ทัวร์พม่าวันพ่อ 2562/2018 ทัวร์พม่าธันวาคม เที่ยวปีใหม่ พม่า มะละแหม่ง ย่างกุ้ง ไหว้พระ 3 วัน บิน DD

ทัวร์พม่าวันพ่อ 2561/2018 ทัวร์พม่าธันวาคม ทัวร์พม่าปีใหม่ 2019/2562 เที่ยวพม่า ตามรอยความรักของเจ้าน้อยศุขเกษม กับสาวแม่ค้าชาวพม่านามมะเมี๊ยะ สักการะพระนอนที่ใหญ่ที่สุดในโลก “พระพุทธไสยาสน์วินเส่งตอยะ” ชมความความงดงาม “พระพุทธรูปนั่งห้อยพระบาท” ที่ วัดไจ๊มะยอ นมัสการ พระมหามุนี ที่วัด มหามุนี สักการะ 1 ใน 5 สิ่งศักดิ์สิทธิ์ของพม่า ณ เจดีย์ชเวดากอง ขอพรเทพทันใจ และขอพรจากพระพุทธรูปทองคำ ที่ เจดีย์โบตาทาวน์

Code : มะละแหม่ง ย่างกุ้ง 3 (DD008) 3 วัน 2 คืน Airline : นกแอร์ (DD)
วันเดินทาง
ราคาทัวร์
5-7, 13-15, 20-22 ธันวาคม 2018 12,888 บาท/ท่าน
15-17, 21-23, 27-29 ธันวาคม 2018 13,888 บาท/ท่าน
28-30, 29-31 ธันวาคม 2018 14,888 บาท/ท่าน

วันที่ 1กรุงเทพฯ (ดอนเมือง) – ย่างกุ้ง – มะละแหม่ง – วัดไจ๊มะยอ – พระพุทธไสยาสน์วินเส่งตอว์ยะ-มะละแหม่งวันที่ 1กรุงเทพฯ (ดอนเมือง) – ย่างกุ้ง – มะละแหม่ง – วัดไจ๊มะยอ – พระพุทธไสยาสน์วินเส่งตอว์ยะ-มะละแหม่ง

04.00 น.พร้อมกัน ท่าอากาศยานดอนเมือง อาคารผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศชั้น 3 เคาน์เตอร์ สายการบินนกแอร์ โดยมีเจ้าหน้าที่คอยให้การต้อนรับอำนวยความสะดวกจัดเตรียมเอกสารการเดินทางให้กับทุกท่าน

06.30 น. ออกเดินทางสู่ ย่างกุ้ง โดยสายการบินนกแอร์ เที่ยวบินที่ DD4230 (ไม่มีอาหารบนเครื่อง)

07.15 น.เดินทางถึง สนามบินมิงกาลาดง กรุงย่างกุ้ง ผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองเป็นที่เรียบร้อยแล้ว (เวลาท้องถิ่นที่เมียนมาร์ช้ากว่าประเทศไทยครึ่งชั่วโมง)นำท่านเดินทางสู่เมืองหงสาวดีนำท่านเดินทางสู่เมืองมะละแหม่ง หรือคนท้องถิ่นเรียกว่า ‘เมาะลำไย’ ตามรอย ความรักของเจ้า น้อยศุขเกษมกับสาวแม่ค้าชาวพม่านาม “มะเมี๊ยะ” มะละแหม่ง ตั้งอยู่บนปากแม่น้ำที่บรรจบกันของแม่น้ำใหญ่ 3 สาย ได้แก่ แม่น้ำสาละวิน แม่น้ำไจ และแม่น้ำอัตตรัน ก่อนไหลลงสู่ทะเลอันดามันที่อ่าวเมาะตะมะ ท่านไปยังเมืองมูเดิง เมื่อเดินทางถึงบริเวณถนนทางเข้าวัดวินเส่งตอว์ยะ จะมีรูปปั้นของอสีติมหาสาวก พระอรหันต์ 500 องค์ยืนเรียงราย เป็นการจำลองขบวนพระอรหันต์ทั้ง 500 รูป ที่เดินตามพระพุทธเจ้าตั้งแต่สมัยพุทธกาล (หากสังเกตให้ดีๆจะเห็นว่ารูปปั้นพระอรหันต์ทุกๆ 10 องค์จะมีองค์หนึ่งที่ปั้นเป็นหน้าของท่านเจ้าอาวาสหลวงพ่ออูซินะแทรกอยู่ด้วย) จากนั้นนำท่านชมและสักการะ องค์พระพุทธไสยาสน์วินเส่งตอว์ยะ ซึ่งประดิษฐานพระนอนที่ใหญ่ที่สุดในโลก องค์พระนอนมีความยาว 170 เมตร สูง 33 ม. ความสูงราวตึก 5 ชั้นหรือสูงประมาณ 110 ฟุต พระนอนองค์นี้ เกิดจากแรงศรัทธาตามนิมิตของ หลวงพ่ออูซินะ เจ้าอาวาดวัด ภายในองค์พระแบ่งเป็นชั้นๆ เป็นห้องแสดงเรื่องราวของชาดก 10 ชาติ มีถึง 8 ชั้น พุทธประวัติ และเรื่องราวเกี่ยวกับนรกและสวรรค์ (พระนอนองค์ใหญ่ที่สำคัญในพม่านี้มีทั้งหมด 5 องค์ แยกกันประดิษฐานอยู่ที่เมือง ม่งย่ะ, ปะเต็ง, หงสาวดีย่างกุ้ง ส่วนที่นี่เป็นองค์ที่ใหญ่ที่สุดในพม่า และที่แตกต่างจากพระนอนองค์อื่นๆก็คือสีของจีวรองค์อื่นๆจะเป็นจีวรสีทอง แต่องค์นี้จะเป็นสีน้ำตาลแดง)

กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารจากนั้นนำท่านมัสการ เจดีย์ไจ๊ตาลาน หรือเจดีย์สยามพ่าย ตั้งโดดเด่นอยู่บนเนินเขาที่ มองเห็นวิวทิวทัศน์ของเมืองมะละแหม่งได้ 360 องศาที่สวยงาม เจดีย์แห่งนี้สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 1418 เป็นสถานที่บรรจุพระเกศาธาตุและพระทันตธาตุของพระพุทธเจ้า ตามตำนานเล่าว่าเดิม เจดีย์นี้ชื่อ เจดีย์ไจ๊ชานลาน แปลว่า เจดีย์สยามพ่ายเนื่องมาจากในครั้งที่สยามไปตีพม่า แล้วเกิดท้าทายให้สร้างเจดีย์แข่งกัน พม่าใช้โครงไม้ไผ่หุ้มผ้าขาวหลอกทหารไทยจนทหารไทย พ่ายแพ้ต้องถอยทัพกลับเมืองไทย เจดีย์ที่กองทัพไทยสร้างค้างเอาไว้แค่ครึ่งองค์นั้นต่อมาพม่า ได้กลับมาบูรณะจนเสร็จสมบูรณ์เหมือนในปัจจุบัน และยังเป็นจุดชมวิวอาทิตย์ตกและอาทิตย์ขึ้นที่สวยงามมาก (พระอาทิตย์ตกดินจะมองเห็นแสงสะท้อนผ่านแม่น้ำสาละวิน สุดปะทับใจ)จากนั้นนำท่านเดินทางตัวเมืองมะละแหม่ง

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร หรือ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก  พักที่ ROYAL HINTHAR HOTEL หรือเทียบเท่า (ระดับ 4 ดาว)

วันที่ 2 พระมหามัยมุนี–เจดีย์ไจ๊ตาลาน -โบสถ์เซนต์แพททริค –สะเทิม – ย่างกุ้ง – พระมหาเจดีย์ชเวดากอง

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม ท่านนมัสการ พระมหามัยมุนี ที่วัดมหามุนี ซึ่งเคยเป็นที่ประทับของพระนาง Sein Don Mibaya-gyi หนึ่งในพระมเหสีของพระเจ้ามินดง กษัตริย์พม่าแห่งมัณฑะเลย์ พระนางมีพระราชหฤทัยระลึกถึงพระพุทธรูปมหามัยมุนีที่เมืองมัณฑะเลย์ จึงรับสั่งให้สร้างองค์จำลองขึ้นในปี ค.ศ. 1904 ที่วัดแห่งนี้ยังเป็นที่รู้จักกันดีในงานแกะสลักไม้อย่างสวยงามเหมือนพระตำหนักที่เมืองมัณฑะเลย์โดยเฉพาะอาสนบัลลังก์ที่แกะสลักไม้และเครื่องประดับอย่างสวยงาม ความพิเศษของพระมหามัยมุนีของที่เมืองมะละแหม่งอยู่ตรงที่ เป็นการจำลององค์พระด้วยการหล่อจากองค์จริง ซึ่งต่างจากองค์จำลองในที่อื่นๆ ที่ปั้นขึ้นต่างหากจากนั้นนำท่านชม โบสถ์เซนต์แพททริค ซึ่งตั้งอยู่ใจกลางเมืองมะละแหม่งและเป็นโรงเรียน ที่เจ้าน้อยศุขเกษมเคยมาเล่าเรียนศึกษาก่อนจะพบรักกับสาวแม่ค้าชาวพม่านามมะเมี๊ยะจนเกิดเป็นตำนานรัก และจรัล มโนเพชร นำมาแต่งเป็นบทเพลงขับร้องจนโด่งดังไปทั่ว ทุกวันนี้ยังใช้ประกอบพิธีกรรมทางศาสนาอยู่ ด้านหน้าโบสถ์มีรูปปั้นพระเยชูตรึงไม้กางเขน ตัวโบสถ์มีหอนาฬิกาสูงใหญ่ตั้งเด่นเป็นสง่า เมื่ออดีตเป็นโรงเรียนกินนอนที่เจ้าน้อยศุขเกษมถูกส่งตัวมาเรียนวิชาการป่าไม้ที่นี่ ซึ่งทุกวันนี้โรงเรียนแห่งนี้ก็ยังเปิดสอนอยู่ แต่เป็นโรงเรียนสอนวิชาชีพ หรือสารพัดช่างแทน สภาพอาคารแม้จะดูเก่าแก่ไปตามกาลเวลา แต่ก็แฝงไว้ด้วยมนต์เสน่ห์อันชวนชมนำท่านขอพรสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สำคัญอีกหนึ่งแห่งของรัฐมอญที่ วัดไจ๊มะยอ สิ่งที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ของที่นี่ ก็คือ “พระพุทธรูปนั่งห้อยพระบาท” เอาพระหัตถ์ข้างหนึ่งวางไว้ข้างอาสนะ ท่านั่งเรียบร้อยเหมือนผู้หญิงนั่ง หรือที่เรียกกันว่า “พระพุทธรูปปางจะลุกจะนั่ง” สร้างขึ้นโดยพระนางเชงสอบู ซึ่งเป็นกษัตริย์หญิงแห่งอาณาจักรมอญ (เป็นพระราชธิดาของพระเจ้าราชาธิราช ถือเป็นกษัตริย์ใน ราชวงศ์ฟ้า) เมื่อมีคนแนะนำว่า ในสมัยพุทธกาลนั้น พระพุทธเจ้าเคยประทับนั่งแบบนี้ พระนางจึงสร้างพระปางจะลุกจะนั่ง นำพระบรมสารีริกธาตุมาบรรจุไว้ด้านใน นอกจากพระประธานปางนั่งห้อยพระบาทที่ไม่เหมือนที่ใดแล้ว ยังมีพระพุทธรูปปางสมาธิหลายสิบองค์ประดิษฐานรายล้อมองค์พระประธาน รวมทั้งยังมีพระพุทธไสยาสน์อีก 2 องค์อยู่ใกล้ๆกัน อีกทั้งภายในวิหารยังตกแต่งประดับประดาด้วยกระจกสี ระยิบระยับไปหมด เป็นศิลปะยุคมอญตอนปลาย สวยงามเกินคำบรรยาย *** พระนางเชงสอบู พระองค์ยังได้บริจาคทองคำเท่ากับน้ำหนักของพระองค์ เพื่อหุ้ม “พระเจดีย์ชเวดากอง” หลังจากนั้นเดินทางผ่านเมืองสะเทิม เมืองเริ่มแรกแห่งพระพุธศาสนา หรือศูนย์กลางแห่งสุวรรณภูมิ และเดินทางต่อไปยังเมืองหงสาวดี

กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร (กุ้งแม่น้ำย่าง ท่านละ 1 ตัว) นำท่านสักการะ พระมหาเจดีย์ชเวดากอง พระมหาเจดีย์คู่บ้านคู่เมืองพม่า เป็นเจดีย์ทองคำที่งดงาม ตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่กลางเมืองย่างกุ้ง มีความสูง 109 เมตร ประดับด้วยเพชร 544 เม็ด ทับทิม นิล และบุษราคัมอีก 2,317 เม็ด มหาเจดีย์ชเวดากองมีทองคำโอบหุ้มอยู่น้ำหนักถึง 1,100 กิโลกรัม โดยช่างชาวพม่า จะใช้ทองคำแท้ตีเป็นแผ่นปิดองค์เจดีย์ไว้รอบ ว่ากันว่าทองคำที่ใช้ในการก่อสร้างและซ่อมแซมพระมหาเจดีย์แห่งนี้มากมายมหาศาลกว่าทองคำที่เก็บอยู่ในธนาคารชาติอังกฤษเสียอีก รอบๆฐานพระมหาเจดีย์รายล้อมด้วยเจดีย์องค์เล็กๆ นับร้อยองค์ มีซุ้มประตูสี่ด้าน ยอดฉัตรองค์พระมหาเจดีย์ประกอบด้วยเพชรและพลอยมากมาย ภายในองค์พระมหาเจดีย์ได้บรรจุเส้นพระเกศาธาตุของพระพุธเจ้าจำนวน 8 เส้น เป็นพระธาตุประจำปีเกิดปีมะเมีย และยังเป็น 1 ใน 5 มหาบูชาสถานสูงสุดของพม่า ซึ่งมีทั้งผู้คนชาวพม่า และชาวต่างชาติพากันสักการะทั้งกลางวันและกลางคืนอย่างไม่ขาดสาย ณ ที่แห่งนี้มีสถาปัตยกรรมที่สวยงามอย่างน่าอัศจรรย์ ไม่ว่าจะเป็นความงามของวิหารทิศที่ทำเป็นศาลาโถงครอบด้วยหลังคาทรงปราสาทซ้อนเป็นชั้นๆ ที่เรียกว่า พยาธาตุ รายรอบองค์พระเจดีย์ ภายในประดิษฐานพระประธานสำหรับให้ประชาชนมากราบไหว้บูชาคำสวดบูชาพระมหาเจดีย์ชเวดากอง เป็นพระธาตุประจำคนเกิดปีมะเมีย (ม้า) มีคำสวดบูชาดังนี้ชมพูทีเป วะระฐาเน สิงคุตตะเร มะโนรัมเม สัตตะระตะนัง ปะฐะมัง กะกุสันธัง สุวัณณะทัณฑัง ธาตุโย ฐัสสะติ ทุติยัง โกนาคะมะนัง ธัมมะกะระณัง ธาตุโย ฐัสสะติ ตะติยัง กัสสะปัง พุทธะจีวะรัง ธาตุโย ฐัสสะติ จะตุตถัง โคตะมะ อัฎฐะเกศะ ธาตุโย ฐัสสะติ ปัญจะมัง อะริยะเมตตเตยโย อะนาคะโต อุตตะมัง ธาตุโย อะหัง วันทามิทูระโต ฯ

ค่ำ รับประทานอาหาร ณ ภัตตาคารพักที่ โรงแรม Best Western Green Hill หรือ MYANMAR LIFE HOTEL หรือเทียบเท่า ระดับ 4 ดาว

วันที่ 3 ย่างกุ้ง- เจดีย์โบตะทาวน์ (เทพทันใจ) ช้อปปิ้งตลาดสก๊อต – พระพุทธไสยาสน์เจาทัตยี -วัดพระหินอ่อน ช้างเผือก- กรุงเทพฯเช้า  รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม นมัสการ เจดีย์โบตะทาวน์ ซึ่งโบตะทาวน์ แปลว่า เจดีย์นายทหาร 1000 นาย ได้สร้างเจดีย์โบตะทาวน์นี้และทรงนำพระเกศธาตุ ไว้ 1 เส้น ก่อนที่จะนำไปบรรจุที่เจดีย์ชเวดากองและเจดีย์สำคัญอื่นๆ เมื่อเดินเข้าไปในเจดีย์สามารถมองเห็นพระเกศาธาตุได้อย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ยังมีสิ่งที่น่าชมภายในบริเวณรอบๆเจดีย์ คือ พระพุธรูปทองคำ ประดิษฐานในวิหารด้านขวามือ เป็นพระพุธรูปปางมารวิชัยที่มีลักษณะงดงามยิ่งนัก ตามประวัติว่าเคยประดิษฐานอยู่ในพระราชวังมัณฑะเลย์ ครั้งเมื่อพม่าตกเป็นอาณานิคมอังกฤษในปี พ.ศ. 2428 ถูกเคลื่อนย้ายไปยังพิพิธภัณฑ์กัลป์กัตตาในอินเดีย ทำให้รอดพ้นจากระเบิดของฝ่ายพันธมิตรที่ถล่มพระราชวังมัณฑะเลย์ ต่อมาในปี 2488 พระพุทธรูปองค์นี้ถูกจัดแสดงที่พิพิธภัณฑ์วิกตอเรียและแอลเบิร์ต และด้านซ้ายมือจะเป็นรูปปั้น นัตโบโบยี หรือ เทพทันใจ ซึ่งชาวพม่ารวมถึงชาวไทยนิยมไปกราบไหว้บูชา ด้วยที่เชื่อว่าเมื่ออธิษฐานสิ่งใดแล้วจะสมปรารถนาทันใจ วิธีการสักการะเทพทันใจ นำดอกไม้ ผลไม้ โดยเฉพาะมะพร้าวอ่อน กล้วย หรือผลไม้อื่นๆมาสักการะเทพทันใจ ซึ่งท่านจะชอบมาก (บริเวณวัดจะมีขาย) จากนั้นก็ให้ท่านนำเงินเงินบาท (แบงค์ 20, 50, 100 บาท) ไปใส่มือของเทพทันใจ 2 ใบ ไหว้ขอพรแล้วดึกกลับมา 1 ใบ เอามาเก็บไว้ นำท่านขอพร เทพกระซิบ หรือ อะมาดอว์เมี๊ยะ ตามตำนานเล่าว่า เป็นธิดาของพญานาค ที่ศรัทธาในพุทธศาสนา จนสิ้นชีวิตไปกลายเป็นนัตที่ชาวพม่าเคารพกราบไหว้กัน โดยท่านสามารถกระซิบที่ข้างหูเบาๆ ห้ามให้คนอื่นได้ยิน และนำน้ำนมไปจ่อไว้ที่ปาก บูชาด้วยข้าวตอก ดอกไม้ และผลไม้หลังจากนั้นนำท่านสักการะ พระพุทธไสยาสน์เจาทัตยี ซึ่งเป็นพระนอนที่มีความสวยงามที่สุดและดวงตาสวยที่สุดของประเทศพม่า ที่บริเวณพระบาทมีภาพวาดรูปสรรพสิ่ง อันล้วนเป็นมิ่งมงคลสูงสุด ประกอบด้วยลายลักษณธรรมจักรข้างละองค์ในบริเวณใจกลางฝ่าพระบาท และล้อมด้วยรูปอัฎจุตรสตกมงคล 108 ประการ พระบาทมีลักษณะซ้อนกันซึ่งแตกต่างกับศิลปะของไทย

กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร (เมนูพิเศษ! เป็ดปักกิ่ง สลัดกุ้งมังกร)จากนั้นนำท่านเลือกซื้อสินค้าพื้นเมืองที่ ตลาดสก๊อตมาร์เก็ต ซึ่งสร้างเมื่อครั้งพม่ายังคงเป็นอาณานิคมของประเทศอังกฤษ ให้ท่านได้เลือกชมและเลือกซื้อสินค้าที่ระลึกพื้นเมืองมากมายในราคาถูก เช่น ไม้แกะสลัก พระพุทธรูปไม้หอมแกะสลัก แป้งทานาคา ผ้าปักพื้นเมือง เครื่องเงิน ไข่มุก และหยกพม่า (ตลาดสก๊อตปิดทุกวันจันทร์และเทศกาลวันสงกรานต์) นำท่านชม วัดพระหินอ่อน ซึ่งเป็นพระพุทธรูปที่แกะสลักจากหินอ่อนที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในพม่านำท่านชม ช้างเผือก ที่เป็นช้างคู่บ้านคู่เมืองของพม่า มีสีขาวเผือกตลอดทั้งตัวถูกต้องตาม คชลักษณะของช้างเผือกทุกประการ สมควรแก่เวลา นำท่านเดินทางสู่ สนามบินย่างกุ้ง เพื่อ เดินทางกลับกรุงเทพฯ

21.00 น. ออกเดินทางกลับสู่ กรุงเทพฯ โดยสายการบินนกแอร์ เที่ยวบินที่ DD 423922.55 น. คณะเดินทางถึง ท่าอากาศยานดอนเมือง กรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ พร้อมด้วยความประทับใจ

เรื่องนี้ถูกเขียนใน ทัวร์ต่างประเทศ, ทัวร์พม่า, ทัวร์พม่า โปรโมชั่น, ทัวร์พม่าธันวาคม และติดป้ายกำกับ , , , , , , , , คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

อีเมล์ของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *