
"ฮอกไกโด" หรือ ฮกไกโด เป็นจังหวัดที่อยู่เหนือสุดของประเทศญี่ปุ่น และเป็นจังหวัดที่ใหญ่ที่สุดของประเทศญี่ปุ่น ปัจจุบันมีประชากร ประมาณห้าล้านคน เมืองหลวงของฮอกไกโด คือ "เมืองซัปโปโร" มีประชากรประมาณหนึ่งล้านแปดแสนคน เดิมฮอกไกโดนั้น เป็นเกาะซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของชาวพื้นเมือง คือ ชาวไอนุ ซึ่งชาวพื้นเมืองเหล่านี้อยู่กระจัดกระจายไประหว่างเกาะฮอกไกโด และทางตอนใต้ของรัสเซีย หน้าตาของชาวไอนุ จะมีหน้าคล้ายอินเดียนแดงมากกว่าคนเอเชีย สันนิษฐานว่า ที่เป็นเช่นนั้นเพราะว่าในอดีต ระหว่างฮอกไกโดกับรัสเซียเป็นผื่นดินที่ติดต่อกัน

ฮกไกโดเป็นเขตที่มีอากาศหนาวเย็น โดยเฉลี่ยจะมีหิมะท่วม อยู่ทั่วไปประมาณ 4-6 เดือน ในถดูหนาวจะมีอุณหภูมิ -20 ถึง 5 องศาเซลเซียส ในหน้าร้อนจะมีอุณหภูมิ 15 ถึง 30 องศาเซลเซียส ในด้านภูมิประเทศเป็นภูเขาเป็นส่วนใหญ่ ในบริเวณที่ราบลุ่มก็จะเป็นเมืองที่คนอาศัย โดยจะหนาแน่นในบริเวณเมืองซัปโปะโระ ซึ่งมีอากาศอุ่นกว่าบริเวณต่าง ๆ ของเกาะ แต่ก็ยังหนาวกว่าเมืองอื่น ๆ ในเกาะฮนชู ฮกไกโดเป็นเกาะที่มีธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ มีทิวทัศน์ที่สวยงาม ชาวญี่ปุ่นจากส่วนอื่น ๆ ของประเทศจึงนิยมมาตากอากาศหรือย้ายมาอยู่อาศัยและทำงานเป็นจำนวนมาก

อาชีพหลักของฮอกไกโด คืออาชีพเกษตร ปลูกข้าว ปลูกมันฝรั่งและอื่นๆ ฮอกไกโดจึงได้ขึ้นชื่อว่าเป็นปากท้องของญี่ปุ่น เนื่องจากฮอกไกโด ไม่ใช่เมืองเก่าแก่ แต่เป็นเมืองที่สร้างขึ้นมาใหม่ ดังนั้นสถานที่ท่องเที่ยงเชิงประวัติศาสตร์จึงไม่มีมากนัก แต่จุดขายของฮอกไกโด ก็คือสถานที่่ท่องเที่ยวตามธรรมชาติ ซึ่งมีความงามในแต่ละฤดูที่แตกต่างกัน ในหน้าหนาวนักท่องเที่ยวมักจะมาเล่นสกีที่ฮอกไกโด เพราะหิมะของฮอกไกโด มีลักษณะเป็น เพาว์เดอร์สโนว์ นอกนั้นในหน้าหนาวก็มีกีฬาอื่นๆ เช่น การแข่งขันปาหิมะ และอื่นๆ ส่วนเทศกาลในหน้าหนาว ก็มีเทศกาลหิมะ ของซัปโปโร ซึงถือว่าเป็นเทศกาลที่ใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น จัดขึ้นทุกปี ในเดือนกุมภาพันธ์ นอกจากนั้นก็มีเทศกาลน้ำแข็งในเดือนต่างๆ ส่วนหน้าร้อน นักท่องเที่ยวจากทั่วโลกมาเยือนที่นี่ เพราะหลงเสหน์ของทุ่งดอกไม้ ซึ่งบานเต็มภูเขา ตั้งแต่ดอกซากุระบนดิน ดอกทิวลิป และดอกลาเวนเดอร์

นอกกจากจะมีความสำคัญในฐานะที่เป็นเมืองหลวงของฮอกไกโดและสถานที่จัดงานเทศกาลหิมะอันเลื่องชื่อแล้ว ซัปโปโลยังเป็นเมืองที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 5 ของญี่ปุ่น และยังเป็นเมืองอายุน้อยแต่แม้จะเริ่มเมืองได้ไม่นาน ซัปโปโรก็ถือเป็นเมืองที่สำคัญเมืองหนึ่งทั้งในแง่ของเศรษฐกิจการท่องเที่ยวการเป็นเมืองศูนย์กลางของภูมิภาค และวัฒนธรรม ของชาวไอนุ ชนเผ่าดั้งเดิมที่ตั้งรกรากแถบนี้มาช้านานซึ่งมีการผสมผสานทางวัฒนธรรมระหว่าง วัฒนธรรมพื้นเมืองกับวัฒนธรรมตะวันตกได้ อย่างกลมกลืนและลงตัว ไม่ว่าจะเป็นการดำเนินชีวิตของผู้คน

สวนสาธารณะโอโดริ (Odori Park)ฮอกไกโด: ปอดใหญ่ใจกลางเมือง ซึ่งแบ่งซัปโปโรออกเป็นสองส่วนคือ ส่วนเหนือและส่วนใต้ มีถนนสายหลักตัดผ่าน โดยรอบสำหรับเป็นจุดเชื่อมต่อไปยังสถานที่สำคัญ และแหล่งท่องเที่ยวอันเลื่องชื่ออื่นๆ ของเมือง โดยมี หอโทรทัศน์ (Sapparo TV Tower) ที่ตั้งอยู่ทางตะวันตกของสวน เป็นจุดสังเกตได้อย่างชัดเจน เนื่องจาก เป็นหอโทรทัศน์ที่มีความสูงมากที่สุดทางตอนเหนือของญี่ปุ่นโดยมีความสูงถึง 147.2 เมตร นอกจาก สวนสาธารณะโอโดริจะเป็นสถานที่สำหรับจัดเทศกาลดอกไม้นานาชาติในช่วงฤดูร้อนระหว่างเดือนกรกฎาคม ถึงเดือนสิงหาคมแล้วยังเป็นสถานที่สำคัญในการจัดกิจกรรมที่มีชื่อเสียงในฤดูหนาวอย่างเทศกาลหิมะซัปโปโร ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปีด้วย
หอนาฬิกา (Clock Tower): หรือโทไคได (Tookeidai) สัญลักษณ์ของเมืองซัปโปโร โดยมีตัวอาคารสไตล์ยุโรปที่ก่อสร้างมาตั้งแต่ปี1878 ซึ่งเดิมเป็นเป็นวิทยาลัยฝึกอาชีพการทำเกษตรกรรมสำหรับชาวเมืองและต่อมา ในปี 1881จึงได้มีการสร้างนาฬิกา เพิ่มเติมในส่วน บนสุดของของอาคารปัจจุบันเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์ขนาดเล็กอันทรงคุณค่าทางวัฒนธรรมของเมือง และในยามค่ำคืนก็จะมีการเปิดไฟส่องสว่างเป็นการเพิ่มเติมสีสันให้กับอาคารเก่าเหมาะแก่การเก็บภาพเป็นที่ระลึก

ศาลาว่าการเมืองฮอกไกโดหลังเก่า (Old Government Building or Red Brick) : อาคารสไตล์ยุโรปก่อด้วยอิฐแดง ซึ่งเดิมใช้เป็นศาลาว่าการเมืองฮอกไกโด โดยยอดโดมที่อยู่กลางหมู่อาคาร สร้างเลียนแบบศาลาว่าการเมืองของรัฐแมสซาชูเซตต์ สหรัฐอเมริกา ปัจจุบัน เปิดเป็นพิพิธภัณฑ์ที่เก็บรวบรวม ภาพถ่าย รูปภาพแสดงในในยุคเริมต้น จากประเทศต่างๆ ทั่วโลก และยังคงมีห้องทำงานบางส่วนในสมัยที่เป็น ศาลาว่าการเมืองเปิดให้เข้าชม ตลอดจนเป็นสถานที่จำหน่ายของที่ระลึกของพิพิธภัณฑ์โดยนอกจากนี้ รอบๆ ศาลาว่าการเมืองหลังเก่ายังรายล้อมด้วยสวนสาธารณะ ที่จัดตกแต่งพันธ์ไม้ในแต่ละฤดูกาลไว้อย่างสวยงาม
นอกจากจะตั้งอยู่ไม่ไกลจากใจกลางของเกาะฮอกไกโดแล้ว เมืองอาชาฮิกาวายังเป็นเมืองที่มีขนาดพื้นที่ใหญ่ เป็นอันดับ 2 รองจากเมืองซัปโปโร รายล้อมด้วยธรรมชาติอันงดงาม และมากด้วยศิลปวัฒนธรรมอันทรงคุณค่า ที่เคยรุ่งเรืองมาตั้งแต่ครั้งอดีต โดยเฉพาะศิลปะในการปั้นแขนงต่างๆ ทั้งยังเป็นประตูสู่แหล่งท่องเที่ยวสำคัญ หลายแห่งของภูมิภาคโดยเฉพาะแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาตินั่นเอง
สถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจของเมืองฮาซาฮิกาวา (Asahikawa)
อุทยานแห่งชาติไดเซทสึซัง (Daisetsuzan National Park) : เป็นอุทยานแห่งชาติที่เรียกได้ว่าตั้งอยู่ใจกลางของภูมิภาคฮอคไกโด ซึ่งเป็นที่รู้จักกันในนามหลังคาของ ฮอกไกโด (The Roof of Hokkaido) โดยเป็นที่ตั้งของแนวเทือกเขาสูงต่างๆของภูมิภาค อาทิ เทือกเขาไดเซทสึ (Daisetsu Mountain) เทือกเขาโทคาชิดาเคะ (Tokachidake Mountain) ซึ่งเป็นเทือกเขาที่มีปากปล่องภูเขาไฟ อยู่ด้วย ส่วนเทือกเขาชิคาริเบ็ตสึ (Shikaribetsu Mountain) เป็นต้นกำเนิดของทะเลสาบชิคาริเบ็ตสึ (Shikaribetsu Lake) และเทือกเขาชิคาริ (Shikari Mountain) โดยในปี 1934 อุทยานแห่งชาติไดเซทสึซังได้รับการบันทึกให้ เป็นอุทยานแห่งชาติที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศญี่ปุ่นครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมดกว่า 230,000 เฮกตาร์

บ่อน้ำแร่โซอุนเคียว (Sounkyo Onsen) : นับว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวได้เป็นจำนวนมากแห่งหนึ่งของเมืองอาซาฮิกาวาและ ไม่ไกลจากอุทยานไดเซทสึซัง ซึ่งนอกจะเป็นแหล่งน้ำแร่คุณภาพแล้ว ยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกตลอดจนที่พัก เป็นจำนวนไม่น้อย โดยส่วนใหญ่จะเปิดให้บริการในรูปแบบของรีสอร์ตขนาดย่อมอบอวล ด้วยบรรยากาศ แบบ บ้านน้อยในหุบเขาอันเงียบสงบ เหมาะแก่การพักผ่อนและผ่อนคลายด้วยน้ำแร่ร้อนแสนรื่นรมย์ทั้งยังสามารถ ดื่มด่ำธรรมชาติโดยรอบ ซึ่งหนึ่งในนั้นก้คือคือ น้ำตกสายเล็กๆแต่มีความสวยงามไม่เป็นสองรองใคร

แม้จะเป็นเมืองเล็กๆ ที่เกือบจะถูกกลืนพื้นที่เข้าไปในรวมอยู่กับเมืองใหญ่ที่อยู่รอบข้างแต่ฟูรา โนก็้เป็นเมืองที่มี ีความสำคัญในฐานะเมืองแห่งการท่องเที่ยว โดยเฉพาะในช่วงฤดูกาลดอกไม้บาน ซึ่งทั่วทั้งเมืองจะเต็มไปด้วย ทุ่ง ดอกลาเวนเดอร์ (Lavender Fields) และดอกไม้นานาพันธุ์ รวมถึงผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ และบำรุงผิวพรรณ ชั้นยอด ที่สกัดกลิ่นและสารอันเป็นประโยชน์จากดอกไม้สวยๆ ทั้งหลาย แต่สำหรับฤดูกาลอันหนาวเย็นอย่าง ฤดูหนาวเมืองฟูราโนยังมีกิจกรรมสนุกพร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวอยู่จนสิ้นฤดู กาลเช่นกัน



โกดังก่ออิฐแดง (Red Brick Warehouse): หรือโกดังคาเนโมริ (Kanemori Warehouse) กลายเป็นสัญลักษณ์ทางการท่องเที่ยวไปแล้วสำหรับหมู่อาคารก่ออิฐสีแดง โกดังเก็บสินค้าของเมืองฮาโกดาเตะ แม้อาคารที่ เห็นจะเป็นอาคารใหม่ที่ถูกสร้างขึ้นมาทดแทนอาคารหลังเก่า ซึ่งถูกไปไหม้ครั้งใหญ่เผาทำลายไปเมื่อปี 1907 แต่ยังคงเอกลักษณ์และความโดดเด่นของสถาปัตยกรรมแบบดั่งเดิม ให้ความรู้สึกคล้ายสิ่งปลูกสร้างของยุโรปตั้งอยู่เรียงรายริมอ่าว
ย่านเมืองเก่าโมโตมาชิ (Motomachi Historical Districk): เขตที่รวบรวมเอาเรื่องราวความเป็นมา ตลอดจนประวัติศาสตร์ของเมืองฮาโกดาเตะไว้ในรูปของสถาปัตยกรรมสไตล์ยุโรป ซึ่งได้รับอิทธิพลมาตั้งแต่สมัยญี่ปุ่นเปิดเมืองฮาโกดาเตะเป็นเมืองท่าสำหรับทำการค้ากับต่างชาติโดยมีสิ่งปลูกสร้างที่น่าสนใจมากมาย อาทิ ศาลาประชาคมหลังเก่า (Old Public Hall) สถาปัตยกรรมแบบยุโรปซึ่งเคยถูกใช้เป็นที่ทำการของคณะผู้ปกครองเมืองตั้งแต่ปี 1900 โบถส์เก่า (Church Group of Motomachi)โบสถ์หลากสไตล์ ที่ทำให้นึกย้อนถึงอดีตอันรุ่งเรือง ของเมื่องท่าสำคัญ ซึ่งยังคงรักษาสถาปัตยกรรมอันทรงคุณค่า และเป็นเอกลักษณ์ได้ไว้เป็นอย่างดี

พิพิธภัณฑ์เรือนจำอาบาชิริ เปิดให้เข้าชม ตั้งแต่เวลา 08.00-18.00 น. ในเดือนเมษายน ถึงเดือนตุลาคม 09.00-17.30 น. ในเดือนพฤศจิกายน ถึงมีนาคม ค่าเข้าชม คนละ 1,050 เยน






