ทัวร์พม่าปีใหม่ 29 ธันวาคม 2018- 1 มกราคม 2019 ทัวร์พม่าย่างกุ้ง อินแขวน 4 วัน บิน PG

ทัวร์พม่าปีใหม่ 2019/2562 ทัวร์พม่า ย่างกุ้ง อินแขวน ยอดเขาไจก์ทีโย สักการะเจดีย์ชเวมอดอว์ ณ เมืองหงนมัสการ เจดีย์ชเวดากอง ณ เมืองย่างกุ้ง สักการะพระพุทธไสยาสน์ชเวตาเลียว  สักการะ พระบรมรูปพระสุพรรณกัลยา ณ วัดไจ่กะเลาะ  สักการะพระเกศาธาตุ ขยับได้ราวกับยังมีชีวิตอยู่ ณ วัดบารมี  ขอพรธุระกิจค้าขายให้เจริญรุ่งเรือง พระสุริยัน-จันทรา สักการะพระพุทธไสยาสน์เจาทัตยี  ขอพรเทพทันใจและเทพกระซิบ ที่เจดีย์โบตะทาวน์ รับฟรีเทพทันใจ ท่านละ 1 องค์  พักโรงแรมดี 4 ดาว อร่อยเด็ด!! กับเป็ดปักกิ่ง สลัดกุ้งมังกร กุ้งแม่น้ำย่าง รวมอาหารบนเครื่อง ทั้งไปและกลับ รวมน้ำหนักกระเป๋า ท่านละ 20 ก.ก. ทั้งไปและกลับ

Code : ย่างกุ้ง หงสาวดี อินแขวน ( เชียงใหม่ - ย่างกุ้ง) 4 วัน 3 คืน Airline : บางกอกแอร์เวย์ (PG)
วันเดินทาง
ราคาทัวร์
29 ธันวาคม 2018 - 1 มกราคม 2019 22,888 บาท/ท่าน

วันที่ 1เชียงใหม่ – ย่างกุ้ง – หงสาวดี – พระราชวังบุเรงนอง – พระธาตุอินทร์แขวน
10.00 น.พร้อมกัน ณ ท่าอากาศยานนานาชาติเชียงใหม่ อาคารผู้โดยสารขาออก ชั้น1 เคาน์เตอร์สายการบินบางกอกแอร์เวย์ โดยมีเจ้าหน้าที่คอยให้การต้อนรับอำนวยความสะดวกจัดเตรียมเอกสารการเดินทางให้กับทุกท่าน

12.05 น.ออกเดินทางสู่ กรุงย่างกุ้ง โดยสายการบินกอกแอร์เวย์ เที่ยวบินที่ PG723 (มีบริการอาหารและน้ำดื่มบนเครื่อง)

12.55 น.เดินทางถึง ท่าอากาศยานมิงกาลาดง กรุงย่างกุ้ง ผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองเป็นที่เรียบร้อยแล้ว นำท่านเดินทางสู่ เมืองหงสาวดี ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที (เวลาท้องถิ่นที่เมียนมาร์ช้ากว่าประเทศไทยครึ่งชั่วโมง)

บ่ายเดินทางถึง เมืองหงสาดี นำทุกท่านชม พระราชวังบุเรงนอง สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2109 เพื่อใช้เป็นศู นย์กลางทางการปกครองและใช้ออกว่าราชการ ปี พ.ศ. 2142 ในสมัยพระเจ้านันทบุเรง ซึ่งพระราชวังเดิมนั้นเคยเป็นที่ประทับของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช เมื่อครั้งยังทรงพระเยาว์และถูกจับเป็นตัวประกัน มีการค้นพบเสาและกำแพงเดิมที่ถูกฝังอยู่ในดิน รัฐบาลพม่าจึงได้ทำการขุดค้นและสร้างพระราชวังบุเรงนองขึ้นมาใหม่ โดยถอดแบบจากของเดิม
นำท่านออกเดินทางสู่ คิมปูนแค้มป์ (เชิงเขาไจ้ก์โท) โดยรถบรรทุก 6 ล้อ ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง ระหว่างทางท่านจะเห็นแม่น้ำสะโตง ซึ่งเป็นแม่น้ำที่มีความสัมพันธ์กับพระนเรศวรมหาราช พระองค์สามารถยิงพระแสงปืนข้ามแม่น้ำที่กว้างใหญ่นี้ไปต้องแม่ทัพพม่า จนได้รับชัยชนะ ถึงคิมปูนแค้มป์ หยุดพักเปลี่ยนรถเป็นรถบรรทุกหกล้อขึ้นบนภูเขาไจ้ก์โท
จนถึงสถานีกระเช้าไฟฟ้า นำทุกท่าน นั่งกระเช้า ขึ้นสู่พระธาตุอินทร์แขวนเพื่อให้ลูกค้าได้ชมทัศนียภาพความสวยงามจากมุมสูงแบบพาโนรามา ใช้เวลาประมาณ 10 นาที (รวมค่ากระเช้าขาขึ้นแล้ว)
**หมายเหตุ ในกรณีกระเช้าปิดหรือสภาวะอากาศ รวมถึงเหตุสุดวิสัยต่างๆ ที่ไม่สามารถควบคุมและคาดการณ์ล่วงหน้าได้ ทางบริษัทฯจะเปลี่ยนเป็นขึ้นรถบรรทุกแทนโดยสงวนสิทธิ์การคืนเงินทุกกรณี**
ถึงปลายทางของสถานี นำทุกท่านเดินเท้า 10 นาที ไปยังพระธาตุ เชิญชมทัศนียภาพงดงาม ตื่นตาตื่นใจกับ พระธาตุอินทร์แขวน (ซึ่งอยู่ใกล้ที่พักมากใช้เวลาเดินเพียง 10 นาที)พระธาตุอินทร์แขวน ตั้งอยู่ที่เมืองไจ้โท อำเภอสะเทิม เขตรัฐมอญของประเทศพม่า อยู่บนยอดเขา เหนือระดับน้ำทะเล 3,615 ฟุต มีลักษณะเด่นเป็นก้อนหินสีทองขนาดใหญ่ ตั้งอยู่บนหน้าผาสูงชันอย่างหมิ่นเหม่ เหมือนจะหล่นและท้าทายแรงดึงดูดของโลกโดยไม่ตกลงมา นับเป็น 1 ใน 5 สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ที่ชาวพม่าต้องไปสักการะ และยังเป็นพระธาตุประจำปีจอ ที่คนเกิดปีนี้ต้องไปนมัสการสักการะครั้งหนึ่งในชีวิต

ค่ำรับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารภายในโรงแรมที่พักหลังอาหารเย็นเชิญท่านไปสักการะพระธาตุ ตามอัธยาศัย นมัสการ เทพทันใจพระธาตุอินทร์แขวน ซึ่งเป็น นักพรตที่มีความศักดิ์สิทธ์อีกแห่งหนึ่ง ท่านสามารถนั่งสมาธิหรือสวดมนต์ได้ตลอดคืน ถ้าจะสักการะกลางแจ้งเป็นเวลานานบริเวณระเบียงที่ยื่นสู่พระเจดีย์ไจ้โท ควรเตรียมเสื้อกันหนาว หรือกันลม หรือผ้าห่ม ผ้าพันคอ เบาะรองนั่งเพราะพื้นที่นั่งมีความเย็นมาก พระเจดีย์องค์นี้เปิดตลอดคืน (แต่ประตูเหล็กที่เปิดสำหรับบุรุษที่เข้าไปปิดทององค์เจดีย์เปิดถึงเวลา 22.00น.)พระธาตุอินทร์แขวนนี้ เป็นที่มาและแรงบันดาลใจของกวีซีไรส์ ปี พุทธศักราช 2534 มาลา คำจันทร์ ที่แต่งวรรณกรรม เรื่อง “เจ้าจันท์ผมหอม นิราศพระธาตุอินทร์แขวน”

ที่พักโรงแรม : YOE YOEHOTEL หรือระดับเทียบเท่า

วันที่ 2อินทร์แขวน – วัดไจ้คะวาย – พระราชวังบุเรงนอง – เจดีย์ชเวมอว์ดอว์ – พระนอนชเวตาเลียว – เจดีย์ไจ๊ปุ่น – วัดไจ่กะเลาะ – ย่างกุ้ง – พระมหาเจดีย์ชเวดากอง – พระสุริยัน จันทรา
เช้าตรู่เชิญท่านสักการะ พระธาตุอินทร์แขวน หรือถวายอาหารพระธาตุอินทร์แขวน ท่านจะพบกับบรรยากาศยามเช้าที่สดชื่น ทิวทัศน์งดงาม ความศรัทธาของพุทธศาสนิกชนชาวพม่า สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์บนภูเขา ถ่ายภาพและชมทัศนียภาพรอบ ๆ พระธาตุ พิสูจน์ความมหัศจรรย์ว่าพระธาตุองค์นี้ตั้งอยู่ได้อย่างไร โดยไม่ล้มหรือหล่นลงมาการที่ก้อนหินสีทองวางหมิ่นเหม่บนหน้าผามานานนับพันปี โดยเฉพาะเมื่อมองจากด้านล่างขึ้นไปก็ดูคล้ายกับลอยอยู่เหนือหน้าผา ราวกับพระอินทร์นำไปแขวนไว้กลางอากาศนับเป็นอัศจรรย์เจดีย์

เช้ารับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารภายในโรงแรมที่พักเก็บสัมภาระพร้อมออกเดินทางกลับสู่ หงสาวดี ตามเส้นทางเดิม โดยรถบรรทุก 6 ล้อนำท่านตักบาตรพระสงฆ์กว่า 1,000 รูป ที่ วัดไจ้คะวาย สถานที่ที่มีพระภิกษุและสามเณรไป ศึกษาพระไตรปิฎกเป็นจำนวนมาก เมื่อถึงเวลาเพลจะมีพระสงฆ์ สามเณรเดินแถวกันเข้าสู่ห้องฉันเพล ระหว่างนั้นท่านสามารถนำสมุด ปากกา ดินสอไปบริจาคที่วัดแห่งนี้ได้ ณ วัดนี้นอกจากจะได้ตักบาตรแล้ว ทุกท่านสามารถถวายปัจจัย หรือ ถวายเข้าสาร

กลางวันรับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร (กุ้งแม่น้ำย่างคนละ 1 ตัว)บ่ายจากนั้นนำท่านชม เจดีย์ไจ๊ปุ่น ซึ่งมีอายุมากกว่า 500 ปี เป็นพระพุธรูปปางมารวิชัยขนาดใหญ่ มีลักษณะเป็นพระพุทธรูปปางประทับนั่งโดยรอบทั้ง 4 ทิศ ที่มีความงดงามเป็นเอกลักษณ์ของศิลปะแบบมอญ ประกอบ ด้วยพระสมณะโคดม (ทิศเหนือ), พระโกนาคม (ทิศใต้), พระกกุสันโธ (ทิศตะวันออก)และพระมหากัสสปะ (ทิศตะวันตก)สร้างโดยสี่สาวพี่น้องที่อุทิศตนให้กับพระพุทธศาสนาสร้างพระพุทธรูปแทนตนเอง และสาบานตนไม่ข้องแวะกับบุรุษเพศ ซึ่งมีพระพุทธรูปองค์หนึ่งได้เกิดพังทลายและได้มีการบูรณะใหม่ทำให้พระพุทธรูปองค์นี้มีลักษณะสวยงามแตกต่างไปจากองค์อื่นๆ

นำท่านสักการะ พระเจดีย์ชเวมอดอว์ เจดีย์นี้เป็นสัญลักษณ์แห่งความรุ่งโรจน์แห่งหงสาวดี และนับเป็น 1 ใน 5 สิ่งศักดิ์สิทธิ์ของพม่า คนไทยนิยมเรียกว่า “พระธาตุมุเตา” ภายในบรรจุพระเกศาธาตุของพระพุทธเจ้า ซึ่งครั้งก่อนเป็นสถานที่ประกอบพิธีศักดิ์สิทธิ์ ก่อนออกศึกของบูรพกษัตริย์ ในสมัยโบราณกาล ไม่ว่าจะเป็นกษัตริย์มอญหรือพม่า รวมทั้งพระเจ้าบุเรงนองด้วย และเมื่อครั้งสมเด็จพระนเรศวรมหาราชและพระนางสุพรรณกัลยา ทรงประทับอยู่ในหงสาวดี ก็เคยเสด็จมานมัสการพระเจดีย์องค์นี้ ยังเคยผ่านการพังทลายจากแผ่นดินไหวครั้งใหญ่มาแล้วถึง 4 ครั้ง ทำให้ปลียอดของเจดีย์องค์นี้หักพังลงมา แต่ด้วยความศรัทธาที่ชาวเมืองมีต่อเจดีย์องค์นี้ จึงได้ทำการสร้างเจดีย์ชเวมอดอว์ขึ้นมาใหม่ในปีพ.ศ.2497 ด้วยความสูงถึง 374 ฟุต (ตอนแรกที่สร้างสูง 70 ฟุต) นับเป็นเจดีย์ที่สูงที่สุดในพม่า ส่วนปลียอดที่พังลงมาก็ได้ตั้งไหว้ที่มุมหนึ่งขององค์เจดีย์เพื่อให้พุทธศาสนิกชนได้กราบไหว้บูชาควบคู่ไปกับเจดีย์องค์ปัจจุบัน ท่านจะได้นมัสการ ณ จุดอธิษฐานอันศักดิ์สิทธิ์และสามารถนำธูปไปค้ำกับยอดของเจดีย์องค์ที่หักลงมาเพื่อเป็นสิริมงคล ซึ่งเปรียบเหมือนดั่งค้ำจุนชีวิตให้เจริญรุ่งเรืองยิ่งขึ้นไป

นำท่านสักการะ พระพุทธไสยาสน์ชเวตาเลียว เป็นที่เคารพนับถือของชาวพม่า มีความยาว 60 เมตร สูง 17 เมตร สร้างขึ้นโดยพระเจ้ามิคทิปปะ ใน พ.ศ. 1537 ในสมัยมอญเรืองอำนาจ มีพุทธลักษณะงดงาม โดยจะวางพระบาทเหลื่อมพระบาทต่างจากพระพุทธไสยาสน์ของไทยที่นิยมวางพระบาทเสมอกัน ด้านหลังพระองค์มีภาพวาดที่สวยงาม เมื่อครั้งก่อนพระพุธรูปองค์นี้ถูกปล่อยให้ทรุดโทรมจนกลายเป็นเพียงกองอิฐท่ามกลางป่ารก จนถึงปี พ.ศ. 2424 เมื่ออังกฤษสร้างทางรถไฟสายพม่า จึงได้พบพระนอนองค์นี้ จากนั้นในปี พ.ศ. 2491 หลังพม่าได้รับเอกราชก็มีการบูรณปฏิสังขรณ์ใหม่ โดยทาสีและปิดทองใหม่ จนกลายเป็นพระพุทธรูปที่สวยงามในปัจจุบัน อีกทั้งยังสามารถเลือกซื้อของฝาก อาทิ ไม้แกะสลัก ไม้จันทร์หอม ผ้าปักพื้นเมือง ผ้าพิมพ์เป็นรูปต่างๆ

จากนั้นเดินทางกลับสู่ เมืองย่างกุ้งระหว่างทาง นำทุกท่านนำท่านแวะสักการะ พระบรมรูปพระสุพรรณกัลยา ณ วัดไจ่กะเลาะ วัดแห่งนี้เชื่อกันว่าเป็นสถานที่ที่เก็บอัฐิของพระสุพรรณกัลยา โดยมีซุ้มรูปปั้นของพระนางเป็นรูปสักการะด้วยเรื่องราวของพระนางได้เลือนหายไปตามกาลเวลานับ 400 ปี เชื่อกันว่าหลวงปู่โง่น ได้มาทำพิธีปลดปล่อยดวงวิญญาณพระสุพรรณกัลยาและเหล่านายทหารไทยที่ถูกจองจำตั้งแต่ครั้งเสียเสียสละพระองค์เป็นตัวประกันเพื่อความสงบสุขของบ้านเมือง

จากนั้นนำท่านสักการะ พระมหาเจดีย์ชเวดากอง พระมหาเจดีย์คู่บ้านคู่เมืองพม่า เป็นเจดีย์ทองคำที่งดงาม ตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่กลางเมืองย่างกุ้ง มีความสูง 109 เมตร ประดับด้วยเพชร 544 เม็ด ทับทิม นิล และบุษราคัมอีก 2,317 เม็ด มหาเจดีย์ชเวดากองมีทองคำโอบหุ้มอยู่น้ำหนักถึง 1,100 กิโลกรัม โดยช่างชาวพม่าจะใช้ทองคำแท้ตีเป็นแผ่นปิดองค์เจดีย์ไว้รอบ ว่ากันว่าทองคำที่ใช้ในการก่อสร้างและซ่อมแซมพระมหาเจดีย์แห่งนี้มากมายมหาศาลกว่าทองคำที่เก็บอยู่ในธนาคารชาติอังกฤษเสียอีก รอบๆฐานพระมหาเจดีย์รายล้อมด้วยเจดีย์องค์เล็กๆ นับร้อยองค์ มีซุ้มประตูสี่ด้าน ยอดฉัตรองค์พระมหาเจดีย์ประกอบด้วยเพชรและพลอยมากมาย ภายในองค์พระมหาเจดีย์ได้บรรจุเส้นพระเกศาธาตุของพระพุทธเจ้าจำนวน 8 เส้น เป็นพระธาตุประจำปีเกิดปีมะเมีย และยังเป็น 1ใน 5 มหาบูชาสถานสูงสุดของพม่า
คำไหว้พระมหาเจดีย์ชเวดากอง วันทามิ อุตตมะ ชมพู วระฐาเน สิงกุตตะเร มะโนลัมเม สัตตัง สะรัตนะ ปฐมัง กกุสันธัง สุวรรณะ ตันตัง ธาตุโย ธัสสะติ ทุติยัง โกนาคะมะนัง ธัมมะ การะนัง ธาตุโย ธัสสะติ ตติยัง กัสสปัง พุทธจีวะรัง ธาตุโย ธัสสะติ จตุกัง โคตะมัง อัตถะเกศา ธาตุโย ธัสสะติ อหัง วันทามิ ตุระโต อหัง วันทามิ ธาตุโย อหัง วันทามิ สัพพะทา อหัง วันทามิ สิระสา

ก่อนถึงจุดอธิษฐาน ขอพรพระมหาเจดีย์ชเวดากอง นำทุกท่านเข้าสักการะ พระสุริยัน จันทรา เป็นศาลเล็กๆ ลักษณะโดดเด่นที่จั่วหลังคามีรูปนกยูงและกระต่าย ชาวพม่ามากราบไหว้ขอพรเกี่ยวกับธุระกิจค้าขายให้เจริญรุ่งเรือง แม้กระทั่งรายการดังรายการหนึงในเมืองไทยเคยมากราบไหว้ขอพร ยังยืนยันต้วยตนเองเลยว่า พระสุริยัน-จันทรา มีความศักดิ์สิทธิ์จริง เป็นอีกหนึงสถานที่ ที่ต้องไม่พลาด

ค่ำรับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารที่พักโรงแรม : BEST WESTERN GREEN HILL หรือระดับเทียบเท่า

วันที่ 3เจดีย์โบตะทาวน์ – วัดงาทัตจี – พระพุทธไสยาสน์เจ๊าทัตยี – สก๊อตมาร์เก็ต
เช้ารับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารภายในโรงแรมนำท่านนมัสการ เจดีย์โบตะทาวน์ ซึ่งโบตะทาวน์ แปลว่า เจดีย์นายทหาร 1,000 นาย ได้สร้างเจดีย์โบตะทาวน์นี้และทรงนำพระธาตุ ไว้ 1 เส้น ก่อนที่จะนำไปบรรจุที่เจดีย์ชเวดากองและเจดีย์สำคัญอื่นๆ เมื่อเดินเข้าไปในเจดีย์สามารถมองเห็นพระเกศาธาตุได้อย่างใกล้ชิด
สักการะขอพร พระพุธรูปทองเหลือง ประดิษฐานในวิหารด้านขวามือ เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยที่มีลักษณะงดงามยิ่งนัก ตามประวัติว่าเคยประดิษฐานอยู่ในพระราชวังมัณฑะเลย์ ครั้งเมื่อพม่าตกเป็นอาณานิคมอังกฤษในปี พ.ศ. 2428 ถูกเคลื่อนย้ายไปยังพิพิธภัณฑ์กัลป์กัตตาในอินเดีย ทำให้รอดพ้นจากระเบิดของฝ่ายพันธมิตรที่ถล่มพระราชวังมัณฑะเลย์ ต่อมาในปี 2488 พระพุทธรูปองค์นี้ถูกจัดแสดงที่พิพิธภัณฑ์วิกตอเรียและแอลเบิร์ต
จากนั้นนำทุกท่านขอพร นัตโบโบยี หรือ เทพทันใจ ซึ่งชาวพม่ารวมถึงชาวไทยนิยมไปกราบไหว้บูชา ด้วยที่เชื่อว่าเมื่ออธิษฐานสิ่งใดแล้วจะสมปรารถนาทันใจสักการะ เทพกระซิบ อะมาดอว์เมี๊ยะ ตามตำนานกล่าวว่า นางเป็นธิดาของพญานาค ที่เกิดศรัทธาในพุทธศาสนาอย่างแรงกล้ารักษาศีล ไม่ยอมกินเนื้อสัตว์จนเมื่อสิ้นชีวิตไปกลายเป็นนัตซึ่งชาวพม่าเคารพกราบไหว้กันมานานแล้ว การบูชานั้นจะต้องกระซิบขอพรที่ข้างหูเบาๆ และ
นำทุกท่านสักการะ วัดงาทัตจี มีพระพุธรูปองค์ใหญ่ หลวงพ่องาทัตจี แปลว่า หลวงพ่อที่สูงเท่าตึก 5 ชั้น เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยที่แกะสลักจากหินอ่อน ทรงเครื่องแบบกษัตริย์ เครื่องทรงเป็นโลหะ ส่วนเครื่องประกอบด้านหลังจะเป็นไม้สักแกะสลักทั้งหมด และสลักป็นลวดลายต่างๆ จำลองแบบมาจากพระพุทธรูปทรงเครื่องสมัยยะตะนะโบง (สมัยมัณฑเลย์)

กลางวันรับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร บ่ายหลังจากนั้นนำท่านสักการะ พระพุทธไสยาสน์เจ๊าทัตยี ซึ่งเป็นพระนอนที่มีความสวยงามที่สุดและดวงตาสวยที่สุดของประเทศพม่าที่บริเวณพระบาทมีภาพวาดรูปสรรพสิ่ง อันล้วนเป็นมิ่งมงคลสูงสุด ประกอบด้วยลายลักษณธรรมจักรข้างละองค์ในบริเวณใจกลางฝ่าพระบาท และล้อมด้วยรูปอัฎจุตรสตกมงคล 108 ประการ พระบาทมีลักษณะซ้อนกันซึ่งแตกต่างกับศิลปะของไทยจากนั้นนำท่านเลือกซื้อสินค้าพื้นเมืองที่ ตลาดสก๊อต หรือ ตลาดโบโจ๊ก อองซานซึ่งสร้างเมื่อครั้งพม่ายังคงเป็นอาณานิคมของประเทศอังกฤษ ให้ท่านได้เลือกชมและเลือกซื้อสินค้าที่ระลึกพื้นเมืองมากมายในราคาถูก เช่น ไม้แกะสลัก พระพุทธรูปไม้หอมแกะสลัก แป้งทานาคา ผ้าปักพื้นเมือง เครื่องเงิน ไข่มุก และหยกพม่า

ค่ำรับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารที่พักโรงแรม : BEST WESTERN GREEN HILL หรือระดับเทียบเท่า

วันที่ 4วัดบารมี – เชียงใหม่
เช้ารับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารภายในโรงแรมนำทุกท่านเข้าสู่ วัดบารมี ให้สักการะพระเกศาของพระพุทธเจ้า ที่เชื่อว่ายังมีชีวิตอยู่จริง ด้วยองค์พระเกศาธาตุนี้เมื่อนำมาวางบนจานแก้ว จะสามารถเคลื่อนไหวได้อีกทั้งวัดนี้ยังได้ชื่อว่าเป็นที่เก็บองค์พระบรมสารีริกธาตุไว้มากที่สุดด้วยไม่ว่าจะเป็นของพระโมคาลา พระสารีบุตร และองค์พระอรหันต์ต่าง ๆสมควรแก่เวลานำท่านเดินทางสู่ ท่าอากาศยานมิงกาลาดง

13.40 น ออกเดินทางกลับ เชียงใหม่ โดยสายการบินบางกอกแอร์เวย์ เที่ยวบินที่ PG724 (มีบริการอาหารและน้ำดื่มบนเครื่อง)

15.30 น.คณะเดินทางถึง ท่าอากาศยานนานาชาติเชียงใหม่ โดยสวัสดิภาพ พร้อมด้วยความประทับใจ

เรื่องนี้ถูกเขียนใน ทัวร์ต่างประเทศ, ทัวร์พม่า, ทัวร์พม่า โปรโมชั่น, ทัวร์พม่าธันวาคม, ทัวร์พม่ามกราคม และติดป้ายกำกับ , , , , , คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

อีเมล์ของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *