ทัวร์พม่า มัณฑะเลย์ พุกาม ปีใหม่ 2562/2019 ไห้วพระมหามัยมุนี พัก 4 ดาว (PG)

ทัวร์มัณฑะเลย์ ปีใหม่ 2019/2562 ทัวร์พม่า พุกาม ร่วมพิธีศักดิ์สิทธิ์ ล้างพระพักตร์ พระมหามัยมุนี สิ่งศักดิ์สิ่ทธิ์สุด 1 ใน 5 มหาบูชาสถาน ชมสะพานไม้อูเบ็ง สะพานไม้สักที่ยาวที่สุดในโลก ชมความงาม พระราชวังมัณฑะเลย์ ชมวิวเมืองมัณฑะเลย์ ที่เขามัณฑะเลย์ สักการะเจดีย์ชเวสิกอง เมืองพุกาม 1 ใน 5 มหาบูชาสถาน ชมความงดงามของพระตำหนักไม้สักทอง แห่งเดียวในพม่า ที่พระตำหนักชเวนันดอว์ ล่องเรือข้ามแม่น้ำอิรวดี ชมมหาเจดีย์ยักษ์ มิงกุน  พิเศษสุด!! ชมโชว์หุ่นกระบอกเมืองพุกาม พิเศษสุดถึงขีดสุด!! นั่งรถม้าชมเมืองพุกาม พักโรงแรมดี อร่อยเด็ดทุกมื้อ!! พร้อมเมนูกุ้งแม่น้ำย่างตัวโต จากเมืองมัณพะเลย์ ไปเมืองพุกาม นั่งเครื่องภายใน

Code : มัณฑะเลย์ พุกาม มิงกุน อมรปุระ (บินภายใน) (เชียงใหม่ - มัณฑะเลย์) 4 วัน 3 คืน Airline : บางกอกแอร์เวย์ (PG)
วันเดินทาง
ราคาทัวร์
30 ธันวาคม 2018- 2 มกราคม 2019 28,900 บาท/ ท่าน
25-28 มกราคม 2019 24,888 บาท/ท่าน
22-25 กุมภาพันธ์ 2019 24,888 บาท/ท่าน
29 มีนาคม 2019 - 1 เมษายน 2019 24,888 บาท/ท่าน

วันที่ 1เชียงใหม่ – มัณฑะเลย์ – วัดกุโสดอ
14.00 น.พร้อมกัน ณ ท่าอากาศยานนานาชาติเชียงใหม่ อาคารผู้โดยสารขาออก ชั้น1 เคาน์เตอร์สายการบินบางกอกแอร์เวย์ โดยมีเจ้าหน้าที่คอยให้การต้อนรับอำนวยความสะดวกจัดเตรียมเอกสารการเดินทางให้กับทุกท่าน
16.15 น.ออกเดินทางสู่ กรุงมัณฑะเลย์ โดยสายการบินบางกอกแอร์เวย์ เที่ยวบินที่ PG725 (มีบริการอาหาร พร้อมเครื่องดื่มบนเครื่อง)
17.15 น.เดินทางถึง ท่าอากาศยานมัณฑะเลย์ ผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองเป็นที่เรียบร้อยแล้ว นำท่านเดินทางสู่ ตัวเมืองมัณฑะเลย์ (เวลาท้องถิ่นที่เมียนมาร์ช้ากว่าประเทศไทยครึ่งชั่วโมง) นำท่านชม วัดกุโสดอ พระเจ้ามินดงโปรดให้จัดการสังคายนาพระไตรปิฎกขึ้น ณ เมืองมัณฑะเลย์ ครั้งที่ 5 มีแผ่นศิลาจารึกพระไตรปิฎกทั้งหมด 84,000 พระธรรมขันธ์ หลังจากนั้นโปรดให้สลักพระไตรปิฎกลงบนแผ่นหินแล้วสร้างเจดีย์ทรงปราสาทสำหรับประดิษฐานแผ่นจารึกแต่ละแผ่น วัดกุโสดอจึงถือเป็นหนังสือเล่มใหญ่ที่สุดในโลก ลักษณะทางศิลปกรรม วัดกุโสดอ ประกอบด้วยเจดีย์ประธานซึ่งจำลองแบบมาจากเจดีย์ชเวสิกองเมืองพุกาม แวดล้อมไปด้วยเจดีย์ทรงปราสาทขนาดเล็กซึ่งประดิษฐานแผ่นจารึกพระไตรปิฎก เจด์เหล่านี้มีการแบ่งกลุ่มตามหมวดของพระไตรปิฎกตั้งแต่พระวินัย พระสูตรและพระอภิธรรม
ค่ำรับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารที่พักโรงแรม : Victoria Palace Hotel หรือระดับเทียบเท่า

วันที่ 2มัณฑะเลย์ – สะพานไม้อูเบ็ง – ทะเลสาบคองตามัน – วัดมหากันดายงค์ – พุกาม – นั่งรถม้าชมเมืองเก่า – วัดอนันดา – วัดติโลมินโล – จุดชมวิว
เช้ารับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารภายในโรงแรมจากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่ตัวเมือง ชม สะพานไม้อูเบ็ง สะพานไม้สักที่ยาวที่สุดในโลก เสาของสะพานใช้ไม้สักถึง 1,208 ต้น ซึ่งมีอายุกว่า 200 ปีทอดข้าม ทะเลสาบคองตามัน สะพานสร้างจากไม้สักที่เหลือจากการรื้อพระราชวังเก่ากรุงอังวะ เมื่อครั้งย้ายเมืองหลวงจากอังวะ มายังอมรปุระ ชื่ออูเบ็งนั้นเป็นชื่อของขุนนางที่มีนามว่า “อูเบียน” ซึ่งพระเจ้าปดุงโปรดฯให้มาทำหน้าที่เป็นแม่กองงานสร้าง สะพานถูกใช้เป็นทางผ่านสำคัญสำหรับคนในท้องถิ่นและเป็นสถานที่ท่องเที่ยว ช่วงเดือนกรกฎาคมและสิงหาคมเป็นช่วงที่น้ำในทะเลสาบมีระดับสูงสุดนำท่านร่วมทำบุญถวายปัจจัย ณ วัดมหากันดายงค์ ซึ่งเป็น วัดที่ใหญ่ที่สุดของพม่าที่เมืองอมรปุระ ซึ่งในช่วงเพลจะมีภิกษุสงฆ์นับร้อยรูป เดินเรียงแถวด้วยอาการสำรวม เพื่อรับถวายภัตตาหารเพล

กลางวันรับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร บ่ายออกเดินทางสู่ เมืองพุกาม โดยสายการบิน…….. เที่ยวบินที่…….. ถึงเมืองพุกาม ดินแดนแห่งเจดีย์หมื่นองค์ ที่มีอายุกว่า 2,000 ปี ของกษัตริย์อนิรุทมหาราช แห่งอาณาจักรพุกาม สัมผัสแหล่งโบราณสถานและประวัติศาสตร์ของอาณาจักรพุกาม นำท่านนั่งรถม้า สัมผัสแหล่งโบราณสถานและประวัติศาสตร์ของอาณาจักรพุกาม เมืองทะเลเจดีย์ที่สวยงาม และหมู่บ้านเก่าแก่ของเมืองพุกามที่ยังคงวิถีชีวิตที่เรียบง่าย
นำท่านชม วัดอนันดา เป็นวัดสีขาว มองเห็นได้ชัดเจน สร้างเสร็จเมื่อปี 1091 ซึ่งวิหารแห่งนี้นับได้ว่าเป็นวิหารที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในพุกาม มีรูปร่างเป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัส มีมุขเด็จยื่นออกไปทั้ง 4 ด้าน แผนผังเหมือนไม้กางเขนแบบกรีก ซึ่งต่อมาเจดีย์แห่งนี้เป็นต้นแบบของสถาปัตยกรรมพม่าในยุคต้นของพุกาม และสิ่งที่น่าทึ่งของวิหารแห่งนี้ก็คือ ที่ช่องหลังคาเจาะเป็นช่องเล็กๆ ให้แสงสว่างส่องลงมาต้ององค์พระอย่างน่าอัศจรรย์
ชม วัดติโลมินโล นี้เป็นวัดที่สร้างแบบก่ออิฐถือปูน บนฐานกว้างด้านละ 43 เมตร องค์เจดีย์สูง 46 เมตร ภายในวิหารมีช่องบันได เดินขึ้นสู่ระเบียงชั้นบนได้ และวิหารแห่งนี้ได้ชื่อว่าเป็นวิหารองค์สุดท้ายที่มีการสร้างในแบบสถาปัตยกรรมพุกามครับ ภายในวิหารมีพระพุทธรูป 4 องค์ที่ชั้นที่หนึ่งและชั้นที่สองของวิหาร ภายในมีช่องแสงที่เมื่อส่องกระทบพระพุทธรูปแล้วงดงามมากมาย ตัวพระพุทธรูปที่ประดิษฐานภายในนั้นมีความแตกต่างจากที่เห็นกันโดยทั่วไป เพราะช่วงนั้นเริ่มได้รับอิทธิพลมาจากจีนครับ จากนั้นนำทุกท่านเดินทางสู่จุดชมวิว ให้ท่านได้ชมพระอาทิตย์อัสดงอันงดงาม

ค่ำรับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

ที่พักโรงแรม : Su Tine San Hotel หรือระดับเทียบเท่า

วันที่ 3พุกาม – ตลาดยองอู – วัดสัพพัญญู – วิหารมนูหะ – วัดกุบยางกี – เจดีย์ชเวสิกอง – วิหารธรรมยังยี – มัณฑะเลย์ – เขามัณฑะเลย์ฮิลล์
เช้ารับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารภายในโรงแรม จากนั้นนำทุกท่าน ชมตลาดยองอู เป็นตลาดใหญ่ของเมืองที่ขายสินค้าทุกชนิด ทั้งเครื่องอุปโภค บริโภค ข้าวปลาอาหาร ผักสด เสื้อผ้า ของที่ระลึกพื้นเมือง เหมาะสำหรับ เดินชมและเลือกซื้อของฝาก โดยเฉพาะเครื่องเขินที่พุกาม ถือว่าเป็นหนึ่ง เพราะฝีมือประณีต และออกแบบมาสวย มาแล้วไม่ควรพลาดซื้อกลับไปเป็นของฝาก ชมวัดสัพพัญญู เป็นเจดีย์ที่มีความสูงที่สุดในเมืองพุกามความสูงทั้งสิ้นประมาณ 61 เมตร สร้างขึ้นตามศิลปะแบบปาละของอินเดีย ก่อสร้างขึ้นในช่วงปี พ.ศ.1687 โดยกษัตริย์อลองสิตธู ซึ่งเป็นทั้งวิหารและเจดีย์ ถือเป็นเจตีวิหารสองชั้นแห่งแรกในศิลปะพุกาม โดยปรากฏกการซ้อนกันของเรือนธาตุชั้นล่างกับชั้นบน ชั้นล่างเป็นแกนกลางขนาดใหญ่รับน้ำหนักเจตียวิหารในผังแบบครรถคฤหะ-มณฑปด้านบน เจตียวิหารสองชั้นนี้จะได้รับความนิยมต่อมาในศิลปะพุกามตอนปลาย โดยเจดีย์สำคัญที่ใช้เจดีย์สัพพัญญูเป็นต้นแบบ ได้แก่เจดีย์สูลามณีและเจดีย์ติโลมินโล
นำทุกท่านชม วิหารมนูหะ หรือวิหารพระอึดอัด สร้างขึ้นโดยพระเจ้ามนุหา กษัตริย์ของชาวมอญ เมื่อพระองค์ตกเป็นเชลยของพระเจ้าอโนรธา เมื่อครั้งที่เข้าตีเมืองสุธรรมวดี หรือเมืองสะเทิม แล้วกวาดต้อนผู้คนมาที่พุกาม พระเจ้ามนุหาและพระอัครมเหสีถูกคุมขังไว้ที่ มยินกาบา ทางใต้ของพุกามและ ณ ที่นั้น ในปี พ.ศ. 1602 พระเจ้าอโนรธาทรงมีพระราชานุญาติให้พระเจ้ามนุหา สร้างวัดมนุหาขึ้นเพื่อทรงใช้เป็นที่บำเพ็ญพระราชกุศล กษัตริย์มอญทรงระบายความรู้สึกอึดอัดคับแค้นใจในพระราชหฤทัยของพระองค์ ในระหว่างที่ทรงถูกคุมขังด้วยการให้สร้างพระพุทธรูปปางมารวิชัย ขนาดใหญ่โตมากจนคับวิหาร ขนาบข้างด้วยพุทธสาวก และถูกเรียกขานว่า “พระอึดอัด” มาจนถึงทุกวันนี้
นำทุกท่านชมภาพจิตรกรรมฝาผนังที่โดเด่นและงดงามที่สุดในพุกาม ณ วัดกุบยางกี สร้างโดยพระโอรสของพระเจ้าจันสิทธะ
กลางวันรับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร สักการะ เจดีย์ชเวสิกอง ชเวสิกอง มีความหมายว่า “เจดีย์ทองแห่งชัยชนะ” สร้างโดย พระเจ้าอโนรธา มหาราชองค์แรก ผู้รวบรวมชนชาติพม่าเป็นปึกแผ่น ทรงส่งราชสาส์นไปขอพระไตรปิฎก 30 คัมภีร์จากเมืองสะเทิมของพวกมอญ แต่พระเจ้ามอญพระนามว่ามนุหาไม่ทรงยินยอม เป็นเหตุให้พระเจ้าอโนรธายกกองทัพไปรบตีชนะเมืองมอญ ทรงอัญเชิญพระไตรปิฎกมายังเมืองพุกาม และได้กวาดต้อนชาวบ้านรวมทั้งกษัตริมอญให้มาเป็นเชลยศึกที่พุกาม เจดีย์ชเวสิกองสร้างแล้วเสร็จในรัชสมัยของพระเจ้าจันสิทธา เมื่อปี พ.ศ. 1656 ลักษณะของเจดีย์ เป็นเจดีย์ทรงระฆังคว่ำแบบมอญ ประดับลายงดงามด้วยเฟื่องอุบะและแถบคาดรอบองค์ระฆังที่เรียกว่า “รัดอก” แซมลวดลายประดับทั้งขอบล่างและขอบบน องค์เจดีย์หุ้มด้วยแผ่นทอง
นำท่านชม วิหารธรรมยังยี สร้างโดยพระเจ้านะระตู่ และพระองค์ก็เชื่อว่าเป็นวิหารที่ใหญ่ที่สุดในเมืองพุกาม สร้างขึ้นเพื่อล้างบาป ด้วยทรงปริวิตกว่าผลกรรมจากการกระทำปิตุฆาตจะติดตามพระองค์ไปในชาติภพหน้า ตั้งโดดเด่นยิ่งใหญ่ตระหง่านดังตำนานที่โหดร้ายได้เล่าต่อกันมา จากนั้นเดินทาง สู่ เมืองมัณฑะเลย์ โดยสายการบิน…….. เที่ยวบินที่…….. เดินทางถึงมัณฑะเลย์ นำทุกท่านชมวิวของเมืองมัณฑะเลย์ ณ เขามัณฑะเลย์ฮิลล์ ตั้งอยู่ทาง ตะวันออกเฉียงเหนือของพระราชวัง เขาลูกนี้สูง 240 เมตร ซึ่งเป็นจุดชมวิวทิวทัศน์ที่สวยงามที่สุดของเมืองมัณฑะเลย์ ซึ่งอยู่บนยอดเขา สามารถมองเห็นทัศนียภาพของเมืองมัณฑะเลย์เกือบทั้งเมือง ทุกท่านจะได้ชมพระอาทิตย์อัสดงอันงดงาม อีกแห่งหนึ่งของพม่า

ค่ำรับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร ที่พักโรงแรม : Victoria Palace หรือระดับเทียบเท่า

วันที่ 4 ร่วมพิธีล้างพระพักตร์พระมหามัยมุนี – ล่องเรือแม่น้ำอิรวดี – มิงกุน – ระฆังยักษ์มิงกุน – เจดีย์พญาเธียรดาน – พระราชวังมัณฑะเลย์ – พระตำหนักไม้สักชเวนันดอว์ – เชียงใหม่
เช้าตรู่ นำท่านร่วมพิธีกรรมอันศักดิ์สิทธิ์ในพิธีกรรมล้าง พระพักตร์พระมหามัยมุนี ซึ่งถือเป็นต้นแบบพระพุทธรูปทองคำขนาด ใหญ่ทรงเครื่องกษัตริย์ที่ได้รับการขนานนามว่า “พระพุทธรูปทองคำเนื้อนิ่ม” ที่พระเจ้ากรุงยะไข่ทรงหล่อขึ้นที่เมืองธรรมวดี เมื่อปี พ.ศ. 689 ต่อมาในปี พ.ศ.2426 ชาวพม่าได้เรี่ยไรเงินเพื่อบูรณะวัดขึ้นใหม่มีขนาดใหญ่กว่าเดิมโดยสายการออกแบบของช่างชาวอิตาลีจึงนับได้ว่าเป็นวัดที่สร้างใหม่ที่สุดแต่ประดิษฐานพระพุทธรูปเก่าแก่ที่สุดในเมืองพม่าโดยรอบๆระเบียงเจดีย์ยังมีโบราณวัตถุที่นำไปจากกรุงศรีอยุธยาเมื่อครั้งกรุงแตกครั้งที่ 1

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารภายในโรงแรม ออกเดินทางสู่ ท่าเรือริมแม่น้ำอิรวดี นำทุกท่านล่องเรือข้ามฟาก สู่ ราชธานีเก่าของพระเจ้าปดุง เมืองมิงกุน จากนั้น ชมมหาเจดีย์ยักษ์ มิงกุน ถึงท่าเรือนั่งรถชมซากเจดีย์ขนาดใหญ่ ร่องรอยแห่งความทะเยอทยานของพระเจ้าปดุง ที่ใช้แรงงานทาส และนักโทษนับพันคนในการก่อสร้าง โดยตั้งพระทัยว่าจะสร้องให้สูงใหญ่กว่าพระปฐมเจดีย์แห่งสยาม และให้พระองค์สามารถทอดพระเนตร ได้จากเมืองอังวะที่อยู่ฝั่งตรงข้ามแม่น้ำอิรวดี แต่ด้วยงบประมาณที่บานปลาย ประกอบกับปัญหาขาดแคลนแรงงาน จำทำให้การก่อสร้างล่าช้า และในที่สุดพระองค์ก็เสด็จสวรรคตเสียก่อน ในปี พ.ศ. 2363 หลังพ่ายแพ้ไทยในสงคราม 9 ทัพ เจดีย์องค์นี้ จึงสร้างได้แค่ฐาน หลังจากนั้นองค์เจดีย์ก็ถูกทิ้งร้างเรื่อยมา แต่เพียงฐานก็นับว่าใหญ่โตมาก หากสร้างเสร็จจะมีขนาดใหญ่และสูงที่สุดในโลก
นำทุกท่านชม ระฆังยักษ์มิงกุน สร้างเมื่อ พ.ศ.2351 โดยพระเจ้าปดุง สร้างถวายแด่เจดีย์มิงกุน มีน้ำหนัก 90 ตัน สูง 4 เมตร ปากระฆังกว้าง 5 เมตร ในอดีตระฆังองค์นี้ใหญ่เป็นอันดับ 2 รองจากระฆังแห่งพระราชวังแครมลิน ในกรุงมอวโก ประเทศรัสเซีย แต่ระฆังเครมลินแตกไปแล้ว ปัจจุบันระฆัง

หลังจากนั้นชมเจดีย์สีขาวบริสุทธิ์ ที่สร้างบนฐาน 7 ชั้น รูปเกลียวคลื่นงดงาม เจดีย์พญาเธียรดาน สร้างขึ้นเมืองปี พ.ศ. 2329 เพื่อให้เปรียบเสมืองเจดีย์จุฬามณี ที่ตั้งอยู่เหนือเขาพระสุเมรุ ตามความเชื่อในไตรภูมิพุทธศาสนาที่ว่า คือแกนกลางจั กรวาล ซึ่งถูกล้อมรอบด้วยสัตตบริพันธ์ และมหานทีสีทันดรทั้ง 7 ชั้น พระเจดีย์แห่งนี้ยังถุกสร้างให้เป็นสักขีพยานรักของราชนิกุลอังวะ โดยพระเจ้าบากะยีดอว์ เพื่อเป็นอนุสรณ์สถานแห่งความรักที่มีต่อพระมเหสีชินพิวเม ที่สิ้นพระชนม์ไปก่อนที่พระเจ้าบากะยีดอว์จะขึ้นครองราชย์ แม้จะไม่ใช่หินอ่นเหมือนทัชมาฮาล แต่ก็ได้รับสมญานามว่า ทัชมาฮาลแห่งลุ่มอิรวดี

กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร บ่าย จากนั้นนำท่านชม พระราชวังมัณฑะเลย์ พระราชวังที่ส่วนใหญ่ก่อสร้างด้วยไม้สักที่สวยงาม ที่สุดแห่งหนึ่งของเอเชีย ในสมัยสงครามมหาเอเชียบูรพา หรือสงครามโลกครั้งที่ 2 วันที่ 20 มีนาคม 2488 เครื่องบินฝ่ายสัมพันธมิตรโดยกองทัพอังกฤษ ได้ทิ้งระเบิดจำนวนมากมายถล่มพระราชวังมัณฑะเลย์ของพม่า ด้วยเหตุผลว่าพระราชวังนี้เป็นแหล่งซ่องสุมกำลังของกองทัพญี่ปุ่น พระราชวังมัณฑะเลย์ซึ่งเป็นพระราชวังไม้สักก็ถูกไฟไหม้ เผาราบเป็นหน้ากลอง หลงเหลือก็แต่ป้อมปราการและคูน้ำรอบพระราชวัง ที่ยังเป็นของดั่งเดิมอยู่ ปัจจุปันพระราชวังที่เห็นอยู่เป็นพระราชวังที่รัฐบาลพม่าได้จำลองรูปแบบของ พระราชวังของเก่าขึ้นมา
นำท่านชม พระตำหนักไม้สักชเวนันดอว์ พระตำหนักนี้สร้างด้วยไม้สักทั้งหลัง งดงามตามแบบศิลปะพม่าแท้ๆ วิจิตรตระการด้วยลวดลายแกะ สลักประณีตอ่อนช้อย ทั้งหลังคา,บานประตูและหน้าต่าง โดยเน้นรายละเอียดเกี่ยวกับพุทธประวัติ และทศชาติของพระพุทธเจ้า สร้างโดยพระเจ้ามินดงในปี พ.ศ. 2400 ซึ่งเป็นปีที่พระองค์ย้ายราชธานีจากอมรปุระมาอยู่ที่เมืองมัณฑะเลย์เพื่อ เป็นพระตำหนักยามแปรพระราชฐาน แต่หลังจากที่พระองค์สิ้นพระชนม์ พระเจ้าธีบอ หรือ สีป่อ พระโอรสก็ทรงยกพระตำหนักนี้ถวายเป็นวัด ถือได้ว่าเป็นงานฝีมือที่ประณีตของช่างหลวงชาว มัณฑะเลย์อย่างแท้จริง สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางสู่ ท่าอากาศยานมัณฑะเลย์
17.55 น ออกเดินทางกลับเชียงใหม่ โดยสายการบินบางกอกแอร์เวย์ เที่ยวบินที่ PG710 (บริการอาหาร พร้อมเครื่องดื่มบนเครื่อง)
19.50 น. คณะเดินทางถึง ท่าอากาศยานนานาชาติเชียงใหม่ โดยสวัสดิภาพ พร้อมด้วยความประทับใจ

เรื่องนี้ถูกเขียนใน ทัวร์ต่างประเทศ, ทัวร์พม่า, ทัวร์พม่า โปรโมชั่น, ทัวร์พม่าธันวาคม, ทัวร์พม่ามกราคม และติดป้ายกำกับ , , , คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

อีเมล์ของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *