Home ภาคกลาง ทัวร์ไหว้พระเก้าวัด แก้เคล็ดปีเสือดุ เสริมศิริมงคล

ทัวร์ไหว้พระเก้าวัด แก้เคล็ดปีเสือดุ เสริมศิริมงคล

อัตราค่าบริการ : 1,090 บาท/ท่าน
กำหนดวันเดินทาง : 30, 31 ม.ค. , 6,7,13,14 ก.พ. 53 (8 ท่านออกเดินทาง)

วัดพนัญเชิงวรวิหาร – วัดใหญ่ชัยมงคล – วัดสุวรรณดารารามราชวรวิหาร – วัดหน้าพระเมรุราชิการามวรวิหาร – วิหารพระมงคลบพิตร –วัดตูม – วัดพุทไธศวรรย์ – วัดกษัตราธิราชวรวิหาร  – วัดท่าการ้อง

วันแรก กรุงเทพฯ - ไหว้พระเก้าวัด แก้เคล็ดปีเสือดุพาท่านอิ่มบุญ สุขใจ สบายกาย ตลอดวัน

07.00  น.    คณะพร้อมกัน ที่จุดนัดหมาย สถานีรถไฟฟ้า อ่อนนุช พร้อมด้วยทีมงานทัวร์อินดี้ คอยต้อนรับ เดินทางสู่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา บริการของว่าง ( มื้อที่ 1 )  วัดแรกที่เราจะพาท่านไปสักการะ คือ วัดพนัญเชิงวรวิหาร  ( 1 ) ซึ่งวัดนี้จะมีพระพุทธไตรรัตนนายก (หลวงพ่อโต หรือซำปอกง ตามชื่อเรียกของชาวจีน ) ประดิษฐานอยู่โดยมีความเชื่อว่าหากทำการค้าขายใด ๆ แล้วมาตั้งจิตอธิษฐานต่อหน้าหลวงพ่อ จะทำให้ซื้อง่ายขายคล่อง การค้าร่ำรวย และการงานรุ่งเรือง ถ้ามีเด็กเล็กที่เจ็บไข้ได้ป่วยง่าย นำมาถวายให้เป็นลูกของหลวงพ่อ หรือจุดธูปเทียนอธิษฐาน บารมีของท่านจะปกป้องคุ้มครอง ช่วยให้หายวันหายคืน ส่วนใหญ่นิยมบนบานด้วยการถวายผ้าห่มหลวงพ่อโต ซึ่งเชื่อว่าท่านจะอวยพรให้สัมฤทธิ์ผลดังใจหมาย จากนั้นเดินทางต่อไปยัง  วัดใหญ่ชัยมงคล ( 2 ) เดิมชื่อวัดป่าแก้วหรือวัดเจ้าพระยาไทย จะมีความศักดิ์สิทธิ์ในด้านชัยมงคล เมตตามหานิยม ปัจจุบันมีการสร้างพระตำหนักสมเด็จพระนเรศวรมหาราช มีผู้นิยมไปนมัสการอย่างสม่ำเสมอเป็นจำนวนมาก  วัดต่อไปที่เราจะไปสักการะ คือ วัดสุวรรณดารารามราชวรวิหาร ( 3 ) วัดนี้เดิมชื่อว่า “วัดทอง” เป็นวัดที่พระบรมมหาชนกของพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชทรงสร้างไว้ตั้งแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยา ต่อมาเมื่อพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชเสด็จขึ้นครองราชย์ จึงโปรดเกล้าฯ ให้สถาปนาวัดทองขึ้นใหม่และพระราชนามว่า“วัดสุวรรณดาราราม” เพื่อเป็นอนุสรณ์แด่พระบรมชนกนาถและพระบรมราชชนนี ตามพระนามเดิมของทั้งสองพระองค์ คือ “ทองดี” และ “ดาวเรือง" วัดแห่งนี้มีสิ่งต่าง ๆ ที่น่าชมไม่ว่าจะเป็นพระอุโบสถซึ่งยังคงรูปแบบสถาปัตยกรรมสมัยอยุธยาตอนปลาย ได้เวลาอันสมควรเดินทางต่อไปยัง วัดหน้าพระเมรุราชิการามวรวิหาร ( 4 ) ซึ่งจะเป็นวัดที่มีชื่อเสียงอีกแห่งหนึ่ง ตั้งอยู่ริมคลองสระบัวด้านทิศเหนือของคูเมือง (เดิมเป็นแม่น้ำลพบุรี)  ตรงข้ามกับพระราชวังหลวง สร้างในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนต้น พุทธศักราช 2046 มีชื่อเดิมว่า “วัดพระเมรุราชิการาม” ที่ตั้งของวัดนี้เดิมคงเป็นสถานที่สำหรับสร้างพระเมรุถวายพระเพลิงพระบรมศพของพระมหากษัตริย์พระองค์ใดพระองค์หนึ่งสมัยอยุธยาตอนต้นต่อมาจึงได้สร้างวัดขึ้น  วัดนี้เป็นวัดเดียวในกรุงศรีอยุธยาที่ไม่ได้ถูกพม่าทำลายและยังคงปรากฏสถาปัตยกรรมแบบอยุธยา
ความศักดิ์สิทธิ์ของท่าน เชื่อกันว่าหากได้มาสักการะ จะบังเกิดความร่มเย็น ก่อให้เกิดความเจริญรุ่งเรืองในหน้าที่และธุรกิจการค้า

เที่ยง     แวะรับประทานอาหารกลางวันที่ร้าน.......( มื้อที่ 2 )  และซื้อโรตีสายไหมซึ่งเป็นของฝากขึ้นชื่อที่สุดในอยุธยา

บ่าย    หลังรับประทานอาหารเสร็จเรียบร้อยแล้ว เราจะพาท่านเดินทางต่อไปที่ วิหารพระมงคลบพิตร ( 5 ) ซึ่งมีพระมงคลบพิตรเป็นพระพุทธรูปบุสัมฤทธิ์ปางมารวิชัย มีขนาดหน้าตักกว้าง 9.55 เมตร และสูง 12.45 เมตร นับเป็นพระพุทธรูปขนาดใหญ่องค์หนึ่งในประเทศไทย ไม่ปรากฏว่าสร้างในสมัยใด จะเป็นพระคู่บ้านคู่เมืองอยุธยา  ความศักดิ์สิทธิ์ของท่าน เชื่อกันว่าหากได้มาสักการะจะเป็นสิริมงคลในทุกๆด้าน   จากนั้นเดินทางต่อไปยัง วัดตูม ( 6 ) วัดตูมนี้เป็นที่สำหรับลงเครื่องพิชัยสงครามแต่ดั้งเดิมมาคงเป็นแต่แรกตั้งกรุงอโยธยาตลอดจนถึงทุกวันนี้ไม่ต่ำกว่า 1,000 ปี สิ่งที่น่าสนใจภายในวัดได้แก่ พระพุทธรูปซึ่งมีลักษณะพิเศษคือ พระเศียรตอนเหนือพระนลาฎ (หน้าผาก) เปิดออกได้และพระเกศมาลาถอดได้ ภายในพระเศียรเป็นบ่อกว้างลึกลงไปเกือบถึงพระศอ มีน้ำไหลซึมออกมาตลอดเวลาเหมือนหยาดเหงื่อ เป็นน้ำใสเย็นบริสุทธิ์ปราศจากมลทิน สามารถรับประทานได้โดยปราศจากอันตรายใดๆ และไม่แห้งขาดหาย  ได้เวลาอันสมควรเดินทางต่อไปที่ วัดพุทไธศวรรย์ ( 7 ) วัดนี้สร้างขึ้นบริเวณตำหนักที่ประทับเดิมของสมเด็จพระเจ้าอู่ทอง ซึ่งเรียกว่า “ตำหนักเวียงเหล็กหรือเวียงเล็ก” หลังจากนั้นพระองค์ไปสร้างพระราชวังใหม่ที่ตำบลหนองโสน (บึงพระราม) จึงสถาปนาสถานที่นี้เป็นวัดพุทไธศวรรย์ ภายในวัดมีสิ่งที่น่าสนใจ คือ ปรางค์ประธาน องค์ใหญ่ศิลปะแบบขอม ตั้งอยู่กึ่งกลางอาณาเขตพุทธาวาสบนฐานไพที ซึ่งมีลักษณะย่อเหลี่ยมมีบันไดขึ้น 2 ทาง คือ ทางทิศตะวันออก และทางทิศตะวันตก  จากนั้นเดินทางต่อไปยัง วัดกษัตราธิราชวรวิหาร ( 8 ) วัดนี้เดิมชื่อ “วัดกษัตรา” หรือ “วัดกษัตราราม” เป็นวัดโบราณในสมัยกรุงศรีอยุธยามีพระปรางค์ใหญ่เป็นประธานหลักของวัด และยังมีพระอุโบสถสมัยอยุธยาซึ่งมีลายดาวเพดานจำหลักไม้งดงามมาก ภายในวัดมีภาพจิตรกรรมฝาผนังสมัยรัตนโกสินทร์ เป็นวัดที่มีความสวยงามมากวัดหนึ่ง วัดสุดท้ายที่เราจะพาท่านไปสักการะก่อนกลับกรุงเทพฯ คือ วัดท่าการ้อง  ( 9 ) เป็นวัดเก่าแก่สมัยอยุธยา ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาทางทิศตะวันตกของเกาะเมืองพระนครศรีอยุธยา  ท่ามกลางชุมชนอิสลาม 2 หมู่บ้านคือ บ้านท่ากับบ้านการ้อง อันเป็นวัดพุทธศาสนาที่อยู่ท่ามกลางชุมชนมุสสิม วัดท่าการ้องตั้งอยู่ที่บ้านท่า เป็นวัดหนึ่งที่นักท่องเที่ยวนิยมแวะมาสักการะพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ นามว่า "พระพุทธรัตนมงคล" หรือที่เรียกกันว่า "หลวงพ่อยิ้ม" สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในสมัยอยุธยาตอนต้น ขณะที่บ้านเมืองมีความเจริญรุ่งเรืองและสงบสุข  วัดท่าการ้อง ได้ตกแต่งบริเวณวัดให้สวยงามด้วยไม้ดอกไม้ประดับเป็นระเบียบ รวมทั้งมีห้องน้ำที่ตกแต่งสวยงามจนได้รับรางวัลชนะเลิศการประกวด สุดยอดส้วมแห่งปีระดับประเทศ ปี 2549 ประเภทวัดและศาสนสถาน  ได้เวลาอันสมควรพาท่านเดินทางกลับกรุงเทพฯ  โดยสวัสดิภาพ พร้อมความประทับใจและอิ่มบุญกันทั่วหน้า

หมายเหตุ : รายการท่องเที่ยวนี้อาจเปลี่ยนแปลง หรือ สลับกันได้ตามความเหมาะสม โดยยึดถือประโยชน์ของลูกค้าเป็นสำคัญ

อัตราค่าบริการ
  • ผู้ใหญ่  ท่านละ 1,090    บาท ออกเดินทาง 8  ท่านขึ้นไป (ขอสงวนสิทธิ์ไม่มีราคาเด็ก)

อัตรานี้รวม
  • ค่ารถตู้ VIP เดินทางไป-กลับ กรุงเทพฯ – อยุธยา- กรุงเทพฯ
  • ค่าธรรมเนียมเข้าชม วิหารมงคลบพิตร
  • ค่าอาหาร 2 มื้อที่ระบุตามรายการ
  • บริการน้ำดื่มตลอดการเดินทาง
  • มัคคุเทศก์ผู้เชี่ยวชาญนำเที่ยวตลอดการเดินทาง
  • ประกันอุบัติเหตุวงเงิน 200,000 บาท (ตามเงื่อนไขของกรมธรรม์)
อัตรานี้ไม่รวม
  • ค่าอาหารที่นอกเหนือจากทางบริษัทจัดให้
  • ค่าใช้จ่ายส่วนตัว เช่น ดอกไม้ ธูปเทียน สำหรับไหว้พระ
  • ภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% และ หัก ณ ที่จ่าย 3 % ในกรณีต้องการใบเสร็จเต็มรูปแบบ
การชำระเงิน
  • ขอให้ท่าน ชำระ 50%  หรือ ทั้งหมด ล่วงหน้าพร้อมส่งรายชื่อของผู้ที่จะร่วมเดินทาง
  • ชำระค่าใช้จ่ายส่วนที่เหลือ 15 วันก่อนเดินทาง
  • หากมีการชำระเงินหรือโอนเงินมัดจำแล้วทุกครั้งต้อง Fax เอกสารยืนยันมาที่ 02-727-0557
  • หรือ สแกนส่งมาที่ E-mail: อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน