ทัวร์สุพรรณบุรี 2 วัน 1 คืน ไหว้พระวัดไผ่โรงวัว ชมหอคอยบรรหารแจ่มใส ไหว้ศาลหลักเมือง ชมวัดป่าเลไลยก์ พระบรมราชานุสรณ์ดอนเจดีย์ เที่ยวตลาดสามชุก

ทัวร์สุพรรณบุรี 2 วัน 1 คืน ไหว้พระวัดไผ่โรงวัว   ชมหอคอยบรรหารแจ่มใส   ไหว้ศาลหลักเมือง  ชมวัดป่าเลไลยก์  พระบรมราชานุสรณ์ดอนเจดีย์  เที่ยวตลาดสามชุก

Code : สุพรรณบุรี 2 วัน 1 คืน
วันเดินทาง
ราคาทัวร์
รับเฉพาะกรุ้ปเหมา ราคาขึ้นอยู่กับจำนวนผู้เดินทาง

วันแรก วัดไผ่โรงวัว / หอคอยบรรหารแจ่มใส /ศาลหลักเมือง / วัดป่าเลไลยก์ / พระบรมราชานุสรณ์ดอนเจดีย์/ ตลาดสามชุก
เช้า    พบกัน ณ จุดนัดหมาย…….. พบเจ้าหน้าที่ทัวร์อินดี้คอยให้บริการท่านเรื่องสัมภาระสมาชิกทุกท่านพร้อม นำท่านออกเดินทางสู่ จ.สุพรรณบุรี จังหวัดที่สวยงามและอยู่ใกล้กรุงเทพมหานครเพียงนิดเดียวเท่านั้น รับประทานอาหารเช้าบนรถ (มื้อที่ 1 อาหารกล่อง) มันส์ๆ สนุกๆ กับเกมส์บนรถโดยไกด์มืออาชีพ แก้ง่วงเหงาหาวนอน เพราะตื่นเช้าไปทัวร์กัน จากนั้นที่แรกที่จะนำทุกท่านไปชมคือ “วัดไผ่โรงวัว”(ไม่มีค่าเข้าชม)แน่นอนถ้าเราจะไปจังหวัดสุพรรณบุรี สถานที่เที่ยวแห่งแรกที่มีชื่อเสียงและได้เจอคือที่นี่ ชมโบสถ์ 100 ยอด ที่แสนจะใหญ่โตอลังการ ภายในช่างกว้างขวางมาก จนขนาดที่ว่าวัดใหญ่ๆ ที่เคยไปจะเล็กไปเลยทีเดียว ชมพระพุทธรูปปูนปั้นสีขาวที่ใหญ่ที่สุดในโลก “พระกุสันโธ” พาท่านชมเมืองสวรรค์ เมืองนรก สมมุติจากจินตนาการที่บอกเล่าต่อๆ กันมาถึงภพภูมิทั้งสองที่มนุษย์ทั้งหลายก่อบุญก่อกรรมจะได้พบเจอ แล้วไปต่อกันที่ “หอคอยบรรหารแจ่มใส”(รวมค่าเข้าชม) Landmark ซึ่งเป็นจุดชมวิวที่สำคัญตั้งอยู่ใจกลางเมืองสุพรรณบุรี หอคอยสีขาวอันโดดเด่นทั้งกลางวันและกลางคืน ท่ามกลางสวนสวย ดอกไม้สีสันสดใส ขับกล่อมด้วยเสียงเพลงและลีลาเริงระบำของน้ำพุแสนสวย ในการเข้าชมก็จะได้บรรยากาศที่แตกต่างกันไปทั้งกลางวันและกลางคืน หอคอยแห่งนี้มี 4 ชั้น จัดแยกเป็นชั้น 1 ภาพจิตรกรรมฝาผนังขุนช้างขุนแผน และขายสินค้าที่ระลึก ชั้น 2 นั่งพักผ่อนสบายๆ คลายร้อน อิสระอาหารว่าง เครื่องดื่ม ไอศครีม ชมทิวทัศน์รอบๆสวนเฉลิมภัทรราชินี ชั้น 3 จุดชมวิวตัวเมืองสุพรรณบุรี ชั้น 4 ชมทิวทัศน์ทั้งหมดของเมืองสุพรรณ และ ใกล้เคียงด้วยกล้องส่องทางไกล พร้อมชมภาพเรื่องราวของสมเด็จพระนเรศวร มหาราชแห่งชาติไทย และภาพสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัด เที่ยวชมอย่างจุใจและก็ต่อมาต้องอิ่มท้องด้วย


