
ถ้าหากมีใครพูดถึงมาเก๊าหลายๆท่าน อาจจะคิดถึงแค่บ่อนคาสิโน หรือการพนัน แต่จริงๆแล้วมาเก๊าไม่ได้มีชื่อเสียงเฉพาะเรื่องนี้เรื่องเดี่ยว เพราะทุกวันนี้ มาเก๊าไม่ได้มีแค่บ่อน มาเก๊ายังมีสถานที่ท่องเที่ยวอีกมากมายที่เป็นแรงดึงดูด ให้นักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลกให้อยากเข้าไปสัมผัสและเรียนรู้ถึงวิธีชีวิตคนมาเก๊า นอกจากนั้นมาเก๊ายังมีเรื่องราวเกี่ยวกับวัดวาอารามทางพุทธศาสนา มาเริ่มกันที่จุดเริ่มต้นของประวัติศาสตร์เมืองมาเก๊า กันค่ะ

วัดอาม่า วัดอาม่าคือศูนย์รวมจิตใจชาวมาเก๊า ประกอบไปด้วยประตูทางเข้า ซุ้มประตูแห่งการรำลึก หอสวดมนต์ หอแห่งความเมตตา หอเจ้าแม่กวนอิม และศาลาเซิ้งเจ้าชานหลิน ที่ล้วนอุทิศให้แด่เทพศักดิ์สิทธิ์องค์ต่างๆ ทำให้วัดอาม่า ซึ่งก่อร่างมาก่อนที่ประเทศมาเก๊าจะกำเนิดขึ้น เป็นตัวแทนอันน่ายกย่องในการบอกเล่าถึงวัฒนธรรมจีน ที่หล่อหลอมอยู่ในศรัทธาแห่งลัทธิเต๋า ขงจื้อ พุทธศาสนา และความเชื่อในเทพนิทานพื้นบ้านต่างๆ
ที่อยู่ : Barra Square
เปิดให้เข้าชม : 07.00 – 18.00 น.
ที่อยู่ : Barra Square
เปิดให้เข้าชม : 07.00 – 18.00 น.
จัตุรัส บาร์รา : อยู่หน้าวัดอาม่า (A-Ma Temple) ตรงข้ามท่าเรือใน (Inner Habour) บริเวณด้านหน้าประดับด้วยกระเบื้องโมเสกของโปรตุเกสที่มีชื่อเสียง ใช้สีเหลืองหม่นและสีถ่านเป็นหลัก โดยจัดวางกระเบื้องเป็นลวดลายคล้ายคลื่น สะท้อนการไหลของแม่น้ำที่อยู่ใกล้เคียง ก่อให้เกิดความรู้สึกถึงการหลั่งไหลของสายน้ำ และให้บรรยากาศแบบริมทะเล
ที่อยู่ : ตั้งอยู่ด้านหน้าวัดอาม่า
ที่อยู่ : ตั้งอยู่ด้านหน้าวัดอาม่า

ค่ายทหารของชาวมัวร์ : ค่ายทหารที่สร้างขึ้นเมื่อ ค.ศ. 1874 เพื่อรับรองทหารจากเมืองกัว (Goa) ของประเทศอินเดียที่ส่งเข้ามาเสริมกำลังให้กองตำรวจมาเก๊า ปัจจุบันคือกองบังคับบัญชาของคณะบริหารฝ่ายการเดินเรือของมาเก๊า แต่อาคารยังคงโดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมแบบนีโอคลาสสิก ที่ได้รับอิทธิพลของพวกโมกุลผสมผสานเข้าไปด้วย ที่อยู่ :Calcada da Barra เปิดให้เข้าชม (ระเบียง) : 09.00 – 18.00 น.
จัตุรัสลีเลา : จัตุรัสที่แรกเริ่มเดิมทีเป็นหนึ่งในย่านที่อยู่อาศัยของชาวโปรตุเกส ที่เข้ามาตั้งรกรากในยุคแรกๆ น้ำจากผืนดินของลีเลานั้น เคยเป็นแหล่งน้ำพุธรรมชาติแหล่งใหญ่ของมาเก๊า ชาวโปรตุเกสดั้งเดิมได้ใช้ประโยชน์จากน้ำพุมากมาย จนมีวลียอดนิยมที่บอกเล่าถึงวันวานที่ยังฝังใจไว้ว่า “ผู้ใดที่ดื่มน้ำจากลีเหล่าไม่อาจลืมเลือนมาเก๊าได้เลย” ย่านชุมชนโบราณ บริเวณนี้จะรายล้อมไปด้วยอาคารเก่าๆ และตรงบริเวณใจกลางสี่แยกเล็กๆแห่งนี้จะมีบ่อน้ำพุ ซึ่งเชื่อว่าถ้าใครได้ดื่มน้ำจากน้ำพุแห่งนี้จะมีโอกาสได้กลับมาที่ “มาเก๊า” อีกครั้งแมนดารินเฮ้าส์ : บ้านที่สร้างขึ้นใน ค.ศ. 1881 ของนักประพันธ์จีนผู้ยิ่งใหญ่นามว่า เฉิง กวนยิ่ง (Zheng Guanying) เป็นตัวอย่างของบ้านอยู่อาศัยของชาวจีนโบราณ ซึ่งประกอบด้วยเรือนหลายหลัง มีอาณาบริเวณ และลานหน้าบ้าน ทั้งยังผสมด้วยรายละเอียดของความเป็นจีน และตะวันตกอย่างลงตัว อาทิ การใช้อิฐสีเทาประดับโค้งประตู หรือหน้าต่างระแนงทำจากไม้ซุง ประดับด้วยแผ่นกระดานสี่เหลี่ยมกรุมุกด้วยลวดลายอินเดีย สร้างขึ้นจากเงินภาษีของชาวจีน ปัจจุบันได้รับการบูรณะปฎิสังขรณ์ให้งดงาม และคงลักษณะของบ้านตามแบบของชาวจีน ที่อยู่ :No 10, Travessa de António da Silva, Macau
เปิดให้เข้าชม :10:00 - 18:00 น. (ปิดวันพุธและวันพฤหัสบดี) ค่าเข้าชมฟรี โทรศัพท์ : (853) 2896 8820
เว็บไซด์ : http://www.wh.mo/mandarinhouse รถประจำทางสายที่ผ่าน : 9, 16, 18, 28B
เปิดให้เข้าชม :10:00 - 18:00 น. (ปิดวันพุธและวันพฤหัสบดี) ค่าเข้าชมฟรี โทรศัพท์ : (853) 2896 8820
เว็บไซด์ : http://www.wh.mo/mandarinhouse รถประจำทางสายที่ผ่าน : 9, 16, 18, 28B
โบสถ์เซนต์ลอเรนซ์ : โบสถ์ที่สร้างโดยคณะนักบวชเยซูอิตเมื่อตอนกลางศตวรรษ 16 แต่สัดส่วนและหน้าตาของอาคารปัจจุบันได้รับการปรับปรุงเมื่อ ค.ศ. 1846 เป็นหนึ่งในสามโบสถ์เก่าแก่ที่สุดในมาเก๊า ตั้งอยู่ริมทะเลทางชายฝั่งตอนใต้ของมาเก๊า บรรดาครอบครัวของเหล่ากลาสีมักมารวมตัวกันที่บันไดหน้าโบสถ์ เพื่อสวดมนต์ และเฝ้ารอการกลับมาของคนรัก จึงมีอีกชื่อว่า หอแห่งสายลมปลอบประโลม (Feng Shun Tang-Hall of the Soothing Winds) นอกจากนี้ สัดส่วนและสถาปัตยกรรมของอาคาร ที่มีโครงสร้างสไตล์นีโอคลาสสิก และการตกแต่งอย่างบารอก ยังบ่งถึงความมั่งคั่งของย่านที่ตั้งโบสถ์อีกด้วย โบสถ์ที่งดงามและหรูหราที่สุดในมาเก๊า ไม่เพียงเพราะการตกแต่งเท่านั้น หากแต่สิ่งของที่จัดแสดงอยู่ภายในก็มีความสวยงามล้ำค่า