Archive for the ‘Naveginator’ Category

หมู่บ้านโพรวองซ์ หรือ หมู่บ้านสีลูกกวาด

provence 2


หมู่บ้านโพรวองซ์ (Provence Village หรือ Paju Provence ) หรือที่เราเรียกกันว่า “หมู่บ้านสีลูกกวาด” เป็นสถานที่ท่องเที่ยวอีกที่หนึ่งที่เป็นที่นิยมของประเทศเกาหลีใต้ ตั้งอยู่ในเมืองพาจู (Paju) อยู่ติดชายแดนของเกาหลีเหนือ

Paju Provence -1

Paju Provence -2

Paju Provence -10

หมู่บ้านโพรวองซ์ ถูกตกแต่งไว้อย่างสวยงาม สีสันสดใส จึงกลายเป็นสถานที่ อีกแห่งหนึ่งที่เป็นโลเคชั่น ที่ดีสำหรับการถ่ายทำภาพยนต์

Paju Provence -4

Paju Provence -5

Paju Provence -11

ด้านในก็จะมีของขายหลากหลายแบบ เช่น ร้านขายเบเกอรี่ ร้านขายเครื่องครัว ร้านขายต้นไม้และดอกไม้ ร้านขายไอศกรีม ให้คุณได้เลือกชม เลือกชิม นอกนั้นยังไม่พอคุณยังสามารถเก็บภาพสวยไว้เป็นที่ระลึกได้ทุกมุมเลยที่เดียว เอาเป็นว่าถ้ามีโอกาศไปเที่ยว หมู่โพรวองซ์ ละก็ให้แต่งตัวสวยๆ เตรียมชารต์แบตกล้องและ เมมเมอรี่การ์ด ให้พอ นะค่ะ

Paju Provence -8

Paju Provence -6

Paju Provence -3

Paju Provence -7

แผนที่

Paju Provence -map

ภาพจาก เวป mykoreabuddy และ  visitkorea



ชมความงามปราสาทมัตสึโมะโตะ

Matsumoto-1

ข้อมูลจาก wikipedia ภาพจาก Blog คุณ nLatte

ปราสาทมัตสึโมะโตะ (Matsumoto Castle) ตั้งอยู่ในเมืองมัตสึโมะโตะ จังหวัดนะงะโนะ มีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า “ปราสาทฟุกาชิ” (Fukashi Castle) หรือ “ปราสาทอีกา” (Crow Castle) ตามลักษณะของตัวปราสาท ผนังปราสาทจะมีสีดำ และปีกด้านต่างๆของปราสาทแผ่กางออกเหมือนปีกนก


Matsumoto-2

Matsumoto-3

Matsumoto-4

ปราสาทมัตสึโมะโตะ สร้างขึ้นราวๆ ปี ค.ส. 1590 โดย อิชิคาว่า คาสุมาซะ เพื่อใช้เป็นที่พำนักของบรรดาเจ้าเมืองในอดีต ปัจจุบันหลังจากได้รับการจัดตั้งเป็นสมบัติประจำชาติญี่ปุ่น ถูกใช้เป็นพิพิธภัณฑ์สำหรับรวบรวมข้อมูลประวัติศาสตร์ของญี่ปุ่นและประวัติ ศาสตร์ของจังหวัดนากาโน่ซึ่งเป็นตั้งของปราสาท

Matsumoto-5

Matsumoto-6

นอกจากนี้ปราสาทมัตสึโมโต้ยังได้รับการยกย่องว่าเป็นปราสาทที่มีความสวยงาม ติดหนึ่งใน 10 ของประเทศญี่ปุ่น และ เนื่องจากอยู่ห่างจากโตเกียวไม่มากนักทำให้มีนักท่องเที่ยวทั้งต่างชาติและ ชาวญี่ปุ่นเองเข้ามาท่องเที่ยวมากมาย

Matsumoto-7

Matsumoto-10


สัมผัสสายลมจับสายหมอกกอดขุนเขา ณ ม่อนแจ่ม

mj-3

ขอบคุณข้อมูลจาก Kapook.com และ moohin.com
ขอบคุณภาพจาก คุณ P r i m t a a และ คุณ มาเรีย ณ ไกลบ้าน



ลมหนาวเริ่มพัดเข้ามาแล้ว หลายๆคนคงเริ่มวางแผนท่องเที่ยวกันไว้บางแล้ว แต่สำหรับใครที่ยังนึกไม่ออกว่าจะไปเที่ยวไหน ขอแนะนำที่นี่เลยค่ะ “ม่อนแจ่ม” คงจะยังไม่คุนหูกันเท่าไหร่นักเพราะม่อนแจ่มจัดเป็นสถานที่ท่องเที่ยวและที่พักแห่งใหม่ของเชียงใหม่ เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อปลายปี 2552 นี้เอง

mj-2

mj-5

“ม่อนแจ่ม” เป็นส่วนหนึ่งของ “ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงหนองหอย” ซึ่งตั้งอยู่ที่อำเภอแม่ริม ห่างจากตัวเมืองเชียงใหม่เพียงแค่ 40 นาที สำหรับการเดินทางก็จากตัวเมืองเชียงใหม่ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 107 สายเชียงใหม่ – ฝาง  ตรงไปถึงอำเภอแม่ริมบริเวณ กิโลเมตรที่ 17  ให้เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 1096 สายแม่ริม – สะเมิง  “ม่อนแจ่ม” เป็นพื้นที่บนสันเขาความสูงประมาณ1,350 เมตรจากระดับน้ำทะเล  บนม่อนแจ่มจะมีอากาศหนาวเย็นสบายตลอดทั้งปี ยิ่งหน้าหนาวไม่ต้องบอกเลย หนาวสุดๆทีเดียว

mj-1

mj-4

บนพื้นที่กว่า40ไร่ของม่อนแจ่ม สิ่งน่าสนใจอีกมากมาย  เริ่มจากจุดบังคับที่ทุกคนต้องแวะก่อนนั่นก็คือศาลารับรองแบบเปิดโล่ง ที่ใช้เป็นจุดต้อนรับนักท่องเที่ยวและเป็นห้องอาหารไปในตัว แบบที่กินข้าวไปชมวิวไป หลังจากที่สั่งอาหารเสร็จแล้ว ก็เลือกนั่งได้ตามใจชอบ ใครชอบแบบโต๊ะยาว ทานกันหลาย ๆ คน ก็เลือกนั่งในศาลาได้เลย หรือใครมาเดี่ยวชอบนั่งแบบบาร์ ก็ขยับมาข้างหน้าอีกนิด แต่ที่พิเศษสุด ๆ แบบได้ชมธรรมชาติเต็มหูเต็มหา ก็ต้องที่ซุ้มด้านนอกเลย มีประมาณ 5 ซุ้ม

mj-7

mj-6

ม่อนแจ่ม ปรากฎโฉมในรูปแบบ “แคมปิ้ง รีสอร์ท” ที่กลมกลืนกับธรรมชาติได้อย่างลงตัว พร้อมชูความเป็นส่วนตัวและความสะดวกสบาย เช่น ในเต้นท์มีบริเวณส่วนตัว มีห้องน้ำส่วนตัว น้ำร้อน ไฟฟ้า และเครื่องใช้ครบครัน ประหนึ่งอยู่ในห้องพักโรงแรม แต่พิเศษกว่าตรงที่ได้สัมผัสกับธรรมชาติอย่างใกล้ชิด เพราะเพียงแค่คุณเปิดหน้าต่าง สายลมเย็น ๆ วิวขุนเขา สายหมอก ก็โผล่รอต้อนรับ แถมยามค่ำคืนดาวน้อยใหญ่จะค่อย ๆ ส่องประกายแวววับให้มองเพลิน ๆ สำหรับเต้นท์ที่พักมี 2 ขนาด คือ เต้นท์เล็ก 800 บาทต่อคืน (2 คน) และเต้นท์ใหญ่ 1,200 บาทต่อคืน (4 คน)

mj-8

mj-9

หลังจากดื่มด่ำกับความงดงามของทัศนียภาพกันพักใหญ่ ท้องไส้ก็เริ่มร้องหาอาหารอร่อย ๆ อะ ๆ ไม่ต้องมองไปไหนไกล ที่ ม่อนแจ่ม มีร้านอาหารที่นำผลิตผลท้องถิ่นที่ปลูกเอง มาปรุงให้รับประทานกันด้วย ผัก ๆ สด ๆ หวานกรอบ หาชิมยากในเมืองกรุง และถ้ากินอิ่มแล้วอยากยืดแข้งขืดขา ก็สามารถไปเดินชมแปลงสตรอเบอร์รีผลสีแดงสด

mj-10

mj-11
mj-12

เนื่องจาก ม่อนแจ่ม  เป็นที่ตั้งของ ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงหนองหอย ภายในมีแปลงผักและงานวิจัยผักเมืองหนาว เช่น อาติโช๊ค, แปลงสมุนไพร เลมอนทาร์ม มิ้น คาร์โมมายด์ โรสแมรี่, ไม้ผล เช่น พลัม องุ่นไร้เมล็ด สตรอเบอรี่หวานฉ่ำ, แปลงผักไฮโดรโพนิค เป็นเทคโนโลยีการปลูกพืชโดยไม่ใช้ดิน เช่น โอ้คลีฟแดง และผักตระกูลสลัด มะเขือเทศดอยคำ ให้ได้ชื่นชมกันอย่างเพลิดเพลินที่เดียว

mj-13

mj-20

สนใจสามารถสอบถามรายละเอียด และจองที่พักได้ที่ โทรศัพท์ 081-8063993 และ 053810765 ต่อ 108

mj-17

“ม่อนแจ่ม” เป็นส่วนหนึ่งของ “ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงหนองหอย” ซึ่งตั้งอยู่ที่อำเภอแม่ริม ห่างจากตัวเมืองเชียงใหม่เพียงแค่ 40 นาที สำหรับการเดินทางก็จากตัวเมืองเชียงใหม่ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 107 สายเชียงใหม่ – ฝาง  ตรงไปถึงอำเภอแม่ริมบริเวณ กิโลเมตรที่ 17  ให้เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 1096 สายแม่ริม – สะเมิง


ทัวร์ Bhutan เที่ยวประเทศภูฏาน

Bhutan-1


ภูฎาน (Bhutan) ประเทศเล็ก ๆ ที่ตั้งอยู่ในเทือกเขาหิมาลัยระหว่างประเทศจีนและอินเดีย มีชื่อเป็นทางการว่า ราชอาณาจักรภูฏาน (Kingdom of Bhutan) ชื่อในภาษาท้องถิ่นของประเทศคือ Druk Yul (ดรุก ยุล) แปลว่า “ดินแดนของมังกรสายฟ้า (Land of the Thunder Dragon) ” ภูฎาน เป็นประเทศในภูมิภาคเอเชียใต้มีพื้นที่ขนาดเล็ก และ มีภูเขาเป็นจำนวนมาก ภูฎานเป็นประเทศที่ประกาศว่าจะไม่สนใจ GDP (ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ) แต่จะสนใจ GDH (ความสุขภายใจประเทศ)

Bhutan-4

Bhutan-2

ภูฏาน เป็นประเทศที่มีขนาดเล็ก มีพื้นที่ประมาณ 38,394 ตารางกิโลเมตร ตั้งอยู่เหนือรัฐอัสสัมของประเทศอินเดีย ไม่มีทางออกสู่ทะเล เป็นประเทศที่มีเทือกเขาเป็นจำนวนมาก จนได้รับการขนานนามว่า “สวิตเซอร์แลนด์แห่งเอเชีย” ภูมิประเทศจะเป็นเทือกเขาสูงตอนเหนือ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาหิมาลัย ส่วนที่ลาดเชิงเขาจะพบตอนกลางของประเทศ ขณะที่ที่ราบจะพบตอนใต้ของประเทศ มีแม่น้ำพรหมบุตรพาดผ่าน และเนื่องจาก ภูฏาน เป็นประเทศขนาดเล็ก ลักษณะภูมิอากาศจึงไม่แตกต่างกันมากนัก โดยมากเป็นภูมิอากาศแบบกึ่งร้อนมีฝนชุก ยกเว้นตอนเหนือซึ่งเป็นภูเขาสูง ทำให้มีอากาศแบบหนาวเทือกเขา โดยมี 4 ฤดู คือ…

  • > ฤดูใบไม้ผลิ จะอยู่ในช่วงเดือนมีนาคม – พฤษภาคม ช่วงนี้อากาศจะอบอุ่นและอาจมีฝนประปราย
  • > ฤดูร้อน จะอยู่ในช่วงเดือนมิถุนายน – สิงหาคม ช่วงนี้จะมีพายุฝน ตามเทือกเขาจะเขียวชอุ่ม
  • > ฤดูใบไม้ร่วง จะอยู่ในช่วงเดือนกันยายน – พฤศจิกายน ช่วงนี้อากาศจะเย็น ท้องฟ้าแจ่มใส เหมาะแก่การเดินเขา
  • > ฤดูหนาว จะอยู่ในช่วงเดือนธันวาคม – กุมภาพันธ์ อากาศจัดเย็นจัดตอนกลางคืนและรุ่งเช้ามีหมอกหนาบางครั้งโดยเฉพาะในช่วงเดือนมกราคม อาจมีหิมะตกบ้าง

Bhutan-3

Paro-Airportสนามบินพาโร ภูฏาน Bhutan

เมือง ทิมพู (Thimphu) หรือชื่อทางการว่า ตาชิโชซอง เป็นเมืองหลวงมาตั้งแต่ พ.ศ. 2504 อีกทั้งยังเป็นเมืองหลวงแห่งเดียวในโลกที่ไม่มีสัญญาณไฟจราจร ใช้ตำรวจจราจรโบกมือให้สัญญาณเท่านั้น และมีเมือง พาโร เป็นที่ตั้งท่าอากาศยาน ส่วนใหญ่นับถือศาสนาพุทธสายวัชรยาน สำหรับภาษาทางการคือ ภาษาซองคา (Dzongkha) และภาษาอังกฤษใช้เป็นสื่อกลางในสถาบันการศึกษาและในการติดต่อธุรกิจ มีองค์พระมหากษัตริย์เป็นประมุข ภายใต้การปกครองโดย สมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ลำดับที่ 5 ของราชวงศ์วังชุก และมีนายกรัฐมนตรีเป็นหัวหน้ารัฐบาล

Bhutan-6สมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี เคเซอร์ นัมเกลวังชุคและสมเด็จพระราชินีในชุดประจำชาติ

ส่วนเครื่องแต่งกายประจำชาติ ผู้ชายเรียกว่า โฆ (Kho) ส่วนของผู้หญิงเรียกว่า ฆีระ (Khira) ซึ่ง ภูฏาน ยังคงรักษารูปแบบทางวัฒนธรรมของตัวเองไว้ได้อย่างดี รัฐบาลรณรงค์ให้ชาวภูฏานใส่ชุดประจำชาติของตน สถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์เช่น ป้อมโบราณ บ้านแบบโบราณ  ยังคงมีอยู่ให้เห็นทั่วไป และมีการใช้งานสถานที่เหล่านั้นจนถึงปัจจุบัน

อาหารพื้นเมืองเป็นอาหารเรียบง่าย จะบริโภคข้าวเป็นอาหารหลัก และชาวภูฏานนิยมอาหารรสจัด ทำให้อาหารส่วนใหญ่ประกอบด้วยพริก ผัก และมันหมู อาหารประจำชาติคือ “เฮมาดัทสิ” ประกอบไปด้วยพริกสดกับซอสเนยต้มกับหัวไชเท้า มันหมูและหนังหมู และเนื้อที่ชาวภูฏานโปรดปรานก็คือ เนื้อจามรี (คล้ายเนื้อวัว) ส่วนเครื่องดื่มมักเป็นชาใส่นมหรือน้ำตาล ในฤดูหนาวนิยมดื่มเหล้าหมักที่ผสมข้าวและไข่ ไม่นิยมสูบบุหรี่