เที่ยง   รับประทานอาหารกลางวัน ณ ร้านอาหาร (มื้อที่ 2)
บ่าย    ไหว้ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสุพรรณเพื่อเป็นสิริมงคลในโอกาสมาเยือน(รวมค่าเข้าชม) ชมอุทยานมังกรสวรรค์ ที่ก่อสร้างขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองที่ประเทศไทยและสาธารณรัฐประชาจีนมีความสัมพันธ์ทางการฑูตครบ 20 ปี เมื่อปี 2539 ขณะที่พณฯท่านบรรหาร ศิลปอาชา ยังดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนที่ 21 ของประเทศไทย มีทั้งพิพิธภัณฑ์ลูกหลานพันธ์มังกร ศาลเจ้าพ่อหลักเมือง และหมู่บ้านมังกรสวรรค์ “พิพิธภัณฑ์ลูกหลานพันธ์มังกร” นำเสนอเรื่องราวความเป็นมาของชาวจีนในประเทศไทยตั้งแต่ครั้งโบราณ ตลอดจนประวัติศาสตร์และอารยธรรมจีน “หมู่บ้านมังกรสวรรค์”จำลองมาจากหมู่บ้านที่ได้ขึ้นทะเบียนมรดกของเมืองจืนคือ “หมู่บ้านโบราณลี่เจียง”ซึ่งเก่าแก่กันถึง 1000 ปี เลยทีเดียว เมื่อมาเที่ยวที่หมู่บ้านแห่งนี้ ก็เปรียบเสมือนได้กับได้เยือนหมู่บ้านลี่เจียงของจีน ไม่ว่าจะเป็นร้านค้า โรงเตี๊ยมสไตล์จีนโบราณ และสัญลักษณ์ที่สำคัญคือกังหันพ่อลูก เป็นกังหันไม้โบราณพันปีที่อยู่ตรงปากทางเข้าหมู่บ้าน นอกจากนั้นยังมีหอชมวิวซึ่งสามารถชมวิวเมืองสุพรรณได้ในมุมสูง และที่หน้าหอยังมีเสามังกรสวรรค์ที่มาจากเมืองเซียะเหมิน ท่องเที่ยวกันแบบจุใจที่”วัดป่าเลไลยก์” ไว้หลวงพ่อโตศักดิ์สิทธิ์ ชมบ้านขุนช้างขุนแผน แล้วทัวร์ต่อกันยาวๆ ที่ ” พระบรมราชานุสรณ์ดอนเจดีย์”สักการะพระบรมรูปสมเด็จพระนเรศวรกู้ชาติ ชมนิทรรศการพระราชประวัติของท่านอีกเล็กน้อย จากนั้น ชม ชิม ช๊อป ให้สะใจกันที่ “สามชุกตลาด 100 ปี” ช่วงบ่ายอากาศเริ่มคลายร้อนลงไป เหมาะกับการเดินชมตลาดมากๆ ครั้งนึงตลาดแห่งนี้เคยอาจต้องล้มหายตายจากไปตามกาลเวลาที่เปลี่ยนไป แต่ด้วยความร่วมมือกันของชุมชน ทำให้กลับพลิกฟื้นมีชีวิตชีวาอีกครั้งจนถึงปัจจุบัน ได้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญที่หากไม่ได้มาก็เหมือนไม่ถึงสุพรรณยังไงยังงั้นเลยทีเดียว ด้วยมนต์เสน่ห์แบบตลาดบ้านไม้แบบดั้งเดิมผ่านการอนุรักษ์และดูแลอย่างดี ได้เวลาอันสมควรนำทุกท่านเข้าที่พัก “บึงฉวากรีสอร์ท”หรือที่คนทั่วไปมักเรียกติดปากว่า “บ้านต้นไม้บึงฉวาก” รีสอร์ทตากอากาศสวยท่ามกลางบรรยากาศร่มรื่นที่พักทุกหลังปลูกติดริมน้ำ เหมาะแก่การนอนเอกเขนกริมระเบียง ทอดสายตาและสูดกลิ่นอายธรรมชาติ พร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกพร้อมสรรพ
เย็น   รับประทานอาหารเย็น ณ ห้องอาหารของรีสอร์ท (มื้อที่ 3)สนุกสนานกับการร้องเพลงคาราโอเกะ หรือ แด๊นซ์มันส์ๆ กับเพลงสนุกๆ จัดไปยาวๆ ในค่ำคืนแห่งการพักผ่อน

วันที่สอง   บึงฉวากเฉลิมพระเกียรติ / วัดเขานางบวช / หมู่บ้านอนุรักษ์ควายไทย

เช้า     รับประทานอาหารเช้าที่ห้องอาหารของรีสอร์ท (มื้อที่ 4) อิ่มหนำสำราญแล้ว เก็บสัมภาระอำลารีสอร์ทที่แสนสบาย เพื่อเดินทางท่องเที่ยวกันต่อแบบไม่ไกล”บึงฉวากเฉลิมพระเกียรติ์”(รวมค่าเข้าชม) ซึ่งเป็นบึงน้ำขนาดใหญ่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ มีแหล่งท่องเที่ยวภายในทั้งโซนสวนสัตว์ กรงเลี้ยงนกขนาดใหญ่ 5 ไร่ ตกแต่งสภาพเหมือนธรรมชาติ มีนกกว่า 45 ชนิดที่น่าสนใจ ทั้งนกกาบบัว นกเป็ดแดง ไก่ฟ้าพญาลอ ทั้งยังมีน้ำตกจำลองขนาดเล็กเอาไว้ กรงเสือ มีลูกเสือดูดนมหมู และสัตว์สวยงามอีกหลายชนิด มี”อุทยานผักพื้นบ้าน”อยู่ในความดูแลของกรมส่งเสริมการเกษตร จัดตั้งขึ้นเพื่อสร้างจิตสำนึก ให้ประชาชนทั่วไปเห็นคุณค่าและอนุรักษ์ผักพื้นบ้าน โดยรวบรวมผักพื้นบ้านจากทั่วภูมิภาค ของประเทศไทยกว่า 500 ชนิด มาปลูกไว้ในบริเวณเกาะกลางบึงฉวาก มีทั้งสมุนไพร ไม้ยืนต้น ไม้เลื้อย และไม้ชื้นแฉะที่น่าสนใจได้แก่ น้ำเต้าสี่เหลี่ยม บวบหอมขนาดใหญ่ อุโมงค์น้ำพุ และการจัดสวนไม้ประดับด้วยผักพื้นบ้าน นอกจากนั้นยังมีโรงปลูกพืชระบบระเหยน้ำ และสาธิตการปลูกพืชไร้ดินจัดแสดงให้ชมด้วย และมีห้องสมุดบริการคอมพิวเตอร์ สำหรับค้นคว้าข้อมูลพันธุ์ผักต่าง ๆ โซนสัตว์น้ำ มีทั้งอุโมงค์ปลาน้ำจีด บ่อจรเข้น้ำจืด สวรรค์แห่งโลกใต้ทะเล จัดแสดงพันธุ์ปลาทะเลมากมายหลายชนิด ให้ได้ชมกัน มีตู้ปลาขนาดใหญ่ และตู้ปลารูปทรงแปลกตา เพื่อคอยบริการนักท่องเที่ยวให้ได้ชื่นชมกับ ความสวยงาม และบรรยากาศของโลกใต้ทะเล รวมทั้งตื่นตาตื่นใจกับอุโมงค์ปลา และบันไดเลื่อน ขนาดความยาว 75 เมตร เพื่อให้ได้ศึกษาสภาพความเป็นอยู่ของ สัตว์ทะเลอย่างใกล้ชิด รวมทั้งบ้านของเจ้าแห่งท้องทะเล หรือปลาฉลามอีกจำนวนมาก
เที่ยง   รับประทานอาหารกลางวัน ณ ร้านอาหาร (มื้อที่ 5)
บ่าย   ไหว้พระวัดเขานางบวช” (ไม่มีค่าเข้าชม) วัดเขานางบวช หรือวัดเขาขึ้น(วัดพระอาจารย์ธรรมโชติ) อำเภอเดิมบางนางบวช บริเวณวัดตั้งอยู่บนเขานางบวช มีทิวทัศน์ที่สวยงาม และเป็นวัดสำคัญที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนาน และเรื่องราวราวเล่าขานที่น่าสนใจ มีทั้งทางราดยางและบันได 249 ขั้น ขึ้นไปจนถึงยอดเขา เป็นวัดของพระอาจารย์ ธรรมโชติ ผู้ทรงคุณวุฒเครื่องรางของขลังสมัยศึกบางระจัน ชาวบ้านบางระจันได้นิมนต์ไปเป็นกำลังใจการสู้รบ กับพม่า มีรอยพระพุทธบาทอยู่ในวิหาร พระอาจารย์ธรรมโชติ ด้านหลังเป็นเจดีย์แผ่นหิน รูปปั้นอาจารย์ธรรมโชติ ภายในศาลามีพระพุทธรูปสมัยรัชกาลที่ 5จากนั้นแหล่งท่องเที่ยวสุดท้ายทริปสุพรรณบุรี “หมู่บ้านอนุรักษ์ควายไทย ” หมู่บ้านอนุรักษ์ควายไทย (บ้านควาย) Buffalo Village(รวมค่าเข้าชม)วันและเวลาที่ชีวิตในชนบทได้เปลี่ยนแปรไป ที่อยู่อาศัย การทำเกษตรกรรม มีรูปแบบที่ทันสมัยขึ้น เพื่อรองรับกับความสะดวกสบาย จนรูปแบบเก่าๆ หาดูได้ยากลงทุกที และบางสิ่งอาจไม่มีใครเคยได้เห็น และบางสิ่งอาจสูญหายไปจากชีวิต บ้านควาย…คือสถานที่ที่รวบรวมเรื่องราว และรูปแบบวิถีชีวิตของคนในชนบท รูปแบบที่กำลังจะเลือนหายไป เป็นอีกสถานที่หนึ่งที่ไม่ควรพลาด หากมีโอกาสได้เดินทางมาท่องเที่ยวเมืองสุพรรณ ด้วยสุพรรณ เป็นจังหวัดที่มีอาชีพหลักคือการเกษตรกรรม และ “ควาย” ก็เป็นสัตว์เลี้ยงเพื่อการใข้งาน ที่มีวิถีชีวิตเคียงคู่กับคนสุพรรณโดยตลอดมา เดินทางกลับกทม.โดยสวัสดิภาพและความประทับใจ

หมายเหตุ :โปรแกรมขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลง ตามความเหมาะสมโดยจะคำนึงถึงความปลอดภัย และประโยชน์ที่ลูกค้าเป็นสำคัญ.

อัตรานี้รวม
– ค่าที่พัก 1 คืน (พักห้องละ 2 ท่าน) @ บึงฉวากรีสอร์ท หรือเทียบเท่า
– ค่าอาหาร 5 มื้อ ตามที่ระบุในโปรแกรม
– ค่าซอฟดริ้ง 1 มื้อ ในอาหารเย็น คืนที่มีคาราโอเกะ (น้ำ น้ำแข็ง น้ำอัดลม โซดา ไม่รวมแอลกอฮอล์ชนิดอื่นๆ)
– ค่าคาราโอเกะ 1 คืน
– ค่าป้ายไวน์นิวสำหรับกรุ๊ป 1 ป้าย
– ค่าน้ำดื่ม น้ำอัดลม ลูกอม ขนมทานเล่น ผ้าเย็น บริการตลอดการเดินทางบนรถ
– ค่าเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยวตามที่ระบุในโปรแกรม
– ค่ารถบัสวีไอพี+ ค่าน้ำมัน ไป/ กลับ รับส่งที่จุดนัดหมายและท่องเที่ยวตามโปรแกรม
– ค่าประกันอุบัติเหตุวงเงินท่านละ 1,000,000 บาท (ตามเงื่อนไขกรมธรรม์)
– ค่ามัคคุเทศก์และผู้ช่วยนำเที่ยวตลอดการเดินทาง
อัตรานี้ไม่รวม
– ค่าบริการอื่นๆที่ไม่อยู่ในโปรแกรม เช่น ค่าซักรีด ค่ามินิบาร์

เรื่องนี้ถูกเขียนใน ทัวร์ในประเทศ, ทัวร์ในประเทศ โปรโมชั่น, เที่ยวอีสานบ้านเฮา, แพคเกจทัวร์ และติดป้ายกำกับ คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

อีเมล์ของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *