
ภูฎาน (Bhutan) ประเทศเล็ก ๆ ที่ตั้งอยู่ในเทือกเขาหิมาลัยระหว่างประเทศจีนและอินเดีย มีชื่อเป็นทางการว่า ราชอาณาจักรภูฏาน (Kingdom of Bhutan) ชื่อในภาษาท้องถิ่นของประเทศคือ Druk Yul (ดรุก ยุล) แปลว่า “ดินแดนของมังกรสายฟ้า (Land of the Thunder Dragon) ” ภูฎาน เป็นประเทศในภูมิภาคเอเชียใต้มีพื้นที่ขนาดเล็ก และ มีภูเขาเป็นจำนวนมาก ภูฎานเป็นประเทศที่ประกาศว่าจะไม่สนใจ GDP (ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ) แต่จะสนใจ GDH (ความสุขภายใจประเทศ)


ภูฏาน เป็นประเทศที่มีขนาดเล็ก มีพื้นที่ประมาณ 38,394 ตารางกิโลเมตร ตั้งอยู่เหนือรัฐอัสสัมของประเทศอินเดีย ไม่มีทางออกสู่ทะเล เป็นประเทศที่มีเทือกเขาเป็นจำนวนมาก จนได้รับการขนานนามว่า “สวิตเซอร์แลนด์แห่งเอเชีย” ภูมิประเทศจะเป็นเทือกเขาสูงตอนเหนือ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาหิมาลัย ส่วนที่ลาดเชิงเขาจะพบตอนกลางของประเทศ ขณะที่ที่ราบจะพบตอนใต้ของประเทศ มีแม่น้ำพรหมบุตรพาดผ่าน และเนื่องจาก ภูฏาน เป็นประเทศขนาดเล็ก ลักษณะภูมิอากาศจึงไม่แตกต่างกันมากนัก โดยมากเป็นภูมิอากาศแบบกึ่งร้อนมีฝนชุก ยกเว้นตอนเหนือซึ่งเป็นภูเขาสูง ทำให้มีอากาศแบบหนาวเทือกเขา โดยมี 4 ฤดู คือ…
- > ฤดูใบไม้ผลิ จะอยู่ในช่วงเดือนมีนาคม – พฤษภาคม ช่วงนี้อากาศจะอบอุ่นและอาจมีฝนประปราย
- > ฤดูร้อน จะอยู่ในช่วงเดือนมิถุนายน – สิงหาคม ช่วงนี้จะมีพายุฝน ตามเทือกเขาจะเขียวชอุ่ม
- > ฤดูใบไม้ร่วง จะอยู่ในช่วงเดือนกันยายน – พฤศจิกายน ช่วงนี้อากาศจะเย็น ท้องฟ้าแจ่มใส เหมาะแก่การเดินเขา
- > ฤดูหนาว จะอยู่ในช่วงเดือนธันวาคม – กุมภาพันธ์ อากาศจัดเย็นจัดตอนกลางคืนและรุ่งเช้ามีหมอกหนาบางครั้งโดยเฉพาะในช่วงเดือนมกราคม อาจมีหิมะตกบ้าง

สนามบินพาโร ภูฏาน Bhutan
เมือง ทิมพู (Thimphu) หรือชื่อทางการว่า ตาชิโชซอง เป็นเมืองหลวงมาตั้งแต่ พ.ศ. 2504 อีกทั้งยังเป็นเมืองหลวงแห่งเดียวในโลกที่ไม่มีสัญญาณไฟจราจร ใช้ตำรวจจราจรโบกมือให้สัญญาณเท่านั้น และมีเมือง พาโร เป็นที่ตั้งท่าอากาศยาน ส่วนใหญ่นับถือศาสนาพุทธสายวัชรยาน สำหรับภาษาทางการคือ ภาษาซองคา (Dzongkha) และภาษาอังกฤษใช้เป็นสื่อกลางในสถาบันการศึกษาและในการติดต่อธุรกิจ มีองค์พระมหากษัตริย์เป็นประมุข ภายใต้การปกครองโดย สมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ลำดับที่ 5 ของราชวงศ์วังชุก และมีนายกรัฐมนตรีเป็นหัวหน้ารัฐบาล
สมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี เคเซอร์ นัมเกลวังชุคและสมเด็จพระราชินีในชุดประจำชาติ
ส่วนเครื่องแต่งกายประจำชาติ ผู้ชายเรียกว่า โฆ (Kho) ส่วนของผู้หญิงเรียกว่า ฆีระ (Khira) ซึ่ง ภูฏาน ยังคงรักษารูปแบบทางวัฒนธรรมของตัวเองไว้ได้อย่างดี รัฐบาลรณรงค์ให้ชาวภูฏานใส่ชุดประจำชาติของตน สถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์เช่น ป้อมโบราณ บ้านแบบโบราณ ยังคงมีอยู่ให้เห็นทั่วไป และมีการใช้งานสถานที่เหล่านั้นจนถึงปัจจุบัน
อาหารพื้นเมืองเป็นอาหารเรียบง่าย จะบริโภคข้าวเป็นอาหารหลัก และชาวภูฏานนิยมอาหารรสจัด ทำให้อาหารส่วนใหญ่ประกอบด้วยพริก ผัก และมันหมู อาหารประจำชาติคือ “เฮมาดัทสิ” ประกอบไปด้วยพริกสดกับซอสเนยต้มกับหัวไชเท้า มันหมูและหนังหมู และเนื้อที่ชาวภูฏานโปรดปรานก็คือ เนื้อจามรี (คล้ายเนื้อวัว) ส่วนเครื่องดื่มมักเป็นชาใส่นมหรือน้ำตาล ในฤดูหนาวนิยมดื่มเหล้าหมักที่ผสมข้าวและไข่ ไม่นิยมสูบบุหรี่

แนะนำสถานที่ท่องเที่ยว
- > ตาชิโชซอง หรือ ทิมพูซอง เป็นศูนย์กลางการปกครองและศาสนาและเป็นสัญลักษณ์ประจำเมือง ภายในแบ่งแยกเป็นเขตฆราวาสและสังฆาวาส และลานอเนกประสงค์ ซึ่งใช้จัดการแสดงเซชูในเทศกาลสำคัญ สร้างเมื่อพุทธศตวรรษที่ 12 โดยลามะจากทิเบต จน พ.ศ. 2184 ซับดรุง นัมเกลจึงเข้ามายึดครองและตั้งชื่อใหม่ว่าตาชิโชซอง แปลว่าปราการของศาสนาที่ยิ่งใหญ่ ภายหลังเกิดไฟไหม้จึงถูกทิ้งร้างไป มาซ่อมแซมใหม่ในสมัยสมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี ดอร์จิ วังชุก
- > อนุสรณ์สถานชอร์เตน สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2517 เพื่อถวายพระเกียรติแด่สมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี ดอร์จิ วังชุก เป็นสถานที่สำคัญทางศาสนาของภูฏาน ประกอบด้วยภาพจิตรกรรมฝาผนัง เป็นพุทธประวัติและพระพุทธรูปต่าง ๆ
- > วัดทักชัง Taktshang Goemba หรือ “รังเสือ – Tiger Nest” แปลว่า วัดถ้ำเสือ ตั้งอยู่บนหน้าผาสูง 900 เมตร ชายเขตเมืองปาโร วัดนี้ถูกไฟไหม้จนเสียหายหลายครั้งเมื่อ พ.ศ. 2494 และ พ.ศ. 2541 แต่ก็ซ่อมแซมและบูรณะขึ้นใหม่ทุกครั้ง เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของชาวภูฏาน
- > วัดชากังข่า เป็นวัดที่อยู่ทางเหนือของทิมพู สร้างขึ้นโดยลามะจากทิเบตเมื่อพุทธศตวรรษที่ 12 ลานอเนกประสงค์ของวัดเป็นจุดชมวิวเมืองทิมพูอย่างดี
- > วัดตันโก อยู่ทางตะวันออกของทิมพู สร้างในพุทธศตวรรษที่ 12 และสร้างเพิ่มเติมโดยลามะฉายา เทวะผู้บ้าคลั่ง ในพุทธสตวรรษที่ 15 ต่อมาในพุทธศตวรรษที่ 16 ซับดรุง นัมเกล ได้มาปฏิบัติธรรมที่วัดนี้ และได้แกะสลักพระพุทธรูปไม้จันทน์ไว้ด้วย
- > วัดเชอรี อยู่ห่างจากวัดตันโกด้วยระยะทางเดินเพียงครึ่งชั่วโมง โดยต้องข้ามสะพานไม้ที่ทอดข้ามแม่น้ำวัง และเดินขึ้นเขาไปอีก ซับดรุง นัมเกล เป็นผู้สร้างวัดนี้เมื่อ พ.ศ. 2163
- > พาโรซอง หรือ รันเซนปุงซอง แปลว่า ป้อมปราการแห่งอัญมณี สร้างโดยซับดรุง นัมเกลเมื่อ พ.ศ. 1921 โดยก่อจากฐานเดิมที่คุรุรินโปเชสร้างไว้
- > คยิจุ เป็นโบสถ์ที่พระเจ้าซรอนซันกัมโป กษัตริย์ทิเบตสร้างขึ้นตั้งแต่ พ.ศ. 1212 ภายในวัดมีรูปปั้นของคุรุรินโปเชสูงห้าเมตร
- > สะพานยามิซัม เป็นสะพานข้ามแม่น้ำพาโร มีหลังคาคลุม สร้างขึ้นใหม่แทนสะพานเดิมที่ถูกไฟไหม้เมื่อ พ.ศ. 2512 เป็นสถาปัตยกรรมแบบภูฏาน
- > ตองสาซอง สร้างเมื่อ พ.ศ. 2187 โดยชอกเยล มิงยูร์ เตนปา ซึ่งเป็นคนของท่านซับดรุง นาวัง นัมเกล ภายในซองมีโบสถ์เก่า สร้างตั้งแต่ พ.ศ. 2086

การขอวีซ่า: การเข้าไปท่องเที่ยวในภูฏาน นักท่องเที่ยวต้องติดต่อกับบริษัททัวร์ เพื่อให้ดำเนินการขอ Visa ล่วงหน้า 2-3 อาทิตย์ สำหรับเอกสารที่ใช้สำหรับขอวีซ่าเข้าประเทศภูฏาน ได้แก่…
1. หนังสือเดินทางที่มีอายุใช้งานอย่างน้อย 6 เดือนนับจากวันเดินทาง
2. รูปถ่ายขนาด 2 นิ้ว หน้าตรงรูปสีจำนวน 2 รูป
3. สำเนาทะเบียนบ้าน 1 ชุด
4. สำเนาบัตรประชาชน 1 ชุด
โดยค่าใช้จ่ายภูฏานกำหนดให้นักท่องเที่ยวต้องใช้จ่ายอย่างน้อย USD200 ต่อวัน สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สถานเอกอัครราชทูตภูฏาน โทรศัพท์ 02-2744740-42
การเดินทาง : สายการบินประจำชาติ คือสายการบิน Druk Air มีเที่ยวบินมาไทยสัปดาห์ละ 4 เที่ยว คือจันทร์ พฤหัสบดี ศุกร์ และเสาร์ และจากไทยไปภูฏาน 5 เที่ยว คือ อังคาร พุธ ศุกร์ เสาร์ และอาทิตย์ หากไปสายการบินอื่น ต้องไปต่อที่อินเดีย โดยที่กัลลกัตตาจะมี 3 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ ส่วนกรุงนิวเดลีและกาฐมาณฑุ มีแห่งละ 2 เที่ยวบิน
การแข่งขันธนู เป็นการแข่งขันกีฬาที่สำคัญของชาวภูฏาน
ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก Kapook.com, วิกิพีเดีย และ kingdomofbhutan.com
