สัมผัสสายลมจับสายหมอกกอดขุนเขา ณ ม่อนแจ่ม

ขอบคุณข้อมูลจาก Kapook.com และ moohin.com
ขอบคุณภาพจาก คุณ P r i m t a a และ คุณ มาเรีย ณ ไกลบ้าน
ลมหนาวเริ่มพัดเข้ามาแล้ว หลายๆคนคงเริ่มวางแผนท่องเที่ยวกันไว้บางแล้ว แต่สำหรับใครที่ยังนึกไม่ออกว่าจะไปเที่ยวไหน ขอแนะนำที่นี่เลยค่ะ “ม่อนแจ่ม” คงจะยังไม่คุนหูกันเท่าไหร่นักเพราะม่อนแจ่มจัดเป็นสถานที่ท่องเที่ยวและที่พักแห่งใหม่ของเชียงใหม่ เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อปลายปี 2552 นี้เอง


“ม่อนแจ่ม” เป็นส่วนหนึ่งของ “ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงหนองหอย” ซึ่งตั้งอยู่ที่อำเภอแม่ริม ห่างจากตัวเมืองเชียงใหม่เพียงแค่ 40 นาที สำหรับการเดินทางก็จากตัวเมืองเชียงใหม่ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 107 สายเชียงใหม่ – ฝาง ตรงไปถึงอำเภอแม่ริมบริเวณ กิโลเมตรที่ 17 ให้เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 1096 สายแม่ริม – สะเมิง “ม่อนแจ่ม” เป็นพื้นที่บนสันเขาความสูงประมาณ1,350 เมตรจากระดับน้ำทะเล บนม่อนแจ่มจะมีอากาศหนาวเย็นสบายตลอดทั้งปี ยิ่งหน้าหนาวไม่ต้องบอกเลย หนาวสุดๆทีเดียว


บนพื้นที่กว่า40ไร่ของม่อนแจ่ม สิ่งน่าสนใจอีกมากมาย เริ่มจากจุดบังคับที่ทุกคนต้องแวะก่อนนั่นก็คือศาลารับรองแบบเปิดโล่ง ที่ใช้เป็นจุดต้อนรับนักท่องเที่ยวและเป็นห้องอาหารไปในตัว แบบที่กินข้าวไปชมวิวไป หลังจากที่สั่งอาหารเสร็จแล้ว ก็เลือกนั่งได้ตามใจชอบ ใครชอบแบบโต๊ะยาว ทานกันหลาย ๆ คน ก็เลือกนั่งในศาลาได้เลย หรือใครมาเดี่ยวชอบนั่งแบบบาร์ ก็ขยับมาข้างหน้าอีกนิด แต่ที่พิเศษสุด ๆ แบบได้ชมธรรมชาติเต็มหูเต็มหา ก็ต้องที่ซุ้มด้านนอกเลย มีประมาณ 5 ซุ้ม


ม่อนแจ่ม ปรากฎโฉมในรูปแบบ “แคมปิ้ง รีสอร์ท” ที่กลมกลืนกับธรรมชาติได้อย่างลงตัว พร้อมชูความเป็นส่วนตัวและความสะดวกสบาย เช่น ในเต้นท์มีบริเวณส่วนตัว มีห้องน้ำส่วนตัว น้ำร้อน ไฟฟ้า และเครื่องใช้ครบครัน ประหนึ่งอยู่ในห้องพักโรงแรม แต่พิเศษกว่าตรงที่ได้สัมผัสกับธรรมชาติอย่างใกล้ชิด เพราะเพียงแค่คุณเปิดหน้าต่าง สายลมเย็น ๆ วิวขุนเขา สายหมอก ก็โผล่รอต้อนรับ แถมยามค่ำคืนดาวน้อยใหญ่จะค่อย ๆ ส่องประกายแวววับให้มองเพลิน ๆ สำหรับเต้นท์ที่พักมี 2 ขนาด คือ เต้นท์เล็ก 800 บาทต่อคืน (2 คน) และเต้นท์ใหญ่ 1,200 บาทต่อคืน (4 คน)


หลังจากดื่มด่ำกับความงดงามของทัศนียภาพกันพักใหญ่ ท้องไส้ก็เริ่มร้องหาอาหารอร่อย ๆ อะ ๆ ไม่ต้องมองไปไหนไกล ที่ ม่อนแจ่ม มีร้านอาหารที่นำผลิตผลท้องถิ่นที่ปลูกเอง มาปรุงให้รับประทานกันด้วย ผัก ๆ สด ๆ หวานกรอบ หาชิมยากในเมืองกรุง และถ้ากินอิ่มแล้วอยากยืดแข้งขืดขา ก็สามารถไปเดินชมแปลงสตรอเบอร์รีผลสีแดงสด



เนื่องจาก ม่อนแจ่ม เป็นที่ตั้งของ ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงหนองหอย ภายในมีแปลงผักและงานวิจัยผักเมืองหนาว เช่น อาติโช๊ค, แปลงสมุนไพร เลมอนทาร์ม มิ้น คาร์โมมายด์ โรสแมรี่, ไม้ผล เช่น พลัม องุ่นไร้เมล็ด สตรอเบอรี่หวานฉ่ำ, แปลงผักไฮโดรโพนิค เป็นเทคโนโลยีการปลูกพืชโดยไม่ใช้ดิน เช่น โอ้คลีฟแดง และผักตระกูลสลัด มะเขือเทศดอยคำ ให้ได้ชื่นชมกันอย่างเพลิดเพลินที่เดียว


สนใจสามารถสอบถามรายละเอียด และจองที่พักได้ที่ โทรศัพท์ 081-8063993 และ 053810765 ต่อ 108







