เมืองนาโงย่า ก็น่าเที่ยว
เมืองนาโงย่า (Nagoya) ตั้งอยู่ที่ “จังหวัดไอจิ” ภาคกลางของประเทศญี่ปุ่น มีอากาศค่อนข้างอบอุ่น ไม่ร้อนเกินไป และไม่หนาวเกินไป อยู่ห่างจากโอซาก้า และ เกียวโต ไม่มากนัก นอกจากนั้นยังเป็นเมืองที่ใหญ่เป็นอันดับ 4 ของญี่ปุ่นรองจาก โตเกียว,โยโกฮาม่า และ โอซาก้า ถึงแม้นาโงย่าจะเป็นเมืองที่มีขนาดใหญ่ แต่ บรรยากาศยังคงสงบเงียบ ไม่วุ่นว่าย เสมือนว่าเป็นเมืองเล็กๆ

ในปีพ.ศ. 2548 เมืองนาโงย่า ได้รับเกียรติให้จัดงาน Word Expo ภายใต้แนวคิด “Nature’s Wisdom” โดยเน้นการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ครั้งนั้นญี่ปุ่นเจ้าภาพทำได้ดีมากที่เดียว บริษัทยักษ์ใหญ่ของญี่ปุ่นต่างนำเทคโนโลยีของตนเอง ออกมาอวดสู่สายตาชาวโลกที่หลั่งไหลเข้าชมงานอย่างเนืองแน่น ก็ญี่ปุ่อะนะค่ะ รู้ๆกันอยู่เจ๋ง อยู่แล้ว แหละ . จากการจัดงานนี้เอง ทำให้เมืองนาโงย่า มีสนามบินแห่งใหม่เป็นสนามบินนานาชาติ ชื่อว่า Central Japan International Airport หรือเรียกสั้น ๆ ว่า Centrair ซึ่งเป็นสนามบินที่สร้างขึ้นบนเกาะกลางทะเลจากการถมดิน รองรับเที่ยวบินจากนานาชาติกลายเป็นประตูสู่ญี่ปุ่นที่สำคัญอีกแห่งหนึ่ง

การเดินทางไปเมืองนาโงย่า
- จากโตเกียว เดินทางด้วยรถไฟชินคันเซ็น ขบวน Nozomi หรือ Hikari ใช้เวลาเดินทาง 1 ชั่วโมง 45 นาที – 2 ชั่วโมง (ค่าโดยสาร 10,780 เยน)
- จากสถานีชินโอซาก้า นั่งรถไฟชินคันเซ็น ขบวน Nozomi/ Hikari/Kodama ใช้เวลาเดินทาง 1 ชั่วโมง ค่าโดยสาร 6,380 เยน
- จากเกียวโต นั่งรถไฟชินคันเซ็น ขบวน Nozomi/ Hikari/Kodama ใช้เวลาเดินทาง 40 นาที ค่าโดยสาร 5,640 เยน
- จากสนามบิน Centrair นั่งรถไฟ Meitetsu ขบวน Limited Express ใช้เวลาเดินทาง 28-40 นาที ค่าโดยสาร 850 เยน(ถ้านั่งชั้น First Class ของขบวน Rapid Limited Express หรือ Limited Express Extra MU ค่าโดยสารจะเพิ่มเป็น 1,200 เยน) ลงสถานี Jinju Mae,Kanayama หรือสถานี Meitetsu Nagoya ซึ่งตั้งอยู่ด้านหน้าติกกับสถานี JR Nagoya
- จากสนามบิน Centrair นั่งรถบัส Airport Bus ถึงสถานี Nagoya ใช้เวลาเดินทาง 60 นาที ค่าโดยสาร 1,000 เยน รถจอดหน้าโรงแรม Marriott Nagoya Associa ซึ่งตั้งอยู่ตรงสถานี JR Nagoya นอกจากนี้ยังมีจุดจอดรถที่ Sakae, Tokyu Hotel,Hilton Nagoya,Fujigaoka ซึ่งค่าโดยสารจะเพิ่มขึ้นมานิดหน่อย
เส้นทางท่องเที่ยว

ปราสาทนาโงย่า
อยู่ไม่ไกลจากใจกลางเมืองและสถานีรถไฟมากนัก และถือเป็นที่ที่สำคัญที่สุดของนาโงย่าที่นักท่องเที่ยวต้องมาแวะชม ปราสาทนาโงย่า ได้ สร้างขึ้นในสมัยท่านโชกุนโทกุงาวะ ( Tokugawa )ในปีค.ศ.1912 และปัจจุบันนี้เครื่องใช้ต่างๆของราชวงศ์ ก็มีการเก็บและแสดงไว้ในพิพิธภัณฑ์โทกุงาวะ ( Tokugawa Museum ) ตั้งอยู่ในเขตซากาเอะ ( Sakae ) ยังมีปราสาทที่น่าสนใจใช้เวลาไม่ไกลนักใช้เวลาเดินทางเพียงครึ่งชั่วโมงก็ ถึง คือ ปราสาทอินุยามะ ( Inuyama ) นับว่าเป็นหอคอยปราสาที่เก่าแก่ที่สุดที่ยังหลงเหลืออยู่

สำหรับคนที่ชอบความสวยงามแบบทันสมัย สถาปัตยกรรมแบบล้ำยุคละก็ที่นี่ เลย….เลี้ยวมาอีกด้านหนึ่งของถนนไม่ไกลจากปราสาทนาโงย่ามากนัก ก็จะพบกับหอประชุมนานาชาติ อย่างเช่น นาโงย่าโดม (Nagoya Dome ) , นาโงย่าคองเกรสเซ็นเตอร์ ( Nagoya Congrass Center ) ,เรนโบว์ฮอลล์ ( Rainbow Hall ) และหอประชุมนิทรรศการนานาชาติแห่งนาโงย่า ( Nagoya Internationnal Exhibition Hall ) ,
ถ้าใครมาเมืองนี้และมีเวลาไม่มากนักควรเดินรอยสถานีรถไฟนั่นแหละเหมาะที่สุด เพราะมีแหล่งชอปปิ้งที่ของเมืองหลายแห่ง ทั้งบนดินและใต้ดินเต็มไปหมด รวมทั้งสวนสาธารณะสวยๆรอบบริเวณ ไม่ไกลเกินเดินถึงหรือเพียงนั่งรถไฟไม่กี่สถานีอย่างเช่น ออร์คิดการ์เดน, สวนนาไดอะ ( Nadya Park ) , สวนชิโรโตริ ( Shitori Garden ) ก็น่าจะทำให้เมืองนาโงย่าเป็นเมืองท่องเที่ยวที่น่าสนใจอีกเมืองหนึ่ง
ข้อมูลจาก I Love To Go.com
ทาคายาม่า “เมืองเก่าแก่” เกียวโตน้อย
ทาคายาม่า ถ้าเดินทางจาก นาโงย่า ด้วยรถไฟด่วนจำกัดความเร็ว จะใช้เวลาประมาณ 2.10 ชม. เป็นเมืองเก่าแก่อยู่ในหุบเขา ถูกรักษาสภาพบ้านเรือนในบรรยากาศของญี่ปุ่นโบราณไว้ได้อย่างดี ล้อมรอบด้วยเทือกเขาเจแปนแอลป์ บ้านช่องสองข้างทางได้รับการอนุรักษ์ ส่วนใหญ่สร้างด้วยไม้อายุเป็นร้อยๆ ปี วัด ศาลเจ้า สะพาน ตลาดเช้า ตัวเมืองสวยสะอาด ทันสมัย มีสภาพธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ เมืองเก่าแห่งนี้เต็มไปด้วยบรรยากาศของญี่ปุ่นโบราณ ตลอดทั้งเมืองจะให้ความรู้สึกเหมือนพิพิธภัณฑ์มีชีวิต มีสถานที่ดึงดูดความสนใจอยู่ตามจุดต่างๆ เป็นระยะๆ

เมืองทาคายาม่า (Takayama) ในจังหวัดกิฟุ หลากหลายด้วยพิพิธภัณฑ์ขนาดเล็ก ที่จัดแสดงงานฝีมือท้องถิ่นที่รวบรวมเข้าไว้ด้วยกัน แสดงให้เห็นถึงความสามารถที่ดีเยี่ยมในวิชาช่าง ซึ่งเป็นประเพณีที่สืบทอดกันมายาวนานของเมืองนี้
“ทาคายาม่า” ได้ถูกขนานนามว่า “ลิตเติ้ลเกียวโต” หรือเกียวโตน้อย เป็นเมืองเก่าแก่ ที่ยังคงอนุรักษ์อารยธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณี ในอดีตของชาวญีปุ่นได้อย่างสมบูรณ์ เป็นแหล่งรวมประวัติศาสตร์ และยังคงความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติ อันงดงาม เงียบและสงบ บ้านเรือนสร้างด้วยไม้ในแบบโบราณ ดูเก่าแก่ เพราะเป็นถิ่นที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยทรัพยากรป่าไม้ ตั้งแต่ในสมัยนารา เมืองหลวงเก่าแก่ยุคก่อนเกียวโตและโตเกียว ช่างไม้ของเมืองทาคายาม่า ยังได้ถูกจารึกว่าเป็นช่างไม้ฝีมือดีมีชื่อเสียงที่สุด

การจัดผังเมืองก็มีลักษณะคล้ายคลึงกับเมืองเกียวโต สะพานถูกสร้างขนานกันไปกับแม่น้ำมิยางะวะ (Miyagawa) แม่น้ำสายหลักของเมือง เวลาเดินไปไหนไม่ต้องกลัวหลงทาง ขอให้นับสะพานให้ถูกต้องเอาไว้เป็นพอ

ผืนดินบริเวณนี้ เป็นแหล่งพื้นที่เกษตรกรรม ชาวบ้านนำผลิตภัณฑ์จากสวนไร่นา มาจำหน่ายในตลาดเช้า ซึ่งเปิดบริการตั้งแต่เวลาประมาณ 7 โมงเช้า จนถึงประมาณเที่ยงวัน ที่นี่ถือเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ไม่ควรพลาด ชาวญี่ปุ่นเองก็มาจับจ่ายซื้อของที่ระลึกกลับบ้านไปด้วยเช่นกัน

หมู่บ้านมรดกโลก “ชิราคาวาโกะ”
หมู่บ้านชิราคาวาโกะ (Shirakawa-go) อยู่ในเขตเทือกเขาแอลป์ญี่ปุ่น ห่างจากเมืองทาคายามาประมาณ 50 กม. ที่อยู่ใกล้กันเป็นหมู่บ้านชาวนาที่ตั้งอยู่ในหุบเขาตามลำน้ำ Shogawa ตามแนวสันเขาที่ทอดยาวตั้งแต่เขตจังหวัด Gifu ถึง Toyama
ชิราคาวาโกะ ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโกในปี 1995 มีบ้านแบบกัสโชสึคุริ (Gassho-zukuri) เป็นบ้านชาวนาโบราณที่มีอายุมากกว่า 250 ปี

บ้านในแบบกัสโชสึคุริ บ้านแบบญี่ปุ่นดั้งเดิม ชื่อนี้ได้มาจากคำว่า “กัสโช” ซึ่งแปลว่า “พนมมือ” ตามรูปแบบของบ้านที่หลังคาชันถึง 60 องศา มีลักษณะคล้ายสองมือที่พนมเข้าหากัน ตัวบ้านมีความยาวประมาณ 18 เมตร และมีความกว้าง 10 เมตร ซึ่งมีโครงสร้างของบ้านสร้างขึ้นโดยไม่ใช้ตะปูแม้แต่ตัวเดียว
ข้อมูลจาก j-doramanga.com

เทือกเขาเจแปนแอลป์
แจแปน แอลป์ (Japan Alp) คือ สมญานามของเทือกเขาทาเทยามะ (Tateyama) อันเป็นที่ตั้งของ 3 ภูเขาศักดิ์สิทธิ์ของญี่ปุ่นโบราณ คือ ฟูจิยามะ ฮากุซังและทาเทยามะ ซึ่งถือเป็นหลังคาของประเทศ มีความสวยงามด้วยทิวทัศน์ของแนวเขา พันธุ์ไม้ ทุ่งดอกไม้ภูเขา ในภูมิประเทศแบบอัลไพน์ โดยมีเส้นทางท่องเที่ยวสายคุโรเบะ อัลไพน์ (Kurobe Alpine Route) พาดผ่านตอนเหนือของแจแปนเอลป์ จากโทยามะ(Toyama) ถึงนากาโน (Nagano) อันเป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติชูบุ ซังกากุ (Chubu Sangaku) จังหวัดโทยามะ โดยเส้นทางนี้แม้จะมีความยาวเพียง 90 กิโลเมตร แต่ก็ต้องใช้ เวลาเดินทางท่องเที่ยวตลอดวัน จุดที่สูงที่สุดของเส้นทางนี้ ตั้งอยู่ที่บริเวณมุโระโด (Murodo) (2,450 เมตร)
กำแพงน้ำแข็ง (Yuki no Otani) สถานที่ท่องเที่ยวบนยอดเขาสูงสุดของทาเทยามะ ชื่อว่ามุโรโดะ (Murodo) ในฤดูใบไม้ผลิจะเป็นช่วงที่เปิดทางหลวงซึ่งถูกปกคลุมด้วยหิมะมาต ลอดฤดูหนาว โดยใช้รถแทรกเตอร์เจาะไปตามถนน ทำให้เกิดกำแพงน้ำแข็งสูงกว่า 20 เมตร
เขื่อนคุโรเบะ (Kurobe) เป็นเขื่อนใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น สูง 186 เมตร กว้าง 492 เมตร และยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวชมทุ่งดอกไม้ เดินป่า ปีนเขา ในฤดูร้อนอีกด้วย
สนใจทัวร์ญี่ปุ่นคลิ๊กดูได้ที่นี่นะค้า









