภินิหารของท่านเช่นนั้น ก็พากันหวาดเกรงภัยที่จะเกิดแก่พวกเขาต่อไป จึงได้พากันกราบไหว้ขอขมาโทษแล้วนำท่านล่องเรือส่งกลับขึ้นฝั่งต่อไป
และแล้วในที่สุดผมก็ ได้ยินเรื่องร้องอย่างมีความสุขของเรือลำข้างหล้งที่เค้าเห็นหลังปลาโลมา วันนี้เราพบกับฝูงของโลมาหลังโหนก ฝูงนี้มีประมาณ 3ตัว ตอนนี้กำลังไล่กินปลา เราก็เฝ้าชมอยู่ห่างๆ ไม่อยากเข้าไปกวนใจ ชนิดของปลาโลมาที่พบบริเวณนี้มีปลาโลมาหลังโหนก ปลาโลมาอิรวดี หัวบาตร และสี ชมพู ทั้งฝูงมีประมาณ 40-50ตัว และการดูโลมาควรดูช่วงเช้าซึ่งเป็นช่วงที่ปลาออกหาอาหาร ผมใช้เวลาอยู่ตรงนั้นประมาณ 15-20 นาที กับเพื่อนร่วมทางอย่างมีความสุขครับ บอกได้ว่าคุ้มค่กับการเดินนี้มากๆ อยากเชิญชวนเพื่อนๆ มาเที่ยวกัน
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
ข้อมูลชายหาดในอำเภอขนอม
* เริ่มตั้งแต่ด้าเหนือสุด อ่าวเตล็ด มีเกาะหลายเกาะ
* เป็นแหล่งโลมาสีชมพู แหลมประทับ ท่าเรือไปชมโลมาสีชมพู
* อ่าวท้องเนียน ยามน้ำลงกลายเป็นลานกว้างมาก
* อ่าวดินสอ อ่าวขนาดเล็กตอนเหนือ
* อ่าวท้องโหนด อ่าวแขวงเภา ที่ตั้งของกลุ่มประมงชายฝั่งรักบ้านเกิด
* อ่าวท้องชิง อ่าวท้องทราย อ่าวท้องท่าคว่ำ และหาดคอเขา
* ถัดมาเป็นอ่าวขนอม ซึ่งเป็นอ่าวที่ยาวที่สุด
* ประกอบด้วยหาดที่ยาวต่อเนื่องถึง ๓ หาด
* คือ หาดหน้าด่าน หาดในเปร็ต และหาดในเพลา
* จากอ่าวขนอม มีถนนเลียบริมโขดหินบนภูเขาสู่อ่าวท้องหยี
* ที่มีบรรยากาศสงบเงียบและเป็นส่วนตัวมาก อ่าวสุดท้าย คือ อ่าวท้องยาง แต่อ่าวนี้ไม่มีถนนตัดผ่าน
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
คู่มือนักเดินทาง จากกรุงเทพฯ ใช้ทางหลวงหมายเลข 4 จนถึงจังหวัดชุมพร แล้วใช้ทางหลวงหมายเลข 41 ไปยังจังหวัดสุราษฎร์ธานี จากนี้จะมี 2 เส้นทางที่สามารถไปถึงขนอมได้ คือ
1. เข้าจังหวัดสุราษฎร์ธานีด้วยทางหลวงหมายเลข 401 แล้วไปตามทางออกสู่อำเภอกาญจนดิษฐ์ ผ่านทางแยกเข้าอำเภอดอนสัก เลี้ยวซ้ายเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 4014 เข้าสู่อำเภอขนอม
2. ผ่านแยกยุพินจนเจอทางแยกเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 44 เลี้ยวซ้ายตรงไปออกอำเภอกาญจนดิษฐ์ เลี้ยวขวาใช้ทางหลวงหมายเลข 401 ผ่านทางแยกเข้าอำเภอดอนสักเลี้ยวซ้ายเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 4014 เข้าสู่อำเภอขนอม
ติดต่อ ชมรมท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์บ้านแหลมประทับ ติดต่อคุณมนัส โทร 087-2827761 ราคาเหมาเรือลำละ800 สำหรับเรือ 8ที่นั่ง
ก่อนกลับแวะถ่ายภาพชมชนประมงของตำบลท้องเนียนครับ
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
ขากลับแวะซื้อของฝากจากชาวบ้าน ราคาเป็นกันเองมาก

ขอบคุณข้อมูลจาก http://www.muangthai.com

























