ทัวร์พม่ามกราคม 2562/2019 ทัวร์พม่า มัณฑะเลย์ รัฐฉาน อินเล อังวะ อมรปุระ สกายน์ 4 วัน บินบางกอกแอร์ (PG)

ทัวร์พม่า มกราคม 2562/2019 ทัวร์พม่า มัณฑะเลย์ เที่ยวพม่า รัฐฉาน อินเล อังวะ อมรปุระ สกายน์ 4 วัน 3 คืน ทัวร์พม่า 4 วัน เที่ยวพม่า 2562 ร่วมพิธีศักดิ์สิทธิ์ ล้างพระพักตร์ พระมหามัยมุนี ชมสวนเกษตรลอยน้ำ และวิถีชีวิตบนน้ำแวดล้อมด้วยธรรมชาติที่สวยงามของชาวอินตา ชมสะพานไม้อูเบ็ง สะพานไม้สักที่ยาวที่สุดในโลก ชมความงาม พระราชวังมัณฑะเลย์ ชมวิวเมืองมัณฑะเลย์ ที่เขามัณฑะเลย์ ชมความงดงามของพระตำหนักไม้สักทอง ที่พระตำหนักชเวนันดอว์ พิเศษสุด!! นั่งรถม้าชมเมืองอังวะ ชมครุฑยุดนาค แกะสลักจากไม้ ศิลปะแบบอยุธยาผสมกับพม่า ณ วัดบากะยา ชมซากโบสถ์และเจดีย์ที่มีสถาปัตยกรรมแบบอยุธยาผสมกับพม่า ณ วัดยาดานาซีมี สักการะเจดีย์นมนาง ชมวิวเมืองสกายน์ 360 องศา ณ เขาสกาย พักดี 4 ดาว ริมทะเลสาบอินเล 1 คืน อร่อยเด็ดทุกมื้อ!! พร้อมเมนูกุ้งแม่น้ำย่างตัวโต จากเมืองมัณฑะเลย์ ไปเมืองเฮโฮ นั่งเครื่องภายใน

Code : มัณฑะเลย์ รัฐฉาน อินเล อังวะ อมรปุระ สกายน์ 4 วัน 3 คืน Airline : บางกอกแอร์ (PG)
วันเดินทาง
ราคาทัวร์
18-21 มกราคม 2019 26,888 บาท/ท่าน
8-11 กุมภาพันธ์ 2019 29,888 บาท/ท่าน
22 - 25 มีนาคม 2019 26,888 บาท/ท่าน

วันที่ 1เชียงใหม่ – มัณฑะเลย์ – สะพานอูเบ็ง
14.00 น.พร้อมกัน ณ ท่าอากาศยานนานาชาติเชียงใหม่ อาคารผู้โดยสารขาออก ชั้น1 เคาน์เตอร์สายการบินบางกอกแอร์เวย์ โดยมีเจ้าหน้าที่คอยให้การต้อนรับอำนวยความสะดวกจัดเตรียมเอกสารการเดินทางให้กับทุกท่าน
16.30 น.ออกเดินทางสู่ กรุงมัณฑะเลย์ โดยสายการบินบางกอกแอร์เวย์ เที่ยวบินที่ PG725 (มีบริการอาหาร พร้อมเครื่องดื่มบนเครื่อง)
17.30 น.เดินทางถึง ท่าอากาศยานมัณฑะเลย์ ผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองเป็นที่เรียบร้อยแล้ว นำท่านเดินทางสู่ ตัวเมืองมัณฑะเลย์ (เวลาท้องถิ่นที่เมียนมาร์ช้ากว่าประเทศไทยครึ่งชั่วโมง)
จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่ตัวเมือง ชม สะพานอูเบ็ง สะพานไม้สักที่ยาวที่สุดในโลก เสาของสะพานใช้ไม้สักถึง 1,208 ต้น ซึ่งมีอายุกว่า 200 ปีทอดข้าม ทะเลสาบคองตามัน สะพานสร้างจากไม้สักที่เหลือจากการรื้อพระราชวังเก่ากรุงอังวะ เมื่อครั้งย้ายเมืองหลวงจากอังวะ มายังอมรปุระ ชื่ออูเบ็งนั้นเป็นชื่อของขุนนางที่มีนามว่า “อูเบียน” ซึ่งพระเจ้าปดุงโปรดฯให้มาทำหน้าที่เป็นแม่กองงานสร้าง สะพานถูกใช้เป็นทางผ่านสำคัญสำหรับคนในท้องถิ่นและเป็นสถานที่ท่องเที่ยว ช่วงเดือนกรกฎาคมและสิงหาคมเป็นช่วงที่น้ำในทะเลสาบมีระดับสูงสุด

ค่ำรับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารที่พักโรงแรม : Yi Link Hotel หรือเทียบเท่า

วันที่ 2มัณฑะเลย์ – เฮโฮ – รัฐฉาน – วัดชเวยันเป – อินเล – วัดพองดออู (วัดพระบัวเข็ม) – หมู่บ้านทอผ้าอินปอขอม – ชมสวนเกษตรลอยน้ำ – วัดงาเพชอง – ชมอาทิตย์อัสดง
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารภายในโรงแรมออกเดินทางสู่ เมืองเฮโฮ (นั่งเครื่องภายใน) โดยสายการบิน….. เที่ยวบินที่….. เดินทางถึง ท่าอากาศยานเฮโฮ รัฐฉาน จากนั้นเดินทางต่อไปยังเมืองยอง ชเว โดยรถบัส ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที
นำท่านชม วัดชเวยันเป ซึ่งแปลว่า สมปรารถนา สร้างโดยเจ้าฟ้าไทยใหญ่ มีอายุราว 115 ปี ก่อนนี้ปิดทองทั้งหลัง กาลเวลาก็ทำให้หลุดไปแต่ก็ยังเหลือพอให้เห็นบ้างบางส่วน มีการแกะสลักเป็นแบบชาวไทใหญ่ ทั้งบานประตูและบนหลังคา วัดแห่งนี้เป็นสถานที่ศึกษาธรรมของเณรส่วนใหญ่แถบนั้น
จากนั้นนั่งเรือเพื่อไปชม ทะเลสาบอินเล มีพื้ นที 158 ตร.กม. อยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเล 878 เมตร ความยาวจากเหนือจรดใต้ประมาณ 32 กม. กว้าง 5 กม. เกิดจากลำธารหลายสายที่ไหลมาจากเทือกเขาที่ทอดขนานไปทั้งทางทิศตะวันตกและ ตะวันออก มีน้ำไหลจากทะเลสาบไปลงแม่น้ำสาละวิน รอบทะเลสาบมีชุนชนชาวอินตาอยู่มากกว่า 200 แห่งชมวิวทิวทัศน์ที่สวยงามและสภาพความเป็นอยู่ของชาวบ้าน การสร้างบ้านบนทะเลสาบ พายเรือด้วยเท้าข้างเดียวทั้งชายและหญิงอันเป็นเอกลักษณ์ของชาวอินตา นอกจากนั้นท่านจะได้ผ่านหมู่บ้านชาวประมง หมู่บ้านผลิตเครื่องเงิน เครื่องทอง โรงงานตีมีดแบบโบราณโดยวิธีเผาไฟ ท่านจะได้สัมผัสกับวิธีการหาปลาแบบชาวอินตาโดยใช้เท้าพายเรือขาเดียว

กลางวันรับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารชม วัดพองดออู สร้างในศตวรรษที่ 12 อดีต นำท่านสักการะ พระบัวเข็ม พระพุทธรูป 5 องค์ ซึ่งเป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ที่แกะจากไม้จันทน์ อายุนับพันปี ชาวบ้านจะอัญเชิญขึ้นเรือแล้วแห่ไปตามหมู่บ้านต่างๆรอบ ทะเลสาบ (ซึ่งจะแห่หลังจากเทศกาลออกพรรษา 15 วัน) มีขนาด 5 ซ.ม. แต่ปัจจุบันชาวบ้านเอาทองมาปิดพระจนถึงปัจจุบัน พระพุทธรูปมีขนาดสูงกว่าเดิมถึง 6 เท่า ถือเป็นพระพุทธรูปที่ศักดิ์สิทธิ์คู่ทะเลสาบอินเลย์ จากนั้นนำท่านชม หมู่บ้านทอผ้าอินปอขอม ซึ่งเป็นหมู่บ้านที่นำเส้นใยบัวมาทอเป็นเสื้อผ้า, ผ้าพันคอ ฯลฯ ชม วัดแมวกระโดด มีอายุ 200 กว่าปี
นำท่านไปยัง หมู่บ้านทอผ้าอินปอขอม ชมการทอผ้าไหมใยบัวอันลือชื่อ ชมสวนเกษตรลอยน้ำซึ่งชาวบ้านที่นี่ปลูกผักไว้หลายชนิด เช่น พริก ผักกาด และมะเขือเทศ ซึ่งหากท่านได้ลิ้มลองมะเขือเทศที่นี่ท่านจะทราบว่ารสชาติอร่อยมาก เนื่องจากผักที่ปลูกบนน้ำ จะไม่สามารถใช้ปุ๋ยเคมีได้ ผักที่เพาะปลูกที่นี่มีจำนวนมากพอที่จะนำมาเลี้ยงคนทั้งประเทศพม่าได้เลยทีเดียว
จากนั้นนำท่านไป สำนักสงฆ์ งา เป ชอง เป็นสำ นักสงฆ์ที่รวบรวมพระพุทธรูปสำคัญๆและธรรมาสน์ไม้สัก ไว้เป็นจำนวนมากเป็นวัดที่ได้รับการประกาศให้เป็นโบราณสถาน ประกอบด้วยเสาไม้สักถึง 654 ต้น สร้างในปี ค.ศ. 1205 สมัยพระเจ้ามินดง จากนั้นให้ทุกท่านดื่มด่ำกับการชมอาทิตย์อัสดง

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารที่พักRoyal Nati Resort (4 ดาว)หรือเทียบเท่า

วันที่ 3อินเล – เฮโฮ – มัณฑะเลย์ – อังวะ – นั้งรถม้าชมเมืองเก่า – หอคอยเมืองอังวะ – วัดบากะยา – เจดีย์ยาดานาซีมี พญา – วัดเมนูอ๊อกจอง – มัณฑะเลย์ – พระราชวังมัณฑะเลย์ – ตำหนักชเวนันดอว์ – วัดกุโสดอว์ – เขามัณฑะเลย์
เช้ารับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารภายในโรงแรมนำทุกท่านเดินทาง สู่ เมืองมัณฑะเลย์ โดยสายการบิน…….. เที่ยวบินที่…….. จากนั้นเดินทาง สู่ เมืองอังวะ
จากนั้นนำท่านชมเมืองอังวะอย่างเพลิดเพลิน ด้วยรถม้า ซึ่งอังวะเป็นราชธานีโบราณอีกแห่งหนึ่งของพม่า ชมประตูเมืองคาวเซตั่นคา เป็นประตูที่มีความสมบูรณ์ที่สุด และประตูนี้ยังใช้เป็นประตูสำหรับทำพิธีสระผมในเทศกาลติ่นจ่าน หรือเทศกาลสงกรานต์ของชาวพม่า
ชมหอคอยเมืองอังวะ หอคอยแห่งนี้เป็นส่วนหนึ่งของพระราชวังอังวะเพื่อใช้สังเกตการณ์ข้าศึก สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2365 หลังจากที่เกิดแผ่นดินไหวในปี พ.ศ.2381 ทำให้หอคอยแห่งนี้เกิดการเอียงตัว ภายหลังได้รับการบูรณะตามแบบโครงสร้างเดิม นับว่าเป็นหนึ่งในต้นแบบสถาบัตยกรรมพม่าในช่วงต้นศตวรรษที่ 19
นำท่านชม วัดบากะยา เป็นวัดเก่าแก่ทำด้วยไม้เกือบทั้งหลัง โดดเด่นที่ครุฑ เชื่อว่าเป็นฝีมือช่างชาวสยามที่เคยโดนจับมาเป็นเชลยอยู่ในนครอังวะ สร้างขึ้นในรัชสมัยของพระเจ้าปดุงเมื่อปี ค.ศ. 1834 เดิมทีใช้เป็นสถานที่เรียนพระพุทธศาสนาของเหล่าเชื้อพระวงศ์ ปัจจุบันถูกใช้เป็นโรงเรียนสอนพระพุทธศาสนาให้แก่ประชาชนทั่วไป โดยมีพระสงฆ์ทำห้าที่เป็นครูสอน
ชม วัดยาดานาซีมี เป็นกลุ่มเจดีย์ที่สร้างขึ้นมาตั้งแต่ในรัชสมัยของพระเจาปดุง แต่ถูกทำลายในเหตุการณ์แผ่นดินไหวเมื่อปี 1839 ก่อนจะถูกบูรณ์ขึ้นใหม่ในทศวรรษที่ 1990 นี้เอง ศิลปะงดงามอ่อนช้อย โครงสร้างทางสถาปัตยกรรมคล้ายกับวัดในสมัยอยุธยา
นำท่านชม วัดเมนูอ๊อกจอง เป็นวัดที่พระราชินีเมนู ของกษัตริย์อังวะ พระเจ้าบาจีดอ หรือ พระเจ้าจักกายแมง สร้างให้เจ้าอาวาสวัด เมื่อ ค.ศ.1822 คำว่า “เมห์นู” มาจากชื่อของพระนางเมห์นู บ้างก็เรียกเมนู มเหสีของพระเจ้าบาจีดอ (พระเจ้าจักกายแมง) ส่วนคำว่า “อ๊อกยัง” หมายถึงวัดที่สร้างจากปูน วัดนี้มีสองชั้น ชั้นล่างสุดเป็นช่องเสาอาคารไว้ให้ภิกษุวิปัสสนา ชั้นบนสำหรับเป็นที่จำวัดและที่พำนักของพระและทำกิจกรรมทางศาสนาต่าง ๆ มีพระประธานเป็นศิลปะพม่ายุคอังวะ จากนั้นนำทุกท่านเดินทางกลับสู่ เมืองมัณฑะเลย์

กลางวันรับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
จากนั้นนำท่านชม พระราชวังมัณฑะเลย์ พระราชวังที่ส่วนใหญ่ก่อสร้างด้วยไม้สักที่สวยงาม ที่สุดแห่งหนึ่งของเอเชีย ในสมัยสงครามมหาเอเชียบูรพา หรือสงครามโลกครั้งที่ 2 วันที่ 20 มีนาคม 2488 เครื่องบินฝ่ายสัมพันธมิตรโดยกองทัพอังกฤษ ได้ทิ้งระเบิดจำนวนมากมายถล่มพระราชวังมัณฑะเลย์ของพม่า ด้วยเหตุผลว่าพระราชวังนี้เป็นแหล่งซ่องสุมกำลังของกองทัพญี่ปุ่น พระราชวังมัณฑะเลย์ซึ่งเป็นพระราชวังไม้สักก็ถูกไฟไหม้ เผาราบเป็นหน้ากลอง หลงเหลือก็แต่ป้อมปราการและคูน้ำรอบพระราชวัง ที่ยังเป็นของดั่งเดิมอยู่ ปัจจุปันพระราชวังที่เห็นอยู่เป็นพระราชวังที่รัฐบาลพม่าได้จำลองรูปแบบของ พระราชวังของเก่าขึ้นมา
นำท่านชม พระตำหนักไม้สักชเวนันดอว์ หรือ ตำหนักชเวจอง พระตำหนักนี้สร้างด้วยไม้สักทั้งหลัง งดงามตามแบบศิลปะพม่าแท้ๆ วิจิตรตระการด้วยลวดลายแกะ สลักประณีตอ่อนช้อย ทั้งหลังคา,บานประตูและหน้าต่าง โดยเน้นรายละเอียดเกี่ยวกับพุทธประวัติ และทศชาติของพระพุทธเจ้า สร้างโดยพระเจ้ามินดงในปี พ.ศ. 2400 ซึ่งเป็นปีที่พระองค์ย้ายราชธานีจากอมรปุระมาอยู่ที่เมืองมัณฑะเลย์เพื่อ เป็นพระตำหนักยามแปรพระราชฐาน แต่หลังจากที่พระองค์สิ้นพระชนม์ พระเจ้าธีบอ หรือ สีป่อ พระโอรสก็ทรงยกพระตำหนักนี้ถวายเป็นวัด ถือได้ว่าเป็นงานฝีมือที่ประณีตของช่างหลวงชาว มัณฑะเลย์อย่างแท้จริง
นำท่านชม วัดกุโสดอ พระเจ้ามินดงโปรดให้จัดการสังคายนาพระไตรปิฎกขึ้น ณ เมืองมัณฑะเลย์ ครั้งที่ 5 มีแผ่นศิลาจารึกพระไตรปิฎกทั้งหมด 84,000 พระธรรมขันธ์ หลังจากนั้นโปรดให้สลักพระไตรปิฎกลงบนแผ่นหินแล้วสร้างเจดีย์ทรงปราสาทสำหรับประดิษฐานแผ่นจารึกแต่ละแผ่น ถือเป็นหนังสือเล่มใหญ่ที่สุดในโลก ลักษณะทางศิลปกรรม ประกอบด้วยเจดีย์ประธานซึ่งจำลองแบบมาจากเจดีย์ชเวสิกองเมืองพุกาม แวดล้อมไปด้วยเจดีย์ทรงปราสาทขนาดเล็กซึ่งประดิษฐานแผ่นจารึกพระไตรปิฎก เจด์เหล่านี้มีการแบ่งกลุ่มตามหมวดของพระไตรปิฎกตั้งแต่พระวินัย พระสูตรและพระอภิธรรม
เดินทางถึงมัณฑะเลย์ นำทุกท่านชมวิวของเมืองมัณฑะเลย์ ณ เขามัณฑะเลย์ฮิลล์ ตั้งอยู่ทาง ตะวันออกเฉียงเหนือของพระราชวัง เขาลูกนี้สูง 240 เมตร ซึ่งเป็นจุดชมวิวทิวทัศน์ที่สวยงามที่สุดของเมืองมัณฑะเลย์ ซึ่งอยู่บนยอดเขา สามารถมองเห็นทัศนียภาพของเมืองมัณฑะเลย์เกือบทั้งเมือง ทุกท่านจะได้ชมพระอาทิตย์อัสดงอันงดงาม อีกแห่งหนึ่งของพม่า

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารที่พักโรงแรม : Yi Link Hotel หรือเทียบเท่า

วันที่ 4มัณฑะเลย์ – ร่วมพิธีล้างพระพักตร์พระมหามัยมุนี – สกายน์ – วัดเจดีย์นมนาง – เจดีย์อูมินทงแส่ – เขาสกายน์ – เจดีย์ซุนอูพอนยาชิน – เชียงใหม่
เช้าตรู่นำท่านร่วมพิธีกรรมอันศักดิ์สิทธิ์ในพิธีกรรมล้าง พระพักตร์พระมหามัยมุนี ซึ่งถือเป็นต้นแบบพระพุทธรูปทองคำขนาด ใหญ่ทรงเครื่องกษัตริย์ที่ได้รับการขนานนามว่า “พระพุทธรูปทองคำเนื้อนิ่ม” ที่พระเจ้ากรุงยะไข่ทรงหล่อขึ้นที่เมืองธรรมวดี เมื่อปี พ.ศ. 689 ต่อมาในปี พ.ศ.2426 ชาวพม่าได้เรี่ยไรเงินเพื่อบูรณะวัดขึ้นใหม่มีขนาดใหญ่กว่าเดิมโดยสายการออกแบบของช่างชาวอิตาลีจึงนับได้ว่าเป็นวัดที่สร้างใหม่ที่สุดแต่ประดิษฐานพระพุทธรูปเก่าแก่ที่สุดในเมืองพม่าโดยรอบๆระเบียงเจดีย์ยังมีโบราณวัตถุที่นำไปจากกรุงศรีอยุธยาเมื่อครั้งกรุงแตกครั้งที่ 1

เช้ารับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารภายในโรงแรม
นำท่านชม โรงงานทอผ้าไหมร้อยกระสวย (ผ้าถุงลุนตยา) ชมการทอผ้าที่ใช้ในราชสำนักมัณฑะเลย์ ซึ่งมีวิธีการทอที่แตกต่างจากที่อื่นโดยใช้กระสวยมากกว่า 100 กระสวย เป็นแบบเส้นยืน นิยมทอทั้งผ้าฝ้ายและผ้าไหม โดยผลิตเป็นผ้านุ่งของสตรีในวังสมัยนั้นสีที่นิยมได้แก่สีฟ้า และสีชมพู ในอดีตในราชสำนักมัณฑะเลย์ผ้าชนิดนี้ ถูกสงวนไวสำหรับใช้ในวังหลวงเท่านั้น ชาวบ้านธรรมดาไม่สามารถนำมานุ่งห่มได้

จากนั้นนำทุกท่านเดินทาง สู่ เมืองสกายน์ ชมเจดีย์กวงมูดอร์ หรือวัดเจดีย์นมนาง สร้างโดยพระเจ้าต้าหลู่ เมื่อปี ค.ศ.1636 เพื่อใช้เป็นที่ประดิษฐานพระเขี้ยวแก้วหรือพระทันตธาตุที่ได้มาจากลังกา เจดีย์นี้เป็นเจดีย์ทรงโอคว่ำแบบสิงหล หรือเจดีย์ทรงลังกา มีตำนานเล่าว่าองค์ระฆังทรงกลมผ่าครึ่งซีกนี้ ได้ต้นแบบมาจากถัน พระชายาคนโปรดของพระเจ้าต้าหลู่ องค์เจดีย์มีความสูง 46 เมตร เส้นรอบวงวัดได้ 274 เมตร และใช้อิฐในการก่อสร้างมากถึง 10,126,552 ก้อน
ชม วัดอูมินทงแส่ วัดนี้เป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้า ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปจำนวน 45 องค์ วัดนี้ถือเป็นจุดชมวิวของเมืองสกายน์ที่สวยที่สุด โดยสามารถเห็นเมืองสกายน์ได้แบบรอบทิศทาง เนื่องจากภูเขาสกายน์ เป็นที่ตั้งศูนย์กลางพระพุทธศาสนาที่สำคัญ ทัศนียภาพของเมืองจึงมีวัดวาอาราม เจดีย์ต่างๆ จำนวนมากมาย ตั้งเรียงรายไปตามไหล่เขา
นำทุกท่านขึ้นสู่ เขาสกายน์ เขาแห่งนี้มีสัณฐานเหมือนกบ สักการะเจดีย์ซุนอูพอนยาชิน เจดีย์ สูงถึง 29 เมตร ภายในเจดีย์เป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ ภายนอกรอบๆวัดสามารถเดินชมวิวได้รอบวัด บริเวณนี้ถือเป็นจุดชมวิวของเมือง นอกจากจะเห็นวิวของแม่น้ำอิระวดีที่สวยงดงามแล้ว มองลงมาก็จะเห็นเหล่าวัดและเจดีย์มากมายในบริเวณเขาสกายน์แห่งนี้ ถือว่าเป็นจุดชมวิวที่ดีที่สุดของเมือง จากนั้นนำทุกท่านเดินทาง สู่ เมืองมัณฑะเลย์

กลางวันรับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางสู่ ท่าอากาศยานมัณฑะเลย์
18.00 น.ออกเดินทางกลับเชียงใหม่ โดยสายการบินบางกอกแอร์เวย์ เที่ยวบินที่ PG710 (บริการอาหาร พร้อมเครื่องดื่มบนเครื่อง)
19.55 น.คณะเดินทางถึง ท่าอากาศยานนานาชาติเชียงใหม่ โดยสวัสดิภาพ พร้อมด้วยความประทับใจ

เรื่องนี้ถูกเขียนใน ทัวร์ต่างประเทศ, ทัวร์พม่า, ทัวร์พม่า โปรโมชั่น, ทัวร์พม่ากุมภาพันธ์, ทัวร์พม่ามกราคม, ทัวร์พม่ามีนาคม และติดป้ายกำกับ , , , , , , คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

อีเมล์ของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *