Home ญี่ปุ่น เที่ยวญี่ปุ่นไปฮอกไกโด

เที่ยวญี่ปุ่นไปฮอกไกโด

"ฮอกไกโด" หรือ ฮกไกโด เป็นจังหวัดที่อยู่เหนือสุดของประเทศญี่ปุ่น และเป็นจังหวัดที่ใหญ่ที่สุดของประเทศญี่ปุ่น ปัจจุบันมีประชากร ประมาณห้าล้านคน เมืองหลวงของฮอกไกโด คือ "เมืองซัปโปโร"  มีประชากรประมาณหนึ่งล้านแปดแสนคน เดิมฮอกไกโดนั้น เป็นเกาะซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของชาวพื้นเมือง คือ ชาวไอนุ ซึ่งชาวพื้นเมืองเหล่านี้อยู่กระจัดกระจายไประหว่างเกาะฮอกไกโด และทางตอนใต้ของรัสเซีย หน้าตาของชาวไอนุ จะมีหน้าคล้ายอินเดียนแดงมากกว่าคนเอเชีย สันนิษฐานว่า ที่เป็นเช่นนั้นเพราะว่าในอดีต ระหว่างฮอกไกโดกับรัสเซียเป็นผื่นดินที่ติดต่อกัน

 

ฮกไกโดเป็นเขตที่มีอากาศหนาวเย็น โดยเฉลี่ยจะมีหิมะท่วม อยู่ทั่วไปประมาณ 4-6 เดือน ในถดูหนาวจะมีอุณหภูมิ -20 ถึง 5 องศาเซลเซียส ในหน้าร้อนจะมีอุณหภูมิ 15 ถึง 30 องศาเซลเซียส ในด้านภูมิประเทศเป็นภูเขาเป็นส่วนใหญ่ ในบริเวณที่ราบลุ่มก็จะเป็นเมืองที่คนอาศัย โดยจะหนาแน่นในบริเวณเมืองซัปโปะโระ ซึ่งมีอากาศอุ่นกว่าบริเวณต่าง ๆ ของเกาะ แต่ก็ยังหนาวกว่าเมืองอื่น ๆ ในเกาะฮนชู ฮกไกโดเป็นเกาะที่มีธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ มีทิวทัศน์ที่สวยงาม ชาวญี่ปุ่นจากส่วนอื่น ๆ ของประเทศจึงนิยมมาตากอากาศหรือย้ายมาอยู่อาศัยและทำงานเป็นจำนวนมาก

อาชีพหลักของฮอกไกโด คืออาชีพเกษตร ปลูกข้าว ปลูกมันฝรั่งและอื่นๆ ฮอกไกโดจึงได้ขึ้นชื่อว่าเป็นปากท้องของญี่ปุ่น เนื่องจากฮอกไกโด ไม่ใช่เมืองเก่าแก่ แต่เป็นเมืองที่สร้างขึ้นมาใหม่ ดังนั้นสถานที่ท่องเที่ยงเชิงประวัติศาสตร์จึงไม่มีมากนัก แต่จุดขายของฮอกไกโด ก็คือสถานที่่ท่องเที่ยวตามธรรมชาติ ซึ่งมีความงามในแต่ละฤดูที่แตกต่างกัน ในหน้าหนาวนักท่องเที่ยวมักจะมาเล่นสกีที่ฮอกไกโด เพราะหิมะของฮอกไกโด มีลักษณะเป็น เพาว์เดอร์สโนว์ นอกนั้นในหน้าหนาวก็มีกีฬาอื่นๆ เช่น การแข่งขันปาหิมะ และอื่นๆ ส่วนเทศกาลในหน้าหนาว ก็มีเทศกาลหิมะ ของซัปโปโร ซึงถือว่าเป็นเทศกาลที่ใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น จัดขึ้นทุกปี ในเดือนกุมภาพันธ์ นอกจากนั้นก็มีเทศกาลน้ำแข็งในเดือนต่างๆ ส่วนหน้าร้อน นักท่องเที่ยวจากทั่วโลกมาเยือนที่นี่ เพราะหลงเสหน์ของทุ่งดอกไม้ ซึ่งบานเต็มภูเขา ตั้งแต่ดอกซากุระบนดิน ดอกทิวลิป และดอกลาเวนเดอร์

เมืองซัปโปโร (Sapporo)

นอกกจากจะมีความสำคัญในฐานะที่เป็นเมืองหลวงของฮอกไกโดและสถานที่จัดงานเทศกาลหิมะอันเลื่องชื่อแล้ว ซัปโปโลยังเป็นเมืองที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 5 ของญี่ปุ่น และยังเป็นเมืองอายุน้อยแต่แม้จะเริ่มเมืองได้ไม่นาน ซัปโปโรก็ถือเป็นเมืองที่สำคัญเมืองหนึ่งทั้งในแง่ของเศรษฐกิจการท่องเที่ยวการเป็นเมืองศูนย์กลางของภูมิภาค และวัฒนธรรม    ของชาวไอนุ ชนเผ่าดั้งเดิมที่ตั้งรกรากแถบนี้มาช้านานซึ่งมีการผสมผสานทางวัฒนธรรมระหว่าง  วัฒนธรรมพื้นเมืองกับวัฒนธรรมตะวันตกได้ อย่างกลมกลืนและลงตัว ไม่ว่าจะเป็นการดำเนินชีวิตของผู้คน

สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจของเมืองซัปโปโร (Sapporo)

สวนสาธารณะโอโดริ (Odori Park)ฮอกไกโด: ปอดใหญ่ใจกลางเมือง ซึ่งแบ่งซัปโปโรออกเป็นสองส่วนคือ ส่วนเหนือและส่วนใต้ มีถนนสายหลักตัดผ่าน โดยรอบสำหรับเป็นจุดเชื่อมต่อไปยังสถานที่สำคัญ และแหล่งท่องเที่ยวอันเลื่องชื่ออื่นๆ ของเมือง โดยมี หอโทรทัศน์ (Sapparo TV Tower) ที่ตั้งอยู่ทางตะวันตกของสวน เป็นจุดสังเกตได้อย่างชัดเจน เนื่องจาก เป็นหอโทรทัศน์ที่มีความสูงมากที่สุดทางตอนเหนือของญี่ปุ่นโดยมีความสูงถึง 147.2 เมตร นอกจาก สวนสาธารณะโอโดริจะเป็นสถานที่สำหรับจัดเทศกาลดอกไม้นานาชาติในช่วงฤดูร้อนระหว่างเดือนกรกฎาคม ถึงเดือนสิงหาคมแล้วยังเป็นสถานที่สำคัญในการจัดกิจกรรมที่มีชื่อเสียงในฤดูหนาวอย่างเทศกาลหิมะซัปโปโร ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปีด้วย

หอนาฬิกา (Clock Tower): หรือโทไคได (Tookeidai) สัญลักษณ์ของเมืองซัปโปโร โดยมีตัวอาคารสไตล์ยุโรปที่ก่อสร้างมาตั้งแต่ปี1878 ซึ่งเดิมเป็นเป็นวิทยาลัยฝึกอาชีพการทำเกษตรกรรมสำหรับชาวเมืองและต่อมา ในปี 1881จึงได้มีการสร้างนาฬิกา เพิ่มเติมในส่วน บนสุดของของอาคารปัจจุบันเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์ขนาดเล็กอันทรงคุณค่าทางวัฒนธรรมของเมือง และในยามค่ำคืนก็จะมีการเปิดไฟส่องสว่างเป็นการเพิ่มเติมสีสันให้กับอาคารเก่าเหมาะแก่การเก็บภาพเป็นที่ระลึก

ศาลาว่าการเมืองฮอกไกโดหลังเก่า (Old Government Building or Red Brick) : อาคารสไตล์ยุโรปก่อด้วยอิฐแดง ซึ่งเดิมใช้เป็นศาลาว่าการเมืองฮอกไกโด โดยยอดโดมที่อยู่กลางหมู่อาคาร สร้างเลียนแบบศาลาว่าการเมืองของรัฐแมสซาชูเซตต์ สหรัฐอเมริกา ปัจจุบัน เปิดเป็นพิพิธภัณฑ์ที่เก็บรวบรวม ภาพถ่าย รูปภาพแสดงในในยุคเริมต้น จากประเทศต่างๆ ทั่วโลก และยังคงมีห้องทำงานบางส่วนในสมัยที่เป็น ศาลาว่าการเมืองเปิดให้เข้าชม ตลอดจนเป็นสถานที่จำหน่ายของที่ระลึกของพิพิธภัณฑ์โดยนอกจากนี้ รอบๆ ศาลาว่าการเมืองหลังเก่ายังรายล้อมด้วยสวนสาธารณะ ที่จัดตกแต่งพันธ์ไม้ในแต่ละฤดูกาลไว้อย่างสวยงาม

