Home ญี่ปุ่น สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจของญี่ปุ่น

สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจของญี่ปุ่น

แบ่งตามฤดูกาลได้ดังนี้

ฤดูหนาว (ธันวาคม – กุมภาพันธ์) เป็น ฤดูแห่งการเพลิดเพลินกับหิมะฤดูหนาวในญี่ปุ่นไม่ค่อยรุนแรง ยกเว้นทางเหนือสุด อุณหภูมิโดยปกติจะอบอุ่นด้วยแสง อาทิตย์และฟ้าสีครามอีกด้านหนึ่งทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เทศกาลต่าง จะเกี่ยวพันกับหิมะและน้ำแข็ง นักท่องเที่ยวจะ เพลิดเพลินกับหิมะและรูปแกะสลักและมีส่วนร่วมในประเพณีท้องถิ่นตามฤดูนั้น เทศกาลงานต่างๆ ทั่วญี่ปุ่นถูกจัดขึ้นต่อเนื่อง กับเทศกาลปีใหม่อันเป็นวันสำคัญที่สุดสำหรับชาวญี่ปุ่น

ทัวร์ญี่ปุ่น เที่ยวญี่ปุ่น


1. 15 – 18 ธ.ค. เทศกาล อ็อง มัตสุริ (On Matsuri) ของศาลเจ้าคะซึกะ ของเมืองนารา จะมีขบวนแห่สวมหน้ากาก
2. 17 – 19 ธ.ค. งานฮะโกอิตะ อิชิ (Hagoita –lchi) ของวัดอะซะคุซะคันนอน ในโตเกียว มีการออกร้านขายไม้ตีลูกขนไก่โบราณ
3. 31 ธ.ค.งานไหว้พระ (OTERAMAIRI) ที่ศาลเจ้ายะซะกะ ในเกียวโต มีพิธีไฟศักดิ์สิทธิ์ู่
4. 1 ม.ค. วันปีใหม่ (New Year’s Day) ร้านค้า โรงงาน ธุรกิจต่างๆ จะปิด ครอบครัวต่างๆ จะฉลองด้วยอาหารมื้อพิเศษแต่งชุดกิมโมโนที่สวยที่สุด และจะพากันไปวัดหรือศาลเจ้า เพื่อไหว้พระขอพรให้สุขภาพดี และมีความสุขตลอดปี
5. 6 ม.ค.วันทำพิธีดับเพลิง (Dezomeshiki) ชมขบวนสาธิตการดับเพลิงในโตเกียว โดยมีตัวแทนพนักดับเพลิงงานแสดงโลดโผนบนยอด  บันไดช่วยหนีไฟ
6. กลางเดือน ม.ค. การแข่งขันซูโม่รอบแรกในโตเกียวก่อนวันบรรลุนิติภาวะ (Day Before Coming of Age Day) เทศกาลเผาหญ้าบนเขา Wakakusa   Yama ในเมืองนารา
7. ต้นเดือน ก.พ. เทศกาลหิมะ (Snow Festival) ที่มีชื่อที่สุดในญี่ปุ่น ที่เมืองซัปโปโร บนเกาะฮ็อกไกโด มีรูปแกะสลักหิมะและน้ำแข็งอันมหึมา    ต่างๆ มากมายจากทั่วโลกมาประชันและแข่งขันกันทุกปีต้นหรือ
8. 3 - 4 ก.พ. เทศกาลโปรยถั่ว (Setsubun Matsuri) เป็นพิธีไล่สิ่งอัปมงคลทำกันตามวัดใหญ่ทั่วประเทศ
9. 3 - 4 ก.พ. เทศกาลแห่โคม (Lantern Matsuri) ของศาลเจ้าคะซึกะ ในเมืองนารา
10. 15 - 16 ก.พ. เทศกาลคะมะคุระ (Kamakura Matsuri) ของเมืองโยโคเทะในอะคิตะ มีกระท่อมหิมะที่สร้างบูชาเทพเจ้าแห่งน้ำ

ฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน – พฤศจิกายน) เป็น ฤดูแห่งการเก็บเกี่ยวและใบไม้เปลี่ยนสี เมื่อเข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วงในเดือนกันยายน และตุลาคม เป็นเดือนที่น่าเพลิดเพลินกับความเย็นสบายในฤดูนี้ นำมาซึ่งความเปลี่ยนแปลงแห่งสีสรรเป็นสีเหลืองส้ม แต่งเติมขุนเขาราวกับสีสรรแห่งพรม และทุ่งนาเปลี่ยนเป็นสีทองเป็นเวลาแห่งเทศกาลและกีฬาได้มาบรรจบกับกิจกรรม ทางวัฒนาธรรมทั่วประเทศ งานเทศกาลดอกเบญมาศซึ่งแสดงอยู่ทั่วประเทศเป็นสัญญาลักษณ์หนึ่งของฤดูนี้

ทัวร์ญี่ปุ่น


11. 16 ก.ย.  งานแสดงขี่ม้ายิงธนู (Yabusame) ที่ศาลเจ้าทซึรุหงะโอกะ ฮะจิมังงู ที่เมืองคะมะคุระ
12. 7 - 9 ต.ค. เทศกาลคุนจิ (Kunchi Matsuri) ของศาลเจ้าซูวะในเมืองนางาซะกิ มีระบำมังกรจีนดั้งเดิม
13. 9 - 10 ต.ค. เทศกาลทะคะยะมะ (Takayama Matsuri) แห่งศาลเจ้าฮาจิมังงุ ซึ่งมีขบวนรถสีสรรต่างๆมากมาย
14. กลางเดือน ต.ค. เทศกาลเมืองนาโงย่า (Nagoyo City Matsuri) มีขบวนพาเหรดซามูไรตามถนนในเมือง
15. กลางเดือน ต.ค. - พ.ย. เทศกาลดอกเบญจมาศ ที่ศาลเจ้าเมหยิและวัดอซะคุซะ ในโตเกียว
16. 17 ต.ค.  เทศกาลฤดูใบไม้ร่วง (Autumn Matsuri) ของศาลเจ้าโทโซงุ ที่เมืองนิกโก้ มีขบวนพาเหรดของนักรบโบราณในชุดเสื้อเกราะติดตามขบวน
17. 22 ต.ค. เทศกาลยุคสมัย (Jidai Matsuri) เป็นเทศกาลของศาลเจ้าเฮอันในโตเกียวซึ่งเป็นหนึงใน 3 เทศกาลใหญ่ของเกียวโต
18. 22 ต.ค. เทศกาลไฟ จะมีขบวนแห่คบเพลิงมุ่งมายัง ศาลเจ้ายุคิคุระมะในเกียวโต
19. 2 - 4 พ.ย. เทศกาลโอคุนจิ (Okunchi Matsuri) ของศาลเจ้าคะระทจึในเมืองจะซะหงะ จะมีขบวนพาเหรดที่มีสีสรร
20. 15 พ.ย. เทศกาลเจ็ดห้าสาม สำหรับเด็กอายุ 3, 5 และ 7 ปี จะไปศาลเจ้าเพื่อขอพรจากเทพเจ้าให้มีสุขภาพดีตลอดไป

ทัวร์ญี่ปุ่น เที่ยวญี่ปุ่น


ฤดูร้อน (มิถุนายน – สิงหาคม) เป็นฤดูกาลแห่งดอกไม้ไฟที่อุดมสมบูรณ์ด้วยพืชพันธุ์พร้อมความเขียวขจีทั่ว ประเทศ ใบเขียวของ ซะกุระ เมเปิ้ล โอ๊ค ในป่าเขาที่ตัดกับสีเขียวเข้มของต้นสน และต้นไผ่ที่โอนอ่อนตามสายลมในตอนกลางวันและยามค่ำคืน ตามริมแม่น้ำในเมืองต่างๆ ทุกภาคจะเป็นจุดนัดพบของชาวชนบทตามท้องถิ่นและของเพื่อนผู้มาเยือนเทศกาลฤดู ร้อนทั่วญี่ปุ่นเพื่อร่วมชมเทศกาลดอกไม้ไฟอย่างมีสีสรรและชีวิตชีวา และชมระบำพื้นเมือง “Bon Odori”

21. กลาง มิ.ย.  เทศกาลซันโน(Sunno Matsuri) ที่ศาลเจ้าอิเอะ ในโตเกียวมีการแห่ศาลเจ้าผ่านถนนในย่านอะซะกุซะ่
22. เสาร์ที่ 2 ของมิ.ย. เทศกาลม้า (Chagu – Chagu Umakko Horse Festival)ในเมืองโมริโอกะ มีแห้ขบวนม้าประดับอย่างมีสีสรร
23. 7 ก.ค. เทศกาลดวงดาวหรือเทศกาลทานาบะตะ(Tanabata Festival) จัดขึ้นทั่วญี่ปุ่น แต่ที่เมืองเซนไดอย่างยิ่งใหญ่ และมีชื่อเสียงมากที่สุด มีการประดับโคมกระดาษหลากสีสวยงาม
24. 13 - 15 ก.ค.เทศกาลบน(Bon Festival) จัด ทั่วประเทศ เป็นพิธีทางศาสนา เพื่อระลึกถึงดวงวิญญาณที่ล่วงลับไปแล้ว โดยมีการเต้นระบำโบราณ BON ODORI เพื่อระลึกถึงดวงวิญญาณเหล่านั้น
25. 14 ก.ค. เทศกาลไฟ (Nachi Shrine No Himatsuri) ที่ศาลเจ้านะจืคะจึระในเมืองวะกะยะมะ มีการแบก 12 คบเพลิงขนาดใหญ่ โดยนักบวชในชุดขาว
26. 16 - 17 ก.ค. เทศกาลกิออน (Gion Matsuri) เป็น เทศกาลย้อนยุคไปในศตวรรษที่ 9 ที่ใหญ่ที่สุดในโตเกียว จะมีขบวนแห่ชุดแต่งกายโบราณผ่านถนนสายหลักหลายสาย ก.ค. หรือ ส.ค. เทศกาลดนตรี (Kangensai Music) ของศาลเจ้า Itsukushima ใกล้เมืองฮิโรชิม่า มีการรำประกอบดนตรีราชสำนัก
27. 24 - 25 ก.ค. เทศกาลเทนยิน (Tenjin Matsuri) ของศาลเจ้าเทนมันงู ในโอซาก้า มีขบวนแห่ศาลเจ้าบนเรือเหนือลำน้ำโตจิมะ
28. 1 - 7 ส.ค. เทศกาลเนบุตะ (Nebuta Matsuri) มีขบวนแห่โครงหุ่นประดับไฟ ในเมืองอะโอโมริ (2-7 สิงหาคม) เมืองฮิโรซะกิ จัดช่วง (1 – 7 สิงหาคม)
29. 3 - 6 ส.ค. เทศกาลคันโต (Kanto Matsuri) ในเมืองอะคิตะ มีขบวนแห่แผงโคมไฟที่แขวนบนราวไม้ไผ่
30. 5 – 7 ส.ค. เทศกาลฮะนะงะซะ(Hanagasa Matsuri) ในเมืองยะมะงะตะ มีขบวนฟ้อนรำของชาวเมือง เป็น 10,000 คน ในชุดหมวกฟางติดดอกไม้เทียม ซึ่งเป็นชุดประจำเทศกาล
31. 12 – 15 ส.ค.  เทศกาลระบำอาว่า (Awa Odori Folkdance Festival) ที่เมืองโทคุชิมะ มีการร้องรำทั้งกลางวันและกลางคืน
32. 16 ส.ค. งานไดมอนหยิบอนไฟ (Daimonji Bonfire) เป็นเทศกาลเพื่อส่งดวงวิญญาณผู้ล่วงลับไปแล้วโดยการเผาไฟ บนเนินเขาซึ่งเห็นได้จากตัวเมืองเกียวโต

ฤดูใบไม้ผลิ (มีนาคม – พฤษภาคม) เป็น ฤดูดอกไม้บาน จากวันแรกของต้นมีนาคมที่ดอกเหมยบานกระทั่งวันสุดท้ายของพฤษภาคมเมื่อดอกซะ กุระทางตอนเหนือโรยจากต้น ฤดูนี้เป็นเวลาเริ่มต้นของธรรมชาติอันสดใสงดงามซึ่งมีการฉลองเทศกาลท่ามกลาง ธรรมชาติทั่วญี่ปุ่น

33. 3 มี.ค. เทศกาลฮินะมัตสุริ (Hina Matsuri) เป็นเทศกาลวันเด็กผู้หญิงจะมีการตกแต่งตุ๊กตาที่แต่งกายแบบพระราชสำนักบน หิ้งเป็ั้นชั้น ๆในบ้านที่มีลูกสาวยังเด็กอยู่
34. 13 มี.ค. เทศกาลคะซูกะ(Kasuga Matsuri) ของศาลเจ้าคะซูกะในเมืองนารา มีการฟ้อนรำโบราณที่มีอายุเก่าแก่กว่า 1,000 ปี
35. 1-30 เม.ย. ระบำมิยะโกะ หรือระบำซากุระ ที่เกียวโต เป็นระบำญี่ปุ่นที่แสดงโดยนักฟ้อนรำที่เรียกว่า “ไมโกะ” (Maiko)

ทัวร์ญี่ปุ่น

36. 8 เม.ย. เทศกาลถวายดอกไม้ (Hana Matsuri) ตามวัดพุทธต่างๆเพื่อระลึกถึงวันประสูติของพระพุทธเจ้า
37. 14 – 15 เม.ย. เทศกาลทะคะยะมะ (Takayama Matsuri) ของศาลเจ้าฮิเอะ ในเมืองทะคะยะมะ ชมขบวนรถแห่งศาลเจ้าอันตระการตา
37. 6 – 17 เม.ย. เทศกาลยะโยอิ (Yayoi Matsuri) ที่ศาลเจ้าฟุตะระซัน ในเมืองนิกโก้ มีขบวนแห่ตกแต่งสวยงาม
38. 3 – 4 พ.ค. เทศกาลฮะคะตะ โดนทะคุ(Hakata Dontaku) ในเมืองฟุคุโอกะ มีขบวนแห่เทพเจ้าบนหลังม้า ตามตำนานญี่ปุ่น
39. 3 – 5 พ.ค. เทศกาลแข่งว่าว ที่เมืองฮะมะมัตสึ เป็นสนามแข่งว่าวที่มีการแข่งขันว่าวขนาดใหญ่ที่สุด
40. 5 พ.ค. เทศกาลวันเด็กผู้ชาย จะมีการประดับธงปลาคาร์พหลากสี ตามจำนวนลูกชายของแต่ละบ้าน ซึ่งจะโบกสะบัดโต้ลมฤดูใบไม้ผลิอย่างสวยงามมาก
41. 11 พ.ค.- 15 ต.ค. เทศกาลจับปลาโดยนกกาน้ำ ในแม่น้ำนะงะระงะที่เมืองเซคิในจังหวัดกิฟุ
42. 15 พ.ค. เทศกาลอะโออิ(Aoi Matsuri) ที่เมืองเกียวโตจะมีขบวนแห่บุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์โบราณพร้อมขบวนรถที่มี พรรณไม้ดอกหลากสีอันสวยหรู
43. 17 - 18 พ.ค. เทศกาลใหญ่ของศาลเจ้า โทโซงุ  ที่เมืองนิกโก้ จะมีขบวนแห่นักรบกว่า 1,000 คน
44. อาทิตย์ที่ 3 ของ พ.ค.  เทศกาลมิฟูเน่ (Mifune Matsuri) มีแห่ขบวนเรือโบราณบนแม่น้ำโออิ ในเกียวโต
45. อาทิตย์ที่ 3 ของ พ.ค. เทศกาลซันจะ (Sanja Matsuri) ของศาลเจ้าอะซะกุซะในโตเกียว มีการแห่ศาลเจ้าใหญ่ๆ 3 ศาล อีกทั้งย่อยๆอีกนับร้อยกว่าศาล

เทศกาลที่น่าสนใจในประเทศญี่ปุ่น

เทศกาล ปีใหม่ หรือ (Hatsumode) ผู้คนจำนวนมากไปวันชินโต หรือวัดพุทธในวันขึ้นปีใหม่ หลังจากที่วัดตีระฆังส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ หรือไปวัดกันในสัปดาห์แรกของวันปีใหม่ ผู้คนจะโยนเงินลงในกล่องและอธิษฐานขอให้มีสุขภาพแข็งแรง หลังจากไหว้พระแล้วก็จะพากันไปซื้อโอมาโมริ(Omamori) ซึ่งถือเป็นเครื่องรางนำโชค และเสี่ยงเซียมซีเพื่อดูโชคชะตา ว่าโชคจะดีหรือร้าย หากใบที่ได้ไม่ดีหลังจากที่อ่านแล้วก็จะผูกไว้ที่กิ่งไม้ที่วัน เพื่อขอให้โชคชะตาดีขึ้น
เทศกาลหิมะ (Yukimutsuri) จัดที่เมืองซับโปโรบนเกาะฮอกไกโดจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี เป็นเวลา 1 สัปดาห์ในช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ ที่ใจกลางเมืองจะมีรูปปั้นหิมะขนาดใหญ่ประมาณ 200 ชิ้น เรียงรายกันอยู่ ซึ่งบางชิ้นมีขนาดสูงกว่า 15 เมตร นอกจากที่เมืองซับโปโรแล้วยังมีอีก2 แห่งคือที่ซูซูกิโนะ(Susukino) เป็นรูปปั้นน้ำแข็งและที่มาโกมาไน(Makomanai)
เทศกาลตุ๊กตา (Hinamatsuri)  ในราวกลางสมัยเอโดะ ค.ศ.1603-1867 ผู้คนนิยมทำตุ๊กตาอย่างปราณีตและประดับตกแต่งภายในบ้านโดยที่ บนหิ้นจะปูด้วยพรหมสีแดง ตุ๊กตาชุดหนึ่งจะประกอบด้วยตุ๊กตา 15 ตัว
เทศกาล ชมดอกไม้(Ohanami) วัดคิโยมิซึในโตเกียวเป็นสถานที่ที่ได้รับความนิยมในการชมซากุระบานในฤดู ใบไม้ผลิ ซึ่งดอกซากุระถือเป็น”ดอกไม้ประจำชาติ” ของคนญี่ปุ่น โดยที่กรมอุตุนิยมวิทยาของญี่ปุ่นจะพยากรณ์และประกาศอย่างเป็นทางการถึง กำหนดที่ซากุระจะบาน แม้ว่าวิถีชีวิตของคนญี่ปุ่นจะวุ่นวายแต่เมื่อถึงเทศกาลชมดอกไม้ ผู้คนที่ญี่ปุ่นก็จะพากันออกพักผ่อน สังสรร และมาชมดอกซากุระบานกันอย่างมากมาย

เที่ยวญี่ปุ่น

โตเกียวดิสนี่ย์แลนด์

โตเกีย วดิสนีย์แลนด์เป็นสวนสนุกดิสนีย์แห่งแรกที่สร้างนอกอเมริกา เริ่มเปิดดำเนินการเมื่อ 15 เมษายน 1983 เพียง 1 เดือนให้หลังมีคนเข้าไปใน park ครบ 1 ล้านคน ใน วันที่ 23 พฤษภาคม 1983 และครบ 10 ล้านคน ในวันที่ 2 เมษายน 1984 จนถึงปัจจุบันอาจพูดได้ว่าคนญี่ปุ่นส่วนใหญ่เคยไปเที่ยวโตเกียวดิสนีย์แลนด์ แล้วอย่างน้อย 1 ครั้ง (ถ้าถามเด็กญี่ปุ่นที่อยู่ต่างจังหวัดว่า ถ้าได้ไปโตเกียวอยากจะไปเที่ยวที่ไหน คำตอบที่น่าจะเดาได้เลย คือ โตเกียวดิสนีย์แลนด์) ซึ่งเด็กๆ ที่อยู่ในแถบคันโต (รอบๆ โตเกียว) จะมาเที่ยวได้ง่ายกว่าเด็กๆ ที่อยู่ต่างจังหวัดไกลๆ เพราะสามารถไป-กลับได้ในวันเดียว แต่ถ้าจะต้องค้างคืน ทางโตเกียวดิสนีย์แลนด์ก็สร้างโรงแรมใหญ่ๆ ไว้บริการ 5 แห่ง (สามารถจองที่พักได้ทางเว็บไซต์ www.tokyodisneyresort.co.jp แล้วคลิกที่ hotel information) ในวันหยุด เสาร์อาทิตย์ หรือวันหยุดราชการจะมีคนไปเที่ยวกันเยอะมาก เป็นหลักหมื่นจนถึงแสนคน จึงไม่แนะนำให้ไปในวันหยุด (ถ้าไม่จำเป็น)

การชงชา จัดดอกไม้ และจัดสวน

วัฒนธรรม การชงชา การจัดดอกไม้ และจัดสวนแบบญี่ปุ่นนั้น ถือเป็นวัฒนธรรมที่มีเอกลัษณ์เฉพาะตัว  การชงชานั้นมีขั้นตอนมากมาย เป็นการผสานเอาทั้งศาสตร์และศิลป์เข้าด้วยกัน ผู้ชงชาจะต้องบดชาสดจนเป็นผงสีเขียวอ่อนเสียก่อน่พิธีการชงชานั้นก็กระทำ อย่างเป็นระบบทำด้วยอาการที่เปี่ยมไปด้วยสติและสัมปชัญญะมีสมาธิจิตควบ คุมอย่างเต็มที่ แต่การชงชามิใช่เป็นสิ่งที่ชาวญี่ปุ่นในยุคนี้ทำกันเป็นกิจวัตรประจำวัน มันได้กลายเป็นเรื่องการเสริมสถานะของคนในสังคมชั้นสูงมากกว่า มิได้เป็นเรื่องของชาวบ้านธรรมดาแต่อย่างใด เป็นเรื่องของหญิงที่กำลังจะเป็นเจ้าสาวต้องเรียนรู้เอาไว้เหมือนการเรียนทำ กับข้าวให้เป็น แต่เมื่อแต่งแล้วอาจจะไม่ได้ใช้เลย เด็กสาวสมัยใหม่จึงให้ความสนใจน้อยมากทั้ง ๆ ที่มีสอนกันตามโรงเรียน ส่วนการจัดดอกไม้แบบญี่ปุ่นอาจจะมีการทำกันมากกว่าในหมู่หญิงชาวญี่ปุ่น เพราะไม่เป็นเรื่องยุ่งยากเท่ากับการชงชา
การจัดสวนญี่ป่น เป็นการจัดสวนแบบหนึ่ง อันเป็นแบบฉบับของญี่ปุ่นเองโดยเฉพาะ แผงด้วยความหมายอันลึกซึ้งเกี่ยวกับความงามตามธรรมชาติ ศาสนา ลัทธิ ประเพณี ปรัชญา ความนึกฝัน ศิลปวัฒนาธรรมและแฝงด้วยความเชื่อถือในโชคลาง
การจัดสวนแบบญี่ปุ่น นับวันยิ่งจะได้รับความนิยมมากยิ่งขึ้น ในประเทศไทยนิยมจัดสวนแบบญี่ปุ่นกันมากเพราะสวนญี่ปุ่นใช้เนื้อที่ในการจัด สวนไม่มากนัก มีความสวยงามอย่างเรียบ ๆ เหมาะกับนิสัยอันอ่อนน้อมและสุภาพของคนไทย อาจกล่าวอีกนัยหนึ่งว่า สวนญี่ปุ่นเป็นสวนที่มีความงามอย่างมีศิลปะ

แหล่งช็อปปิ้งและกิจกรรมที่ห้ามพลาดที่ ประเทศญี่ปุ่น

ร้าน ค้าและแหล่งจำหน่ายสินค้าต่างๆ โดยทั่วไป เปิดทำการวันเสาร์วันอาทิตย์และวันหยุดราชการอื่นๆด้วย นอกเหนือจากเปิดทำการตามปกติในวันธรรมดา ร้านเปิดเวลา 10.00 น.- 20.00 . อย่างไรก็ดี ห้างสรรพสินค้าจะปิดทำการในวันธรรมดา 1 วันต่อสัปดาห์ และวันหยุดของห้างสรรพสินค้าจะไม่ตรงกันทุกห้าง ร้านค้าของประเภทสินค้าพิเศษบางร้านอาจจะไม่เปิดขายในวันอาทิตย์ และวันหยุดราชการก็ได้ โปรดสังเกตว่า ห้างสรรพสินค้ามักจะเปิดห้างเร็วกว่าร้านค้าอื่นๆ ประมาณ 1 ชั่วโมง (ราวๆ19.00 น.) สำหรับราคาสินค้านั้น ท่านอาจจะเทียบราคาตามร้านเหล่านี้ดูกับร้านที่กำลังลดราคา หรือร้านที่มีการต่อรองราคาได้ ก่อนที่จะตัดสินใจซื้อ และหากท่านซื้อสินค้าบางชนิดรวมเป็นเงินกว่า 10,000 เยน ท่านอาจจะได้รับการยกเว้นภาษีผู้บริโภค ได้ในบางกรณี
ร้านค้าปลอดภาษีสำหรับนักท่องเที่ยว : โปรดนำหนังสือเดินทางติดตัวไปด้วย เวลาซื้อของที่ร้านดังกล่าว การซื้อของปลอดภาษี ทำได้โดยสะดวกที่สุดที่ท่าอากาศยานนานาชาติญี่ปุ่นเท่านั้น แต่ก็ยังมีร้านค้าบางร้านในเมืองที่ได้รับอนุญาตขายสินค้าปลอดภาษี ซึ่งมีพนักงานพูดภาษาอังกฤษไว้คอยบริการลูกค้า
กรณีเครื่องใช้ไฟฟ้า : ข้อควรระวังเวลาซื้อก็คือ ตรวจดูให้แน่ใจเสียก่อนว่า กระแสไฟที่ระบุไว้นั้น สามารถปรับให้เข้ากับระบบไฟฟ้าในบ้านเราได้ เพราะในแต่ละประเทศ ระบบของวีดีโอ ไม่เหมือนกัน ดังนั้นโปรดขอคำยืนยันจากผู้ขายก่อนว่าวีดีโอ ที่ท่านจะซื้อนั้นสามารถใช้ได้ในไทยได้

จะซื้ออะไรดีที่ญี่ปุ่น ?

เครื่องใช้ไฟฟ้าทุกชนิด อาทิ กล้องถ่ายรูป กล้องถ่ายวีดีโอแบบดิจิตอลรุ่นต่างๆ เป็นสินค้าล่าสุดที่น่าซื้อมาก และกล้องส่องทางไกลตลอดจนอุปกรณ์และเลนส์ต่างในการถ่ายรูปมากมาย เครื่องใช้ไฟฟ้า ทีวีขนาดจิ๋ว เครื่องเล่นซีดี เครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนตัว เครื่องเล่นวีดีโอเทป โทรศัพท์มือถือ เครื่องเล่นบันทึกเทป วิทยุสเตริโอและไฮ-ไฟ นาฬิกาแบบดิจิตอล เครื่องคิดเลขขนาดจิ๋ว จะหาซื้อได้ทั่วไปในญี่ปุ่น สินค้าเหล่านี้ทุกชิ้นมีชื่อเสียงและคุณภาพสูง
นาฬิกา ยี่ห้อ เซย์โก หรือ ซิติเซ่น เป็นสินค้าที่มีคุณภาพดี อีกทั้งนาฬิกาปลุกรูปทรงการ์ตูนต่างๆ
ไข่มุก มีขนาดแตกต่างมากหลากหลายด้วยสี รูปร่าง ขนาด และราคาทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความสม่ำเสมอของสี ขนาด และความมันวาวเป็นสำคัญ
ศิลปหัถกรรม สินค้าพื้นเมืองของญี่ปุ่นประเภทนี้ เหมาะเป็นของที่ระลึก ซื้อติดมือกลับบ้านจะมีตามแหล่งท่องเที่ยวแทบทุกแห่งซึ่งผลิตสินค้าพื้น เมืองที่มีเอกลักษณ์ไม่ซ้ำแบบที่อื่นๆ
ตุ๊กตา ญี่ปุ่นมีรูปแบบแตกต่างกันมากมายหลายชนิด สะท้อนให้เห็นภาพของภูมิหลังในชนบทหรือท้องถิ่น จะมีจำหน่ายตามเมืองท่องเที่ยวเก่าแก่ เช่น เกียวโต
พัด ด้ามจิ๋ว ชนิดที่ใช้ในการฟ้อนรำแบบญี่ปุ่น หรือใช้ประดับมีความสะดุดตาน่าสนใจ ด้วยวิธีออกแบบและสีสัน
ชุดกิโมโน ด้วยฝีมือการยอม การปัก และการทอที่เยี่ยมยอด ซึ่งเป็นสินค้า ชั้นดีราคาสูง
ผ้าไหม ญี่ปุ่นมีคุณภาพที่เหนือกว่าที่อื่นทั้งนี้เพราะความชำนาญของช่างย้อมและ ลวดลายที่ไม่ซ้ำใคร ทำให้ไหมญี่ปุ่นมีความงดงามและเป็นที่นิยมถึงแม้ราคาจะแพง
โคม กระดาษสีสวยหวานบางเบา และตกแต่งลวดลายอ่อนช้อย โดยเฉพาะที่ผลิตขึ้นในจังหวัดกิฟุ เป็นชนิดที่ใช้สำหรับฤดูร้อน เหมาะแก่การแขวนไว้ที่เพดานระเบียงใต้ชายคา
เครื่องเขิน โคม กระดาษสีสวยหวานบางเบา และตกแต่งลวดลายอ่อนช้อย โดยเฉพาะที่ผลิตขึ้นในจังหวัดกิฟุ เป็นชนิดที่ใช้สำหรับฤดูร้อน เหมาะแก่การแขวนไว้ที่เพดานระเบียงใต้ชายคา

อาหารญี่ปุ่น

เสน่ห์ อีกประการหนึ่งของญี่ปุ่น อาจจะกล่าวได้ว่า อยู่ที่รสโอซะของอาหารอันมีแหล่งผลิตอาหารพื้นบ้าานจากวัตถุดิบธรรมชาติ คือท้องทุ่งนา ไร่ผักผลไม้ เรื่อยไปจนถึงทะเลและมหาสมุทร ซึ่งเรือประมงใช้อวนลากเอาสัตว์น้ำนานาชนิดขึ้นมาปรุงเป็นอาหาร จากความจำเป็นขั้นพื้นฐานของการดำรงชีพ ได้นำไปสู่การค้นคว้าปรับปรุง รสชาติของอาหารและคุณค่าของอาหาร อย่างยาวนานต่อเนื่องมาหลายศตวรรษ พอๆกับการปรับปรุงด้านการให้บริการ ได้ยกระดับขึ้นจนกลายเป็นศิลปอีกชนิดหนึ่ง แม้แต่อาหารพื้นๆธรรมดาๆ ก็ยังมีรสนิยมในการจัดวางบนภาชนะ ให้ดูสวยงามน่ารับประทานที่สุด อาหารจานต่างๆ เช่น ซุซิ หม้อร้อน เทมปุระ หรือไก่ปิ้งเสียบไม้ หรือก๋วยเตี๋ยวน้ำเสิร์ฟใส่ภาชนะก้นลึก เหล่านี้ยืนยันได้ว่า ชาวญี่ปุ่นอุทิศเวลาให้แก่การเสพสุนทรีรสทางตาด้วยชาวญี่ปุ่นชอบที่จะรับ ประทานปลาดิบ เพราะเป็นความโอชะของอาหารพื้นบ้านอย่างแท้จริงในประเทศนี้ ร้านขาย สุชิ มีมากมายและขายดีที่สุดในบรรดาร้าานอาหารทั่วประเทศแต่ถ้านำปลามาปรุงอาหาร จานอื่นๆ ย่อมมิใช่อาหารหลักแน่ๆ ต้องเป็นปลากับข้าวสุกเท่านั้น จึงจะเหมาะสมที่สุด ท่านอาจจะแปลกใจเมื่อได้ทราบว่า ตำรับการปรุงอาหารญี่ปุ่นนั้นมีมากมายแทบจะนับไม่ถ้วนที่สามารถยืนหยัดต่อ ต้านวัฒนธรรมอาหารธรรมชาติต่างๆที่หลั่งไหลเข้ามาในญี่ปุ่นอย่างท้วมท้น ได้เป็นอย่างดี ภัตตาคารและร้านอาหารต่างๆ  บริการอาหารรสชาติเยี่ยม โดยมีราคาแตกต่างกันกว้างมาก จากชนิดราคาแพงที่สุด ลงไปจนถึงแพงพอจะซื้อหารับประทานได้ ท่านยังสามมารถที่จะวางใจได้ในเรื่องบริการที่ไม่มีข้อตำหนิใดๆ ตลอดจนมาตรฐานด้านสุขอนามัยที่สูงสุดและน้ำประปาจากก๊อกที่สะอาดปลอดภัย สามารถดื่มได้ทันที

แหล่งร้านอาหารที่น่าสนใจ

1. ภัตตาคาร ระดับ ไฮ-คลาส: ตั้ง ต้นจากความโอชะเยี่ยมเลอเลิศที่สุดของอาหารจีนไปจนถึงระดับสุดยอดความ อร่อยของอาหารฝรั่งเศส เทียบดูแล้วภุตตาคารชั้นเยี่ยมของญี่ปุ่นก็ไม่เป็นรองใคร ส่วนใหญ่ภัตตาคารญี่ปุ่นระดับนี้ จะตั้งอยู่ในโรงแรมที่ดีที่สุดหรือในย่านแฟชั่นหรูโก้เก๋ของชุมชนใหญ่ๆ เช่น ถนนกินซ่า ในโตเกียว ย่านรบป็องหงิ หรืออะกาซากะ
2. ภัตตาคาร ที่ลูกค้าแน่นมาก: ยังมีภัตตาคารอีกมากมายที่ราคาพอสู้ได้ ตามอาคารบริษัทห้างร้านและสำนักงาน ที่เป็นตึกใหญ่ มักจะมีภัตตาคารอยู่ที่ชั้นใต้ดินหรือตามชั้นที่มีแต่ร้านอาหารชั้นใดชั้น หนึ่งในห้างสรรพสินค้า หรือศูนย์การค้าในเมืองใหญ่ ตลอดจนย่านร้านค้าใต้ดิน ตามสถานีรถไฟที่จอแจคึกคักทั้งวัน มื้อเที่ยงวันพนักงานบริษัทห้างร้านจะคลาดคล่ำกันอยู่เป็นกลุ่มใหญ่ๆ ตามร้านอาหารเหล่านี้ เขามักจะนิยมสั่งอาหารชุด เรียกว่า เทโชคุ ซึ่งเป็นอาหารจัดวางมาบนถาดครบชุดต่อคน ร้านอาหารในย่านอาหารราคาไม่แพง ส่วนมากมักจะมีตัวอย่างอาหารเป็นจานๆ ทำด้วยพลาสติกเหมือนของจริง มีป้ายบอกราคาติดไว้เสร็จ จัดวางไว้ในตู้กระจกโชว์ด้านนอกตรงใกล้ประตูเข้า หากท่านไม่ทราบว่าจะสั่งอาหารชื่ออะไร ก็เพียงแต่ชี้ไปยังจานที่ต้องการลองชิม บางร้านอาหารมีเมนูชื่ออาหารทั้งภาษาญี่ปุ่นและอังกฤษ
3. โร บาตะยะกิ พับ : คือร้านขายอาหารทะเลและอื่นๆ ปิ้ง-ย่างบนเตาถ่าน เปิดโล่งตรงหน้าลูกค้า และมักจะเสิรฟโดยใช้ช้อนด้ามยาวส่งอาหารที่ย่างสุกแล้วไปลงในจานของลูกค้า
4. บาร์ อะกาโจจิน : ได้ชื่อมาจากโคมสีแดงแขวนอยู่หน้าร้าน ตรงประตูเข้า ขายสุราและเครื่องดื่มหลายประเภท และอาหารตามเมนู  ยะกิโทริย่า คือพับแบบญี่ปุ่นที่ขายไก่และเนื้อสัตว์อื่นๆชิ้นเล็กๆ พอหนึ่งคำเสียบไม้ปิ้งไฟ พับชนิดเป็นสาขามีเครือข่ายกว้าง ได้แก่ ซุยชิน โยะโระโนะทะกิ ทซึโบฮะจิ และเท็งงู ร้านเหล่านี้ขายอาหารหลากหลายชนิด พร้อมเครื่องดื่ม และในเรื่องราคา นับว่าค่อนข้างปลอดภัยต่อกระเป๋าของท่าน
5. อิ ซะกะยะ ร้านเหล้า ที่ ขายอาหารแบบญี่ปุ่นสำหรับท่านที่กำลังเร่งรีบจะไป ซุ้มขายบะหมี่ หรือร้านคอฟฟี่ ร้านอาหารฟาสท์ฟู้ด และเครื่องขายของแบบกดปุ่มอัตโนมัติ มีบริการขายอาหารและเครื่องดื่มอีกหลากหลายในราคาถูกมากด้วย ตามร้านอาหารส่วนใหญ่ ก่อนจะออกจากร้านท่านจะจ่ายเงินค่าอาหาร มีบางร้านไม่มากนัก ที่ให้ท่านซื้อคูปองอาหารก่อนแล้วยื่นให้แก่พนักงานเสิร์ฟ การชำระเงินต้องใช้เงินสด ยกเว้นในกรณี เขายอมรับบัตรเครดิต ร้านอาหารราคาไม่แพงคอฟฟี่ และร้านอาหารฟาสท์ฟู้ด ยอมรับแต่เงินสดเท่านั้น

เกร็ดเล็กเกร็ดน้อยในประเทศญี่ปุ่น

- ไป ไหนมาไหนในญี่ปุ่น ต้องพกผ้าเช็ดหน้าหรือกระดาษทิชชูเสมอ ร้านอาหารในญี่ปุ่นจำนวนมากไม่บริการผ้าเช็ดมือ มีบริการแต่เพียง “โอชิโบริ”เท่านั้น (ผ้าร้อนเช็ดมือ)
- ส้วมสาธารณะตามริมถนน หรือในสถานีรถไฟ มิใช่จะมีกระดาษชำระหรือกระดาษเช็ดมือไว้บริการทุกแห่งเสมอไป
- โรงแรมระดับดีจะมีอุปกรณ์ใช้ส่วนตัวบางอย่างให้ใช้ฟรี โดยไม่จำเป็นต้องเช่าได้แก่ เครื่องเป่าผม และเครื่องแปลงกระแสไฟฟ้า
- น้ำก๊อกในญี่ปุ่นทุกแห่งปลอดภัยดื่มได้ น้ำแร่มีจำหน่ายทั่วไป

 

...ติดต่อสอบถามข้อมูลและบริการ

หากมีปัญหาการใช้งาน ข้อเสนอแนะ ติ-ชม หรือต้องการพูดคุย และสอบถามบริการต่างๆ คลิกเลยค้า



Tel: 02-727-0556 (09.00 น. - 24.00 น.)
Fax: 02-727-0557



Mobile : 083-807-9404

Mobile : 084-537-6979 (คุณแหม่ม)

Mobile : 081-458-0962 (คุณกุ้ง)

Wink ฝากเบอร์น่ารักๆ ของคุณไว้เพียงแค่ 1 Pipe In แล้วเราติดต่อกลับไปนะคะ

MSN : tourindy@hotmail.com

thank-you-angel-290