Archive for ตุลาคม, 2009

สอบถามเกี่ยวกับ Trip

สวัสดีคะ ..ก่อนอื่นต้อง ขอแนะนำตัว..ก่อน..” กัน ” คะ :) ico_dookdik_100 น้องเล็ก ” TourINdy “ เพื่อนๆ .พี่ๆ.น้องๆ .ท่านไหนอยากจะ ฝากคำถาม หรือมี ข้อสงสัย หรือ ทราบข้อมูล โปรแกรมทัวร์ ใน เวป  ” TourINdy ” ตัว ไหนก็ถามเข้ามาได้ นะคะแล้วกันจะเข้ามาแก้ไขข้อสงสัยให้ทุกท่านเอง  ต่ก่อนอื่นอยากให้สมัครเป็นสมาชิก กับ TourIndy.Blog ก่อนน้าค้าจะได้สะดวกในการสอบถามข้อมูลครั้งต่อๆไป  :)   หรือ จะสอบถามเข้าไปที่ MSN  ก็ได้คะ  E-mail: tourindy@hotmail.com หรือว่าจะโทรเข้ามาีที่ เบอร์ :02-727-0556   ถามกันเข้ามาเยอะ นะค่ะ

thankyou_400x685

** สอบถามเกี่ยวกับโปรแกรมทัวร์ ช่วยแจ้ง โปรแกรม และ รหัสทัวร์ นิดหนึ่งนะจ๊ะ

ขอบคุณ ..ค่ะ :P

The Valley Grill Khaoyai ( เดอะวัลเลย์ กริลล์ เขาใหญ่ )

Valley-Grill-Khaoyai346

วันนี้ ขอพาท่านมาสัมผัสความอร่อยของ The Valley Grill สาขาเขาใหญ่ ซึ่งเป็นสาขาแรก ที่ยังยืนยันความอร่อยมากว่า 3 ปี ที่นี่เป็นอีกหนึ่งร้าน ที่น่าแวะชิมสำหรับนักท่องเที่ยว

gr3

เดอะวัลเลย์ กริลล์ สาขาเขาใหญ่นี้ พบกับความพิเศษคือ มีอาหาร 2 สัญชาติ คือนำด้วยอาหารตะวันตก หรือ อาหารฝรั่งสไตล์ซานฟรานฯ และอาหารไทยอิสานแท้ๆ แยกโซนเป็นสัดเป็นส่วน ที่มีรสชาติคงความเป็นไทย อร่อยแซ่บถึงใจ ส่วนอาหารฝรั่งยังคงคุณภาพและมีรสชาติได้มาตรฐานเหมือนกันทุกสาขาจริงๆ
เดอะวัลเลย์ กริลล์ เขาใหญ่ นี้รองรับนักท่องเที่ยวได้มากถึง 200 ที่นัง และเปิดให้บริการทุกวัน เดอะวัลเลย์ กริลล์ เขาใหญ่ ตั้งอยู่ภายใน Outlet Village เขาใหญ่ เพื่อให้นัก ช๊อปแวะช๊อปสินค้าแบรดน์เนม เมื่อช็อปทุกๆ 1,500 บาท จะได้รับคูปองฟรีสลัดที่ เดอะวัลเลย์ กริลล์ เขาใหญ่ คุ้มสุดคุ้ม การเดินทางมาก็หาง่ายเพราะอยู่ติดถนนใหญ่ ก่อนถึงเขาใหญ่ประมาณ 500 เมตรตั้งอยู่ฝั่งขาเข้า กรุงเทพฯ (Outlet Village อยู่ตรงข้ามโลตัส ปากช่อง มองเห็นชัดเจน) โดดเด่นด้วยอาคารทรงวิลล่า สีสันจัดจ้านเตะตาสถานที่กว้างขวาง ที่จอดรถแสนสะดวกสบาย

gr1

ทาง ร้านให้ความสำคัญกับวัตถุดิบที่สดใหม่อยู่เสมอ รวมทั้งความสะอาด และการบริการ…….เนื้อสเต็กของทางร้านใช้วัตถุดิบชั้นดีจากแหล่งโคเนื้อชั้น นำทั้งในประเทศ และต่างประเทศโดยเฉพาะออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ ส่วนเนื้อหมูและเนื้อไก่ส่งตรงจากฟาร์มคุณภาพ

gt2

อาหารแนะนำสูตรเฉพาะของทางร้านประกอบด้วย ริบอายส์สเต็ก, ทีโบนสเต็ก, พอร์คชอป ที่ผ่านการย่างโดยอุณหภูมิพอเหมาะบนเตาชาโควกริลขนานแท้ หากหนักท้องเกินไปลองเมนูสเต็กปลาแซลม่อน และสเต็กปลากระพงทะเล หรือเมนูเบา ๆ อย่างสลัดองุ่นกุ้งสด ซึ่งผลผลิตเมล็ดองุ่นสด ส่งตรงจากไร่ภายในเอาท์เล็ท คลุกเคล้ากับน้ำสลัดเข้มข้นสูตรเฉพาะ… อร่อย กลมกล่อม

วันเวลาเปิดทำการ
อาทิตย์-พฤหัสบดี : 11.00 น.-21.00 น. และ ศุกร์- เสาร์ : 10.00 น.-21.00 น.
เบอร์โทรศัพท์ 0-4437-7540 เบอร์โทรสาร 0-4437-7539

-  กันเอาข้อมูลมาจาก เวป  http://www.muangthai.com/thaidata/15007 คิดว่าคูปองนี้ใช้เป็นส่วนลดได้  ยังไงลองโทรไปสอบถามทางร้านดู แต่ต้องแจ้งเค้าว่า ได้มาจาก เมืองไทย.คอม นะจ๊ะ หรือจะเข้าไปดูข้อมูล ตามลิงค์ที่กันให้ไว้ก็ได้นะคะ

coupon

** แล้วก็ถ้า ซื้อสินค้าใน Outlet Village ทุกๆ 1,500 บาท จะได้ทานสลัดจานด้านล่าง นี้ฟรี ถึงสิ้นปี52 นี้เท่านั้นนะจ๊ะ  **

Valley-Grill-Khaoyai264

ขึ้นเหนือดูปะการัง ที่ปางมะผ้า แม่ฮ่องสอน กัน..แย้วๆๆ

phakarang-cave_15-1

ใน น้ำมีปลา ในนามีข้าว ในถ้ำมีปะการัง ?ป็นไปได้ยังไง ทริปนี้ เลยเดินทางตามล่าหาความจริง กันถึงอำเภอปางมะผ้า จังหวัดแม่อ่องสอน การเดินทางในทริปนี้ เราเริ่มต้นที่แม่ฮ่องสอน ใช้เส้นทางสุดโรแมนติก 1095 ผ่านบ้านรักไทย ถ้ำปลา มุ่งหน้าสู่บ้านแม่ละนาอำเภอปางมะผ้า

phakarang-cave_02

ก่อนที่จะถึงบ้านแม่ละนา เราแวะชมวิว ถ่ายรูปทะเลหมอกกันนิดหน่อยพอหอมปากหอมคอ บริเวณจุดชมวิวปางมะผ้า จากนั้นเรามุ่งหน้าเดินทางเข้าสู้บ้านแม่ละนาโดยเลี้ยวซ้าย บริเวณสามแยกบ้านแม่ละนา สังเกตง่ายๆคือบริเวณแยกจะมีด่านตรวจของเจ้าหน้าที่ประจำการอยู่ เมื่อเลี้ยวซ้ายเข้าไปแล้ว ทางก็ยังคงคดเคี้ยวเหมือนเดิมและจะพบอีก 1 จุดตรวจที่เป็นจุดตรวจของทหารไทย ในด่านตรวจนี้ รถที่ผ่านเข้าออกโดยเฉพาะรถที่ไม่ได้อยู่ในหมู่บ้านต้องทำการลงทะเบียนกัน เล็กน้อยครับ เพียงยื่นบัตรประจำตัวประชาชนให้เจ้าหน้าที่ เจ้าหน้าที่จะทำการบันทึก แล้วเราก็เดินทางกันต่อได้ จากจุดตรวจใช้เวลาอีกประมาณ 10 นาที เราก็ถึงบ้านแม่ละนา

บ้าน แม่ละนาเป็นชุมชนเก่าแก่ที่มีอายุมากกว่า 200 ปี ส่วนมากเป็นชาวไทใหญ่ อพยพมาจากประเทศพม่า นับถือพระพุทธศาสนามาอย่างยาวนาน ซึ่งบรรยากาศของหมู่บ้านมีความเงียบสงบ เหมาะแก่การเดินทางไปพักผ่อน เนื่องจากที่นี่มีโฮมสเตย์ ไว้สำหรับบริการนักท่องเที่ยวด้วย ก่อนที่ เดินทางเข้าถ้ำเพื่อค้นหาความจริงของปะการังในถ้ำนั้น ก็ได้เดินสำรวจรอบๆหมู่บ้านก่อน ซึ่งในหมู่บ้านแม่ละนานั้น เป็นหมู่บ้านที่ไม่ใหญ่มาก มีวัดแม่ละนาเป็นศูนย์รวมจิตใจของพุทธศาสนิกชนชาวไทใหญ่ นอกจากนี้ยังมีการทอผ้าและทำน้ำมันงาอีกด้วย


สำรวจหมู่บ้านเป็นที่เรียบร้อย หาอะไรรองท้องอีกสักนิดก็พร้อมที่จะเดินทางไปต่อ ซึ่ง ถ้ำปะการัง อยู่ ห่างออกไปจากหมู่บ้านประมาณ 4 กิโลเมตร แต่รถที่เราใช้เดินทางสามารถเข้าได้เพียง 3 กิโลเมตรเท่านั้น ที่เหลืออีก 1 กิโลเมตรเราต้องเดินเท้าเข้าไป ระหว่างทางเดินไปยังปากถ้ำ สองข้างทางยังสมบูรณ์ไปด้วยธรรมชาติ

เมื่อ ถึงปากถ้ำ เราก็ต้องเช็คอุปกรณ์กันอีกรอบ โดยเฉพาะไฟฉาย เนื่องจากถ้ำปะการังเป็นถ้ำปิดไม่มีแสงสว่าง เราจึงต้องอาศัยแสงสว่างจากไฟฉายเป็นเครื่องมือในการเดินทาง ปากทางเข้าถ้ำไม่ใหญ่มากนัก มีบันไดทางลง 3 ช่วง พอก้าวเท้าพ้นจากช่วงที่ 3 เราก็จะพบกับ ความมืด ห่างจากบันไดไม่มากนักจะเป็นทางเดินแคบๆ ที่มีหินฆ้องเสียงก้องกังวานขนาบข้าง เมื่อเดินเท้าลึกเข้าไปเรื่อยๆ จะพบหินงอก หินย้อย หินหม้อดินที่สมบูรณ์ แล้วปะการังอยู่ไหน? เพื่อนร่วมเดินทางคนหนึ่งส่งเสียงมาว่า เจอแล้ว ปะการังอยู่นี่ เมื่อเราเดินตามเสียงเรียก สมใจเลยครับ หินงอกหินย้อย หน้าตาเหมือนปะการัง ในท้องทะเล ไม่ว่าจะเป็นปะการรังสมอง ปะการังเขากวางที่กำลังงอก ถึงกับหายเหนื่อยเลยทีเดียวต่างคนต่างคว้ากล้องออกมาถ่ายรูป แต่การสำรวจยังไม่จบเพียงหินปะการัง เพราะยังเหลืออีกหนึ่งห้องโถง ในห้องโถงสุดท้ายนี้เอง เราได้พบกับอีกหนึ่งของขวัญที่ธรรมชาติได้มอบให้ หินย้อยสีขาวสะอาดตา บรรจบกับหินงอก มีแอ่งน้ำเล็กๆ อยู่เบื้องล่าง สวยงามอย่างยากที่จะอธิบายและอยากให้เพื่อนๆลองมาสัมผัสดู

การ เดินทางในถ้ำปะการังและถ่ายรูปครั้งนี้ เราใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง แต่เป็น 3 ชั่วโมงที่เร็วมากคุ้มค่ากับการมาเยือนจริงๆ ใกล้หน้าหนาวแล้ว เทศกาลเที่ยวเมืองเหนือกำลังจะเริ่มต้น เพื่อนๆเมืองไทย.คอมคนไหนได้มีโอกาสมาเที่ยวที่แม่ฮ่องสอน ก็อย่าลืมแวะมาเที่ยวที่ถ้ำปะการัง บ้านแม่ละนา อำเภอปางมะผ้า จังหวัดแม่ฮ่องสอนนะครับ

สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ คุณจำรูญ วงศ์จันทร์ 08 5708 8817

ขอบคุณภาพและข้อมูลจากเมืองไทย ดอดคอม นะคร๊าบ

Primo Posto เขาใหญ่

primo-posto_801

เพราะความโดดเด่น  จึงดึงดูดใครต่อใครที่พบเห็นให้ไปแวะเวียนกันนักต่อนัก  ด้วยมนต์สะกดแห่งเสน่ห์ของ Primo Posto ที่เนรมิต เมืองตากอากาศสุดคลาสสิคของอิตาลี่ อย่าง Tuscany & Florence มาอยู่ท่ามกลางทิวเขาและไร่องุ่นในเขาใหญ่ อาคารสีส้ม น้ำตาล เหลือง ฟ้า ตัดกันดูฉูดฉาด แถมยังปกคลุมตึกไปด้วยต้นเหลืองแม๊กซิกัน บวกกับสายลมเย็นอ่อนๆ ทำให้เราลืมตัวไปเลยว่านี่คือเมืองไทย

Primo Posto เป็นอีกหนึ่งสถานที่ ที่นักท่องเที่ยวหรือช่างภาพ แวะมาเก็บภาพประทับใจไปอวดเพื่อนๆที่ยังไม่มีโอกาส บ้างก็ถือโอกาสบอกไปว่าอยู่อิตาลี่ (ซะงั้น) ความสวยงามเข้าตาจนใช้เป็นสถานที่ถ่ายละคร หรือ MV กัน ล่าสุดที่ ON AIR เห็นจะเป็น เพลง IN LOVE ของ บัวชมพู ฟอร์ด

ถึง จะเพลิดเพลินกับบรรยากาศแปลกตา แต่เราก็ไม่ลืมเรื่องของอาหาร วันนี้ขอทานอาหารเข้าบรรยากาศ กับ สปาเก็ตตี้ซอสหมู เพเน่ผัดเบค่อนและแฮม และข้าวผัดสเปน จัดใน Concept เหมือนทานอาหารกับครอบครัวที่บ้านทำให้ได้ความรู้สึกอบอุ่นยิ่งขึ้น ส่วนของหวานก็อยากให้ลอง Primo Choco เนื้อช็อกโกแลตที่เป็นลาวาข้างในเข้มข้น กับ ไอศกรีม โฮมเมด สูตรจากชาวอิตาเลี่ยนแท้ๆ หากไม่จุใจ ลองไปในโซน กาแฟ ที่ทั้ง กาแฟสดหอมกรุ่น กับเบอร์เกอร์รี่ น่าทาน หรือจะไปเลือกไอศรีมหลากรสต้นตำหรับก่อนก็ได้

มาถึงที่ Pirmo Posto Del Khoyai คงจะได้ทานหรือ ได้อะไรติดไม้ติดมือไปเป็นที่ระลึกบ้าง เพราะค่าบัตรผ่านประตู 55 บาท สำหรับค่าเข้านั้น สามารถถือเป็นเงินสดสำหรับทานอาหารหรือซื้อของฝากกันได้ ถือว่าช่วยกันสนับสนุนสถานที่สวยๆ ให้คงอยู่ต่อไปยาวๆ ลองแวะไปหามุมสวยๆ ถ่ายภาพและทานอาหารกันดู อีกไม่นานคงเป็น Land Mark ที่สำคัญของเขาใหญ่อีกที่หนึ่งไปเลยก็ได้

เที่ยวไทยไม่ออกไป..ไม่ได้แล้ว

มหกรรมไทยเที่ยวไทย ครั้งที่ 17 ณ อิมแพ็ค เมืองทองธานี

เริ่มงาน: 29 ต.ค. 2009 – 00:00
วันสุดท้าย: 1 พ.ย. 2009 – 00:00
Timezone: Etc/GMT+7

ภายในงาน จะมีผู้ประกอบการ โรงแรมรีสอร์ตหลากหลายสไตล์ บริษัทนำเที่ยวชั้นนำ สายการบินโลว์คอร์สครบทุกสายในประเทศ สถานบันเทิงและพักผ่อนหย่อนใจทั่วไทย สปา รถเช่า เรือท่องเที่ยว อุปกรณ์เดินทาง แคมปิ้ง-ดำน้ำ สื่อและเทคโนโลยีเพื่อการท่องเที่ยว ภัตตาคารและร้านอาหารบุฟเฟ่ รวมถึงของฝากของที่ระลึกทั่วประเทศ มาลดราคากระหน่ำวินเตอร์เซลสูงสุดถึง 80%  29 ตุลาคม – 1 พฤศจิกายน นี้ ณ อิมแพ็ค เมืองทองธานี

ประสบความสำเร็จจากงานไทยเที่ยวไทย ครั้งที่ 16 ที่ศูนย์สิริกิติ์ ในเดือนกันยายนที่ผ่านมา บริษัท พี.เค. เอ็กซิบิชั่น แมนเนจเม้นท์ จำกัด ผู้จัดงาน เตรียมจัดมหกรรมไทยเที่ยวไทย ครั้งที่ 17 ขึ้นอีกครั้ง กระตุ้นเศรษฐกิจไทยให้คึกคักรับหนาวปลายปี ระหว่าง 29 ตุลาคม ถึง 1 พฤศจิกายน นี้ อิมแพ็ค เมืองทองธานี

ภายในงาน จะมีผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยวทั้งภาครัฐ และเอกชนเข้าร่วมงานครั้งนี้มากถึง 750 ราย ได้แก่ โรงแรมรีสอร์ตหลากหลายสไตล์ บริษัทนำเที่ยวชั้นนำ สายการบินโลว์คอร์สครบทุกสายในประเทศ สถานบันเทิงและพักผ่อนหย่อนใจทั่วไทย สปา รถเช่า เรือท่องเที่ยว อุปกรณ์เดินทาง แคมปิ้ง-ดำน้ำ สื่อและเทคโนโลยีเพื่อการท่องเที่ยว ภัตตาคารและร้านอาหารบุฟเฟ่ รวมถึงของฝากของที่ระลึกทั่วประเทศ รวมทั้งหมด 800 บูธ มาลดราคากระหน่ำวินเตอร์เซลสูงสุดถึง 80%

โดยมีโปรโมชั่นเที่ยวสุดคุ้ม ทั้งลด-แลก-แจก-แถม สปอนเซอร์โดยบัตรเครดิตธนาคารซิตี้แบงก์ และฮ่องกงแบงก์
เที่ยวอุ่นใจสบายกระเป๋าที่งานไทยเที่ยวไทย ครั้งที่ 17 มหกรรมท่องเที่ยวไทยรับหนาวครั้งยิ่งใหญ่ เปิดเข้าชมงานฟรี ระหว่าง 29 ตุลาคม – 1 พฤศจิกายน 2552 ตั้งแต่เวลา 10.00 – 21.00 น. ณ อาคาร 3-4 อิมแพ็ค เมืองทองธานี ผู้สนใจ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Call Center 0-2683-3065-8 หรือ www.pkexhibition.com

AW_PK17_Poster_600px

Lee-Min-Ho F4 สุดหล่อ

ไม่อยากจะบอกคนไร หว่า หล่อ จริงๆ เลย

เหอะๆ ดูรูปกันเอาเองละกัน ถ้าไม่เชื่อ เดี่ยวจะหาว่า กัน โม้ :P


เห็นมะ บอกแล้วว่าไม่ได้โม้ ..นี่แค่น้ำจิ่มนะ เดี่ยวว่างๆ จะมาอับต่ออีก . :P

ปลายฝนที่…เกาะล้าน

ครั้งแรกที่ได้ไปสัมผัสบรรยากาศการไปเที่ยวเกาะ เนื่องจากปกติเคยเที่ยวแต่ตามหาดเท่านั้น วางแผนศึกษาหาข้อมูลพอสมควร เนื่องจากต้องเดินทางเองเป็นครั้งแรก และยัง เป็นช่วงที่ฝนฟ้าไม่ค่อยเป็นใจอีกด้วย แต่อยากไปนี่หน่า…ไปกันเลยดีกว่า…

วัน นั้นออกจากคลอง 6 แต่เช้าตรู่นั่งรถมาลงที่เมเจอร์รังสิต นั่งรถตู้มุ่งหน้าสู่พัทยา รถตู้พาไปส่งถึงท่าเรือข้ามไปเกาะล้านเลย (เก็บตังเพิ่มนิดหน่อย -_-) เสียดายมาไม่ทันเรือเที่ยว 10 โมง เนื่องจากรถตู้ดันแวะรับคนที่สุวรรณภูมิ ไม่เป็นไรวันสบายๆ แวะเดินเล่นถ่ายรูปก่อนก็ได้ ไม่นานก้อถึงเวลา…มุ่งหน้าสู่เกาะล้าน

บ้าน พักที่จองไว้คือ บ้านฟ้าใส พอถึงเกาะก็มุ่งหน้าสู่ที่พักก่อนเลย ที่พักน่ารักมากทีเดียวห้องที่จองไว้มีระเบียงยื่นลงไปในน้ำด้วย (เดี๋ยวไว้มาชิวๆตอนกลางคืน) แต่เนื่องจากที่พักไม่ได้อยู่ใกล้กับหาดที่เล่นน้ำได้ เก็บของเรียบร้อยก็ออกไปหาอะไรทานพร้อมกับ เช่ามอเตอร์ไซต์ 1 คัน ก่อนจะไปเล่นน้ำก็ขี่รถทัวร์รอบเกาะกันก่อนเลยค่ะ

ทาง ที่รถวิ่งจะปูอิฐตัวหนอนทั่วทั้งเกาะเลย ฟ้าสวย น้ำทะเลใส แต่ละหาดก้อมีความสวยงาม และมีเอกลักษณ์เป็นของตัวเองแตกต่างกันไป แล้วก็มาลงเอยเล่นน้ำที่หาดตาแหวน สวยสมคำร่ำลือจริงๆ ค่ะ ตอนเย็นใกล้ๆที่พักยังมีแม่ค้ามาขายของอยู่ที่ลานหน้าวัด เสน่ห์ของเกาะล้านคือธรรมชาติ และความรู้สึกเป็นกันของคนพื้นเมือง ไม่รู้สึกว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงธุรกิจมากนัก

เวลา แห่งความสุขมักจะผ่านไปเร็วเสมอ เผลอแป๊บเดียวก็ค่ำแล้ว เราสั่งอาหารมาทานที่ระเบียงห้องพัก (ก็ชิวๆ ซะขนาดนั้น) มองไปยังฝั่งพัทยา เห็นฟ้าแลบ ฟ้าผ่าตลอดเลย ที่หาดฝนคงตกหนักน่าดู แต่ดีจังที่เกาะล้านไม่ตกเลยซักนิด มีความสุขมากๆ ยังไม่อยากกลับเลยค่ะ…

ไม่ไกลนะคะ แค่พัทยา รับประกัน ความสวยเพราะ  “กัน” ไปมาแว้ว  .. ขอบคุณเรื่องจาก ททท. อีกเช่น กัน คะ

1 วันประทับใจ กับความงดงามกลางฤดูฝน

“เที่ยวในเมืองยกันไหม ในบ้าน ของเราเอง”

เสียง เพลงท่อนฮิตจากพี่เบริด์ ที่ได้ยินบ่อยครั้งในโฆษณาของการท่องเที่ยวฯ ทำให้ผมหวนคิดถึงการเดินทางสุดแสนประทับใจที่พึ่งผ่านไปไม่นาน “ปากช่อง-วังน้ำเขียว” อำเภอซึ่งผมใช้เป็นทางผ่านไปอีสาน แต่ไม่เคยได้เข้าไปสัมผัสธรรมชาติและโอโซนติดอันดับโลกซักครั้ง ถ้าไม่ใช่เพราะเสียงโทรศัพท์ของรีสอร์ทที่ผมจองไว้นานจนลืม โทรเข้ามาว่า  ” คุณขาจะมาไหมคะ” หลังวางหูคิดอีกไม่ถึงนาที ก็รีบโทรหาคนข้างกายให้รู้กำหนดการเที่ยวที่กำลังมาถึงในไม่ช้า…

และ แล้ว…เช้าวันเดินทางก็มาถึง อากาศแสนสดใส มีแดดออกกำลังดีถึงแม้จะอยู่ในหน้าฝนก็ตาม ไม่นานผมก็ขับรถออกจากกรุงเทพฯ จนเข้าสู่เขตสระบุรีผ่าน อ.มวกเหล็กผมไม่รีรอที่จะจอดแวะซื้อ กระหรี่ปั้บ ของดีเมืองสระบุรี เอา ไปกินกันระหว่างทาง ขับต่ออีกพักใหญ่ก็เจอฝนโปรยลงมาต้อนรับเราเล็กน้อย ซักพักหลังฝนหยุด คนข้างกายจึงลดกระจกรถลงเพื่อรับลมเย็น อากาศชื้นๆลอยมาแตะจมูกได้กลิ่นต้นไม้ใบหญ้า มันทำให้เราสดชื่นขึ้นมาทันที

ไม่ นานหลังเข้าสู่ปากช่อง ทิวทัศน์สองข้างทางในเวลานี้ ทำให้ผมอยากเขกหัวตัวเองหลายๆโป๊ก ที่พลาดมาได้ไงตั้งนมนาน ภาพความชุ่มช่ำและสีเขียวขอใบไม้หลังฝนตก ในภูเขาที่โอบล้อมรอบตัว สุดแสนจะเพลิดเพลินกับวิวเหลือเกิน หลังแวะทานมื้อเที่ยงแสนอร่อยที่  “ร้านครัวเขาใหญ่“ จนอิ่มกันดี ก็ได้เวลาล้อหมุนอีกครั้งเพื่อไปจุดแวะชื่อดังของย่านนี้ “Primo Posto” ร้านอาหารสไตล์อิตาลี มีไอติมอร่อยที่ใครมาต้องชิม ภาพตึกปูนเปลือยสีแสบตัดกับไร่องุ่นสีเขียว ทำให้ผมอดภูมิใจไม่ได้ว่าเมืองไทยเรานี้น้อช่างงดงามไม่แพ้ใครเลย ถ่ายรูปอีกพักใหญ่ก็มุ่งหน้ากลับสู่เส้นทาง ปากช่อง-วังน้ำเขียว ไม่ถึงอึดใจก็ถึง อ่างเก็บน้ำลำพระเพลิง อยู่ใน ต.วังหมี อ.วังน้ำเขียว ผมขับรถเข้าไปจอดตรงสันเขื่อน เพื่อแวะเดินลงไปโพสต์ท่าถ่ายรูปกัน ในบริเวณอ่างเก็บน้ำ มีเรือลำน้อยผูกโยงเอาไว้ เห็นฝูงนกบินไปมา ด้านหลังมีทิวเขาพนมดงรักซ้อนอยู่ เห็นเป็นแนวยาว จนอดคิดไม่ได้ว่า ถ้ามายามเย็นจะสวยขนาดไหน

ฝ่าทางลูกรังจนมาถึง บ้านภูนรินทร์ รีสอร์ท ความเหนื่อยล้าจากการเดินทางหายเป็นปลิดทิ้ง เมื่อเห็นขุนเขาสูงรอบด้านซ้อนกันเป็นชั้นๆรอบตัวมีเมฆลอยเอื่อย ๆ บังแสงไว้จนเงาตกทอดไปกับแนวสันเขา ภาพตรงหน้าในเวลานี้ยังกับภาพเขียนสีน้ำมันจากจิตรกรมาวาดไว้ ดูสวยงาม จนอยากจะร้องดังๆอีกครั้งว่าฉันคิดถูกแล้วที่มา

พอ เราเข้าห้องพัก ภายในห้องสามารถมองเห็นทิวเขา 360° รอบตัว อากาศบนนี้เย็นไม่ง้อแอร์ นับเป็นโชคดีของเรา ที่คืนนี้ฟ้าเปิดเป็นใจให้เราสอง ได้อยู่ท่ามกลางทะเลดาวระยิบระยับ จวบจนยามดึกฝนถึงค่อยโปรยปราย ทำให้อากาศเย็นผสมกับกลิ่นไอฝน ส่งให้นอนหลับฝันดีใต้ผ้าห่มอุ่นสบายจนถึงเช้า จนถึงวันนี้ถ้าใครมาถามผมว่าเที่ยวหน้าฝนที่ไหนที่ใกล้ ไปง่ายๆ สวยงามน่าไปคุณว่าผมจะแนะนำเค้าว่าเป็นที่ไหนดีครับ :P

เห็นภาพแล้วเป็นไง คะ อยากไปกันใช่ไหมละ  และก็ขอขอบคุณเรื่องเล่าจาก  ททท. คร๊าบผม  :)

Welcome to TourIndy Blog

สวัสดี กัน คะ น้องนุชคนสุดท้อง Tour INdy รายงานตัวคะ  ^______^ เพื่อนๆ ท่านใดผ่านมาแล้วก็ อย่าผ่านเลยไปแวะเข้ามาทักท่ายกันได้นะคะ ยินดีที่ได้รู้จักทุกคน  … Good Luck  :P

ปล. ถึงพี่ๆสมาชิก Tour INdy ทุกท่านโปรดสมัครสมาชิกแล้วก็รายงานตัวกันด้วยนะคะ I'm kanni :D

Page 1 of 212»