Bhutan-7

แนะนำสถานที่ท่องเที่ยว

  • > ตาชิโชซอง หรือ ทิมพูซอง เป็นศูนย์กลางการปกครองและศาสนาและเป็นสัญลักษณ์ประจำเมือง ภายในแบ่งแยกเป็นเขตฆราวาสและสังฆาวาส และลานอเนกประสงค์ ซึ่งใช้จัดการแสดงเซชูในเทศกาลสำคัญ สร้างเมื่อพุทธศตวรรษที่ 12 โดยลามะจากทิเบต จน พ.ศ. 2184 ซับดรุง นัมเกลจึงเข้ามายึดครองและตั้งชื่อใหม่ว่าตาชิโชซอง แปลว่าปราการของศาสนาที่ยิ่งใหญ่ ภายหลังเกิดไฟไหม้จึงถูกทิ้งร้างไป มาซ่อมแซมใหม่ในสมัยสมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี ดอร์จิ วังชุก
  • > อนุสรณ์สถานชอร์เตน สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2517 เพื่อถวายพระเกียรติแด่สมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี ดอร์จิ วังชุก เป็นสถานที่สำคัญทางศาสนาของภูฏาน ประกอบด้วยภาพจิตรกรรมฝาผนัง เป็นพุทธประวัติและพระพุทธรูปต่าง ๆ
  • > วัดทักชัง Taktshang Goemba หรือ “รังเสือ – Tiger Nest” แปลว่า วัดถ้ำเสือ ตั้งอยู่บนหน้าผาสูง 900 เมตร ชายเขตเมืองปาโร วัดนี้ถูกไฟไหม้จนเสียหายหลายครั้งเมื่อ พ.ศ. 2494 และ พ.ศ. 2541 แต่ก็ซ่อมแซมและบูรณะขึ้นใหม่ทุกครั้ง เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของชาวภูฏาน
  • > วัดชากังข่า เป็นวัดที่อยู่ทางเหนือของทิมพู สร้างขึ้นโดยลามะจากทิเบตเมื่อพุทธศตวรรษที่ 12 ลานอเนกประสงค์ของวัดเป็นจุดชมวิวเมืองทิมพูอย่างดี
  • > วัดตันโก อยู่ทางตะวันออกของทิมพู สร้างในพุทธศตวรรษที่ 12 และสร้างเพิ่มเติมโดยลามะฉายา เทวะผู้บ้าคลั่ง ในพุทธสตวรรษที่ 15 ต่อมาในพุทธศตวรรษที่ 16 ซับดรุง นัมเกล ได้มาปฏิบัติธรรมที่วัดนี้ และได้แกะสลักพระพุทธรูปไม้จันทน์ไว้ด้วย
  • > วัดเชอรี อยู่ห่างจากวัดตันโกด้วยระยะทางเดินเพียงครึ่งชั่วโมง โดยต้องข้ามสะพานไม้ที่ทอดข้ามแม่น้ำวัง และเดินขึ้นเขาไปอีก ซับดรุง นัมเกล เป็นผู้สร้างวัดนี้เมื่อ พ.ศ. 2163
  • > พาโรซอง หรือ รันเซนปุงซอง แปลว่า ป้อมปราการแห่งอัญมณี สร้างโดยซับดรุง นัมเกลเมื่อ พ.ศ. 1921 โดยก่อจากฐานเดิมที่คุรุรินโปเชสร้างไว้
  • > คยิจุ เป็นโบสถ์ที่พระเจ้าซรอนซันกัมโป กษัตริย์ทิเบตสร้างขึ้นตั้งแต่ พ.ศ. 1212 ภายในวัดมีรูปปั้นของคุรุรินโปเชสูงห้าเมตร
  • > สะพานยามิซัม เป็นสะพานข้ามแม่น้ำพาโร มีหลังคาคลุม สร้างขึ้นใหม่แทนสะพานเดิมที่ถูกไฟไหม้เมื่อ พ.ศ. 2512 เป็นสถาปัตยกรรมแบบภูฏาน
  • > ตองสาซอง สร้างเมื่อ พ.ศ. 2187 โดยชอกเยล มิงยูร์ เตนปา ซึ่งเป็นคนของท่านซับดรุง นาวัง นัมเกล ภายในซองมีโบสถ์เก่า สร้างตั้งแต่ พ.ศ. 2086

Bhutan-8

การขอวีซ่า: การเข้าไปท่องเที่ยวในภูฏาน นักท่องเที่ยวต้องติดต่อกับบริษัททัวร์ เพื่อให้ดำเนินการขอ Visa ล่วงหน้า 2-3 อาทิตย์ สำหรับเอกสารที่ใช้สำหรับขอวีซ่าเข้าประเทศภูฏาน ได้แก่…

1. หนังสือเดินทางที่มีอายุใช้งานอย่างน้อย 6 เดือนนับจากวันเดินทาง
2. รูปถ่ายขนาด 2 นิ้ว หน้าตรงรูปสีจำนวน 2 รูป
3. สำเนาทะเบียนบ้าน 1 ชุด
4. สำเนาบัตรประชาชน 1 ชุด

โดยค่าใช้จ่ายภูฏานกำหนดให้นักท่องเที่ยวต้องใช้จ่ายอย่างน้อย USD200 ต่อวัน สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สถานเอกอัครราชทูตภูฏาน โทรศัพท์ 02-2744740-42

การเดินทาง : สายการบินประจำชาติ คือสายการบิน Druk Air มีเที่ยวบินมาไทยสัปดาห์ละ 4 เที่ยว คือจันทร์ พฤหัสบดี ศุกร์ และเสาร์ และจากไทยไปภูฏาน 5 เที่ยว คือ อังคาร พุธ ศุกร์ เสาร์ และอาทิตย์ หากไปสายการบินอื่น ต้องไปต่อที่อินเดีย โดยที่กัลลกัตตาจะมี 3 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ ส่วนกรุงนิวเดลีและกาฐมาณฑุ มีแห่งละ 2 เที่ยวบิน

Bhutan archeryการแข่งขันธนู เป็นการแข่งขันกีฬาที่สำคัญของชาวภูฏาน

ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก Kapook.com, วิกิพีเดีย และ kingdomofbhutan.com

bt-2

เมืองนาโงย่า ก็น่าเที่ยว

เมืองนาโงย่า (Nagoya) ตั้งอยู่ที่  “จังหวัดไอจิ” ภาคกลางของประเทศญี่ปุ่น มีอากาศค่อนข้างอบอุ่น ไม่ร้อนเกินไป และไม่หนาวเกินไป อยู่ห่างจากโอซาก้า และ เกียวโต ไม่มากนัก นอกจากนั้นยังเป็นเมืองที่ใหญ่เป็นอันดับ 4 ของญี่ปุ่นรองจาก โตเกียว,โยโกฮาม่า และ โอซาก้า ถึงแม้นาโงย่าจะเป็นเมืองที่มีขนาดใหญ่ แต่ บรรยากาศยังคงสงบเงียบ ไม่วุ่นว่าย เสมือนว่าเป็นเมืองเล็กๆ

nagoya-2

ในปีพ.ศ. 2548 เมืองนาโงย่า ได้รับเกียรติให้จัดงาน Word Expo ภายใต้แนวคิด “Nature’s Wisdom” โดยเน้นการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ครั้งนั้นญี่ปุ่นเจ้าภาพทำได้ดีมากที่เดียว บริษัทยักษ์ใหญ่ของญี่ปุ่นต่างนำเทคโนโลยีของตนเอง ออกมาอวดสู่สายตาชาวโลกที่หลั่งไหลเข้าชมงานอย่างเนืองแน่น ก็ญี่ปุ่อะนะค่ะ รู้ๆกันอยู่เจ๋ง อยู่แล้ว แหละ . จากการจัดงานนี้เอง ทำให้เมืองนาโงย่า มีสนามบินแห่งใหม่เป็นสนามบินนานาชาติ ชื่อว่า Central Japan International Airport หรือเรียกสั้น ๆ ว่า Centrair ซึ่งเป็นสนามบินที่สร้างขึ้นบนเกาะกลางทะเลจากการถมดิน รองรับเที่ยวบินจากนานาชาติกลายเป็นประตูสู่ญี่ปุ่นที่สำคัญอีกแห่งหนึ่ง

nagoya-1

การเดินทางไปเมืองนาโงย่า

  • จากโตเกียว เดินทางด้วยรถไฟชินคันเซ็น ขบวน Nozomi หรือ Hikari ใช้เวลาเดินทาง 1 ชั่วโมง 45 นาที – 2 ชั่วโมง (ค่าโดยสาร 10,780 เยน)
  • จากสถานีชินโอซาก้า นั่งรถไฟชินคันเซ็น ขบวน Nozomi/ Hikari/Kodama ใช้เวลาเดินทาง 1 ชั่วโมง ค่าโดยสาร 6,380 เยน
  • จากเกียวโต นั่งรถไฟชินคันเซ็น ขบวน Nozomi/ Hikari/Kodama ใช้เวลาเดินทาง 40 นาที ค่าโดยสาร 5,640 เยน
  • จากสนามบิน Centrair นั่งรถไฟ Meitetsu ขบวน Limited Express ใช้เวลาเดินทาง 28-40 นาที ค่าโดยสาร 850 เยน(ถ้านั่งชั้น First Class ของขบวน Rapid Limited Express หรือ Limited Express Extra MU ค่าโดยสารจะเพิ่มเป็น 1,200 เยน) ลงสถานี Jinju Mae,Kanayama หรือสถานี Meitetsu Nagoya ซึ่งตั้งอยู่ด้านหน้าติกกับสถานี JR Nagoya
  • จากสนามบิน Centrair นั่งรถบัส Airport Bus ถึงสถานี Nagoya ใช้เวลาเดินทาง 60 นาที ค่าโดยสาร 1,000 เยน รถจอดหน้าโรงแรม Marriott Nagoya Associa ซึ่งตั้งอยู่ตรงสถานี JR Nagoya นอกจากนี้ยังมีจุดจอดรถที่ Sakae, Tokyu Hotel,Hilton Nagoya,Fujigaoka ซึ่งค่าโดยสารจะเพิ่มขึ้นมานิดหน่อย

เส้นทางท่องเที่ยว

nagoya-3

ปราสาทนาโงย่า

อยู่ไม่ไกลจากใจกลางเมืองและสถานีรถไฟมากนัก และถือเป็นที่ที่สำคัญที่สุดของนาโงย่าที่นักท่องเที่ยวต้องมาแวะชม ปราสาทนาโงย่า ได้ สร้างขึ้นในสมัยท่านโชกุนโทกุงาวะ ( Tokugawa )ในปีค.ศ.1912 และปัจจุบันนี้เครื่องใช้ต่างๆของราชวงศ์ ก็มีการเก็บและแสดงไว้ในพิพิธภัณฑ์โทกุงาวะ ( Tokugawa Museum ) ตั้งอยู่ในเขตซากาเอะ ( Sakae ) ยังมีปราสาทที่น่าสนใจใช้เวลาไม่ไกลนักใช้เวลาเดินทางเพียงครึ่งชั่วโมงก็ ถึง คือ ปราสาทอินุยามะ ( Inuyama ) นับว่าเป็นหอคอยปราสาที่เก่าแก่ที่สุดที่ยังหลงเหลืออยู่

nagoya-5

สำหรับคนที่ชอบความสวยงามแบบทันสมัย สถาปัตยกรรมแบบล้ำยุคละก็ที่นี่ เลย….เลี้ยวมาอีกด้านหนึ่งของถนนไม่ไกลจากปราสาทนาโงย่ามากนัก ก็จะพบกับหอประชุมนานาชาติ อย่างเช่น นาโงย่าโดม (Nagoya Dome ) , นาโงย่าคองเกรสเซ็นเตอร์ ( Nagoya Congrass Center ) ,เรนโบว์ฮอลล์ ( Rainbow Hall ) และหอประชุมนิทรรศการนานาชาติแห่งนาโงย่า ( Nagoya Internationnal Exhibition Hall ) ,

ถ้าใครมาเมืองนี้และมีเวลาไม่มากนักควรเดินรอยสถานีรถไฟนั่นแหละเหมาะที่สุด เพราะมีแหล่งชอปปิ้งที่ของเมืองหลายแห่ง ทั้งบนดินและใต้ดินเต็มไปหมด รวมทั้งสวนสาธารณะสวยๆรอบบริเวณ ไม่ไกลเกินเดินถึงหรือเพียงนั่งรถไฟไม่กี่สถานีอย่างเช่น ออร์คิดการ์เดน, สวนนาไดอะ ( Nadya Park ) , สวนชิโรโตริ ( Shitori Garden ) ก็น่าจะทำให้เมืองนาโงย่าเป็นเมืองท่องเที่ยวที่น่าสนใจอีกเมืองหนึ่ง

ข้อมูลจาก I Love To Go.com

takayama-1

ทาคายาม่า “เมืองเก่าแก่” เกียวโตน้อย

ทาคายาม่า ถ้าเดินทางจาก นาโงย่า ด้วยรถไฟด่วนจำกัดความเร็ว จะใช้เวลาประมาณ 2.10 ชม. เป็นเมืองเก่าแก่อยู่ในหุบเขา ถูกรักษาสภาพบ้านเรือนในบรรยากาศของญี่ปุ่นโบราณไว้ได้อย่างดี ล้อมรอบด้วยเทือกเขาเจแปนแอลป์ บ้านช่องสองข้างทางได้รับการอนุรักษ์ ส่วนใหญ่สร้างด้วยไม้อายุเป็นร้อยๆ ปี วัด ศาลเจ้า สะพาน ตลาดเช้า ตัวเมืองสวยสะอาด ทันสมัย มีสภาพธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์  เมืองเก่าแห่งนี้เต็มไปด้วยบรรยากาศของญี่ปุ่นโบราณ ตลอดทั้งเมืองจะให้ความรู้สึกเหมือนพิพิธภัณฑ์มีชีวิต มีสถานที่ดึงดูดความสนใจอยู่ตามจุดต่างๆ เป็นระยะๆ

takayama-2

เมืองทาคายาม่า (Takayama) ในจังหวัดกิฟุ หลากหลายด้วยพิพิธภัณฑ์ขนาดเล็ก ที่จัดแสดงงานฝีมือท้องถิ่นที่รวบรวมเข้าไว้ด้วยกัน แสดงให้เห็นถึงความสามารถที่ดีเยี่ยมในวิชาช่าง ซึ่งเป็นประเพณีที่สืบทอดกันมายาวนานของเมืองนี้

“ทาคายาม่า” ได้ถูกขนานนามว่า “ลิตเติ้ลเกียวโต” หรือเกียวโตน้อย เป็นเมืองเก่าแก่ ที่ยังคงอนุรักษ์อารยธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณี ในอดีตของชาวญีปุ่นได้อย่างสมบูรณ์ เป็นแหล่งรวมประวัติศาสตร์ และยังคงความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติ อันงดงาม เงียบและสงบ บ้านเรือนสร้างด้วยไม้ในแบบโบราณ ดูเก่าแก่ เพราะเป็นถิ่นที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยทรัพยากรป่าไม้ ตั้งแต่ในสมัยนารา เมืองหลวงเก่าแก่ยุคก่อนเกียวโตและโตเกียว ช่างไม้ของเมืองทาคายาม่า ยังได้ถูกจารึกว่าเป็นช่างไม้ฝีมือดีมีชื่อเสียงที่สุด

takayama-3

การจัดผังเมืองก็มีลักษณะคล้ายคลึงกับเมืองเกียวโต สะพานถูกสร้างขนานกันไปกับแม่น้ำมิยางะวะ (Miyagawa) แม่น้ำสายหลักของเมือง เวลาเดินไปไหนไม่ต้องกลัวหลงทาง ขอให้นับสะพานให้ถูกต้องเอาไว้เป็นพอ

takayama-4
ผืนดินบริเวณนี้ เป็นแหล่งพื้นที่เกษตรกรรม ชาวบ้านนำผลิตภัณฑ์จากสวนไร่นา มาจำหน่ายในตลาดเช้า ซึ่งเปิดบริการตั้งแต่เวลาประมาณ 7 โมงเช้า จนถึงประมาณเที่ยงวัน ที่นี่ถือเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ไม่ควรพลาด ชาวญี่ปุ่นเองก็มาจับจ่ายซื้อของที่ระลึกกลับบ้านไปด้วยเช่นกัน

ข้อมูลจาก travel.thaiza.com

shirakawago-1

หมู่บ้านมรดกโลก “ชิราคาวาโกะ”

หมู่บ้านชิราคาวาโกะ (Shirakawa-go) อยู่ในเขตเทือกเขาแอลป์ญี่ปุ่น ห่างจากเมืองทาคายามาประมาณ 50 กม.    ที่อยู่ใกล้กันเป็นหมู่บ้านชาวนาที่ตั้งอยู่ในหุบเขาตามลำน้ำ Shogawa ตามแนวสันเขาที่ทอดยาวตั้งแต่เขตจังหวัด Gifu ถึง Toyama

ชิราคาวาโกะ ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโกในปี 1995 มีบ้านแบบกัสโชสึคุริ (Gassho-zukuri) เป็นบ้านชาวนาโบราณที่มีอายุมากกว่า 250 ปี

shirakawago-2

บ้านในแบบกัสโชสึคุริ บ้านแบบญี่ปุ่นดั้งเดิม ชื่อนี้ได้มาจากคำว่า “กัสโช” ซึ่งแปลว่า “พนมมือ” ตามรูปแบบของบ้านที่หลังคาชันถึง 60 องศา มีลักษณะคล้ายสองมือที่พนมเข้าหากัน ตัวบ้านมีความยาวประมาณ 18 เมตร และมีความกว้าง 10 เมตร ซึ่งมีโครงสร้างของบ้านสร้างขึ้นโดยไม่ใช้ตะปูแม้แต่ตัวเดียว

ข้อมูลจาก j-doramanga.com
japan alps

เทือกเขาเจแปนแอลป์

แจแปน แอลป์ (Japan Alp) คือ สมญานามของเทือกเขาทาเทยามะ (Tateyama) อันเป็นที่ตั้งของ 3 ภูเขาศักดิ์สิทธิ์ของญี่ปุ่นโบราณ คือ ฟูจิยามะ ฮากุซังและทาเทยามะ ซึ่งถือเป็นหลังคาของประเทศ มีความสวยงามด้วยทิวทัศน์ของแนวเขา พันธุ์ไม้ ทุ่งดอกไม้ภูเขา ในภูมิประเทศแบบอัลไพน์ โดยมีเส้นทางท่องเที่ยวสายคุโรเบะ อัลไพน์ (Kurobe Alpine Route) พาดผ่านตอนเหนือของแจแปนเอลป์ จากโทยามะ(Toyama) ถึงนากาโน (Nagano) อันเป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติชูบุ ซังกากุ (Chubu Sangaku) จังหวัดโทยามะ โดยเส้นทางนี้แม้จะมีความยาวเพียง 90 กิโลเมตร แต่ก็ต้องใช้ เวลาเดินทางท่องเที่ยวตลอดวัน จุดที่สูงที่สุดของเส้นทางนี้ ตั้งอยู่ที่บริเวณมุโระโด (Murodo) (2,450 เมตร)

กำแพงน้ำแข็ง (Yuki no Otani) สถานที่ท่องเที่ยวบนยอดเขาสูงสุดของทาเทยามะ ชื่อว่ามุโรโดะ    (Murodo) ในฤดูใบไม้ผลิจะเป็นช่วงที่เปิดทางหลวงซึ่งถูกปกคลุมด้วยหิมะมาต ลอดฤดูหนาว    โดยใช้รถแทรกเตอร์เจาะไปตามถนน ทำให้เกิดกำแพงน้ำแข็งสูงกว่า 20 เมตร

เขื่อนคุโรเบะ (Kurobe) เป็นเขื่อนใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น สูง 186 เมตร กว้าง 492 เมตร    และยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวชมทุ่งดอกไม้ เดินป่า ปีนเขา ในฤดูร้อนอีกด้วย

สนใจทัวร์ญี่ปุ่นคลิ๊กดูได้ที่นี่นะค้า


โรงงานช๊อคโกแลตฮอกไกโด

hokkaido-5x555x425

โรงงานช๊อกโกแลตอิชิยะ ตั้งอยู่ที่เมืองซัปโปโร โรงงานตั้งอยู่ในสวน Shiroi Koibito ภายในสวน จะมีทั้งร้านอาหาร ร้านขายของที่ระลึกมากมาย  และที่สำคัญก็คือ มีโรงงานช็อกโกแลตเกาแก่ที่มีชื่อเสียงโดงดังที่สุดของฮอกไกโด  นั่นก็คือ shiroi-koibito-chocholate-factory โดยตัวอาคารของโรงงานนั้นจะประดับประดาด้วยตุ๊กตา และของสะสมสวยๆงามๆมากมาย

hokkaido-7-555

hokkaido-10-800

นอกจากนั้นทุกต้นชั่วโมงก็จะมีโชว์ที่หอนาฬิก  มองๆไปดูคล้ายโรงงานสวนสนุกเลยที่เดี่ยวค่ะ  นอกจากนั้นยังมีอุปกรณ์การผลิตตั้งแต่ยุคแรกเริ่ม แบบจำลองของโรงงาน ให้เราสามารถชมกระบวนการผลิตช็อคโกแลต  พร้อมทั้งเลือกชิม หรือ ทดลองทำด้วยฝีมือของตัวเอง   Shiroi Koibito มีความหมายว่า ช็อคโกแลตขาวแด่คนรัก ฉะนั้นก็อย่าลืมซื้อไปฝากกลับไปให้คนที่คุณรัก.. ด้วยนะค่ะ  :P

hokkaido-12

hokkaido-6-555x357

hokkaido-2-555

hokkaido-8-555

hokkaido-9-600

Shiroi Koibito-555

hokkaido-556x431

hokkaido-11-800

เที่ยวญี่ปุ่นแบบไม่ง้อทัวร์ต้องเตรียมตัวอย่างไร

สวัสดีจ้า .. หายไปนาน เนื่องจากงานยุ่งจัง วันนี้ มีเรื่องมาเล่า (ตี 1 แล้ว ยังนั่งเขียน Blog อยู่ ได้ เหอะๆ ก็อารมณ์คนมันอยากเขียนอ่ะ )  ป่าวประกาศ  :P   ให้อ่านกันเพลิน ๆ ค่ะ เมื่อวันที่ 3 กันยายน ที่ผ่านมา ไปเดินทาง “ไทยเที่ยวไทย ครั้งที่ 19 ” ที่ศูนย์การะประชมแห่งชาติสิริกิตติ์ หลังจากแวะไปที่บูธของตัวเอง จัดนั่น นี่ โน้น  เรียบร้อยแล้ว ก็หันมาคว้าเจ้ากล้องถ่ายรูปคู่ใจ NikonD5000 เดินดิ่งๆๆ ไป ถ่ายนั้นถ่ายนี่  (ไม่ได้เรื่องซักอย่าง eiei) ใครเฝ้าบูธ ก็เฝ้าไป นู๋ ไปละน้าาาาาาาาาา

kanni-photo

เดินไปเดินมาก็หลายบูธ แต่บูธที่ถูกในและอยากแวะที่ที่ซู๊ด คือ Japan National Tourism Organization เค้ามาออกหลายบูธ เชียว เดินไปหยิบนั้นหยิบนี่ ได้เอกสารมาเยอะแยะเลยค้า แล้วก็เจออยู่ เล่มหนึ่งถูกใจ ก็เลยหยิบขึ้นมากางบนโต๊ะอ่านๆๆๆๆ แล้วก็อ่าน จบแล้ว อยากแชร์ให้คนอื่น ๆ ได้รู้มังทำไง ก็หันไปหา เจ้าโน๊ตบุ๊กคู่ใจ เขียน Blog ซะเลย ตามไปดูกันค่า .. ว่ามีอะไรน่าสนใจ มัง ..

ญี่ปุ่นเืมืองในฝันของหลายๆ คน  ถ้าได้เดินทางไปเองยิ่งรู้สึกดี ไม่อยากจะคิดเลย ถ้าได้ไปกะเพื่อนคู่ใจ หรือกับครอบครัวแบบลุยกันเองอะ จะเป็นยังไง โอ้ยคงประทับใจมิรู้ลืม ดังนั้นก่อนจะไปก็ต้องมาดูกันก่อนว่าต้องเตรียมตัวยังไง  อ๋อ !! ต้อให้เครดิตข้อมูลก่อน  คู่มือเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง ของ Japan National Tourism Organization  Tel: 02-233-5108 http://www.yokosojapan.org/ ลองแวะเข้าไปหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ นะค่ะ เอาละมาดูกัน ว่า 60 วัน ก่อนเดินทาง เราต้องทำอย่างไรกันมัง ..

pic_map

อันดับแรกนะค่ะ เราต้องกำหนดจุดหมายปลายทางในการเดินทางกันก่อนนะค่ะ หยิบกระดาษเปล่ากันมาคนละใบเลยค่ะ แล้วก็เขียนๆ ซิค่ะ ว่าอยากไปเที่ยวที่ไหน อยากทำอะไร ถ้าไปกันหลายๆ คนก็ลองมาปรึกษา แล้วก็ตกลงกันดีๆ นะค่ะ อย่าทะเลากันละ :P ทางที่ดีก็ดูแผนที่ประกอบไปด้วยนะค่ะ แล้วก็ช่วยกันหาข้อมูล มาดูักันค่ะว่ามีอะไรน่าสนใจ

แหล่งท่องเที่ยวตามภูมิภาค ญี่ปุ่น มี 47 จังหวัด 8 ภูมิภาค สภาพภูมิประเทศ ภูมิอากาศ วัฒนธรรม ความเป็นอยู่ ก็จะแตกต่างกันไปนะค่ะ 

ธรรมชาติและดอกไม้นานพรรณ ก็มีทั้งซากุระ ทุ่งลาเวนเดอร์ ฤดูใบไม้ร่วงใบไม้เปลี่ยนสี  ชมดอกเบญจมาศ  หริอว่าหิมะปกคลุมต้นไม้หนาวจับใจเลย .. 

สวนสนุกต่างๆ มองข้ามไปไม่ได้เลยนะค่ะเนีย ญี่ปุ่นนั้นไม่ว่าจะภาคไหน ก็มีสวนสนุกและธีมพาร์คที่น่าสนใจกระจายอยู่ทั่วประเทศเลย 

พิพิธภัณฑ์น่าสนใจ เหมาะกับการท่องเที่ยวเพื่อการเรียนรู้ของครอบครัว ตามพิพิธภัณฑ์ต่างๆ ในญี่ปุ่นจะออกแบบและนำเสนอนิทรรศการต่างๆได้น่าสนใจที่เดี่ยวเชียวค่ะ แม้แต่น้องๆหนูๆ ก็เข้าใจได้ไม่ยากเลย

เทศกาลน่าสนใจ เมืองแต่ละเมืองของเค้าก็จะมีเอกลักษณ์ของตัวเอง มัทสึริ หรือ เทศกาล ที่ญี่ปุ่นนั้น จัดตลอดปีต่างสถานที่ ต่างอารมณ์

วัดและศาลเจ้า บอกได้เลยค่ะว่าแต่ละที่สวยจับใจน่าเที่ยวเชียวละ แล้วอย่าลืมไหว้ขอพรด้วยนะค่ะ อ๋อ แล้วก็ อย่าลืมหัดวิธีการไหว้แบบญีปุ่นไปด้วยนะค่ะ

food-2-

อาหาร ว๊าว พูดแล้วหิวจัง .. eiei. เมื่อไปถึงญี่ปุ่นแล้วก็ต้องลิ้มลองอาหารญี่ปุ่นแบบต้นตำหรับเค้าซะหน่อยนะค่ะ แล้วที่ไม่ควรพลาด ที่ต้องลิ้มลองก็คืออาหารขึ้นชื่อของแต่ละท้องถิ่น ที่เราไปนะค่ะ อย่าลืมทีเดียวเชียวละ  (จาอร่อยเหมือน ฟูจิ โออิชิ ป่าว น้า)

ช้อปปิ้ง ไม่ควรพลาดเลย ทั้งสินค้าไฮเทค แฟชั่น เครื่องสำอางค์ ของเล่นต่างๆ  คุณสาวๆ ทั้งหลายชอบกันละซิ.. ยิ้มใหญ่เชียว 

มรดกโลกและแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม มรดกโลก อุทยานแห่งชาติ แหล่งวัฒนธรรม สิ่งปลูกสร้างโบราณ มีกระจายอยู่ทั่วทั้งภูมิภาคเลย

ศิลปะและวัฒนธรรม พิธีชงชา การจัดดอกไม้ ดูซูโม่ หรือ ใส่ชุดกิโมโน น่าสนใจเหมือนกันนะค่ะ

แล้วอย่าลืมแวะชิมผลไม้ตามฤดูกาล อร่อยกับ สตรอเบอรี่ลูกโต เชอรี่ แอปเปิ้ล ลูกท้อ หรือองุ่นสดๆ

อะนิเมะ ไม่ว่าคุณจะชอบการ์ตูนเรื่องไหน ที่ญี่ปุ่นมีสถานที่ท่องเที่ยวที่เกี่ยวข้องกับอะนิเมะมากมาย ให้ได้เลือกซื้อสินค้าลิขสิทธิ์ของตัวการ์ตูนที่เราชื่นชอบ

แต่ถ้ายังคิดกันไม่ออก  มีเส้นทางแนะนำการเดินทางท่องเที่ยวในเวลา 3 วัน 5 วัน และ 7 วัน ตามภูมิภาคต่างๆ โดยใช้ JR Pass เพื่อความสะดวกสะบาย ดูได้ที่  www.yokosojapan.org/route.htm

สองต้องดูช่วงเวลาที่อยากเดินทางนะค่ะ ความสวยงามที่แตกต่างกันไปในแต่ละฤดู  ทำให้ใครๆ ที่ได้ไปแล้วก็อยากจะไปอีก มาดูกันค่ะว่ามีอะไรแบบไหนมัง

- ฤดูใบไม้ผลิ (มีนาคม-พฤษภาคม) เริ่มต้นสิ่งดีๆบรรยากาศแสนโมแมนติกกับดอกซากุระสวยๆ และเทศกาลชมดอกซากุระหรือฮานามิ ในทุกๆปี กรมอุตินิยมวิทยา ของญี่ปุ่นจะพยากรณ์ช่วงที่ดอกซากุระจะบานแล้วก็ประกาศให้ทราบล่วงหน้ากันเลยที่เดียว  ซากุระจะเริ่มบานจากทางภาคใต้เรื่อยขึ้นไป ทางภาคเหนือ ซึ่งแตกต่างกันไปในแต่ละปี ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศใน ปีนั้นๆ ช่วงเวลาบอกก็เป็นเพียงการประมาณการเท่านั้นนะค่ะ

- ฤดูร้อน ( มิถุนายน – สิงหาคม) เยือนทุ่งดอกไม้งาม ลาเวนเดอร์ที่ฮอกไกโด สาวๆในชุดยูกาตะ เทศกาลดอกไม้ไฟ และเสียงจักจั่นร้อง ว๊าว ..

- ฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน-พฤศจิกายน) สีของใบไม้แดง เหลือ ส้ม ในต้นเดี่ยว เริ่มต้นฤดูแห่งสีสัน ตั้งแต่ ก.ย.-พ.ย. ใบไม้จะเริ่มเปลี่ยนสีจากสีขาวเป็นสีเหลืองส้มหรือแดง ก่อนที่จะร่วงหล่นไปจนหมดต้น ตามปกติใบไม้จะเริ่มเปลี่ยนสี จากทางภาคเหนือลงสู่ภาคใต้

- ฤดูหนาว (ธันวามคม – กุมภาพันธ์) ลองไปสัมผัสความหนาวเย็น เล่นสกีหมิะ พบเทศกาลหิมะทางภาคเหนือของญี่ปุ่นและการประดับประดาไฟอันสวยงาม

japan-autumnภาพสวยๆจาก  http://board.trekkingthai.com ตามไปดูภาพสวยได้เลยค่ะ

ข้อดีของการไปเที่ยวตอน High Season ฤดูแห่งการชมซากุระและชมดอกไม้เปลี่ยนสี หรือ ช่วงวันหยดุยาวของชาวญี่ปุ่นอย่างโกลเด้นวีคต้นเดือนพฤษภาคม หรือช่วงโอบ้งกลางเดือนสิงหาคม ความสนุกสนานกับความคึกคักของเทศกาลที่ญี่ปุ่นที่คุณสนใจ แต่ก็ต้องเตรียมตัวกันล่วงหน้าให้ดี ไม่งันตั๋วเครื่องบินกับห้องพักเต็ม  คร้าาาาาา :P

ข้อดีของการไปเที่ยวตอน Low Season คุณอาจจะได้ทริปแบบประหยัดๆ หรือได้ประสบการณ์แปลกๆ ช่วง Low Season ของญี่ปุ่นอยู่ในเดือนภุมภาพันธ์ ตั๋วเครื่องบินและห้องพักจองได้อย่างราคาพิเศษ และอานมีโปรโมชั่น (ยกเว้นช่วงเทศกาล) ถ้าไปช่วงฤดูร้อนอากาศอบอุ่นที่คุ้นเคยเหมือนที่บ้านเราเลยแหละ เดือนกุมภาพันธ์สัมผัสประสบการณ์ประทับใจหิมะหนาวเย็น เหมาะสำหรับคนที่รักความเป็นส่วนตัวเป็นอย่างยิ่ง

สามการค้นหาเส้นทางการเดินทาง/ การคมนาคมในญี่ปุ่น

สนามบิน/ เครื่องบิน มีเที่ยวบินตรงจาก กรุงเทพฯ ไปยังท่าอากาศนานาชาติ 4 แห่ง ในญี่ปุ่น ก็คือ ท่าอากาศยานนานา นาริตะ ,ท่านอากาศยานนานาชาติคันไซ, ท่าอากาศยานนานาชาติเซนทรัลเจแปน และท่าอากาศยาน หุกุโอกะ

ถ้าจะเที่ยวแถบโตเกียว หรือ แถบคันโต ,แถบตะวันออกและทางเหนือของญี่ปุ่น แนะนำให้ลงที่ นาริตะ http://www.narita-airport.jp/en/ สำหรับเที่ยวบินในประเทศ  สนามบินฮาเนดะ http://www.tokyo-airport-bldg.co.jp/

นาโงย่าหรือจังหวัดไกล้เคียง ให้ลงที่ Centrair  ดูรายละเอียดได้ที่  http://www.centrair.jp/en/

โอซาก้า เกี่ยวโต นารา และ เมืองอื่นๆ แถบคันไซ แนะนำที่ท่าอากาศยานนานาชาติคันไซ http://www.kansai-airport.or.jp/en/index.asp

ถ้าลงไปทางใต้ก็ใช้ท่าอากาศยานที่ฟุกุโอกะ http://www.fuk-ab.co.jp/

รถไฟ การเดินทางด้วยรถไฟถือเป็นทางที่สะดวก มาก ลอง ดูรายละเอียดรถไฟที่ http://www.japanrailpass.net/ หมายเหตุ ควรหลีกเลี่ยงรถไฟและรถไฟชานเมืองระหว่างช่วงเช้า 7.30-9.30 น. และช่วงเย็น 17.00-18.00 น. เพราะเป็นชั่วโมงเร่งด่วน

รถโดยสาร ที่สนามบิน มีรถลีมูซีนบัส จากสนามบินไปยังเมืองใหญ่ หรือรถบัสราคาประหยัด นั่งรถข้ามจังหวัดข้ามคืน ประหยัดค่าโรงแรมนอนในรถตื่นขึ้นมาเที่ยวต่อ http://www.jnto.go.jp/eng/arrange/transportation/auto/bus.html

เรือ มีทั้งแบบเส้นทางเรือแบบสั้นๆ  ข้ามไปเกาะ หรือ ว่าเรือระยะยาวข้ามหลายจังหวัด

จักรยาน ลองมองหาร้านสำหรับเช่าจักรปั่นกันตามแหล่งท่องเที่ยวได้นะค่ะ

เว็บไซต์สำหรับตรวจสอบเส้นทางการเดินทางต่างๆ

JNTO TRAVEL PLANNER วางแผนท่องเที่ยวรอบญี่ปุ่นได้แค่คลิกที่  www.jnto.go.jp/eng/arrange/transportation/index.html เมื่อใส่จุดหมายในการเดินทางจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่งลงไป เส้นทางการ  เดินทางทางรถไฟ เวลา ราคาค่าตั๋วจะปรากฎออกมา พร้อมมี รายละเอียดเกี่ยวกับยานพาหนะและตั๋วลดราคาต่างๆ

Hyperdia
www.hyperdia.com เพียงใส่จุดหมายในการเดินทางจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่งลงไป พร้อมวัน เวลาที่ต้องการลงไป เส้นทางที่ไปได้ มีให้เลือกดูเวลารถไฟ รถบัส  เครื่องบิน เวลาและราคาจะปรากฎมาให้

Jorudan
www.jorudan.co.jp/english สำหรับคนที่รู้ว่าต้องการไปไหนเมื่อไหร่ เป็นการกำหนดการเดินทางที่ ละเอียดขึ้น ใส่จุดหมายจากต้นทางไปยังปลายทาง พร้อมวันและเวลา ที่ต้องการ เส้นทางการเดินทางหลากหลายจะปรากกฎ สามารถคลิ้ก เข้าไปดูแผนที่และโรงแรมต่อจากนั้นได้

โปรดดูรายละเอียดที่ละเอียดยิ่งขึ้นเกี่ยวกับการคมนาคม  ในประเทศญี่ปุ่นได้ที่ www.yokosojapan.org/transport/transport.html#04

ข้อมูลต่างๆ เกี่ยวกับญี่ปุ่น เว็บไซต์การท่องเที่ยวที่น่าสนใจ  เว็บไซต์ภาษาอังกฤษเพื่อการท่องเที่ยวประเทศญี่ปุ่น http://www.yokosojapan.org/event/may07-04.html เว็บไซต์เพื่อการท่องเที่ยวประเทศญี่ปุ่น ที่มีประโยชน์ต่อนักท่องเที่ยวในภาษาอังกฤษมีออกมาใหม่หลายเว็บไซต์ด้วยกัน ต่อไปนี้เป็นบางเว็บไซต์ที่เราอยากขอแนะนำ
1. Japanican.com เป็นเว็บไซต์ของบริษัท JTB ซึ่งเป็นบริษัทท่องเที่ยวชื่อดัง นำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับทัวร์และกิจกรรมต่างๆ สำหรับผู้ที่ต้องการท่องเที่ยวเป็นรายบุคคล รวมถึงจองที่พักโรงแรมได้ด้วย www.japanican.com/

หน้าเว็บพิเศษเพื่อโปรโมตเมือง Sendai หน้าพิเศษของเมือง Sendai ในเว็บไซต์ JAPANiCAN จะรวมข้อมูลมากมายเกี่ยวกับสถานที่ท่องเที่ยวและกิจกรรมต่างๆ ภายในเมือง รวมทั้งตัวอย่างโปรแกรมสำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางเป็นครั้งแรก และข้อแนะนำจากผู้ที่เชี่ยวชาญ และบล็อกที่เขียนโดยสมาชิกของสำนักงานสาขาของ JTB TOHOKU  อย่าลืมคลิกเข้าไปเยี่ยมชมเว็บเพจ แล้ว Sendai จะเป็นปลายทางครั้งต่อไปของคุณ  URL: www.japanican.com/special/sendai_info/

2. Kyoto Official Travel Guide
เว็บไซต์อย่างเป็นทางการของเกียวโตร่วมกับสมาคมท่องเที่ยวเกียวโต เพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยว เว็บไซต์นี้เต็มไปด้วยข้อมูลประวัติศาสตร์เมืองเกียวโตและสถานที่ๆ น่าเยี่ยมชม ร้านอาหารอร่อยๆ และที่พักโรงแรม คุณสามารถจองที่พักโรงแรมผ่านเว็บไซต์ได้อย่างง่ายดาย www.kyoto.travel

3. Welcome to Western Hokkaido แม้ว่าฮอกไกโดจะเป็นแค่เกาะเกาะหนึ่ง แต่ก็เป็นเกาะที่กว้างใหญ่มากในญี่ปุ่น เว็บไซต์นี้ให้ข้อมูลสำหรับภาคตะวันตกของฮอกไกโด รวมถึงเมืองนิเซโกะและโอตารุที่เป็นที่นิยมของกลุ่มนักท่องเที่ยว ข้อมูลเกี่ยวกับหิมะ น้ำพุร้อน ที่พัก โรงแรมและร้านอาหารอร่อยๆ www.shiribeshi.pref.hokkaido.lg.jp/ss/srk/en/index.htm

ข้อมูลแผนที่ที่มีประโยชน์ในการท่องเที่ยวประเทศญี่ปุ่น หาได้ทางอินเตอร์เน็ต
www.yokosojapan.org/event/jul08-10.html

ทัวร์ญี่ปุ่นคลิ๊กที่นี่ค้า

หมู่บ้านฮอลแลนด์ ประเทศญี่ปุ่น

” เฮ้าส์เท็นบอช ” (HUIS TEN BOSCH)  หรือ หมู่บ้านฮอลแลนด์ ที่เดี่ยวของประเทศญี่ปุ่น ณ เมืองซาเซโบะ เกาะคิวชู เป็นที่รวบรวมสถาปัตยกรรม  ขนานแ้ท้ของฮอลแลนด์ไว้ ได้อย่างเป็นสัดส่วนและลงตัว

huistenbosch-2

huistenbosch-23

มีทั้งสิ่งปลูกสร้าง  คูน้ำหอนาฬิกา  พิพิธภัณฑ์ โรงภาพยนตร์ 3 มิติ นอกจากนี้ยังมี สวนสนุก ที่มีเครื่องเล่นมากมายที่ให้เลือกสรร และรับรองได้เลยว่า สวนสนุกแห่งนี้จะทำให้คุณสนุกจนยากที่จะลืมเลือน และสิ่งที่เป็นไฮไลท์ของหมู่บ้านแห่งนี้ คือ ทุ่งดอกทิวลิป และ ดอกไม้นานาพรรณ ที่สวยสดงดงามและพร้อมจะบานสะพรั่งต้อนรับนักท่องเที่ยว

huistenbosch-7

huistenbosch-10

ที่ดูจะขาดไม่ได้ ก็คงต้องเป็น กังหันลม ที่เป็นสัญลักษณ์ ของประเทศฮอลแลนด์ นั้นแหละค่ะ ..ว๊าว ถ้าหากใครมีโอกาสได้ไปเที่ยว รับรองว่าถคงสร้างความประทับใจอย่างมาก. ก็..สวยซะขนาดนี้ เน้อ.

huistenbosch-5

huistenbosch-6

huistenbosch-8


ถ้าหากว่าสนใจไปเที่ยวเกาะคิวชู ประเทศญีปุ่น เที่ยวหมู่บ้านฮอลแลนด์ คลิ๊กที่นี่นะจ๊ะ

ขอบคุณภาพจาก : http://www.weekendhobby.com/board/photo/question.asp?page=1&id=25226


ภูธาราฟ้า รีสอร์ท วังน้ำเขียว

ถ้าพูดถึง แหล่งท่องเที่ยวที่ไม่ไกลกรุงเทพฯใช้วเวลานั่งรถซัก 2 ชั่วโมงกว่าๆ ก็คงจะเป็น แถวๆ โคราช ที่ เราคุ้นเคยกันดี ก็คงจะเป็น เขาใหญ่ แต่วันนี้ มีอีกที่หนึ่งที่จะแนะนำ สถานที่นี่ได้รับชื่อว่า สวิสเซอร์แลนด์แดนอีสาน นั้นก็คือ อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา  อ๋าฮ่า..เคยไปกันมาหรือยังเอ๋ย  เอาเป็นว่าถ้าใครยังไม่เคยไป หรือ ไปมาแล้ว และอยากจะไปอีก เี่รามีที่พัก เปิดใหม่ บรรยากาศดีมั๊กมาก อยู่บริเวณ อ่างเก็บน้ำลำพระเพลิง มาแนะนำ (รับรอง เพราะเราใช้บริการเค้าบ่อย มาก ลูกค้าที่ไปทริปวังน้ำเขียวกับเรา ทุกราย ชอบ ..คอนเฟริ์มค่ะ ) เราไปเจอรีสอร์ทแห่ง นี้ตั้งแต่ เราเริ่มสำรวจเส้นทางวังน้ำเขียว ใหม่ๆ เลย ตอนที่เราขอเข้าไปสำรวจห้องพัก เค้า ยังสร้างไม่เสร็จเลยนะค่ะ แล้วก็มี บริษัททัวร์อินดี้ เรานี่แหละ เข้าไปรู้จัก เค้าก่อนใคร ตั้งแต่นั้นมาเราก็ใช้บริการเค้าตลอดเลยค่ะ ว่าแล้วจะมัวพูดกันอยู่ทำไม ไปชมกันเลยค่ะ

phutarafar-1-400x400

บรรยากาศโดยรอบๆ นะค่ะ มีม้านั่งหน้าบ้านด้วย แต่ นี่จะมี เฉพาะ หลังที่อยู่ หน้าน้ำนะค่ะ

phutarafar-3-400x400

บรรยากาศห้องพักค่ะ มีระเบียงทุกหลััง ให้ได้นั่งจิบกาแฟชมบรรยากาศกันค่ะ

phutarafar-4

phutarafar-8-400x291

นอกจากนั้น บริเวณรีสอร์ท ยังมีกิจกรรม ให้เราได้เล่นอีกนะค่ะ นั้นก็คือ .!! ขีรถเอทีวี (แต่เสียตังค์นะค่ะ รู้สึกนะ รอบละ 300 บาท มัง ถ้าจำไม่ผิด อ่ะค่ะ)  นอกจากนั้นยังมีจักรยานให้เรายื้มปั่นเล่นตอนเช้าๆด้วยนะค่ะ

phutarafar-5

เก็บภาพบรรยากาศกันไปเรื่อยๆ ค่ะ…

phutarafar-6

ชมบรรยากาศห้องพักค่ะ

phutarafar-7

บรรยากาศยามเย็น พลบค่ำ พระอาทิตย์ตก ค่ะ

phutarafar-2-400x400

เอาละค่ะถ้าใครสนใจก็ไปเก็บบรรยากาศจริงๆ กันเอาเองนะค่ะ แต่ถ้าอยากจะไปกับเรา ก็ลองคลิ๊กดูรายการที่นี่ค่ะ

map

ภูธาราฟ้า รีสอร์ท
147 หมู่ 22 ตำบล วังหมี อำเภอ วังน้ำเขียว จังหวัด นครราชสีมา
มือถือ : 081-4212525, โทรศัพท์/โทรสาร : 044-760101
อีเมล์ : phutara_fah@hotmail.com

ติดต่อสอบถาม ภูธาราฟ้า รีสอร์ท
147 หมู่ 22 ตำบล วังหมี อำเภอ วังน้ำเขียว จังหวัด นครราชสีมา
มือถือ : 081-4212525, โทรศัพท์/โทรสาร : 044-760101
อีเมล์ : phutara_fah@hotmail.com

รับจัดทัวร์วังน้ำเขียว “คลิ๊กที่นี่ค่ะ”

ทุ่งพิงค์มอสแห่งเมือง Hokkaido

moss pink0003

หลังจากซากุระที่โตเกียวโรยลาไปแล้ว แต่ดอกไม้สวยๆที่ญี่ปุ่นก็ยังผลัดกันอวดความงามกันเรื่อยๆ เหมือนวงจรชีวิต ดอกหนึ่งหมดเวลาเบ่งบานความงาม อีกดอกก็เข้ามาทดแทน ไม่ขาด สายแห่งความงามสดชื่น และที่นี่ บนตอนเหนือสุดของญี่ปุ่น หลังจากฤดูอันหนาวเหน็บผ่านพ้นไป เวลาแห่งการผลิบานของดอกไม้กำลังเริ่มขึ้น ดอกไม้…ที่เกาะฮอกไกโดพร้อมแล้ว ดอกไม้…ที่มาคู่กับฤดูท่องเที่ยวที่โด่งดัง  ” พิงค์มอส ”

Hokkaido….Bloom season of flowers (พรมพริ้งด้วยพิ้งค์มอส)

>> สอบทัวร์ญีปุ่น คลิกที่นี่เลยค้า<<

moss pink0014

moss pink0019

moss pink0003

moss pink0001

moss pink0004

moss pink0005

moss pink0018

ฮอกไกโดเป็นหนึ่งในเกาะของญี่ปุ่น ซึ่งไม่ใช่มีแค่เมืองซับโปโรหรือฮาโกดาเต้ เท่านั้นที่เป็นที่รู้จัก แต่ยังมีที่เที่ยวทางตอน เหนือของเกาะฮอกไกโดที่สวยงามอีก โดยเฉพาะช่วงนี้ ต้นเดือนพฤษภาคมไปจนถึงมิถุนายน ที่การเบ่งบานของดอกที่เรียกว่า พิ้งค์มอส ( Moss Pink) จะบานรับนักท่องเที่ยวด้วย ความงามราวพรมสีชมพูไปทั้งเนินเขา และรวมทั้งดอกทิวลิปที่งดงามไม่แพ้ที่เนเธอร์แลนด์

moss pink0006

moss pink0007

moss pink0008

moss pink0017

Moss Pink หรือมีอีกชื่อว่า Shiba Sakura (ชิบะซากุระ) ที่ทุ่งมอสพิงค์ทาคิโนอูเอะนี่เริ่มปลูกดอกมอสพิงค์ตั้งแต่ ปี ค.ศ. 1957และได้รับการดูแลเป็นอย่างดีทำให้เติบโตขึ้นมาอย่างสวยสดงดงามจนคลอบคลุม พื้นที่กว่า 100,000 ตารางเมตร อีกทั้งทุ่งแห่งนี้ยังรายล้อมไปด้วยภูเขา น้ำตก และหุบเขา ทำให้ที่นี่มีธรรมชาติที่สวยงามอย่างมาก โดยเฉพาะในช่วงงานเทศกาลดอกไม้บานที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปีตั้งแต่เดือนพฤษภาคมไปจนถึงต้นเดือนมิถุนายน ทุ่งแห่งนี้จะมีนักท่องเที่ยวท้องถิ่นและต่างชาติแวะมาเยี่ยมเยียนอย่างไม่ขาดสายเลยทีเดียว ทุ่งดอกมอสพิงค์ ดอกบานเต็มไปหมด ทำให้พื้นเหมือนพรมสีชมพูขนาดใหญ่สวยงามมาก

moss pink0009

moss pink0010moss pink0011

moss pink0012moss pink0013moss pink0015moss pink0016

Shiba-Zakura เป็นต้นไม้ที่ปลูกในลักษณะคลุมดิน ซึ่งเป็นไม้ดอกแบบล้มลุก เต็มที่จะสูงไม่เกินหนึ่งฟุต ที่ Takinoue Park นี้จะเห็นสีชมพูกับสีขาวเป็นหลัก ขอบใบที่มีรอยตัดเข้าไปเหมือนดอกซากุระ มองแล้วเหมือนสวรรค์สีชมพู แต่อยู่บนดินแค่นั้น

ขอบคุณภาพจาก

http://luckyinlife.multiply.com

http://www.bloggang.com/viewblog

Page 1 of 3123»