เมืองฮาซาฮิกาวา (Asahikawa)

นอกจากจะตั้งอยู่ไม่ไกลจากใจกลางของเกาะฮอกไกโดแล้ว เมืองอาชาฮิกาวายังเป็นเมืองที่มีขนาดพื้นที่ใหญ่ เป็นอันดับ 2 รองจากเมืองซัปโปโร รายล้อมด้วยธรรมชาติอันงดงาม และมากด้วยศิลปวัฒนธรรมอันทรงคุณค่า ที่เคยรุ่งเรืองมาตั้งแต่ครั้งอดีต โดยเฉพาะศิลปะในการปั้นแขนงต่างๆ ทั้งยังเป็นประตูสู่แหล่งท่องเที่ยวสำคัญ หลายแห่งของภูมิภาคโดยเฉพาะแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาตินั่นเอง

สถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจของเมืองฮาซาฮิกาวา (Asahikawa)

อุทยานแห่งชาติไดเซทสึซัง (Daisetsuzan National Park) : เป็นอุทยานแห่งชาติที่เรียกได้ว่าตั้งอยู่ใจกลางของภูมิภาคฮอคไกโด ซึ่งเป็นที่รู้จักกันในนามหลังคาของ ฮอกไกโด (The Roof of Hokkaido) โดยเป็นที่ตั้งของแนวเทือกเขาสูงต่างๆของภูมิภาค อาทิ เทือกเขาไดเซทสึ (Daisetsu Mountain) เทือกเขาโทคาชิดาเคะ (Tokachidake Mountain) ซึ่งเป็นเทือกเขาที่มีปากปล่องภูเขาไฟ อยู่ด้วย ส่วนเทือกเขาชิคาริเบ็ตสึ (Shikaribetsu Mountain) เป็นต้นกำเนิดของทะเลสาบชิคาริเบ็ตสึ (Shikaribetsu Lake) และเทือกเขาชิคาริ (Shikari Mountain) โดยในปี 1934 อุทยานแห่งชาติไดเซทสึซังได้รับการบันทึกให้ เป็นอุทยานแห่งชาติที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศญี่ปุ่นครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมดกว่า 230,000 เฮกตาร์

บ่อน้ำแร่โซอุนเคียว (Sounkyo Onsen) : นับว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวได้เป็นจำนวนมากแห่งหนึ่งของเมืองอาซาฮิกาวาและ ไม่ไกลจากอุทยานไดเซทสึซัง ซึ่งนอกจะเป็นแหล่งน้ำแร่คุณภาพแล้ว ยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกตลอดจนที่พัก เป็นจำนวนไม่น้อย โดยส่วนใหญ่จะเปิดให้บริการในรูปแบบของรีสอร์ตขนาดย่อมอบอวล ด้วยบรรยากาศ แบบ บ้านน้อยในหุบเขาอันเงียบสงบ เหมาะแก่การพักผ่อนและผ่อนคลายด้วยน้ำแร่ร้อนแสนรื่นรมย์ทั้งยังสามารถ ดื่มด่ำธรรมชาติโดยรอบ ซึ่งหนึ่งในนั้นก้คือคือ น้ำตกสายเล็กๆแต่มีความสวยงามไม่เป็นสองรองใคร

เมืองฟูราโน (Furano)

แม้จะเป็นเมืองเล็กๆ ที่เกือบจะถูกกลืนพื้นที่เข้าไปในรวมอยู่กับเมืองใหญ่ที่อยู่รอบข้างแต่ฟูรา โนก็้เป็นเมืองที่มี ีความสำคัญในฐานะเมืองแห่งการท่องเที่ยว โดยเฉพาะในช่วงฤดูกาลดอกไม้บาน ซึ่งทั่วทั้งเมืองจะเต็มไปด้วย ทุ่ง ดอกลาเวนเดอร์ (Lavender Fields) และดอกไม้นานาพันธุ์ รวมถึงผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ และบำรุงผิวพรรณ ชั้นยอด ที่สกัดกลิ่นและสารอันเป็นประโยชน์จากดอกไม้สวยๆ ทั้งหลาย แต่สำหรับฤดูกาลอันหนาวเย็นอย่าง ฤดูหนาวเมืองฟูราโนยังมีกิจกรรมสนุกพร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวอยู่จนสิ้นฤดู กาลเช่นกัน

สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจของเมืองฟูราโน (Furano)
Furano Ski Area : นับว่าเป็นศุนย์รวมของกิจกรรมฤดหนาว โดยเฉพาะสกีที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งของภูมิภาคฮอกไกโดสกีรีสอร์ต ที่มีชื่อเสียงมากมายเข้าไว้ด้วยกัน ภายในเมืองที่ได้ชื่อว่าเป็นเมืองแห่งดอกไม้และฉากหลายเรื่องของละคร โทรทัศน์ยอดนิยม นอกจากนี้ ภายในรีสอรืตยังสามารถใช เป็นศูนย์รวมของการสังสรรค์และพักผ่อนในวันหยุด ของทุกคนในครอบครัวโดยมีกิจกรรมต่างๆ ที่มีความหลากหลายสำหรับทุกเพศทุกวัยในฤดูหนาวไว้บริการ ซึ่งนอกจากสกีแล้วยังมีสโนว์โมบิล พาราเซล และสุนัขลากเลื่อนที่ล้วนแต่เป็นกิจกรรมที่เรียกเสียงหัวเราะ และความสนุกสนานได้ทุกฤดูหนาว


โรงงานผลิตชีสเมืองฟูราโน (Furano Cheese Factory): นอกจากจะมีหลากกิจกรรมให้เลือกผ่อนคลายในวันหยุดประจำฤดูกาลแล้ว ฟูราโนยังเป็นที่ตั้งของโรงงานผลิต ชีสคุณภาพชั้นยอดของฮอกไกโด ที่เปิดโอกาสได้ให้นักท่องเที่ยวทั่วไปเข้าเยี่ยมชมกระบวนการผลิตตลอดจน ลองลิ้มชิมรสชาติของชีสคุณภาพชนิดต่างๆ กันถึงดรงงานผลิตรวมถึงชีสสีดำ(Black Cheese) ที่ผลิตจากหมึกของปลาหมึก โดยเปิดโรงงานทุกวัน ตั้งต่เวลา 09.00-16.00 น.ยกเว้นวันอาทิตย์และในวันเสาร์บางวัน ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนถึงเมษายน และใกล้ๆ กับโรงงานผลิต ชีสมืองฟูราโนยังมีส่วนผลิตไอศกรีม และพิซซ่า ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถทดลองทำเนย ไอศกรีม ขนมปัง และชีส ได้ด้วยตัวเองอีกด้วย

เมืองฮาโกดาเตะ (Hakodate)
ตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของคาบสมุทรโอชิมา (Oshima Peninsula) เป็นเมืองท่าสำคัญทางตอนใต้ของเกาะฮอกไกโด และเป็นเมืองเที่ยวติดอันดับต้นๆ ของประเทศญี่ปุ่นนอกจากจะมีเมืองที่มีสภาพอากาศโดยทั่วไป อบอุ่นกว่าเมืองอื่นๆ บนเกาะฮอกไกโดเนื่องจากล้อมรอบด้วยทะเล และได้รับอิทธิพลจากกระแสน้ำอุ่นทสึชิมาแล้ว ฮาโกดาเตะยังมีสถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจมากมายที่ทำให้เป็นจุดหมายปลายทางสำคัญของนักท่องเที่ยวด้วย

สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจของเมืองฮาโกดาเตะ (Hakodate)



ตลาดเช้า (Morning Market): หากจะท่องเที่ยวแบบเจาะลึกให้เข้าถึงวิถีชีวิตความเป็นอยู่ และผู้คนของเมืองต้องมาที่ตลาดเช้า เมืองโกดาเตะซึ่งสามารถตอบโจทย์ของการท่องเที่ยวแบบเจาะลึกได้อย่างยอดเยี่ยม โดยตลาดเช้าเมืองฮาโกดาเตะจะเปิดขายสินค้ นานาชนิด อาทิ อาหารทะเลผักและผลไม้สด รวมถึงเสื้อผ้า และข้าวของเครื่องใช้ที่จำเป็นในชีวิตประจำวันของชาวเมือง เป็นประจำวันเรียงรายไปบนถนนกว่า 360 ร้าน ซึ่งนับเป็นตลาดที่มีชื่อเสียงและมีสินค้าให้เลือกมากมายหลากหลายชนิดแห่งหนึ่งของเกาะ ฮอกไกโด


โกดังก่ออิฐแดง (Red Brick Warehouse): หรือโกดังคาเนโมริ (Kanemori Warehouse) กลายเป็นสัญลักษณ์ทางการท่องเที่ยวไปแล้วสำหรับหมู่อาคารก่ออิฐสีแดง โกดังเก็บสินค้าของเมืองฮาโกดาเตะ แม้อาคารที่ เห็นจะเป็นอาคารใหม่ที่ถูกสร้างขึ้นมาทดแทนอาคารหลังเก่า ซึ่งถูกไปไหม้ครั้งใหญ่เผาทำลายไปเมื่อปี 1907 แต่ยังคงเอกลักษณ์และความโดดเด่นของสถาปัตยกรรมแบบดั่งเดิม ให้ความรู้สึกคล้ายสิ่งปลูกสร้างของยุโรปตั้งอยู่เรียงรายริมอ่าว

ย่านเมืองเก่าโมโตมาชิ (Motomachi Historical Districk): เขตที่รวบรวมเอาเรื่องราวความเป็นมา ตลอดจนประวัติศาสตร์ของเมืองฮาโกดาเตะไว้ในรูปของสถาปัตยกรรมสไตล์ยุโรป ซึ่งได้รับอิทธิพลมาตั้งแต่สมัยญี่ปุ่นเปิดเมืองฮาโกดาเตะเป็นเมืองท่าสำหรับทำการค้ากับต่างชาติโดยมีสิ่งปลูกสร้างที่น่าสนใจมากมาย อาทิ ศาลาประชาคมหลังเก่า (Old Public Hall) สถาปัตยกรรมแบบยุโรปซึ่งเคยถูกใช้เป็นที่ทำการของคณะผู้ปกครองเมืองตั้งแต่ปี 1900 โบถส์เก่า (Church Group of Motomachi)โบสถ์หลากสไตล์ ที่ทำให้นึกย้อนถึงอดีตอันรุ่งเรือง ของเมื่องท่าสำคัญ ซึ่งยังคงรักษาสถาปัตยกรรมอันทรงคุณค่า และเป็นเอกลักษณ์ได้ไว้เป็นอย่างดี

เมืองอาบาชิริ (Abashiri)


สถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจของเมืองอาบาชิริ (Abashiri)
อุทยานแห่งชาติอาคัง (Akan National Park ) : เขตที่รวบรวมเอาเรื่องราวความเป็นมา ตลอดจนประวัติศาสตร์ของเมืองฮาโกดาเตะไว้ในรูปของสถาปัตยกรรมสไตล์ยุโรปซึ่งได้รับอิทธิพลมาตั้งแต่สมัยที่ญี่ปุ่นเปิดเมืองฮาโกดาเตะเป็นเมืองท่าสำหรับทำการค้ากับต่างชาติโดยมีสิ่งปลูกสร้างที่น่าสนใจมากมาย อาทิ ศาลาประชาคมหลังเก่า (Old Public Hall) สถาปัตยกรรมแบบยุโรปซึ่งเคยถูกใช้เป็นที่ทำการของคณะผู้ปกครองเมืองตั้งแต่ปี 1900 โบถส์เก่า (Church Group of Motomachi)โบสถ์หลากสไตล์ ที่ทำให้นึกย้อนถึงอดีตอันรุ่งเรืองของเมื่องท่าสำคัญ ซึ่งยังคงรักษาสถาปัตยกรรมอันทรงคุณค่าและเป็นเอกลักษณ์ได้ไว้เป็นอย่างดี

พิพิธภัณฑ์ธารน้ำแข็ง (Drift Ice Museum) : หรือโอคอตสก์ ริวเฮียว (Okhotsk Ryuhyo Museum) พิพิธภัณฑ์ธารน้ำแข็ง ซึ่งมีการจัดแสดงธารน้ำแข็ง ที่เก็บรวบรวมมาไว้เพื่อการศึกษาวิเคราะห์ระบบนิเวศน์วิทยาการมาของธารน้ำแข็งที่มีผลต่อชาวเมืองแถบ ฮอกไกโด พิพิธภัณฑ์ธารน้ำแข็ง (Drift Ice Museum)ชายฝั่งทะเลโอคอตสก์ ที่มีธารน้ำแข็งขนาดใหญ่ลอยอยู่เหนือท้องทะเลของเมืองอาบาชิริ ซึ่งจะเริ่มมีธารน้ำแข็งหนาตาตั้งแต่ช่วงกลางเดือนมกราคมและจะค่อยๆละลายหายไปราวเดือนมีนาคมจนถึงกลางเดือนเมษายน ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศในแต่ละปี โดยช่วงเวลาที่ดีที่สุดของการชมธารน้ำแข็งจะอยู่ในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งนอกจากภายในพิพิธภัณฑ์จะมีการจัดแสดงเรื่องราวความเป็นมาในการเคลื่อนตัวของธารน้ำแข็งในรูปแบบภาพยนต์แล้ว ยังมีการจัดแสดงสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กที่เก็บรวบรวมตัวอย่างมาได้จากธารน้ำแข็งบริเวณชายฝั่งอีกด้วย
พิพิธภัณฑ์น้ำแข็งเปิดให้เข้าชมตั้งแต่เวลา 09. 00-16.30 น. ในเดือนพฤศจิกายนถึงมีนาคม เวลา 08.00-18.00 น.ในเดือนเมษายนถึงตุลาคม และจะเปิดบริการตั้งแต่วันที่ 29 ธันวาคม – 5 มกราคม ค่าเข้าชม คนละ 520 เยน

พิพิธภัณฑืเรือนจำอาบาชิริ (Abashiri Prison Museum): ถูกสร้างขึ้นในปี 1890 เพื่อเก้บคุมขังนักโทษที่ก่อคดีอาชญากรรมอุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญมากกว่า 1,000 คน โดยเป็นสถานที่คุมขังนักโทษจากซีรี่ส์เกี่ยวกับยากูซ่าในยุค 1960 โดยฝีมือของผู้กำกับอิชิเอะ เทรุโอะ (Ishii Teruo)และต่อมาในปี 1984 ได้มีการปรับปรุงครั้งใหญ่โดยย้ายสถานที่คุมขังนักโทษเดิมเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของพิพิธภัณฑ์เรือนจำ และ เปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้าชมได้ในฮอกไกโด พิพิธภัณฑืเรือนจำอาบาชิริ (Abashiri Prison Museum)ปี 1985 ในรูปแบบของพิพิธภัณฑ์เปิดที่มีความทันสมัย ใกล้เชิงเขาเทนโต(Mount Tento)ภายในพิพิธภัณฑ์ยังมีการเก็บรวบรวมเรื่องราววิถีชีวิตประจำวันของนักโทษ และจัดแสดงนิทรรศการภายในอาคารกว่า 12 หลังซึ่งล้วนแต่เคยเป็นส่วนหนึ่งของเรือนจำในอดีตไม่ว่าจะเป็นอาคารเรือนจำหลัก ศาล โรงอาบน้ำ ห้องทรมานนักโทษและห้องขัง
พิพิธภัณฑ์เรือนจำอาบาชิริ เปิดให้เข้าชม ตั้งแต่เวลา 08.00-18.00 น. ในเดือนเมษายน ถึงเดือนตุลาคม 09.00-17.30 น. ในเดือนพฤศจิกายน ถึงมีนาคม ค่าเข้าชม คนละ 1,050 เยน


ล่องเรือตัดน้ำแข็ง (Sightseeing Icebreaker) : อีกหนึ่งประสบการณ์ไฮไลต์ที่น่าสัมผัส หากมีโอกาสได้มาเยือนเกาะฮอกไกโดในช่วงฤดูหนาว กับการล่องเรือตัดน้ำแข็ง Ms.Aurora บริเวณทะเลเปิดอาบาชิริ ซึ่งเต็มไปด้วยแผ่นน้ำแข็งที่ลอยมาจากรัสเซีย ที่เรียกได้ว่าแห่งเดียวในญี่ปุ่น โดยจะเปิดให้บริการตั้งแต่กลางเดือนมกราคมถึงปลายเดือนมีนาคม นอกจากจะได้สัมผัสประสบการณ์อันแตกต่างแล้วยังได้มีดอกาสเห็นชีวิตสัตว์โลกอีกซีกโลกหนึ่งอย่างนกอินทรีทะเลหางขาว และแมวน้ำเป็นต้น


เมืองโอตารุ (Otaru)
เมืองท่าของตะวันตกเฉียงเหนือของซัปโปโร ซึ่งมีความสวยงามเป็นที่เลืองลือ ด้วยมีลำคลองฮอกไกโด เมืองโอตารุ (Otaru)สายเล็กๆ ไหลผ่านรอบเมืองทั้งเป็นเมืองที่อยู่ไม่ไกลจากเมืองหลวงของภูมิภาค สามารถเดินทางท่องเที่ยวโดยใช้ระยะเวลาเพียงหนึ่งวันก็จะสัมผัสกลิ่นอายของเมืองท่าอันงดงามและเลือกซื้อสินค้าในร้านค้าที่มีเรียงรายอยู่ตลอดสองข้างทางบนถนนที่มีความยาวราวหนึ่ง กิโลเมตร ซึ่งแม้จะเป็นระยะทางไม่ยาวนัก แต่ก็มีร้านค้ามากมายจำหน่ายสินค้านานาชนิด ที่นักท่องเที่ยว ส่วนใหญ่จะต้องยอมควักกระเป๋าจับสินค้าต่างๆกลับบ้านติดมือเป็นที่ระลึก

สถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจของเมืองโอตารุ (Otaru)


คลองโอตารุ : สัญลักษณ์ของเมืองโอตารุที่ได้รับความนิยมถ่ายภาพคู่เป็นที่ระลึกเป็นอันดับต้นของเมือง มีฉากหลังเป็นหลังคาฮอกไกโด คลองโอตารุอาคารก่ออิฐแดง โดยคลองโอตารุสร้างเสร็จในปี 1923 เป็นคลองที่เกิดจากการถมทะเล ใช้เป็นเส้นทางขนถ่ายสินค้าจากเรือใหญ่ ลงสู่เรือขนถ่าย แล้วนำสินค้ามาเก็บไว้ภายในโกดัง แต่ภายหลังได้เลิกใช้และถมคลองครึ่งหนึ่งทำเป็นถนนหลวงสาย 17 ส่วนที่เหลือไว้ครึ่งหนึ่งก็ได้ทำการปรับปรุงเป็นสถานที่ท่องเที่ยวทั้งยังปรับปรุงทางเดินเลียบคลองด้วยอิฐสีแดง เพื่อให้สามารถเดินเล่นได้อย่างสะดวกสบาย ซึ่งในช่วงฤดูหนาวโดยเฉพาะสัปดาห์ที่สองของเดือนกุมภาพันธ์จะมีการสร้างบ้านหิมะ และตุ๊กตาหิมะประดับประดา ตลอดทางเดินและจุดเทียนในโคมน้ำแข็งเพื่อให้แสงสว่างและความสวยงามในอีกรูปแบบหนึ่งยามค่ำคืน นอกจากนั้นยังมีการลอยโคมเทียนริมคลองเพื่อเพิ่มสีสันทางการท่องเที่ยวอีกด้วย


 

...ติดต่อสอบถามข้อมูลและบริการ

หากมีปัญหาการใช้งาน ข้อเสนอแนะ ติ-ชม หรือต้องการพูดคุย และสอบถามบริการต่างๆ คลิกเลยค้า



Tel: 02-727-0556 (09.00 น. - 24.00 น.)
Fax: 02-727-0557



Mobile : 083-807-9404 (คุณกัน)

Mobile : 084-537-6979 (คุณแหม่ม)

Mobile : 081-458-0962 (คุณกุ้ง)

Wink ฝากเบอร์น่ารักๆ ของคุณไว้เพียงแค่ 1 Pipe In แล้วเราติดต่อกลับไปนะคะ

MSN : tourindy@hotmail.com

thank-you-angel-290