เดิมตัวอาคารโบสถ์ทำด้วยไม้สร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1560 เปิดให้เข้าชม : 10:00 - 16:00 น. (วันจันทร์ถึงวันศุกร์) / 10:00 - 13:00 น. (วันเสาร์) / ปิดวันอาทิตย์และวันหยุดราชการ ที่อยู่ :Rua de São Lourençoโรงเรียนสอนศาสนาและโบสถ์เซนต์โจเซฟ : ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1728 โรงเรียนสอนศาสนาและวิทยาลัยเซนต์ปอล เคยเป็นฐานที่ตั้งสำคัญของพวกมิชชันนารี ที่ทำงานสอนศาสนาใน ประเทศ จีน ญี่ปุ่น และบริเวณใกล้เคียง โรงเรียนนี้สอนหลักสูตรวิชาการเทียบเท่ามหาวิทยาลัย โดยเมื่อ ค.ศ. 1800 พระราชินีโดนา มาเรียที่ 1 แห่งโปรตุเกส ได้เสด็จมาประทานพระราชกระแสในหัวข้อ “House of the Mission Congregation” ขณะที่อาคารติดกันคือโบสถ์เซนต์โจเซฟ ซึ่งสร้างขึ้นใน ค.ศ. 1758 สิ่งพิมพ์ขององค์การยูเนสโกบอกไว้ในปี 2001 ว่า โบสถ์นี้เป็นตัวอย่างอันดีของสถาปัตยกรรมบารอกในเมืองจีน
ที่อยู่ : Rua do Seminário เปิดให้เข้าชม (โบสถ์) : 10:00 - 17:00 น. (เข้าจากทางด้าน Rua do Seminário) โรงเรียนสอนศาสนาไม่เปิดให้เข้าชม
จัตุรัสเซนต์ออกัสติน : จัตุรัสที่รายล้อมด้วยอาคารต่างๆ เป็นต้นว่า โบสถ์เซนต์ออกัสติน, โรงละครดอม เปโดรที่ห้า, โรงเรียนสอนศาสนาเซนต์โจเซฟ และหอสมุดเซอร์โรเบิร์ต โฮ ตุง ทางเดินที่ปูด้วยหินก้อนกลมๆ คือตัวเชื่อมย่านนี้เข้าด้วยกัน ทั้งยังสะท้อนถึงภูมิทัศน์ของถนนในแบบโปรตุเกสโบราณได้อย่างดี
โรงละครดอม เปโดรที่ห้า : โรงละครตะวันตกแห่งแรกของเมืองจีน ที่จุผู้เข้าชมได้ 300 ที่นั่ง สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1860 เป็นสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรมสำคัญที่สุดสำหรับชุมชนชาวมาเก๊า และยังคงจัดแสดงงานสำคัญและการเฉลิมฉลองต่างๆ อยู่เสมอ โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลดนตรีนานาชาติของมาเก๊าที่อยู่ : Santo Agostinho Square
เปิดให้เข้าชม (สวน) : 10.00 – 23.00 น.
หอสมุดเซอร์โรเบิร์ต โฮ ตุง : ดัดแปลงมาจากบ้านที่มีศิลปะแบบโคโลเนียลสร้างขึ้นก่อนปี 1894 เป็นที่พักอาศัยของโดนา คาโรลีนา คุนย่า แต่นักธุรกิจชาวฮ่องกง เซอร์โรเบิร์ต ตุงได้ซื้อไว้ในปี 1918 เพื่อเป็นที่พักรักษาตัวของเขา ครั้นเมื่อเขาเสียชีวิตลงในปี 1955 รัฐบาลมาเก๊า ได้รับมอบอาคารหลังนี้เพื่อใช้เป็นหอสมุดสาธารณะ ตามความประสงค์ของเซอร์โรเบิร์ต
ที่อยู่ : Dom Pedro V Theatre Square, No. 3
เปิดให้เข้าชม :วันจันทร์ – วันเสาร์ เวลา 10.00 – 19.00 น. และวันอาทิตย์เปิดเวลา 11.00 – 19.00 น.
โบสถ์เซนต์ออกัสติน : แรกสร้างโดยคณะนักบุญออกัสติเนียนชาวสเปนเมื่อ ค.ศ. 1591 โบสถ์ยังคงประเพณีเดิมที่เป็นสถานที่จัดงาน และแห่ขบวนยอดนิยมต่างๆ ของเมือง เช่น เทศกาลอีสเตอร์ ที่มีผู้ร่วมขบวนนับพันคน ในอดีต ระหว่างฝนตกหนัก บาทหลวงได้นำใบปาล์มไปวางแผ่บนหลังคาเพื่อปกป้องอาคาร หากมองจากที่ไกลจะเห็นว่าใบปาล์มเหล่านั้น เหมือนมังกรที่หนวดปลิวไปตามสายลม ชาวจีนท้องถิ่นจึงเรียกว่า วัดมังกรหนวดยาว หรือ Long Song Miu
ที่อยู่ :No. 2, St. Augustine's Square
เปิดให้เข้าชม : 10.00 – 18.00 น.
อาคารลีล เซนาโด้ : หอประชุมเทศบาลมาเก๊าแห่งแรกและยังคงใช้งานมาจนทุกวันนี้ สร้างขึ้นเมื่อ ค.ศ. 1784 ชื่อลีล เซนาโด้ แปลว่า วุฒิสภาผู้ภักดี (Loyal Senate) มาจากชื่อ ‘เมืองแห่งนามของเทพมาเก๊า หาใครภักดีกว่านี้ได้ไม่’ ที่กษัตริย์ดอม จอห์นที่ 4 แห่งโปรตุเกสพระราชทานให้ในปี 1654 อาคารลีล เซนาโด้ออกแบบสไตล์นีโอคลาสสิก และได้สงวนกำแพงหลักและเลย์เอาต์ดั้งเดิม รวมถึงสวนด้านหลังอาคารไว้ด้วย ชั้นหนึ่งของอาคารด้านในเป็นห้องประชุมพิธีการ อันเปิดไปสู่หอสวดเล็กๆ และหอสมุดที่แกะสลักอย่างวิจิตรตามแบบของหอสมุดมาฟราคอนแวนต์ที่โปรตุเกส
ที่อยู่ : Av. Almeida Ribeiro No. 163 มีไกด์นำชมทุกวันเสาร์และอาทิตย์เวลา 15.00 – 16.35 น.
จัตุรัสเซนาโด้ : กลายเป็นศูนย์รวมของชาวเมืองมานับศตวรรษ และยังคงเป็นสถานที่จัดงานเฉลิมฉลองยอดนิยมทั้งหลาย ตั้งอยู่ใกล้
กับอาคารสภาสูงเดิมและวัดซำไก วุยคุน ทั้งบ่งถึงความร่วมมืออย่างแข็งขันของชุมชนชาวจีนท้องถิ่น ที่มีต่องานราชการเมือง ขณะเดียวกัน ยังเป็นตัวอย่างเด่นชัด ที่แสดงถึงการคลุกเคล้าทางวัฒนธรรมอันหลากหลายของชาวมาเก๊า โดยอาคารที่รายรอบจัตุรัสเซนาโด้ ล้วนเป็นอาคารสไตล์นีโอคลาสสิกที่ทาสีพาสเทลอันอ่อนโยน สะท้อนถึงบรรยากาศแบบเมดิเตอร์เรเนียนวัดซำไก วุยคุน หรือ วัดกวนไท : ตั้งอยู่ใกล้ย่านบาซาร์จีนเก่า ซึ่งตอนนี้คือตลาดเซนต์โดมินิก ยังคงเก็บกลิ่นอายย่านบาซาร์ไว้ได้อย่างครบถ้วน ทำเลที่ตั้งของอาคารโครงสร้างแบบจีนบนจัตุรัสสำคัญของเมือง ที่รายล้อมด้วยสถาปัตยกรรมตะวันตก ฉายภาพแห่งความสมัครสมานสามัคคี ที่ร่วมหอลงโรงกันอย่างดีของสองวัฒนธรรม วัดซำไก วุยคุน ยังข้องเกี่ยวโดยตรงกับหอการค้าจีนที่มีมาช้านาน ที่อยู่ :Rua Sul do Mercado de Sao Domingos
เปิดให้เข้าชม : 08.00 – 18.00 น.
สำนักแห่งความเมตตา : สถาบันที่จำลองแบบมาจาก องค์กรการกุศลที่เก่าแก่ และสำคัญมากแห่งหนึ่งของโปรตุเกส สร้างโดยบิชอปองค์แรกของมาเก๊าในปี ค.ศ. 1569 นับว่าเป็นการก่อตั้งคลินิกการแพทย์แบบตะวันตกแห่งแรกในมาเก๊า ทั้งนี้โครงสร้างสวัสดิการสังคมรูปแบบต่างๆ ยังคงใช้การมาจนทุกวันนี้ และก็เช่นเดียวกับอาคารอื่นของมาเก๊า ที่สร้างในสไตล์นีโอคลาสสิก พิพิธภัณฑ์แห่งความเมตตา เวลาทำการ : 10.00 - 13.00 และ 14.30 - 17.30 (ปิดวันอาทิตย์และวันหยุดราชการ)
ที่อยู่ :Travessa da Misericordia, No 2 ค่าเข้าชม : 5 MOP$ / ท่าน
มหาวิหาร : โครงสร้างดั้งเดิมสร้าง ด้วยวัสดุผสมระหว่างดินและฟาง ว่ากันว่าสร้างขึ้นในราวปี ค.ศ. 1622 โดยระหว่างการปฏิสังขรณ์ในปี 1780 มหาวิหารได้ย้ายการบริการทางศาสนา ไปที่หอสวดเก่าของโฮลีเฮ้าส์เป็นการชั่วคราว ฟาซาดด้านหน้ามหาวิหารโดดเด่นด้วยเสาฝาผนัง และหอระฆังคู่ที่ยื่นออกมายังถนน ภายนอกอาคารหล่อด้วยปูนปลาสเตอร์จากเซี่ยงไฮ้ ช่วยให้ตัวอาคารดูหนักแน่นแข็งแรง ที่อยู่ : 1 Cathedral Square เปิดให้เข้าชม : 07.30 – 18.30 น.
จัตุรัสมหาวิหาร : ไม่ว่าจะมองในแง่ศาสนาหรือประวัติศาสตร์ อาคารมหาวิหาร (Cathedral) และอาคารอื่นๆ ซึ่งอยู่รอบๆ จัตุรัสล้วนถือเป็นอนุสรณ์สถานอันล้ำค่าทั้งสิ้น
คฤหาสถ์หลู่เกา : คฤหาสถ์ของหลู่ เกา พ่อค้าชาวจีนที่เป็นเจ้าของอสังหาริมทรัพย์หลายแห่งในมาเก๊า โดยคฤหาสถ์สง่างามหลังนี้เป็นอาคารสองชั้น ก่ออิฐสีเทาแบบโบราณ และมีสถาปัตยกรรมแบบ ‘ซิกวน-xiguan’ อันเป็นเอกลักษณ์ของบ้านพักอาศัยแบบจีนดั้งเดิม สร้างขึ้นในปี 1889 ตั้งอยู่ในทำเลที่เผยให้เห็นความหลายหลากของสังคม ณ ใจกลางย่านเก่าของพวกคริสเตียน ที่ซึ่งบ้านพักอาศัยแบบจีนโบราณ สามารถตั้งเคียงใกล้กับจัตุรัสเซนาโด้ และจัตุรัสคาทีดรัลได้อย่างกลมกลืน เปิดให้เข้าชม :09.00 – 17.00 น. (วันเสาร์, วันอาทิตย์ และวันหยุดราชการ) ค่าเข้าชมฟรีและมีไกด์นำชม ข้อมูลเพิ่มเติมดูได้ที่เว็บไซด์ www.icm.gov.mo
จัตุรัสเซนต์ดอมินิก : จัตุรัสนี้อยู่หน้าโบสถ์เซนต์ดอมินิก ไม่เพียงแต่เป็นที่สำหรับนั่งพักขา ให้หายเหนื่อยเท่านั้น แต่รอบจัตุรัสยังมีคนขายอาหาร, เสื้อผ้าและเครื่องสำอางและสิ่งของอื่นๆอีกมากมาย
โบสถ์เซนต์โดมินิก : โบสถ์ที่มีความสัมพันธ์กับคณะสงฆ์พระแม่มารี (Brotherhood of Our Lady of Rosary) แห่งนี้สร้างขึ้นเมื่อ ค.ศ. 1587 โดย 3 บาทหลวงนิกายโดมินิกันชาวสเปนที่มาจากอะคาปุลโกในเม็กซิโก และก็เป็นโบสถ์นี้เองที่ได้ตีพิมพ์หนังสือพิมพ์ A Abelha da China (The China Bee) ซึ่งเป็นหนังสือพิมพ์ภาษาโปรตุเกสฉบับแรกบนแผ่นดินจีน ในวันที่ 12 กันยายน ค.ศ. 1822 ส่วนหอระฆังด้านหลังอาคารได้มีการปรับเปลี่ยนเป็นพิพิธภัณฑ์ขนาดเล็ก แสดงงานศิลป์อันเกี่ยวเนื่องกับศาสนา (Museum of Sacred Art) ด้วยคอลเล็กชั่นงานศิลป์ราว 300 ชิ้น ที่อยู่ : St.Dominic’s Square เปิดให้เข้าชม :10.00 – 18.00 น.ซากประตูโบสถ์เซนต์ปอล : ซากประตูโบสถ์เซนต์ปอลหมายถึงฟาซาดด้านหน้าของโบสถ์มาแตร์ เดอี (Church of Mater Dei) ที่สร้างขึ้นระหว่าง ค.ศ. 1602-1640 แต่โดนพิษไฟไหม้ในปี 1835 ทำให้วิทยาลัยเซนต์ปอลที่อยู่ติดกับโบสถ์ ก็กลายเป็นซากด้วยเช่นกัน โดยรวมแล้ว โบสถ์มาแตร์ เดอีเดิม วิทยาลัยเซนต์ปอล (St. Paul’s College) และป้อมปราการ (Mount Fortress) เป็นสิ่งปลูกสร้างของพระนิกายเยซูอิต และตั้งใจก่อร่างให้เป็นดั่งอะโครโปลิสแห่งมาเก๊า ซากโบราณสถานที่ยังหลงเหลืออยู่ของวิทยาลัยเซนต์ปอล คือประจักษ์พยานการก่อตั้งมหาวิทยาลัยของตะวันตกใน ภูมิภาคตะวันออกไกล และได้รับการวางหลักสูตรการศึกษาไว้อย่างพิถีพิถัน ขณะที่ซากประตูโบสถ์เซนต์ปอล ในปัจจุบันถูกมาเป็นสัญลักษณ์ประจำเมืองมาเก๊า
จัตุรัส คอมปะนี ออฟ จีซัส : ตึกต่างๆ ที่อยู่รอบจัตุรัสนี้สร้างขึ้นระหว่างปี 1920 ถึง 1930 ยกเว้นเพียงสองหลังซึ่งสร้างขึ้นในศตวรรษที่ 19 ตามสไตล์นีโอคลาสสิค รูปปั้นทองสัมฤทธิ์สำคัญสองชิ้นที่จัตุรัสนี้ รูปหนึ่งคือ เด็กหญิงและสุนัข และอีกรูป คือ สัญลักษณ์แห่งมิตรภาพระหว่างประเทศจีนและประเทศโปรตุเกส
วัดนาช่า : โบสถ์อันอุทิศแด่การสักการะนาช่า สร้างขึ้นใน ค.ศ. 1888 ตั้งอยู่ใกล้อาคารทำการที่ยังคงอยู่ของหัวหน้าคณะเยซูอิตประจำภูมิภาค แสดงถึงตรรกะแห่งอุดมคติของชาติตะวันตกและจีน เป็นหนึ่งในตัวอย่างชั้นเยี่ยมของการมีวัฒนธรรมหลากหลาย และอิสรภาพทางศาสนาของมาเก๊า เปิดให้เข้าชม :08.00 – 17.00 น.
ส่วนของกำแพงเมืองเก่า : สร้างขึ้นเก่าแก่ราว ค.ศ. 1569 เป็นส่วนที่ยังคงหลงเหลืออยู่ ของการก่อสร้างกำแพงป้องกันเมืองแบบโปรตุเกสดั้งเดิม แบบเดียวกับที่สร้างรอบท่าเรือตั้งถิ่นฐานในแอฟริกาและอินเดีย ในมาเก๊าส่วนของกำแพงเมืองเก่านี้ ถือเป็นหลักฐานของการผสานเข้ากับเทคนิคและวัสดุท้องถิ่น โดยเฉพาะส่วนผสมแข็งชูนัมโบ (chunambo) ที่เกิดจากการผสมของดินเหนียว ดิน ทราย ฟางข้าว หินบด และเปลือกหอย จนอัดแน่นเป็นชั้นๆ ต่อเนื่องกัน
ป้อมปราการ : เคยเป็นปราการทางทหารที่สำคัญของเมือง จึงครบครันด้วยปืนใหญ่ ค่ายทหาร บ่อน้ำ คลังสรรพาวุธที่เก็บอาวุธยุทธภัณฑ์ทรงประสิทธิภาพ และเสบียงที่สามารถต้านทานการโอบล้อมเมืองได้ถึงสองปี ป้อมปราการสร้างในอาณาบริเวณเดียวกันของคณะเยซูอิต ระหว่างปี 1617-1626 ครอบคลุมพื้นที่ราว 10,000 ตารางเมตรในรูปสี่เหลี่ยมคางหมู ทั้งสี่มุมของป้อมที่ยื่นออกมาประกอบร่าง เป็นกำแพงต้านศัตรูได้อย่างดี เปิดให้เข้าชม : 07.00 – 19.00 น.
โบสถ์เซนต์แอนโทนี : ดั้งเดิมนั้นสร้างด้วยไม้ไผ่และไม้เมื่อก่อนปี ค.ศ. 1560 จึงเป็นหนึ่งในโบสถ์ที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของมาเก๊า และเป็นที่ซึ่งคณะบาทหลวงเยซูอิตมาก่อตั้งสำนักงานใหญ่แห่งแรกๆ ของเมืองด้วย โบสถ์ได้รับการก่อสร้างใหม่ด้วยหินหลายครั้ง โดยรูปลักษณ์และขนาดที่เห็นในปัจจุบันมีอายุย้อนไปถึงปี 1930 ก่อนหน้านี้สมาชิกชุมชนชาวโปรตุเกสมักมาจัดพิธีแต่งงานที่นี่ จึงได้รับฉายาว่า โบสถ์ดอกไม้ (Fa Vong Tong) ที่อยู่ :Santo Antonio Square เปิดให้เข้าชม : 07.30 – 17.30 น.
จัตุรัสคามอส : จัตุรัสอยู่ใกล้สวนคามอส (Camoes Garden), โบสถ์เซนต์แอนโทนี (St.Anthony’s Church) และสุสานโปรเตสแตนท์ (Protestant Cemetery) ในบริเวณสวนมีต้นไม้เขียวชะอุ่มและม้านั่งมากมาย ให้คนมาเก๊ามาพักผ่อนหย่อนใจและสูดอากาศบริสุทธิ์
สวนคาซ่า : บ้านที่สร้างขึ้นเมื่อ ค.ศ. 1770 ของพ่อค้าชาวโปรตุเกสผู้มั่งคั่ง นามว่า มานูเอล เปไรร่า ซึ่งต่อมาให้บริษัท อิงลิช อีสต์ อินเดีย เช่าเป็นสำนักงาน ก่อนที่จะเป็นสำนักงานของมูลนิธิโอเรียนตัล (Oriental Foundation) ในปัจจุบัน
ที่อยู่ :ข้างๆจัตุรัสคามอส เปิดให้เข้าชม (หอศิลป์) : 09.30 – 18.00 น. (ปิดวันเสาร์, วันอาทิตย์ และ วันหยุดราชการ) (สวน) : 09.30 – 18.00 น.
สุสานโปรเตสแตนต์ : คือสถานที่ที่มองทะลุเข้าไปยังชุมชนอันหลายหลากของมาเก๊า ค่าที่สุสานโปรเตสแตนต์บรรจุชาวโปรตุเกสในชุมชนแรกเริ่มของมาเก๊าไว้มากมาย หอสวดที่สร้างใน ค.ศ. 1821 ได้ชื่อว่า หอสวดมอร์ริสัน เพื่อเป็นเกียรติแด่โรเบิร์ต มอร์ริสัน ที่มีชีวิตอยู่ระหว่างปี 1782-1834 ขณะที่จอร์จ ชินเนอรี (ค.ศ. 1774-1852) ศิลปินชาวอังกฤษที่วาดภาพทิวทัศน์บริเวณสามเหลี่ยมปากแม่น้ำเพิร์ลไว้มากมาย ก็ฝังร่างอยู่ที่นี่ เช่นเดียวกับบุคคลสำคัญคนอื่นๆ อีกมาก รวมถึงเจ้าหน้าที่หลายคนของบริษัทอีสต์ อินเดีย และชาวโปรเตสแตนต์จากสหรัฐอเมริกาและสหราชอาณาจักร
ที่อยู่ : ข้างๆ สวนคาซา เปิดให้เข้าชม : 09.00 – 17.30 น.
ปราการเกีย รวมทั้งโบสถ์และประภาคารเกีย : ป้อมปราการที่สร้างขึ้นตั้งแต่ ค.ศ. 1622-1638 ภายในเ
ป็นที่ตั้งของหอสวดเกีย (Guia Chapel) ที่แรกก่อตั้งโดยแม่ชีคลาริสต์ ผู้พำนักอยู่ที่นี่ก่อนจะไปก่อตั้งสำนักชีเซนต์แคลร์ (Convent of St. Clare) เป็นสถานที่อีกแห่งที่แสดงถึงการกลมกลืนในวัฒนธรรมต่างๆ ของมาเก๊า ด้วยเฟรสโก้ภายในหอสวดที่บอกเล่าเรื่องราวทั้งของจีนและตะวันตก ด้วยลักษณะเด่นของศาลนาและแรงดลใจจาก เทพนิยายปกรณัม ส่วนประภาคารเกีย (Guia Lighthouse) ที่สร้างเมื่อ ค.ศ. 1865 ถือเป็นประภาคารสมัยใหม่แห่งแรกที่สร้างขึ้นบนชายฝั่งจีน ทั้งนี้ ปราการเกีย หอสวด และประภาคาร ต่างเป็นสัญลักษณ์ทางการเดินเรือ การทหาร และการศาสนาครั้งอดีต เปิดให้เข้าชม (ป้อมปราการ) : 09.00 – 17.30 น. (โบสถ์) : 10.00 – 17.00 น. (ห้ามถ่ายรูป) (ประภาคาร) : ไม่เปิดให้เข้าชมขอบคุณข้อมูลจาก องค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวมาเก๊าประจำประเทศไทย



